Ford เปิดศักราชใหม่มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก รีแบรนด์สู่ “Ford Racing” จากดีทรอยท์สู่ดาการ์ พร้อมส่งดีเอ็นเอสนามแข่งสู่ถนนจริง
ท่ามกลางบรรยากาศอันทรงพลังของ Michigan Central Station ใจกลางเมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จัดงาน Global Season Launch เปิดฤดูกาลแข่งขันรถยนต์ระดับโลก เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่กึกก้องเป็นสัญญาณเริ่มต้นบทใหม่ของประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ต
ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการประกาศ รีแบรนด์จาก “Ford Performance” สู่ชื่อใหม่ที่ชัดเจนและดุดันกว่าเดิม — “Ford Racing” เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการใช้สนามแข่งเป็นเวทีพัฒนานวัตกรรม และส่งต่อสมรรถนะจากสนามแข่งสู่รถที่ลูกค้าขับได้จริง
จากสนามแข่งสู่ถนนจริง: นิยามใหม่ของ Ford Racing
จุดโฟกัสที่สะกดทุกสายตา คือการเปิดตัว Mustang Dark Horse SC รถรุ่นแรกที่สะท้อนจิตวิญญาณ Ford Racing อย่างแท้จริง ด้วยการนำเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาใช้ในรถสำหรับถนนจริง ทั้ง
-
หลักอากาศพลศาสตร์จากสนามแข่ง
-
เครื่องยนต์ V8 Supercharged ขนาด 5.2 ลิตร
-
การปรับจูนสมรรถนะเพื่อการใช้งานจริง
ทำให้คำว่า “สมรรถนะ” ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพิทเลน แต่ส่งตรงถึงมือผู้ขับขี่บนถนนจริง
รำลึกจุดกำเนิดแห่งชัยชนะ: จากปี 1901 สู่ Ford Racing วันนี้
วิลล์ ฟอร์ด ผู้บริหารระดับสูงและทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลฟอร์ด พาย้อนกลับไปยังปี 1901 วันที่ เฮนรี่ ฟอร์ด คว้าชัยชนะจากการแข่งขันด้วยรถที่ชื่อว่า Sweepstakes ชัยชนะครั้งนั้นไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล แต่คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ฟอร์ด
การกลับมาใช้ชื่อ Ford Racing ในวันนี้ คือคำมั่นสัญญาในการทลายกำแพงระหว่าง “วิศวกรรมสนามแข่ง” และ “รถยนต์ที่ลูกค้าขับในชีวิตประจำวัน” เพื่อให้ดีเอ็นเอแห่งชัยชนะเดินทางไปถึงหน้าบ้านลูกค้าได้อย่างแท้จริง
Ford Raptor T1+ พิสูจน์ความแกร่งบนเวที Dakar Rally
ขณะสปอตไลต์ยังส่องสว่างในดีทรอยท์ อีกฟากของโลกคือความดิบโหดของ Dakar Rally ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย สนามแข่งที่ถูกยกย่องว่าโหดที่สุดในโลก
Ford Racing ส่งรถแข่ง Ford Raptor T1+ ลงแข่งขันถึง 8 คัน ในการแข่งขันระหว่างวันที่ 3–17 มกราคม และเมื่อการแข่งขันตลอดสองสัปดาห์สิ้นสุดลง
-
Mattias Ekström คว้าชัยชนะในสเตจสุดท้าย
-
ฟอร์ดคว้า 2 ตำแหน่งบนโพเดียม Overall
-
อันดับ 2: Nani Roma
-
อันดับ 3: Mattias Ekström
-
นี่คือการประกาศศักดาอย่างชัดเจนว่า Ford Racing ไม่ได้ลงแข่งเพื่อมีชื่อ แต่ลงแข่งเพื่อ “ท้าทายทุกขีดจำกัด”
ปีที่ “ยุ่งที่สุด” ของ Ford Racing
ฟอร์ดประกาศปีแห่งความมุ่งมั่น ด้วยแผนลงแข่งขัน 34 รายการทั่วโลก เพื่อใช้สนามแข่งเป็น ห้องทดลองจริง ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถส่งต่อสู่รถโปรดักชันสำหรับลูกค้าทั่วโลกได้จริง
ความร่วมมือ Red Bull และการหวนคืนสู่ Formula 1
หนึ่งในไฮไลต์ของงาน คือการตอกย้ำความร่วมมือพัฒนาขุมพลัง Red Bull Ford Powertrains สำหรับการแข่งขัน Formula 1 ภายในงานมีการเผยโฉมลวดลายรถแข่งฤดูกาลปี 2026 ของ 2 ทีม ได้แก่
-
Oracle Red Bull Racing
-
Visa Cash App Racing Bulls
นี่คือการหวนคืนสู่สังเวียน F1 อย่างเต็มภาคภูมิหลังห่างหายกว่า 22 ปี พร้อมพิสูจน์ว่าความเร็วในแบบฟอร์ด คือการผสาน พลัง + วิศวกรรม + นวัตกรรม เข้าด้วยกัน
จากดีทรอยท์และดาการ์… สู่สนามแข่งเมืองไทย
สำหรับแฟนฟอร์ดชาวไทย ดีเอ็นเอของ Ford Racing ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับโลก แต่ถูกถ่ายทอดสู่สนามแข่งในประเทศไทยอย่างจริงจังผ่านกิจกรรมของ ฟอร์ด ประเทศไทย
On-Road
-
ทีม Ford Thailand Racing (FTR)
-
ส่ง Ford Ranger แข่งขันใน Thailand Super Series ตั้งแต่ปี 2563
Off-Road
-
สนับสนุนทีม Felix Innovation Motorsport
-
ส่ง Ford Ranger Raptor
-
แข่งขันใน Asia Cross Country Rally ตั้งแต่ปี 2566
บทสรุป: จิตวิญญาณที่ไม่เคยยอมแพ้
การเปิดฤดูกาลแข่งครั้งนี้คือคำยืนยันว่า ทุกหยาดเหงื่อในสนามแข่ง คือข้อมูลจริงเพื่อพัฒนารถที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
ไม่ว่าจะเป็น เลอมังส์ ดาการ์ หรือสนามแข่งในประเทศไทย
“เราไม่ได้แค่ไปร่วมการแข่งขัน แต่เราไปเพื่อชนะ”
นี่คือคำมั่นสัญญาที่ Ford Racing มอบให้กับแฟนฟอร์ดและลูกค้าทั่วโลก — รถฟอร์ดทุกคันที่คุณขับ คือผลผลิตจากจิตวิญญาณนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้
TorqueThailand.com







