Breaking News

โตโยต้า เผยยอดขาย เดือนพฤศจิกายน 2561 ยอดขายรวม 94,643 คัน เพิ่มขึ้น 21.2%

โตโยต้า เผยยอดขาย เดือนพฤศจิกายน 2561 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 94,643 คัน เพิ่มขึ้น 21.2% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 35,446 คัน เพิ่มขึ้น 12.8%

โตโยต้า เผยยอดขาย เดือนพฤศจิกายน-2561-C-HR-Perfect Deal-ครั้งแรก กับข้อเสนอที่สมบูรณ์แบบ.jpg
C-HR Perfect Deal ครั้งแรก กับข้อเสนอที่สมบูรณ์แบบ

โตโยต้า เผยยอดขาย เดือนพฤศจิกายน ยอดขายรวม 94,643 คัน เพิ่มขึ้น 21.2%

นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 94,643 คัน เพิ่มขึ้น 21.2% ประกอบด้วย

  • รถยนต์นั่ง 35,446 คัน เพิ่มขึ้น 12.8%
  • รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 59,197 คัน เพิ่มขึ้น26.9%
  • รถกระบะขนาด 1 ตัน มีจำนวน 48,612 คัน เพิ่มขึ้น 27.5%

ประเด็นสำคัญ
1) ตลาดรถยนต์เดือนพฤศจิกายนปริมาณการขาย 94,643 คัน เพิ่มขึ้น 21.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 12.8% และตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 26.9% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่และความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการขายจากค่ายรถต่างๆที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

2) ตลาดรถยนต์สะสม 11 เดือน มีปริมาณการขาย 928,158 คัน เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขายเติบโตเพิ่มขึ้น 17.9% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการขายเติบโตเพิ่มขึ้น 23% สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีมาอย่างต่อเนื่องทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นในด้านการลงทุนและการใช้จ่ายส่งผลให้ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3) ตลาดรถยนต์ในเดือนธันวาคม มีแนวโน้มเติบโต เนื่องจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศมีสัญญาณดีขึ้น รวมถึงแผนการลงทุนของภาครัฐมีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับการจัดงานThailand International Motor Expo 2018 ในช่วงต้นเดือนธันวาคม และความต่อเนื่องของกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งจะส่งผลในเชิงบวกต่อตลาดรถยนต์ แต่อย่างไรก็ตามความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับจีนยังคงมีอยู่ แต่ยังไม่ส่งผลต่อตลาดรถยนต์มากนัก

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนพฤศจิกายน 2561

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 94,643 คัน เพิ่มขึ้น 21.2%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 30,776 คัน เพิ่มขึ้น 41.2% ส่วนแบ่งตลาด 32.5%
  • อันดับที่ 2 อีซูซุ 16,777 คัน เพิ่มขึ้น 17.9% ส่วนแบ่งตลาด 17.7%
  • อันดับที่ 3 ฮอนด้า 11,099 คัน เพิ่มขึ้น 7.1% ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 35,446 คัน เพิ่มขึ้น 12.8%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 10,488 คัน เพิ่มขึ้น 14% ส่วนแบ่งตลาด 29.6%
  • อันดับที่ 2 ฮอนด้า 8,223 คัน เพิ่มขึ้น 6.1% ส่วนแบ่งตลาด 23.2%
  • อันดับที่ 3 มาสด้า 4,489 คัน เพิ่มขึ้น 25% ส่วนแบ่งตลาด 12.7%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 59,197 คัน เพิ่มขึ้น 26.9%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 20,288 คัน เพิ่มขึ้น 61.1% ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
  • อันดับที่ 2 อีซูซุ 16,777 คัน เพิ่มขึ้น 17.9% ส่วนแบ่งตลาด 28.3%
  • อันดับที่ 3 ฟอร์ด 5,387 คัน ลดลง 1.6% ส่วนแบ่งตลาด 9.1%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 48,612 คัน เพิ่มขึ้น 27.5%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 17,962 คัน เพิ่มขึ้น 53.7% ส่วนแบ่งตลาด 36.9%
  • อันดับที่ 2 อีซูซุ 15,682 คัน เพิ่มขึ้น 21.9% ส่วนแบ่งตลาด 32.3%
  • อันดับที่ 3 ฟอร์ด 5,387 คัน เพิ่มขึ้น 2.9% ส่วนแบ่งตลาด 11.1%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลงในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 5,834 คัน
โตโยต้า 2,290 คัน – อีซูซุ 1,178 คัน – มิตซูบิชิ 1,220 คัน– ฟอร์ด 585 คัน– นิสสัน 295 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 42,778 คัน เพิ่มขึ้น 30.8%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 15,672 คัน เพิ่มขึ้น 73.4% ส่วนแบ่งตลาด 36.6%
  • อันดับที่ 2 อีซูซุ 14,504 คัน เพิ่มขึ้น 21.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.9%
  • อันดับที่ 3 ฟอร์ด 4,802 คัน เพิ่มขึ้น 7.8% ส่วนแบ่งตลาด 11.2%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2561

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 928,158 คัน เพิ่มขึ้น 21%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 283,961 คัน เพิ่มขึ้น 36% ส่วนแบ่งตลาด 30.6%
  • อันดับที่ 2 อีซูซุ 155,941 คัน เพิ่มขึ้น 7.5% ส่วนแบ่งตลาด 16.8%
  • อันดับที่ 3 ฮอนด้า 115,001 คัน เพิ่มขึ้น 1.5% ส่วนแบ่งตลาด 12.4%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 359,342 คัน เพิ่มขึ้น 17.9%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 103,183 คัน เพิ่มขึ้น 22.3% ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
  • อันดับที่ 2 ฮอนด้า 86,529 คัน เพิ่มขึ้น 2.5% ส่วนแบ่งตลาด 24.1%
  • อันดับที่ 3 มาสด้า 46,598 คัน เพิ่มขึ้น 43.5% ส่วนแบ่งตลาด 13%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 568,816 คัน เพิ่มขึ้น 23%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 180,778 คัน เพิ่มขึ้น 45.3% ส่วนแบ่งตลาด 31.8%
  • อันดับที่ 2 อีซูซุ 155,941 คัน เพิ่มขึ้น 7.5% ส่วนแบ่งตลาด 27.4%
  • อันดับที่ 3 ฟอร์ด 59,958 คัน เพิ่มขึ้น 22.6% ส่วนแบ่งตลาด 10.5%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 452,952 คัน เพิ่มขึ้น 21.2%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 157,618 คัน เพิ่มขึ้น 36.6% ส่วนแบ่งตลาด 34.8%
  • อันดับที่ 2 อีซูซุ 141,974 คัน เพิ่มขึ้น 7.4% ส่วนแบ่งตลาด 31.3%
  • อันดับที่ 3 ฟอร์ด 59,262 คัน เพิ่มขึ้น 28% ส่วนแบ่งตลาด 13.1%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 57,409 คัน
โตโยต้า 23,795 คัน – มิตซูบิชิ 11,496 คัน – อีซูซุ 11,161 คัน – ฟอร์ด 8,673 คัน – เชฟโรเลต 1,468 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 395,543 คัน เพิ่มขึ้น 22.8%

  • อันดับที่ 1 โตโยต้า 133,823 คัน เพิ่มขึ้น 40.4% ส่วนแบ่งตลาด 33.8%
  • อันดับที่ 2 อีซูซุ 130,813 คัน เพิ่มขึ้น 8% ส่วนแบ่งตลาด 33.1%
  • อันดับที่ 3 ฟอร์ด 50,589 คัน เพิ่มขึ้น 29.3% ส่วนแบ่งตลาด 12.8%

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

Check Also

MICHELIN Ranked No.1 on SPOTT 2024

มิชลินครองอันดับหนึ่ง 3 ปีซ้อน สะท้อนการดำเนินงานที่โดดเด่นในภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา (Natural Rubber Sector) บนเวทีโลก

ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก รั้งตำแหน่งผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ครองอันดับหนึ่งถึง 3 ปีติดต่อกันในการประเมินภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา ซึ่งจัดทำโดย SPOTT ทั้งนี้ ในการประเมินผลประจำปี 2567 มิชลินรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตยางรถยนต์ที่มีคะแนนสูงสุดเอาไว้ได้ด้วยคะแนน 80.9% เพิ่มสูงขึ้น 0.8% …