LEAPMOTOR B10 (2026) Review: ถ้าคุณมองหา Compact SUV ภายในกว้าง B10 ไม่ทำให้ผิดหวัง!
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!Torque’s Rating
การบังคับควบคุม 6/10
พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน 6/10
ความอรรถประโยชน์ 7/10
ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน 7/10
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา 8/10
ควรซื้อเพราะ…
หากคุณมองหารถไฟฟ้าสไตล์ Compact SUV ที่ภายในกว้าง ใช้งานในเมืองเป็นหลัก และต้องเจอกับสภาพถนนที่ขรุขระอยู่เป็นประจำ
เพราะเมื่อเทียบกับรถในคลาสและราคาใกล้เคียงกัน Leapmotor B10 เด่นเรื่องพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางจริงในทุกตำแหน่ง จากการทดสอบของเรา ผู้ขับที่มีความสูงราว 180 ซม. ยังสามารถนั่งในตำแหน่งผู้ขับได้ด้วยท่าขับขี่ที่ถูกต้อง ไม่อึดอัด
ฟีลการขับขี่เน้นความเป็นมิตร พวงมาลัยเบามือ ผสานกับช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวลและอัตราเร่งที่เพียงพอ ทำให้ใช้งานในเมืองได้คล่องตัว โดยเฉพาะบนถนนที่มีการซ่อมปะ หลุมฝาท่อระบายน้ำ หรือผิวถนนไม่เรียบซึ่งพบได้บ่อยในกรุงเทพฯ Leapmotor B10 จึงเหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันมากกว่ารถที่เน้นสมรรถนะเป็นหลัก
นอกจากนี้ ถ้าเส้นทางที่คุณใช้ประจำ “น้ำท่วมทุกปี” ระยะห่างใต้ท้อง 170 มม. ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ SUV จีนในคลาสเดียวกัน จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจเมื่อต้องขับลุยน้ำ ตลอดจนหากต้องขับบนเส้นทางทุรกันดารเป็นครั้งคราวให้คุณลดความกังวลลงได้อีกด้วย
ไม่ควรซื้อถ้า…
คุณให้ความสำคัญกับสมรรถนะเป็นหลัก และคาดหวังการขับที่เฉียบคม
เพราะแม้ Leapmotor B10 จะมีโหมด Sport ให้เลือกใช้งาน แต่จากการทดสอบของเราพบว่า พวงมาลัยยังคงมีน้ำหนักเบาและสื่อสารทิศทางล้อหน้ามาสู่มือคุณได้ไม่คมชัดเท่าที่ควร ขณะที่ช่วงล่างซึ่งเซ็ตมาในแนวนุ่มนวล ทำให้รถมีอาการเอียงตัวชัดเจนเมื่อเข้าโค้งแคบด้วยความเร็ว หรือเปลี่ยนเลนขณะอยู่บนถนนขรุขระด้วยความเร็ว
หากคุณขับรถเร็ว หรือให้ความสำคัญกับความมั่นใจในโค้ง รถในระดับราคาใกล้เคียงกันอย่าง MG S5 ที่ Torque เคยทดสอบมาแล้ว จะตอบโจทย์ในด้านสมรรถนะการขับขี่ได้ดีกว่า
นอกจากนี้ หากต้องมีผู้โดยสารเบาะหลังร่วมเดินทางเป็นประจำ เบาะหลังของ B10 ที่ไม่สามารถปรับเอนหรือเลื่อนหน้า–หลังให้เหมาะกับสรีระหรือความพอดีส่วนบุคคลได้ อาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าเมื่อนั่งเป็นเวลานาน
อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือเครือข่ายศูนย์บริการซึ่งในปัจจุบันยังมีจำนวนจำกัดเพียง 9 แห่ง ครอบคลุมกรุงเทพฯ และภาคเหนือโซนละ 3 แห่ง รวมถึงนนทบุรี โคราช และหาดใหญ่อย่างละ 1 แห่ง ดังนั้นผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเข้ารับบริการ หรือกังวลเรื่องการใช้งานระยะยาว อาจต้องชั่งน้ำหนักให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
เหมาะกับใคร?
- คนที่ใช้ขับในเมือง: พวงมาลัยเบามือช่วยให้การถอยจอด, ขับในซอยแคบ, ซอกแซกไปตามการจราจรที่ติดขัด ทำได้ง่าย
- คนที่เน้นใช้งาน 1-2 คนเป็นหลัก: ใช้พื้นที่ด้านหน้าอย่างเต็มที่ และไม่ได้ขนสัมภาระชิ้นใหญ่เป็นประจำ
- คนที่ชอบชับสบายๆ : ชอบรถที่นุ่มนวล ไม่เน้นเร็วแรงหรือขับขี่ดุดัน
ไม่เหมาะกับใคร?
-
- คนที่เป็นสายซิ่ง: ที่ต้องการการตอบสนองของพวงมาลัยที่คมและหนักแน่น ขับขี่มั่นใจที่ความเร็วสูง
- คนที่เดินทางไกลฤดูฝน: B10 ไม่มีที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง จึงไม่สามารถทำความสะอาดละอองโคลนขณะขับขี่ได้
- คนที่ปรับค่าต่างๆ บ่อย: เนื่องจากฟังก์ชันเกือบทั้งหมดรวมอยู่ในจอ และไอคอนต่างๆ มีขนาดค่อนข้างเล็ก อาจใช้งานยากขณะขับขี่ (ไม่มีปุ่มกด, สวิตช์แยก)
- คนที่เน้นคุ้มค่าระยะสั้น: หากกังวลเรื่องราคาขายต่อ หรือไม่ได้กะใช้รถยาวเกิน 5 ปี
สมรรถนะและการขับขี่
ขับดีมากที่ความเร็วต่ำ เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก พละกำลังและอัตราเร่งเพียงพอสำหรับขับบนทางด่วนหรือออกต่างจังหวัด แต่ B10 ยังไม่ใช่รถของนักขับที่เน้นสมรรถนะ
พละกำลัง: พลังเพียงพอทั้งการขับในเมืองและออกต่างจังหวัด
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร เพียงพอสำหรับการฉุดน้ำหนัก 1,845 กก. ของ B10 ได้แบบไม่ต้องลุ้นขณะแซง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที แม้ตัวเลขเชิงเทคนิคด้านอัตราเร่งจะดูเป็นรองคู่แข่งเนื่องจากหนักกว่าถึงราว 100 กก.
โดยเฉลี่ย เมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน แต่ในการใช้งานจริงของเราทั้งในกรุงเทพฯ และนอกเมืองพบว่า B10 ยังคงตอบสนองได้น่าพอใจ และถึงแม้อัตราเร่งสู่ 100 กม./ชม. ช้ากว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันประมาณ 1 วินาที แต่ก็ยังเหนือกว่า SUV แบบใช้เครื่องยนต์ ขนาดตัวถังใกล้เคียงกันหลายรุ่นอยู่ดี
การขับขี่เน้นสมรรถนะ: ไม่ตอบโจทย์คนชอบขับเร็ว
SUV รุ่นเล็กจาก Leapmotor คันนี้ดูเหมือนจะไม่ได้สร้างมาเพื่อการขับขี่แบบดุดันอยู่แล้ว เมื่อพิจารณาจากพวงมาลัยน้ำหนักเบาและช่วงล่างนุ่มนวล จากการทดสอบบนถนนคดเคี้ยวที่ลัดเลาะไปตามแนวสันเขาจังหวัดนครนายก พบว่า หาก “อัด” B10 หนักๆ ในโค้ง รถเอียงตัวค่อนข้างมาก เหตุเพราะนอกจากความนุ่มของช่วงล่างแล้ว
การเอียงนี้ยังเกิดจากความสูงใต้ท้องรถ 170 มม. (จากพื้น) ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของแบตเตอรี่แรงดันสูง (น้ำหนักมาก) อยู่สูงขึ้นตามไปด้วย (นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ MG S5 ให้ความมั่นใจขณะเข้าโค้งได้มากกว่า เนื่องจากรถ “เตี้ยกว่า” คือห่างจากพื้น 139 มม. หรือเตี้ยกว่าถึง 31 มม.)
เมื่อรวมกับพวงมาลัยเบาและสื่อสารทิศทางของล้อคู่หน้ามาสู่มือคุณไม่ชัดเจนนัก จึงลดทอนความมั่นใจเมื่อเข้าโค้งแรงๆ ไปพอสมควร ดังนั้น B10 จึงไม่ใช่รถที่ให้ความมั่นใจเมื่อขับความเร็วสูงมากๆ หรือเข้าโค้งหนักๆ
การขับขี่นอกเมือง: ทรงตัวดีและนุ่มนวลที่ความเร็วใช้งานจริง
แต่จุดที่ Leapmotor B10 ทำได้ดีคือ เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วใช้งานปกติ ในสถานการณ์แบบนี้ช่วงล่างที่เซ็ตมานุ่มและพวงมาลัยเบาๆ ของ B10 ช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายๆ ขณะเดินทางได้อย่างมาก ที่ความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. ตามที่กฎหมายไทยกำหนดบนมอเตอร์เวย์
รถยังคงทรงตัวนิ่งในทางตรง และรู้สึกไว้ใจได้เมื่อเปลี่ยนเลน ทว่ายังสัมผัสอาการเอียงตัวมากกว่าปกติเล็กน้อยได้ จะมีจุดให้ตำหนิบ้างในช่วงเปลี่ยนเลนบนถนนขรุขระซึ่งรถจะส่ายเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมทิศทางได้ดี
การขับขี่ในเมือง: จุดที่ B10 ทำได้ดีที่สุด
ยิ่งใช้ความเร็วต่ำลง SUV คันจิ๋วของ Leapmotor ยิ่งสร้างความประทับใจให้เราได้มากขึ้น เห็นได้ชัดเมื่อใช้งานในเมือง B10 คล่องแคล่วและมีชีวิตชีวาเมื่อซอกแซกไปมาตามกระแสการจราจรในกรุงเทพฯ จากระบบบังคับเลี้ยวที่เบามือ ช่วงล่างดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะขับบนถนนที่ถูกปะซ่อมและหลุมฝาท่อได้ดี
ขณะที่การเก็บเสียงทำได้ดีที่ความเร็วต่ำหรือขณะการจารจรหยุดนิ่ง ไม่ค่อยได้ยินเสียงเครื่องยนต์หรือท่อไอเสียของรถคันข้างๆ ตลอดจนเสียงวุ่นวายตามประสาเมืองหลวงสักเท่าไหร่ จะเริ่มมีเสียงลมดังจากเสา A (กระจกหน้า) เมื่อขับที่ 100 กม./ชม. ขึ้นไปเท่านั้น
โดยรวมแล้ว ด้านสมรรถนะ Leapmotor B10 เป็นรถที่ขับดีในบริบทของการใช้งานในชีวิตประจำวัน เน้นความสบายและความคล่องตัวในเมือง มากกว่าการขับขี่แบบเน้นสมรรถนะ แต่ก็มีพละกำลังเพียงพอสำหรับใช้งานบนทางด่วน, มอเตอร์เวย์ และขับออกต่างจังหวัด




อุปกรณ์ภายนอก และการใช้งาน
ตัวถังภายนอกของ Leapmotor B10 เด่นที่ดีไซน์หลังคาช่วงท้ายลาดเอียงน้อยช่วยเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะให้เบาะหลัง อย่างไรก็ตาม ข้อเสียสำคัญคือไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลัง ค่อนข้างอันตรายหากขับขี่ขณะฝนตกหรือทางฝุ่น
ดีไซน์และมิติตัวถัง: พื้นที่มากกว่าจากหลังคาทรงตั้ง
ที่โดดเด่นคือหลังคาช่วงท้ายซึ่งไม่ลาดเอียงมาก เมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน ทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะสำหรับผู้นั่งเบาะหลังเยอะขึ้น ตอบโจทย์คนชอบรถโปร่งโล่งและมีผู้นั่งเบาะหลังเป็นบางครั้ง ที่สำคัญคือ ติดตั้งกระจก 3 บานหลังแบบกรองแสงมาให้จากโรงงาน
ซึ่งในคลาสเดียวกันมีเพียง Geely EX5 เท่านั้น ที่ให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนกัน นอกจากนั้น ยังมีกระจกมองข้างพร้อมระบบไล่ฝ้า ที่เพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ตอนฝนตกได้ดีมากติดตั้งมาให้อีกด้วย
ข้อเสียด้านดีไซน์คือ มือเปิดประตูแบบก้านที่แนบไปกับตัวรถ คุณต้องกดที่ด้านหน้าของก้านก่อน เพื่อให้ตัวก้านยื่นออกมา จากนั้นจึงดึง (เพื่อเปิดประตู) ที่ฝั่งตรงข้าม หากชอบความรวดเร็วและสะดวกโดยเฉพาะตอนถือของพะรุงพะรัง ควรพิจารณาจุดนี้ เพราะต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปรับตัวให้ชินกับวิธีเปิดประตูที่ไม่เป็นที่นิยมนักในรถทั่วไป
อุปสรรคการใช้งาน: ไม่เหมาะกับหน้าฝน เพราะไม่มีปัดน้ำฝนหลัง
จุดที่คุณอาจต้องพิจารณาคือ การไม่มีที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง ในการทดสอบ Leapmotor B10 จริงของเราซึ่งทำช่วงต้นปีนี้ (ปลายฤดูหนาว, ไม่มีฝนตก) แค่ขับหลังจากล้างรถในตัวเมืองนครนายกมายังจุดถ่ายทำ ระยะทางประมาณ 20 กม. บนถนนลาดยางด้วยความเร็วเฉลี่ย 60 กม./ชม. ก็ทำให้กระจกหลังเต็มไปด้วยฝุ่นแล้ว
สิ่งนี้เกิดจากแอโรไดนามิกส์ของรถทรงท้ายลาดและท้ายตัด (ตั้งฉากกับพื้น) ทำกระแสอากาศที่ออกมาจากใต้ท้องรถ ซึ่งมี ความเร็วต่ำกว่าอากาศที่วิ่งมาจากบนหลังคาและข้างรถ เกิดเป็นแรงดูดและหมุนวนแนวตั้งยกตัวขึ้น
จึงยกฝุ่นให้ลอยขึ้นมาเกาะกระจกตามไปด้วย นั่นหมายถึง ถ้าเป็นฤดูฝน B10 ก็จะดูดละอองโคลนขึ้นมาแทนฝุ่น บดบังทัศนวิสัยด้านหลังทำให้อาจมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น ถ้าคุณต้องเดินทางไกลช่วงฤดูฝนบ่อยๆ รถคันนี้ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับคุณสักเท่าไหร่
สรปุแล้ว ภายนอกของ B10 เด่นที่หลังคาช่วงท้ายไม่ลาดต่ำเหมือนรถรุ่นอื่นในคลาส ทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะเบาะหลังมากขึ้น มีอุปกรณ์ภายนอกครบครันใกล้เคียงคู่แข่งที่ราคาพอๆ กัน ข้อเสียหลักๆ คือมือเปิดประตูแบบซ่อนใช้งานยาก ต้องทำ 2 ขั้นตอนคือ “กด” แล้ว “ดึง” และไม่มีที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่เดินทางไกลหรือใช้งานในฤดูฝนเป็นประจำ



อุปกรณ์ภายใน และการใช้งาน
ห้องโดยสารของ Leapmotor B10 โดดเด่นที่สุดในคลาสด้านพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะ แต่ก็ควรพิจารณาเรื่องเบาะหลังที่ปรับไม่ได้และการควบคุมสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัสเป็นหลัก
พื้นที่ห้องโดยสาร: จุดแข็งของ B10
ห้องโดยสารที่กว้างขวางคือจุดเด่นที่แท้จริงของ Leapmotor B10 จากการทดสอบพบว่า ผู้ที่มีส่วนสูงประมาณ 165 ซม. นั่งได้สบาย มีพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะเหลือเฟือ ทั้งในตำแหน่งผู้ขับและผู้นั่งตอนหน้า พื้นที่เบาะหลังก็กว้างขวางทั้งขาและเหนือศีรษะเช่นกัน
ส่วนคนตัวสูงระดับ 180 ซม. ยังนั่งได้ทุกตำแหน่งและมีพื้นที่เพียงพอเช่นกัน ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ จัดว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน ไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้แคบจนวางอะไรไม่ได้ คุณสามารถเพิ่มพื้นที่ด้วยการพับพนักพิงเบาะหลังลงได้ (แต่ก็ไม่ราบเสมอพื้นท้ายรถ)
จุดที่เป็นข้อได้เปรียบกว่าคู่แข่งนิดหน่อย คือฟีเจอร์เอนเบาะหน้า (โดยถอดหมอนรองศีรษะออกก่อน) ให้พนักพิงอยู่ในระดับเกือบเสมอกับส่วนรองนั่งเบาะหลัง จึงสามารถใส่สิ่งของที่ยาวมากๆ เข้าไปในรถได้ ดังนั้น โดยสรุปแล้วถ้าคุณไม่ได้ต้องขนสัมภาระชิ้นใหญ่บ่อยๆ B10 ถือว่ายังคงตอบโจทย์
เบาะนั่ง: ถูกใจคนทุกไซส์ แต่ก็มีจุดต้องพิจารณา
ในแง่ของเบาะนั่งคู่หน้า คนที่ตัวไม่สูงมาก (155-165 ซม. โดยประมาณ) จะต้องถูกใจ Leapmotor B10 แน่นอน เพราะเบาะคู่หน้าจัดวางไว้ในตำแหน่งสูง เมื่อรวมกับแดชบอร์ดที่เรียบและต่ำ ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนขณะขับขี่ ส่วนคนที่สูงและรูปร่างค่อนข้างท้วมก็ยังนั่งขับในท่ามาตรฐานที่ถูกต้องได้ ต้องขอบคุณพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่เหนือศีรษะ
อย่างไรก็ตาม จุดที่เราต้องตำหนิคือพวงมาลัยที่แม้จะปรับได้ 4 ทิศทาง แต่ทิศปรับ สูง-ต่ำ ยังปรับต่ำลงได้ไม่มากนัก และองศาของพวงมาลัยเอียง (จากแนวตั้งฉากกับพื้น) มากกว่าปกติ ถ้าขับนานๆ ก็จะทำให้เมื่อยแขนได้
สำหรับผู้นั่งเบาะหลัง ได้ประโยชน์จากความกว้างห้องโดยสารเช่นกัน ทั้งพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะกว้างขวางแม้กระทั่งสำหรับคนตัวใหญ่ๆ ข้อเสียสำคัญคือเบาะไม่สามารถเอนพนักพิงและเลื่อนหน้าหลังให้เหมาะกับสรีระหรือความพอดีของแต่ละคนได้ อาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าเมื่อนั่งๆ นาน หากคุณต้องมีผู้นั่งเบาะหลังเป็นประจำ จึงควรพิจารณาจุดนี้ อาจนำผู้นั่งไปลองนั่งรถจริงก่อนตัดสินใจ
ระบบ Infotainment: ควบคุมผ่านจอเป็นหลัก ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบ
จอแสดงผลส่วนกลางทำงานได้รวดเร็วน่าประทับใจไม่ต่างจากสมาร์ตโฟน ที่นี่คือศูนย์รวมของการปรับตั้งค่าและเรียกใช้ระบบต่างๆ ของรถเกือบทั้งหมด ข้อเสียคือไอค่อนต่างๆ ที่เรียงแนวนอนอยู่ขอบล่างของจอ มีขนาดเล็กมากทำให้ยากต่อการกดสั่งงานโดยไม่ละสายตาจากถนน และการไม่มีปุ่มสำหรับควบคุมฟีเจอร์ที่มักถูกใช้งานระหว่างขับ
เช่น ระบบปรับอากาศ, วอลลุ่มเสียง, โหมดการขับขี่ หรือแม้กระทั่งระบบ Central Lock ของประตู ทำให้ต้องละสายตาจากถนนนานขึ้นเพื่อทำขั้นตอนต่างๆ ผ่านหน้าจอ นี่ไม่ใช่ข้อเสียเฉพาะของ B10 แต่เป็นข้อเสียของรถที่รวมทุกอย่างไว้บนจอทุกคัน
ดังนั้น ถ้านี่เป็นสิ่งที่คุณไม่ชอบ รถจีนส่วนใหญ่ไม่ใช่รถสำหรับคุณอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ข้อดีของจอส่วนกลาง Leapmotor B10 คือการออกแบบ UI เมนูของแต่ละฟีเจอร์ (เมื่อคุณกดเข้าไปแล้ว) ให้มีการแสดงผลเป็นปุ่มหรือสไลด์บาร์ขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ จึงมองเห็นเร็วและกดง่ายขึ้นขณะขับขี่
ดังนั้น หากประเด็นหลักในการเลือกของคุณเน้นพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะ B10 คือรถที่เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในคลาสนี้ แต่ควรพิจารณาให้ดีถ้าคุณใช้งาน 3-4 คนเป็นประจำ เพราะเบาะหลังไม่สามารถปรับได้ รวมไปถึงเรื่องการต้องพึ่งพาจอส่วนกลางในการใช้งานฟีเจอร์เกือบทั้งหมดของรถ ว่าเป็นจุดที่คุณสะดวกและสามารถใช้งานจริงขณะขับขี่ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่






ระบบความปลอดภัย
แม้ Leapmotor B10 มีราคาไม่ถึง 8 แสนบาท แต่ก็ให้ระบบความปลอดภัยมามากถึง 17 ฟังก์ชั่น และทำงานได้น่าพอใจ ทั้งยังได้คะแนนความปลอดภัย 5 ดาวจาก Euro NCAP แต่การไม่อนุญาตให้ปิดบางระบบโดยถาวรอาจไม่ถูกใจสำหรับบางคน
ระบบช่วยเหลือขณะขับขี่: ทำงานค่อนข้างฉลาดและราบรื่น
ในการใช้งานจริงของเราพบว่า เมื่อเปิดใช้ Adaptive Cruise Control ขณะขับขี่บนมอเตอร์เวย์ ระบบ ADAS ทำงานได้ราบรื่นและเข้ามาแทรกแซง เช่น ลดความเร็วเพื่อรักษาระยะห่าง, ควบคุมรถหากเริ่มออกนอกเลน ในจังหวะที่เหมาะสม แต่การเบรกเพื่อหยุดรุนแรงไปหน่อย การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเมื่อตั้งค่าไว้ในระยะใกล้สุด อยู่ในระยะที่กำลังดีไม่ห่างจนเกินไป
ขณะที่การใช้ในเมืองจะมีระยะห่างมากพอสมควรเมื่อรถติดอยู่กับที่ ซึ่งเป็นปกติของระบบ ADAS ในรถส่วนใหญ่ แน่นอนว่า ไม่เหมาะกับบริบทของคนไทยที่มักชอบจอดชิดรถคันหน้าเพื่อไม่ให้รถจากเลนอื่นแทรกเข้ามา อย่างไรก็ตาม การทำงานของ Cruise Control ขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำในเมือง โดยเฉพาะการเบรกเพื่อหยุด ทำได้นุ่มนวลกว่าเมื่อใช้งานขณะขับบนมอเตอร์เวย์หรือทางด่วน
ความปลอดภัยเชิงป้องกัน: ทำงานแม่นยำฉับไว แต่ปิดระบบถาวรไม่ได้
ระบบเตือนการชน, เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน เริ่มทำงานในจังหวะที่เหมาะสม กล่าวคือ ไม่เร็วเกินไปจนผิดธรรมชาติ เช่น ไม่เตือนหรือเบรกทั้งๆ ที่ยังอยู่ในระยะห่างที่ สัญชาตญาณของผู้ขับประเมินว่าปลอดภัย และไม่ช้าจนคุณต้องหวาดเสียว แต่จุดที่ควรพิจารณาคือ ไม่สามารถปิดระบบใด (เช่น ควบคุมรถให้อยู่ในเลน) ได้อย่างถาวร
เพราะเมื่อสตาร์ทรถอีกครั้ง ระบบจะกลับมาเปิดการทำงานทั้งหมด (ถูกตั้งเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน) ถ้าคุณไม่ชอบเรื่องนี้ มีรถรุ่นอื่นให้เลือก อาทิ MG S5 ที่สามารถตั้งค่าระบบได้ พร้อม Shortcut เพื่อกดเข้าการตั้งค่าของคุณได้ทันที หรือสอบถามโดยตรงไปยัง Leapmotor ว่าจะมีการอัพเดตให้ปิดระบบถาวรได้หรือไม่ในอนาคต
โดยรวมแล้ว B10 มีความน่าเชื่อถือในด้านความปลอดภัย ทั้งการได้รับคะแนน 5 ดาวจาก Euro NCAP และจากรายการอุปกรณ์ความปลอดภัยทั้งเชิง Passive และ Active ถ้าคุณให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ B10 เป็นตัวเลือกที่ดีมากคันหนึ่ง

สรุป – Leapmotor B10 ควรอยู่ในลิสต์ของคุณหรือไม่?
ห้องโดยสารที่กว้างขวางคือจุดที่ B10 ได้เปรียบคู่แข่งในคลาส เมื่อพิจารณาร่วมกับพละกำลังที่แม้จะไม่ดุดันขับสนุกแต่ก็เหลือเฟือหากใช้งานทั่วไป ตลอดจนช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวล ถ้าคุณต้องการ Compact SUV สำหรับขับขี่ในเมือง, ไม่เน้นขับเร็ว และใช้งานไม่เกิน 2 คนเป็นส่วนใหญ่ มีฟีเจอร์ครบครันครอบคลุมการใช้งาน นี่คือรถในราคาไม่เกิน 8 แสน ที่น่าสนใจและควรอยู่ในลิสต์ของคุณ
อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดเรื่องเบาะหลังปรับไม่ได้หมายถึงหากต้องมีผู้โดยสารเบาะหลังเป็นประจำ ให้เอาผู้นั่งไปด้วยในวันทดลองขับกับผู้แทนจำหน่าย และจุดที่ต้องถามตัวเองให้ดีก่อนคือ ถ้าคุณเน้นรถขับสนุก ควบคุมดีที่ความเร็ว รวมถึงเรื่องราคาขายต่อและความสะดวกในการเข้าเซอร์วิสตามระยะ
หากคุณกังวลเรื่องเหล่านี้ B10 ไม่ใช่รถอันดับแรกของคุณ ลองดูตัวเลือกอย่าง MG S5 แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าสุดท้ายแล้วคุณคิดว่าคุ้มค่าหรือไม่หากต้องแลกความ “ขับสนุก” ที่เพิ่มขึ้น ด้วย “ความสะดวกสบาย” ที่ลดลง อาทิ ความนุ่มนวล, พื้นที่เบาะหน้า และบางฟีเจอร์ที่หายไป เนื่องจากราคาไม่เกิน 8 แสนเท่ากัน คุณยังไม่สามารถซื้อ S5 รุ่นท้อปได้
SPECIFICATIONS: LEAPMOTOR B10
https://www.leapmotor-international.co/th/th/B10
Price
- B10 Design: 798,000 Baht (as our test car)
- B10 Style: 758,000 Baht
Powertrain
- 1kWh battery, single electric motor
- 5hp (160kw)
- 240Nm
Transmission
- Single-speed automatic gearbox
- Rear-wheel drive
Performance
- 0sec 0-100km/h
- 170km/h top speed
- 1W/h, 516km (NEDC), 435km (WLTP)
Weight
- 1845kg
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Leapmotor B10
ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง วิ่งได้กี่ กม.?
Leapmotor B10 วิ่งได้ไกลสุดประมาณ 435 กม. (WLTP) ในรุ่นแบตเตอรี่ 67.1 kWh
สเปกผู้ผลิตระบุว่า Leapmotor B10 รุ่น Design และ Style ที่ใช้แบตเตอรี่ชนิด LFP ขนาด 67.1 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 516 กม. (NEDC) หรือ 435 กม. (WLTP) และรุ่น Life ที่แบตเตอรี่เล็กกว่า (56.2 kWh) วิ่งได้ไกลสูงสุด 442 กม. (NEDC) หรือน้อยกว่า 74 กม.
อย่างไรก็ตาม จากการขับทดสอบของเราในช่วงเดินทางระหว่างเส้นทางมุ่งหน้าสู่นครนายก พบว่า หากขับด้วยความเร็วมากกว่า 110 กม./ชม. เป็นส่วนใหญ่ จะสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่การขับขี่ในเมืองทำระยะทางจริงได้ใกล้เคียงกับระยะทางที่แสดงบนมาตรวัดของรถ
ชาร์จนานมั้ย?
สำหรับ B10 ทั้งรุ่น Design, Style และ Life ใช้เวลาในการชาร์จ DC จาก 30-80% ได้เร็วสุด 20 นาที
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกำลังไฟของแต่ละสถานีชาร์จ โดย B10 Design และ Style รองรับกำลังชาร์จสูงสุดได้ที่ 168 kW ส่วน B10 Life รองรับสูงสุดที่ 140 kW แต่ใช้เวลาใกล้เคียงกันเนื่องจากความจุแบตเตอรี่น้อยกว่า ส่วนการชาร์จ AC รองรับสูงสุด 11 kW
Leapmotor B10 แต่ละรุ่นย่อย มีอะไรต่างกับรุ่นท้อป (Design) บ้าง?
รุ่นย่อยของ Leapmotor B10 ต่างกันหลักๆ ที่อุปกรณ์ภายในห้องโดยสารและความจุแบตเตอรี่
เมื่อเทียบกับ B10 Design จุดที่ทั้ง B10 Style (รองท้อป) และ B10 Life (เริ่มต้น) ไม่มีทั้งคู่ ส่วนใหญ่อยู่ที่อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร คือ
- เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า
- ระบบระบายอากาศเบาะคู่หน้า
- ที่วางแขนเบาะหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ
- กระจกมองข้างพับไฟฟ้าและพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ (แต่ Style มีระบบไล่ฝ้าเหมือนกับ Design)
- ฝาท้ายระบบไฟฟ้า
- ที่ปัดน้ำฝนหน้าอัตโนมัติ
- กระจก 3 บานหลัง แบบกรองแสง
- ไฟในห้องโดยสาร 64 เฉดสี
- ระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 12 ตัว
จุดแตกต่างสำคัญ เมื่อเทียบกับ B10 Design (รุ่นท้อป)
- B10 Style ราคาถูกกว่า 40,000 บาท มีแบตเตอรี่ความจุ 67.1 kWh เท่ากับรุ่น Design
- B10 Life ราคาถูกกว่า 100,000 บาท มีแบตเตอรี่ความจุน้อยที่สุด คือที่ 56.2 kWh ทำให้มีระยะวิ่งน้อยกว่า Design และ Style ประมาณ 74 กม. (NEDC)
กรุณาดาวน์โหลดโบรชัวร์อย่างเป็นทางการ เพื่อดูรายการอุปกรณ์มาตรฐานทั้งหมด จากลิงก์นี้
https://www.leapmotor-international.co/th/th/B10
มีรถรุ่นไหนที่ใกล้เคียงกันบ้าง?
รถที่อยู่ในคลาสเดียวกับ Leapmotor B10 คือ SUV ไฟฟ้าขนาดใกล้เคียงกันในช่วงราคาเดียวกัน มีคู่แข่งดังนี้
- BYD Atto 3
- Deepal S05
- Geely EX5
- MG S5
รับประกันแบตเตอรี่กี่ปี หรือกี่ กม.?
Leapmotor B10 ในประเทศไทยมักรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กม. ตามเงื่อนไขโปรโมชั่น
อย่างไรก็ตาม Leapmotor ประเทศไทย ไม่ระบุมาตรฐานระยะเวลาและระยะทางที่รับประกันอย่างเป็นทางการไว้ในเวบไซต์ แต่ระบุไว้เป็นส่วนหนึ่งในโปรโมชั่น ซึ่งมักรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 160,000 กม. และรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปีหรือ 100,000 กม. กรุณาสอบถามตัวแทนจำหน่าย Leapmotor เพิ่มเติม เพื่ออัพเดทโปรโมชั่นและเงื่อนไขล่าสุดอีกครั้ง
ขับขึ้นเขาไหวหรือเปล่า?
Leapmotor B10 ขับขึ้นเขาได้ใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าในคลาสเดียวกัน
เมื่อพิจารณาจากแรงม้า 160 กิโลวัตต์ และแรงบิด 240 นิวตันเมตร ร่วมกับน้ำหนักตัวถัง 1,845 กก. B10 มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่ 0.08 กิโลวัตต์/กก. ใกล้เคียงกับคู่แข่ง (ที่แจ้งข้อมูลน้ำหนักรถให้ทราบ) อาทิ BYD Atto 3 และ Geely EX5 ขณะที่การขับทดสอบของเราตามเส้นทางภูเขาของจังหวัดนครนายก ก็พบว่า B10 มีพละกำลังเพียงพอเมื่อขับขึ้นเขาทั้งบนนถนนสายหลักและรอง
ลุยน้ำท่วมได้มั้ย?
Leapmotor B10 สามารถลุยน้ำท่วมได้ แต่ไม่ควรเกิน 17 ซม. ซึ่งเป็นระยะต่ำสุดของใต้ท้องรถถึงพื้นของรถรุ่นนี้
นั่นหมายถึง หากคุณสังเกตเห็นว่าระดับน้ำท่วมขัง เกือบเสมอความสูงของขอบฟุตบาท (มาตรฐานความสูงฟุตบาทไทยอยู่ที่ 15-20 ซม. เป็นส่วนใหญ่) ควรเพิ่มความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนั้นหากระดับน้ำสูงกว่าขอบฟุตบาท
ความทนทาน ค่าอะไหล่ และค่าใช้จ่ายในระยะยาวมีอะไรบ้าง?
ข้อมูลความทนทานและค่าอะไหล่ระยะยาวของ Leapmotor B10 ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนในตอนนี้
จากการทดสอบ Leapmotor B10 ระยะสั้น 1–2 วัน รถคันทดสอบไม่พบอาการผิดปกติใด ๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นรถรุ่นใหม่ในตลาดไทย ข้อมูลด้านความทนทานระยะยาวและค่าอะไหล่จริงจึงยังไม่สามารถสรุปได้จากประสบการณ์ตรง
สิ่งที่สามารถประเมินได้ในตอนนี้คือ:
- หากซื้อ Leapmotor B10 ในช่วงมีโปรโมชั่นการรับประกัน (แบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 160,000 กม. และคุณภาพตัวรถ 5 ปีหรือ 100,000 กม.) จะช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายลงได้มาก หากรถมีปัญหา
- คุณภาพวัสดุและการประกอบโดยรวมแน่นหนาดี
- สามารถอัพเดตซอฟต์แวร์ได้แบบ OTA เพื่อปรับปรุงหรือเพิ่มเติมฟีเจอร์ใหม่ๆ ในอนาคตได้ โดยไม่ต้องเข้าไปทำที่ศูนย์บริการ ที่มีการเปิดให้อัพเดตแล้วคือ ฟีเจอร์รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย
ประเด็นที่ควรติดตามในระยะยาว:
- ราคาค่าอะไหล่หลังหมดประกัน และระยะเวลารออะไหล่/ซ่อมแซม
- จำนวนศูนย์บริการ และการรอคิวเข้ารับบริการ
- อัตราการเสื่อมของแบตเตอรี่ในสภาพอากาศร้อน
- ความทนทานของที่วางแก้วแบบพับได้ ที่ฟลอร์คอนโซล
- มูลค่าขายต่อเมื่อรถมีอายุเกิน 5 ปี
ข้อมูลการทดสอบ
ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque
- ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
- รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับจริง
- ระยะเวลารวม: 3 วัน
- ระยะทางที่ทดสอบรวม: 427 กม.
- สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก
TorqueThailand.com




















