Breaking News

BMW 740Le Plug-in Hybrid “No More … Mr. Nice Guy”.

BMW 740Le Plug-in Hybrid แม้จะมากับ “ชื่อ” ที่ “ติดภาพของรถผู้บริหาร และความประหยัด” แต่ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นได้เพียงแค่ยนตรกรรมโลกสวยล่ะก็เชื่อเถอะว่า “ผิดถนัด” เนื่องจากความสามารถชนิดที่คาดเดาไม่ถึง”nd4_2784BMW 740Le Plug-in Hybrid คือ หนึ่งในยนตรกรรมหรูรุ่นล่าสุดของ 7 Series ซึ่งบอกตามตรงว่าผมเองนั้นไม่ค่อยจะสนใจเท่าไร เนื่องจากความคิดที่ฝังหัวมาช้านานว่ามันคือ “รถระดับผู้บริหาร” ที่น่าจะมีสมรรถนะไม่ค่อยจี๊ดจ๊าดเท่าไหร่ เน้นขับเรื่อยๆ นุ่มๆ สบายๆ ซะมากกว่า แต่ด้วยความจำเป็นทำให้ผมมีโอกาสได้ขับ BMW 740Le Plug-in Hybrid รุ่นล่าสุด และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผม “เปลี่ยนความคิด” ไปเลยทันที

และเนื่องจาก BMW 740Le Plug-in Hybrid คือ อนุกรม 7 Series ที่มาพร้อมค่าตัวระดับ 6 ล้านกว่า ฉะนั้นเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก ภายในเราคงไม่ต้องพูดถึง เพราะคุณคงเดาได้ไม่ยาก หรือหาเปิดดูตามแคตตาล็อกเอาก็ได้ เพราะงั้นเข้าเรื่องกันเลยดีกว่ากับ เซอร์ไพรส์ในเรื่องสมรรถนะ

เนื่องจากเท่าที่ได้ลองขับในสไตล์ของผมแล้ว บอกเลยว่าเหมือนอัญเชิญวิญญาณยนตรกรรมสาย M มาประทับทรงไม่มีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะเมื่อจุ่มคันเร่งเต็มๆ เพราะเจ้านี่มากับเทคโนโลยี BMW eDrive ในตระกูล iPerformance แบบ “เสียบปลั๊กชาร์จ”nd4_2818โดยมีแหล่งกำเนิดพลังในการขับเคลื่อน 2 ส่วนด้วยกัน คือ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบ พร้อมระบบอัดอากาศเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ตามด้วยอีกส่วน คือ ระบบไฮบริด ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยพละกำลังทั้งหมดจะมากับเครื่องยนต์ 255 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตันเมตร ตามด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 111 แรงม้า และแรงบิดอีก 249 นิวตันเมตร ซึ่งเค้าว่ากันว่ามันสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.3 วินาทีเท่านั้น ส่วนระบบส่งกำลังนั้นจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic รับหน้าที่ถ่ายทอดกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE

ก่อนหน้านี้ผมเคยขับ 7 Series ที่ไม่ใช่เวอร์ชั่นล่าสุดแบบคันนี้ และบอกเลยว่าการต้องขับขี่ในเมืองเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเอามากๆ เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของแบบชอบธรรม เพราะมันมีความพะวงไม่น้อย เมื่อต้องขับรถขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกับลานจอดรถแคบๆ อย่าง เช่น ใต้ All Season Place สถานที่ประจำในการรับรถ รวมถึงบนท้องถนนในเมืองที่ดูเหมือนจะแคบไป สักนิดเมื่อคุณนั่งขับขี่อยู่ในรถ Big Sedan ระดับนี้nd4_2814 nd4_2786 nd4_2808 nd4_2805 nd4_2826แต่กับเจ้า 7 Series โมเดลผมกลับไม่รู้สึกพะวงกับเหตุผลดังกล่าว นั่นเพราะจุดเด่นในเรื่องของการควบคุมที่เทคโนโลยีของ BMW บรรจงสร้างขึ้นมาให้ใครก็ตามแต่ สามารถควบคุมเจ้ายักษ์รุ่นนี้ได้ง่ายดายมากขึ้น ทั้งจากในเรื่องของน้ำหนักพวงมาลัยที่เบาแรงในความเร็วต่ำ ที่ทำให้สั่งการได้อย่างเชื่องมือ และสร้างความคล่องตัวได้มากขึ้น ส่วนสิ่งที่น่ากังวลไม่หายก็คือ บรรดามอเตอร์ไซค์ที่ซอกแซกไปมาระหว่างรถยนต์บนท้องถนนนี่แหละครับ ที่ยังคงน่ากลัวว่าจะมา “เกี่ยว” เข้าโดยไม่ตั้งใจ

ซึ่งถ้าไม่นับเรื่องนั้น แต่โฟกัสไปถึงเรื่องของการใช้งานในเมือง บอกเลยว่าทำให้น่าประทับใจมาก เพราะแม้จะมีขนาดตัวรถที่ทั้งยาว ทั้งใหญ่ แต่ก็สามารถพริ้วไหวไปตามสภาพการจราจรได้อย่างสบายๆ โดยสิ่งนี้ผมเชื่อว่าเกิดจาก 2 ส่วนสำคัญ อย่างแรกก็คือเรื่องของระบบพวงมาลัยที่กล่าวไปแล้ว ส่วนอย่างที่ 2 ก็น่าจะเป็นเรื่องของพละกำลังการตอบสนองในความเร็วต่ำ ที่นอกจากจะรวดเร็วทันใจแล้ว ยังดูเหมือนเป็นการช่วยลดขนาดตัวรถลงอย่างเหลือเชื่อ ในระดับที่ทำให้ผมกล้า “มุด” ราวกับกำลังขับ 3 Series ยังไงยังงั้น

แถมเจ้านี่ยังสามารถอาละวาดให้เพื่อนร่วมท้องถนนตกใจได้ง่ายๆ อีกด้วย กับการออกตัวจากจนหยุดนิ่งในระดับที่แทบจะเรียกว่า “โดดออก” เพราะจังหวะที่จุ่มคันเร่งแบบลืมตัว ทั้งเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานพร้อมๆ กัน ลองบวกลบคูณหาร พละกำลังจากทั้ง 2 ส่วนดูสิครับ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น …. ใช่เลย มันคือ “แรงดึง” หนักหน่วง และการ Sprint ออกตัวเต็มกำลัง ตามด้วยการไต่ระดับความเร็วขึ้นไปอย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่น ด้วยเกียร์ 8 สปีดที่ต่อเนื่อง ซึ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลความแรง แน่นอนครับว่ามันทำให้รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าได้แทบจะในทันที

แต่งานนี้แค่กดคันเร่งอย่างเดียวไม่ได้ เพราะด้วยความ “เนียน” ของการส่งกำลัง จะทำให้ความเร็วพุ่งสูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ชนิดที่ว่าถ้าไม่เหลือบมองมาตรวัดความเร็วล่ะก็แตะ 200 กม./ชม. กันได้แบบสบายๆ เลยทีเดียว ซึ่งที่รู้ก็เพราะผมเองทำมันบ่อยครั้ง “ทั้งๆ ที่รู้” นะครับnd4_2838 nd4_2850 nd4_2835 nd4_2834 nd4_2847 nd4_2845 nd4_2844ถ้าถามว่าทำไม ผมบอกเลยว่ามันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เพราะคุณจะเจอทั้งความเงียบ นิ่ง และอรรถรสการขับขี่ที่มันส์สุดๆ ในสไตล์การขับขี่ที่มีเอกลักษณ์ของค่ายใบพัดฟ้าขาว คือ มันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่คุณกำลังจะแตะ 200 กม./ชม. ด้วยอารมณ์ที่เหมือนคุณขับอยู่ซัก 100 – 120 กม./ชม. และไม่ใช่ด้วยโหมดการขับขี่แบบ Sport นะครับ แค่ Comfort เท่านั้น

ส่วนในโหมด Sport นั้นเป็นความมันส์อีกแบบ ราวกับคุณขับรถสปอร์ตคันใหญ่ ที่อะไรๆ ก็เฟิร์มๆ แน่นๆ พวงมาลัยคม, ช่วงล่างให้เสถียรภาพดีเยี่ยม พร้อมเสียงที่บ่งบอกอย่างชัดเจนถึงความต่างระหว่างโหมด Comfort และ Sport รวมถึงรอบเครื่องยนต์ที่ดูจะกวาดไวกว่าปกติ เช่นเดียวกับตัวเลขความเร็ว และโชคดีไม่น้อยทีเดียวที่วันนี้มีเพียงแค่ผมกับเจ้า BMW 740Le Plug-in Hybrid สีดำดุดันคันนี้เท่านั้น

เพราะงั้นความเกรงใจเพื่อนเอาเก็บใส่กระเป๋าไว้ก่อน จากนั้นก็ถึงคิวของโหมดการขับขี่สปอร์ตเต็มรูปแบบ ด้วยการกระแทกคันเร่งหนักๆ ลิ้มรสขุมพลังที่ไม่คาดคิดว่าจะมาจาก 7 Series รวมถึงฟิลลิ่งที่ถ้าโกหกเราว่ามันเป็นเวอร์ชั่น M เราก็เชื่อ เพราะต่อให้ เร่งหนัก เบรกหนัก หรือ “มุด” ไปมาบนท้องถนนก็ตามเจ้า BMW 740Le Plug-in Hybrid ก็ยังคงให้สมรรถนะที่น่าประทับใจมาก ถึงมากที่สุด

ซึ่งหลายคนในวันนั้นอาจได้เห็นลีลาการขับสุดดุดันของ BMW 740Le Plug-in Hybrid กันบ้าง และก็คงไม่คิดจะเชื่อว่านั่นคือ ยนตรกรรมสุดหรูอย่าง BMW 7 Series แต่เชื่อเถอะครับว่า “เค้าทำได้” เพราะผมเองก็ไม่เชื่อเหมือนกัน จนกว่าจะได้ลองขับ ทำเอาติดใจจนแทบไม่อยากจะลงรถ หรือนำส่งคืนเลยทีเดียว ครั้นจะบอกว่าอยากได้สักคันก็คงได้แค่ฝัน เพราะค่าตัวระดับ 6 ล้านกว่า

แต่ก็เพราะด้วยค่าตัวระดับนี้ และค่านิยมของการเป็นยนตรกรรมสำหรับผู้บริหารนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมนึกขึ้นได้ แล้วก็แอบเสียดายแทน เพราะค่านิยมส่วนใหญ่กับ 7 Series คือ การเป็นรถผู้บริหารที่ต้องมี “คนขับรถ” ให้นั่ง เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าคนจ่ายตังค์ จึงพลาดโอกาสที่จะได้รับรู้ถึงความยอดเยี่ยมในเรื่องสมรรถนะจาก BMW 740Le Plug-in Hybrid ซึ่งคงเป็นเรื่องน่าสงสารแย่ถ้าจ่ายราคาเท่านี้แล้วได้สัมผัสแค่ความสะดวกสบายของเบาะนั่งด้านหลังอย่างเดียวnd4_2797และในฐานะที่หลังจากได้หวดเจ้านี่จะอย่างใจไปเป็นที่เรียบร้อย เลยอยากจะขอบอกผู้ที่คิดจะควักเงินเพื่อเป็นเจ้าของ BMW 740Le Plug-in Hybrid สักนิดว่า “ลองขับดูเถอะครับ” เพราะถ้าคุณยังนั่งอยู่ด้านหลัง “คุณจะพลาดโอกาสสัมผัสความยอดเยี่ยมที่สุดแห่งโลกยนตรรรม” ไปแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

Specification

BMW 740Le Plug-in Hybrid

  • Price                       :  6,639,000 BHT
  • Engine                  :  1,998 CC / 4 Cylinder 16 Valve / Turbocharged / 255 hp @ 5,000 rpm / 400 Nm @ 1,500 – 4,400 rpm 
  • Electric Motor   :  111 hp @ 3,170 rpm / 249 Nm @ 3,170 rpm 
  • Transmission    :  8A/T / xDRIVE
  • Performance    :  0 – 100 Km/h @ 5.3 Sec. / Top Speed @ 210 Km/h
  • Weight                :  2,155 Kg.

Check Also

มหกรรมขับเคลื่อนความสุข Drive Economy

Toyota presents “มหกรรมขับเคลื่อนความสุข Drive Economy”

ข่าวรถ: โตโยต้า จัดงานแฟร์ยิ่งใหญ่กระตุ้นเศรษฐกิจไทยในรูปแบบวิถีใหม่ กับงาน “มหกรรมขับเคลื่อนความสุข Drive Economy” พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ข่าวรถ: Toyota presents “มหกรรมขับเคลื่อนความสุข Drive Economy” หากคุณกำลังค้นหา …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *