Torque News ข่าวสด รถยนต์ วันนี้

BMW Group Thailand Annual Press Conference 2020

Written by Torque Thailand

ข่าว รถยนต์ วันนี้: BMW Group Thailand แถลงข่าวประจำปี 2020 พร้อมเปิดศักราชใหม่ด้วยการเผยโฉม BMW 218i Gran Coupe M Sport ใหม่

BMW Group Thailand Annual Press Conference 2020

(ในภาพจากซ้าย) มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย, มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย

ข่าว รถยนต์ วันนี้: BMW Group Thailand Annual Press Conference 2020

หากคุณกำลังค้นหา Wallpaper รูปรถสวยๆ

เราขอแนะนำ Wallpaper รูปรถสวยๆ Download wallpaper ที่นี้

BMW Group Thailand Annual Press Conference 2020

BMW Group Thailand Annual Press Conference 2020

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในทุกปี เรามุ่งมั่นสร้างความสำเร็จใหม่ ๆ อันน่าจดจำ ที่นอกจากจะนำเราเข้าใกล้เป้าหมายทางธุรกิจยิ่งขึ้นแล้ว ยังรวมถึงความสำเร็จในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า และการพัฒนาสังคมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยทั้งในด้านยนตรกรรมไฟฟ้า การเชื่อมต่อทางดิจิทัล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ความมุ่งมั่นของเราในการมอบพลังแห่งการเลือกให้แก่ลูกค้าส่งผลให้ บีเอ็มดับเบิลยูสามารถครองตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์รายแรก และรายเดียวในประเทศไทยที่นำเสนอตัวเลือก และได้ส่งมอบเทคโนโลยีที่หลากหลายที่สุด ทั้งในระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ระบบส่งกำลังปลั๊กอินไฮบริด และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% มาตั้งแต่ปี 2558

“ตลอดปี 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้สานต่อความสำเร็จที่สำคัญต่าง ๆ มากมายตลอดช่วงปีที่ผ่านมา สู่การปฏิวัติที่สุดแห่งความเพลิดเพลินในการขับขี่ด้วยนวัตกรรมอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวในรถยนต์ BMW Intelligent Personal Assistant ที่นับเป็นการเปิดประตูบานใหม่สู่โลกยานยนต์ การพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลด้วยช่องทางการขายออนไลน์

และยังรวมถึงก้าวสำคัญด้านยานยนต์ไฟฟ้าครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการเปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แห่งแรกและแห่งเดียวของภูมิภาคอาเซียน ในจังหวัดชลบุรี พร้อมกันนี้ ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า BMW i3s ในไทย รวมถึงการเผยโฉม MINI Cooper SE ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

“นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าสู่เส้นทางแห่งความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร ผ่านการผนึกกำลังในการประสานงานระหว่างเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้เราสามารถมอบบริการที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า เรายังเน้นย้ำและสนับสนุนความหลากหลายในหมู่พนักงานมากขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เน้นความร่วมมือกัน

และความเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงโอกาสที่เท่าเทียมกัน ยิ่งไปกว่านั้น โครงการเพื่อสังคมของเรายังคงสร้างประโยชน์ให้สังคมในวงกว้าง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ไม่แปรเปลี่ยนของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ประชาชนชาวไทย”

ตลอดปี 2563 นี้ แฟน ๆ ชาวไทยจะได้ยลโฉมขบวนรถยนต์ใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยู นำโดย BMW ซีรีส์ 2 Gran Coupe ใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับความแปลกใหม่เฉพาะตัว และสุนทรียะเหนือชั้นที่มอบทุกอารมณ์การขับขี่ รวมไปถึง BMW 330e M Sport รุ่นประกอบในประเทศที่เสริมขุมพลังขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และ BMW 320d M Sport ที่ทรงพลัง และประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเคย ซึ่งรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ทั้ง 2 รุ่นนี้ พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นเลิศ และศักยภาพแห่งการประกอบรถยนต์ในประเทศของโรงงานที่ระยองโดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย

ด้านมินิ นำทัพโดย MINI Cooper SE ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารุ่นแรก ซึ่งได้เผยโฉมในประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นับเป็นการบุกเบิกไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองด้วยพลังงานสะอาดเพื่อแฟน ๆ มินิชาวไทย ผสมผสานความเร้าใจสไตล์โกคาร์ท และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับมินิ เข้ากับความคล่องตัวและการประหยัดพลังงานของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างลงตัว MINI Cooper SE จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพลิกโฉมประเทศไทยสู่การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าในตัวเมืองอย่างแท้จริง

BMW Group Thailand Annual Press Conference 2020

คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

  • ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำเซกเมนต์พรีเมียมด้วยรางวัลทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

การสานต่อแนวทางของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการมอบความสมบูรณ์แบบด้านความสุข ความสนุกสนานและความพึงพอใจให้แก่ลูกค้ายังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2562 ที่ผ่านมา ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยความสำเร็จมากมายในระดับนานาชาติจากผลสำรวจของสาธารณชน และการจัดอันดับจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น นิตยสาร “Car and Driver” ของสหรัฐอเมริกา, นิตยสาร “What Car?” ของสหราชอาณาจักร,

ไปจนถึงรางวัล “Automotive Researchers’ and Journalists’ Conference” ของญี่ปุ่น ซึ่งรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ใหม่ เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายรางวัลที่ยกย่องความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู อาทิ ระบบผู้ช่วยส่วนตัว, ระบบปฏิบัติการและระบบเครือข่ายซึ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกได้เป็นอย่างดี

สำหรับภายในประเทศ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้สร้างประสบการณ์อันน่าจดจำที่เหนือกว่าความเป็นยนตรกรรม และได้มุ่งนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าในยุคดิจิทัล โดยเป็นปีที่สองติดต่อกันที่บีเอ็มดับเบิลยูได้รับเลือกจากลูกค้าชาวไทยในฐานะ “Thailand’s Most Admired Company 2019” ในหมวดยานยนต์ ด้วยคะแนนโหวตสูงสุดด้านนวัตกรรม การดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ และความรับผิดชอบต่อสังคม

โดยนิตยสาร แบรนด์เอจ ตอกย้ำความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยูในการเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้าชาวไทย สะท้อนถึงความสำเร็จอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงนวัตกรรมด้านยานยนต์ใหม่ ๆ และกลยุทธ์การตลาดที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า

  • ก้าวสำคัญสู่อนาคตแห่งนวัตกรรมยานยนต์และพลังงานไฟฟ้า

ในปี 2562 ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยูได้ต่อยอดเอกลักษณ์ประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือระดับอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู่นวัตกรรมแห่งการขับขี่ที่ล้ำยุคมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวระบบผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวฉลาดล้ำ ที่พร้อมทำงาน เพียงแค่ทักด้วยประโยค “Hey BMW” (สวัสดี บีเอ็มดับเบิลยู)

ตามมาด้วยการแนะนำบริการ MINI Connected สู่ผู้ขับขี่ในประเทศไทย นำเสนอบริการเพื่อการเชื่อมต่ออย่างครบวงจร ผสานการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่ รถยนต์มินิ และโลกภายนอกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน และในปีที่ผ่านมา ทั้งสามแบรนด์ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เปิดตัวช่องทางการจองที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ให้สามารถทำการจองรถผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างง่ายดายภายในเพียงไม่กี่คลิก และรอการติดต่อกลับจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งช่องทางการจองแบบออนไลน์นี้เริ่มต้นด้วยมินิเป็นแบรนด์แรกเมื่อปี 2561

ตามมาด้วยบีเอ็มดับเบิลยูในปี 2562 ที่ได้เริ่มต้นการจองออนไลน์เป็นครั้งแรกพร้อมเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู X3 M บีเอ็มดับเบิลยู X4 M บีเอ็มดับเบิลยู i3s และบีเอ็มดับเบิลยู M5 และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ที่ได้ปรับตัวสู่ช่องทางดิจิทัลเช่นกันกับการเปิดจองบีเอ็มดับเบิลยู R nineT /5 รุ่นพิเศษเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

อีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่งประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา คือการขับเคลื่อนสู่อนาคตแห่งนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศอย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือกับแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2

ซึ่งทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป สามารถตอบสนองความต้องการด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในประเทศอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยูในจังหวัดระยองในการเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านยนตรกรรมแห่งความยั่งยืน ซึ่งในปี 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทยเพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

ได้แก่ BMW i3s นิยามใหม่ของรถที่มีลุคสปอร์ตควบคู่ไปกับการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไร้การปล่อยมลพิษ และ MINI Cooper SE รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของมินิ นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนและสร้างความเติบโตด้านโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยในปัจจุบัน สถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow และสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู และมินิอย่างเป็นทางการ ได้ติดตั้ง 125 หัวชาร์จใน 59 สถานีทั่วประเทศ

ในระดับโลก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในด้านยนตรกรรมไฟฟ้า และได้สร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จครั้งใหม่ด้วยการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ไปแล้วถึง 500,000 คันทั่วโลก และด้วยสมาชิกใหม่ล่าสุดในไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อย่าง MINI Cooper SE จึงได้ตั้งเป้าหมายในการส่งรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ออกสู่ท้องถนนทั่วโลกให้ครบ 1,000,000 คันภายในเวลาสองปี

โดยการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกสรรเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ เครื่องยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดล้ำสมัย และเครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปยังคงสามารถตอบความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าในตลาดต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมบนเส้นทางสู่อนาคตของยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งความยั่งยืน

  • ทะยานตัวต่อเนื่องในปี 2562 กับ MINI ที่ทำสถิติเติบโตสูงสุดในโลก

สำหรับในประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ฝ่าฟันกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและในระดับโลก สู่ภาพรวมของผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ด้วยสถิติส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิจำนวน 12,954 คัน ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่ 1% แต่นับว่าเป็นอัตราที่ดีกว่าตลาดโดยรวมในช่วงเวลาเดียวกัน

บีเอ็มดับเบิลยูปิดฉากปี 2562 ด้วยอดการส่งมอบรถยนต์รวม 11,750 คัน โดยทำภาพรวมผลงานอยู่ในระดับเดียวกับเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียม ปี 2562 ยังเป็นปีที่บีเอ็มดับเบิลยูสร้างผลงานล้ำหน้าในเซกเมนต์รถหรูด้วยยอดขายจากบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 8, บีเอ็มดับเบิลยู X7 และบีเอ็มดับเบิลยู i8 ที่เติบโตโดยรวมที่ 39% เมื่อเทียบปีต่อปี และสำหรับรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วตามโปรแกรม BMW Premium Selection มีอัตราการเติบโตที่ 16% เมื่อเทียบปีต่อปี

ในขณะเดียวกัน MINI ยังสร้างปีแห่งปรากฏการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ 1,204 คัน โตขึ้นถึง 15% จากปีก่อนหน้า นับเป็นยอดการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดมินิทั่วโลก

“ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู และมินิพร้อมสานต่อความสำเร็จในปี 2563 จากกลยุทธ์ทางธุรกิจที่วางแผนเพื่อการเติบโตในอนาคตซึ่งช่วยให้สร้างผลงานอย่างน่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็นการมาถึงของ BMW X7 ที่เปิดโอกาสเติบโตสำคัญในเซกเมนต์ SAV หรู ในขณะที่ BMW ซีรีส์ 7 รุ่นปรับโฉมใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็ยังคงสร้างแรงกระตุ้นต่อเนื่องให้กับเซกเมนต์เช่นเดียวกัน ด้านมินิ ทำผลงานฉลองการครบรอบ 60 ปีได้อย่างงดงาม โดยการเปิดตัว MINI Cooper SE ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเราที่จะผลักดันมินิสู่ยนตรกรรมแห่งอนาคต โดยไม่ละทิ้งตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์” มร. บารากา กล่าว

ผลการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงสร้างสถิติความสำเร็จสูงสุดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันในปี 2562 ที่ผ่านมา ด้วยยอดการส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และโรลส์-รอยซ์รวมทั้งหมด 2,520,307 คัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 1.2% ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่บีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทำยอดขายทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยได้ส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิไปแล้วถึง 500,000 คัน

รถยนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีสมาชิกในไลน์อัพรวมทั้งหมด 12 รุ่น ซึ่งยอดขายจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยู และมินิได้เติบโตขึ้น 2.2% จากยอดการส่งมอบ 145,815 คันในปีที่ผ่านมา และได้ตั้งเป้าขยายทัพรถยนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าให้ครบ 25 รุ่นภายในปี 2566 โดยกว่าครึ่งของจำนวนนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน 100%

  • บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จ ชูยอดลูกค้าสินเชื่อใหม่ สูงเป็นประวัติการณ์
BMW Group Thailand Annual Press Conference 2020

มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ได้สร้างสถิติความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเช่นกัน ด้วยยอดสินเชื่อลูกค้าใหม่ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท รวมกว่า 1.625 หมื่นล้านบาท และมูลค่าสินเชื่อรวมในพอร์ตที่เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท

มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย กล่าวว่า “การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อรับประกันความเชื่อมั่นของลูกค้าในอนาคตของเรา และตั้งใจที่จะมอบความมั่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้รับประโยชน์จากข้อเสนอต่างๆ ของเรา

โดยในปี 2562 ที่ผ่านมาเราได้ขยายข้อเสนอ BMW Premium Selection ครอบคลุมถึงรถยนต์มือสองที่ผ่านการรับรองแล้วให้ได้รับการรับประกันจากกลุ่มอลิอันซ์ด้วยเช่นกัน นับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในพันธกิจของเรากับการมอบประสบการณ์อย่างเหนือชั้นให้กับลูกค้า โดยทำให้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูเป็นรถยนต์ที่เข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าในอนาคต

และเป็นตัวเลือกแรกในใจทั้งในแง่ของคุณค่า คุณภาพ และการบริการในตลาดรถยนต์มือสอง และด้วยผลการตอบรับที่ดีนี้ เราจึงได้เห็นการเติบโตของฐานลูกค้าใหม่ที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมาด้วยมูลค่าสินเชื่อรวมในพอร์ตของเราที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 7% ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่เช่นกัน”

“ปี 2562 ที่ผ่านมายังเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญสำหรับบริการผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิตัล เช่นการเปิดตัวช่องทางติดต่อผ่านทาง LINE ช่วยให้สมาชิกกว่า 5 แสนท่าน สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เรายังได้นำเอาระบบ LINE live chat มาเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บริการข้อมูล BMW Call Center พร้อมกันนี้ เราเตรียมพร้อมเปิดตัวเบอร์ติดต่อหมายเลข 1397 เพื่อความสะดวกสบายสำหรับการติดต่อมาที่ศูนย์บริการข้อมูลของเรา” มร. บียอร์น กล่าวสรุป

  • วิสัยทัศน์แห่งความยั่งยืนทั้งในและนอกองค์กร: ดุลแห่งการผนึกพลัง ผสานความต่าง

ด้วยเป้าหมายที่แน่วแน่ในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จึงได้ผนึกความแข็งแกร่งระหว่างเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก เพื่อนำเอาศักยภาพและทรัพยากรของโรงงาน ผลิตและประกอบยานยนต์ทั้ง 31 แห่งใน 15 ประเทศทั่วโลกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้บีเอ็มดับเบิลยูสามารถบริหารงานในทุกมิติบนหลักการแห่งความยั่งยืนได้อย่างโดดเด่นในอุตสาหกรรม

ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดแล้ว ยังทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย โดยในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการผลิตรถยนต์ 1 คัน ลดลงถึง 39% แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั้งในการพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมที่มีความยั่งยืนในระดับโลก

นอกจากวิสัยทัศน์แห่งความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปยังให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับความยั่งยืนในด้านการเติบโตภายในองค์กร ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความแตกต่าง และหลากหลาย สนับสนุนให้พนักงานเห็นคุณค่าของการเปิดใจยอมรับความแตกต่างการเคารพผู้อื่น และการมอบโอกาสที่เท่าเทียม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปเปี่ยมไปด้วยบุคลากรที่มากด้วยความสามารถ และมีแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานความสำเร็จใหม่ ๆ ภายใต้ความมุ่งมั่นที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

โดยมีความพึงพอใจของลูกค้าทั่วโลกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ได้แสดงถึงการเป็นแบบอย่างในเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศ สนับสนุนโอกาสที่เท่าเทียมของผู้หญิงในการทำงาน ซึ่งอัตราส่วนของบุคลากรหญิงในโรงงานที่ระยองคิดเป็นถึง 19% ของพนักงานทั้งหมดในสายการประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และ 7% ในสายการประกอบบีเอ็มดับเบิลยู โดยมี คุณวิชญา สถาพงศ์ภักดี ในตำแหน่งสำคัญในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายประกอบมอเตอร์ไซค์ของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

BMW Group Thailand Annual Press Conference 2020

มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย

มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า “ปี 2563 นี้ เป็นปีที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 แห่งการเติบโตและเดินหน้าสู่ความสำเร็จในประเทศไทย วิสัยทัศน์ในด้านความยั่งยืน และความหลากหลายของเราล้วนตอกย้ำถึงความสามารถอันโดดเด่นของโรงงานที่จังหวัดระยอง ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในโรงงานประกอบที่มีประสิทธิภาพ และรอบด้านที่สุดในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก และด้วยบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 3 อีกสองรุ่นย่อยที่มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับสายการประกอบในประเทศของเรา

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยจึงมีความสามารถในการประกอบรถทั้งหมด 15 รุ่นสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ถือเป็นการต่อยอดก้าวครั้งใหญ่ที่สำคัญของเราในปีที่ผ่านมา ซึ่งเราได้เปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศไทย และยังได้ฉลองการประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รวมทั้งหมด 155,000 คัน โดยในจำนวนนี้ เรายังได้ส่งออกกว่า 52,000 คันไปยัง 5 ประเทศในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ ในสายการประกอบที่โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เราคำนึงถึงการลดมลภาวะที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ และได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กว่า 4,000 ตารางเมตรเพื่อปูรากฐานสู่การลดมลพิษโดยใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ

“และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา คือการเดินหน้าปูรากฐานทักษะวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ให้แก่เยาวชนไทยผ่านโครงการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ในระบบทวิภาคี BMW Dual Excellence Program ซึ่งนักศึกษา 35% ของโครงการได้เข้าทำงานในโรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู โดยในจำนวนนี้มีนักศึกษาหญิงถึง 27% แสดงถึงเจตนารมณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูทั้งในด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านการสร้างอาชีพให้แก่เยาวชน อีกทั้งยังแสดงถึงการส่งเสริมความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศในวัฒนธรรมองค์กร”

  • ส่งต่อความสุขทั่วประเทศไทยผ่านความรับผิดชอบต่อสังคม

ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนที่มีมาอย่างยาวนานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังได้แผ่ขยายสู่ด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากยนตรกรรม โดยในปี 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และองค์กรพันธมิตร ได้สานต่อโครงการ แคร์ ฟอร์ วอเตอร์ ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ทุรกันดารผ่านการสร้าง การเข้าถึงน้ำสะอาดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยได้ร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไรสัญชาติอเมริกาอย่าง Waves For Water

ซึ่งนอกจากจะได้มอบเครื่องกรองน้ำให้กับชุมชนต่าง ๆ ยังได้ให้คำแนะนำในการประกอบ ทำความสะอาด และรักษาระบบเครื่องกรองน้ำเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ทำให้โครงการ แคร์ ฟอร์ วอเตอร์ เป็นโครงการเพื่อสังคมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยตั้งแต่ปี 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และองค์กรพันธมิตร ได้บริจาคระบบเครื่องกรองน้ำจำนวน 6,201 เครื่อง ให้แก่ 74 ชุมชนทั่วประเทศ ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 620,100 คนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้โดยง่าย

ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สังคม ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และเครือข่ายผู้จำหน่าย ได้สานต่อโครงการ BMW Service Apprentice Program ที่ช่วยฝึกอบรมนักศึกษาอาชีวะทั้งในภาคทฤษฎีและในภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education หรือ GTDEE)

โดยนับจากปี 2555 เป็นต้นมา มีนักศึกษาอาชีวะที่จบหลักสูตรแล้วกว่า 106 คน และสำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย โครงการฝึกอบรมนักศึกษาอาชีวะในด้าน Mechatronics มีนักศึกษาที่จบหลักสูตรแล้ว 62 คน ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2558 ช่วยขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมแห่งใหญ่อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: BMW Group Thailand

About the author

Torque Thailand