อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวในตลาดภายในประเทศ โดยผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจจะเห็นภาพชัดจากตัวเลขเดือนมกราคม 2569 ซึ่งยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 53.77% จากปีก่อน หน้าแรงหนุนหลักมาจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 และการเริ่มผลิตชดเชยตามโครงการ EV 3.5 ขณะที่การผลิตรวมขยายตัว 10.53% แต่ภาคส่งออกยังชะลอลง โดยเฉพาะตลาดหลักในเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา
สรุปตัวเลขสำคัญ เดือนมกราคม 2569
-
ผู้แถลงข้อมูล: นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
-
การผลิตรถยนต์รวม: 118,386 คัน
-
เพิ่มขึ้น 3.98% จาก ธ.ค. 2568
-
เพิ่มขึ้น 10.53% จาก ม.ค. 2568
-
-
ผลิตเพื่อส่งออก: 79,686 คัน (75.71% ของการผลิตรวม) เพิ่มขึ้น 6.19%
-
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ: 38,700 คัน (24.29%) เพิ่มขึ้น 20.71%
-
ยอดขายรถยนต์ในประเทศ: 73,936 คัน
-
เพิ่มขึ้น 53.77% จาก ม.ค. 2568
-
-
ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป: 58,405 คัน ลดลง 6.28%
-
มูลค่าส่งออกรถยนต์รวม (รถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่): 58,218.04 ล้านบาท ลดลง 5.40%
-
ผลิตรถจักรยานยนต์: 201,007 คัน ลดลง 10.50%
-
ส่งออกรถจักรยานยนต์: 79,078 คัน เพิ่มขึ้น 8.49%
โครงสร้างการผลิต: ICE ลดลง ขณะที่ BEV และ HEV เพิ่มขึ้น
รถยนต์นั่งผลิตได้ 41,535 คัน เพิ่มขึ้น 16.30% แยกเป็น
-
ICE 17,991 คัน ลดลง 12.65%
-
BEV 2,471 คัน เพิ่มขึ้น 48.41%
-
PHEV 1,725 คัน ลดลง 20.32%
-
HEV 19,348 คัน เพิ่มขึ้น 21.58%
รถกระบะ 1 ตัน ผลิตรวม 75,468 คัน เพิ่มขึ้น 6.89% โดยกระบะ BEV ผลิต 459 คัน เพิ่มขึ้น 100% จากปีก่อน
รถบรรทุกต่ำกว่า 5 ตันถึงมากกว่า 10 ตัน ผลิต 1,383 คัน เพิ่มขึ้น 76.18%
ยอดขายในประเทศ: BEV ทำสถิติสูงสุดใหม่
ยอดขายรถยนต์นั่งและ SUV รวม 55,960 คัน เพิ่มขึ้น 83.21% โดยเฉพาะ BEV 31,859 คัน เพิ่มขึ้น 353.90% สูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกสถิติในประเทศไทย
โครงสร้างยอดขาย:
-
ICE 10,485 คัน ลดลง 12.24%
-
BEV 31,859 คัน (43.09% ของตลาดทั้งหมด)
-
HEV 12,654 คัน เพิ่มขึ้น 19.23%
-
PHEV 899 คัน ลดลง 6.84%
-
REEV 63 คัน เพิ่มขึ้น 100%
รถกระบะมียอดขาย 11,507 คัน ลดลง 6.12% สะท้อนความเข้มงวดสินเชื่อและกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ
ส่งออกชะลอ จากข้อกำหนดความปลอดภัยและคาร์บอน
การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 45 เดือน เนื่องจาก
-
การเลิกผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพื่อส่งออก
-
ข้อกำหนดความปลอดภัยและการปล่อยคาร์บอนที่เข้มงวดในหลายประเทศ
รายละเอียดส่งออก:
-
รถกระบะ 36,478 คัน (62.46%) ลดลง 5.23%
-
รถยนต์นั่ง ICE ลดลง 48.52%
-
รถยนต์นั่ง HEV เพิ่มขึ้น 170.93%
-
รถ PPV ลดลง 13.17%
ภาพรวมยานยนต์ไฟฟ้า: BEV ป้ายแดงทะลุ 45,668 คัน
การจดทะเบียนใหม่เดือนมกราคม 2569
-
BEV รวม 45,668 คัน เพิ่มขึ้น 210.43%
-
HEV 17,224 คัน เพิ่มขึ้น 27.16%
-
PHEV 1,975 คัน เพิ่มขึ้น 83.89%
ยอดสะสม ณ 31 มกราคม 2569
-
BEV 418,046 คัน เพิ่มขึ้น 72.69%
-
HEV 621,949 คัน เพิ่มขึ้น 28.79%
-
PHEV 83,301 คัน เพิ่มขึ้น 29.66%
สัดส่วนการจดทะเบียนใหม่ (เฉพาะ รย.1) เดือนมกราคม 2569
-
BEV 40,442 คัน คิดเป็น 48.56% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
-
HEV 17,164 คัน (20.61%)
-
ดีเซล 12,760 คัน (15.32%)
-
เบนซิน 10,935 คัน (13.13%)
บริบทเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง
ไตรมาส 4 ปี 2568 เศรษฐกิจขยายตัว 2.5% จากการลงทุนรวมเพิ่มขึ้น 8.1%
-
ภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 6.5%
-
ภาครัฐเพิ่มขึ้น 13.3%
-
การก่อสร้างโรงงานเพิ่มขึ้น 12.2%
-
การนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มขึ้น 21.8%
แม้ตลาดในประเทศเติบโตจากแรงหนุน EV แต่ภาคอุตสาหกรรมยังใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% และการอนุมัติสินเชื่อยังเข้มงวด ส่งผลให้รถกระบะยังหดตัว
ภาพรวมเดือนมกราคม 2569 จึงสะท้อนโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนผ่านชัดเจนจาก ICE ไปสู่ BEV และ HEV ขณะที่ภาคส่งออกยังเผชิญแรงกดดันจากกฎระเบียบระหว่างประเทศและโครงสร้างการผลิตที่ปรับตัวตามเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง
TorqueThailand.com

