รีวิว ทดลองขับ ISUZU D-MAX HI-LANDER 2.2 Ddi M A/T
“THE ONE & ONLY” กระบะยกสูงที่สมดุลที่สุดสำหรับการใช้งานจริง
ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับผู้อ่าน Torque Thailand ทุกท่าน บทความนี้ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของเรา ด้วยการหยิบเอารถกระบะยกสูงรุ่นเรือธงจากค่ายตรีเพชรอย่าง ISUZU D-MAX HI-LANDER 2.2 Ddi M A/T รุ่นสูงสุดของตระกูล HI-LANDER มาต้อนรับปีม้าทองอย่างเป็นทางการ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ISUZU คือหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ยืนอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดประเทศไทยอย่างมั่นคงมาโดยตลอด ไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะผันผวนเพียงใด ตัวเลขยอดจำหน่ายประจำปีก็ยังคงสะท้อนภาพเดิม นั่นคือการติดอันดับ Top 3 อย่างสม่ำเสมอ ทั้งที่มีไลน์อัพหลักอยู่เพียง 2 กลุ่มเท่านั้น ได้แก่ รถกระบะ และ รถอเนกประสงค์ PPV
คำกล่าวที่ว่า “การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดว่ายากแล้ว แต่การรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำให้คงอยู่และพัฒนาต่อไปนั้นยากยิ่งกว่า” น่าจะอธิบายตัวตนของ ISUZU ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่การเปิดตัว ISUZU D-MAX เจเนอเรชันแรกในปี พ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบัน
และก่อนที่ปี พ.ศ. 2568 จะสิ้นสุดลง ISUZU ก็ได้ตอกย้ำจุดยืนของตนเองอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว D-MAX รุ่นปรับโฉม ภายใต้นิยามใหม่ “THE ONE & ONLY” ซึ่งครอบคลุมทุกไลน์อัพ รวมถึง HI-LANDER รุ่นที่เรานำมาทดลองขับในครั้งนี้ด้วย
ภายนอก: หล่อขึ้น ชัดขึ้น ในสไตล์ HI-LANDER
ISUZU D-MAX HI-LANDER เวอร์ชัน “THE ONE & ONLY” ได้รับการปรับบุคลิกภายนอกให้ดูโดดเด่นและทันสมัยมากขึ้น เริ่มจาก กระจังหน้าแบบ Multi-layer ดีไซน์ใหม่ ทำงานร่วมกับ ไฟหน้าดีไซน์พิเศษ ที่เน้นเส้นสาย Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ซึ่งรวมการทำงานของไฟ DRL, ไฟหรี่ และไฟเลี้ยวไว้ในชุดเดียว
ด้านท้ายเสริมความสปอร์ตด้วย ไฟท้าย LED แบบ Clear Lens, กันชนท้ายทรงสปอร์ต และปิดท้ายด้วย ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีทูโทน ดีไซน์ Active Blade ซึ่งช่วยเติมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งในแบบกระบะยกสูงได้อย่างลงตัว
ภายใน: เปลี่ยนเล็กน้อย แต่ใช้งานจริงมากขึ้น
ห้องโดยสารมีการปรับเปลี่ยนในรายละเอียด ไม่ได้หวือหวา แต่เน้นการใช้งานจริง เช่น เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี COOLMAX และ ระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในตำแหน่งผู้ขับขี่
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ อาจทำให้เกิดคำถามเรื่อง “ความคุ้มค่า” ในมุมของผู้บริโภคบางกลุ่ม แต่สำหรับเรา สิ่งที่ ISUZU เพิ่มเข้ามาอย่างชัดเจน คือ ระบบอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัย ที่ยกระดับขึ้นจากเดิมอย่างรู้สึกได้
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: จุดขายสำคัญของรุ่นนี้
ISUZU D-MAX HI-LANDER 2.2 Ddi M A/T มาพร้อมอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น
-
พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ใหม่ ให้การควบคุมแม่นยำและขับขี่สบาย
-
กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ
-
ระบบ Isuzu Genius Entry พร้อม Remote Engine Start
-
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ Walk Away Auto Lock
ด้านระบบความปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ ด้วยการติดตั้ง ADAS เวอร์ชันล่าสุด ที่ทำงานร่วมกับกล้องหน้า เรดาร์ และเซ็นเซอร์รอบคัน ครอบคลุมทั้ง
-
Adaptive Cruise Control (ACC) แบบ Full Speed Range
-
Forward Collision Warning พร้อม AEB
-
Lane Keep Assist System (LKAS)
-
Traffic Jam Assist (TJA)
-
Blind Spot Monitoring (BSM)
-
Rear Cross Traffic Alert & Brake
-
Automatic High Beam
-
Multi-Collision Brake
-
Pedal Misapplication Mitigation
-
Parking Aid System
-
จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
จากรายชื่อทั้งหมดนี้ คงไม่ยากที่จะสรุปได้ว่า “ความปลอดภัย” คือหนึ่งในหัวใจหลักของ ISUZU ควบคู่ไปกับสมรรถนะและความประหยัดเชื้อเพลิง
สมรรถนะ: เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ISUZU Ddi MAXFORCE ขนาด 2.2 ลิตร ที่ได้รับการปรับจูนเพื่อเน้นสมดุลระหว่างพละกำลังและความประหยัด มาพร้อม E-VGS Turbo และกล่องควบคุม ECM แบบ Multi-Core
โครงสร้างภายในเน้นความทนทานด้วยเสื้อสูบ Extreme Strength และชุด Timing Gear & Chain แบบ Double Scissors Gear ที่ช่วยลดเสียงรบกวนและเพิ่มอายุการใช้งาน
กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมโหมด REV TRONIC และ Paddle Shift ที่พวงมาลัย
การขับขี่: คุ้นเคย แต่มั่นใจขึ้นอย่างชัดเจน
บุคลิกการขับขี่โดยรวมให้ความรู้สึกคุ้นเคยในแบบ ISUZU แต่จุดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ซึ่งสามารถแปรผันน้ำหนักได้เหมาะสมในทุกช่วงความเร็ว ตั้งแต่ความเร็วต่ำที่เบาแรง คล่องตัว ไปจนถึงความเร็วเดินทางที่ให้ความมั่นใจ
แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่มาในรอบต่ำช่วง 1,600–2,400 รอบ/นาที ช่วยให้รถกระบะ 4 ประตูขนาดกว่า 5 เมตรคันนี้ ใช้งานในเมืองได้คล่องตัวเกินคาด
ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกสองชั้น ด้านหลังแหนบครึ่งวงรี ให้การดูดซับแรงสะเทือนได้ดี เน้นความนุ่มนวลมากกว่าความสปอร์ต ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้งานหลักของ HI-LANDER
บทสรุปจาก Torque Thailand
ISUZU D-MAX HI-LANDER 2.2 Ddi M A/T คือกระบะยกสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ได้เน้นความสปอร์ตจัดจ้าน แต่โดดเด่นในเรื่องความสมดุล ความปลอดภัย และความสบายในการขับขี่
ด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และสมรรถนะที่เหมาะสมกับสภาพถนนไทย ในระดับราคาประมาณ 1,157,000 บาท ทำให้รถคันนี้ก้าวข้ามภาพของ “กระบะขนของ” ไปสู่การเป็นรถใช้งานอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวได้อย่างเต็มตัว
ข้อดี
-
ระบบความปลอดภัย ADAS ให้มาครบและใช้งานได้จริง
-
พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ช่วยยกระดับการขับขี่ชัดเจน
-
เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE สมดุลทั้งแรงและประหยัด
-
ความนุ่มนวลของช่วงล่าง เหมาะกับการใช้งานประจำวัน
-
ภาพลักษณ์แข็งแกร่ง ดูดีทั้งในเมืองและเดินทางไกล
ข้อสังเกต
-
การเปลี่ยนแปลงภายในเน้นรายละเอียด มากกว่าความหวือหวา
-
ไม่ใช่กระบะสายสปอร์ตสำหรับผู้ที่ต้องการฟีลแรงจัด
ข้อมูลจำเพาะ
ISUZU D-MAX HI-LANDER 2.2 Ddi M A/T
-
ราคา : 1,157,000 บาท
-
เครื่องยนต์ : 2,164 ซีซี ดีเซล VGS Turbo
-
กำลังสูงสุด : 163 แรงม้า
-
แรงบิดสูงสุด : 400 นิวตันเมตร
-
เกียร์ : อัตโนมัติ 8 สปีด
-
ระบบขับเคลื่อน : ล้อหลัง
TorqueThailand.com






























