รีวิว ลองขับ Toyota Yaris ATIV HEV GR Sport ซีดานไฮบริดสายสปอร์ต ช่วงล่างแน่น พวงมาลัยตึงมือ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ภายนอก
Yaris ATIV HEV GR Sport เป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด โดยรายการอุปกรณ์ภายนอกที่เพิ่มขึ้นมีดังนี้
- ชุดแต่งรอบคัน GR-S ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า, ข้าง, หลัง และสปอยเลอร์
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ลายรังผึ้ง
- หลังคาและกระจกมองข้างสีดำเงา
- ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
ที่สำคัญก็คือ ชุดแต่งที่มาพร้อมกับ ATIV GR Sport นี้ มีดีไซน์แตกต่างจากออปชั่นชุดแต่ง GR ที่มีขายทั่วไปให้กับATIV รุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน เน้นย้ำให้เห็นว่าเป็น “รุ่นพิเศษ” จริงๆ ไม่ใช่นำออปชั่นที่มีอยู่แล้วมาประกอบขายใหม่
ชุดแต่งรอบคันที่ทำให้ Yaris ATIV HEV GR Sport ต่างจากพี่น้องร่วมอนุกรม ไม่ส่งผลด้านลบต่อการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะความยาวรวมของรถเพิ่มขึ้นเพียง 15 มม. ขณะที่ระยะต่ำสุดถึงพื้นยังคงเท่ากับ ATIV รุ่นมาตรฐานที่ 160 มม. จึงไม่ต้องกังวลว่าชุดแต่งจะครูดกับพื้นเมื่อขับขึ้นลงทางชัน
ส่วนมิติด้านความกว้าง 1,740 มม. ความสูง 1,480 มม. และความยาวช่วงล้อ 2,620 มม. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้คุณยังสามารถขับขี่ได้คล่องแคล่วตามคุณสมบัติ City Car แบบซีดาน 4 ประตู เช่นเดิม
โดยรวมแล้ว ภายนอกของ Yaris ATIV HEV GR Sport ซึ่งตกแต่งพิเศษด้วยสเกิร์ตรอบคัน GR-S จึงได้ความแตกต่างชัดเจนยิ่งขึ้น และยังคงใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายเช่นเดียวกับรุ่นมาตรฐาน เพราะยาวขึ้นเพียง 15 มม. แต่มิติอื่นๆ ของรถยังเหมือนเดิม ไม่เตี้ยลงแต่อย่างใด
ภายใน
ห้องโดยสารของ Yaris ATIV HEV GR Sport ซึ่งมากับฐานะของ “ตัวพิเศษ” มีจุดแตกต่างชัดเจนที่การตกแต่ง GR เพิ่มเติม โดยใช้สีดำเป็นหลักและแซม Trim ต่างๆ ด้วยสีเงินเมทัลลิก “รมดำ” ประดับตราสัญลักษณ์ “GR” ที่พวงมาลัยและหมอนรองศีรษะของเบาะคู่หน้า ซึ่งยังไม่ทำให้ภายในรถดู “พิเศษ” นัก
ถ้ามีการเพิ่มโลโก้ GR ไว้ที่จุดอื่นๆ อีกนิด อาทิ หัวเกียร์, ปุ่มสตาร์ท, หมอนรองศีรษะหลัง จะดูคุ้มค่าและให้ความรู้สึก “พิเศษ” ได้มากขึ้นกว่านี้
พวงมาลัยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกำลังดีและจับได้ถนัดมือ สามารถปรับระดับได้ทั้ง 4 ทิศทาง คือ ขึ้น-ลง และ ใกล้-ไกล มีให้ระยะการปรับกว้างทุกทิศทาง จึงช่วยให้คุณสามารถปรับท่านั่งได้เหมาะสมกับสรีระของตัวเองได้ง่าย
หน้าจอ Infotainment ระบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว ตอบสนองได้ฉับไวใกล้เคียงกับสมาร์ตโฟน ออกแบบให้ไอค่อนต่างๆ มีขนาดใหญ่จึงสามารถกดได้ง่ายขณะขับขี่ กราฟฟิกไม่หวือหวาฉูดฉาดแต่ก็มีข้อดีที่สามารถอ่านค่าหรือข้อมูลต่างๆ ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนนนานๆ
สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto จากการทดสอบของเราพบว่าไม่มีการสะดุดหรือขาดการเชื่อมต่อขณะใช้งานแต่อย่างใด
นอกจากนั้น ยังพิเศษกว่าเกรดสูงสุด “HEV Premium” ด้วยชุดลำโพง 6 ตำแหน่งจาก Pioneer ซึ่งมีติดตั้งเฉพาะ GR Sport และ ATIV แบบ ICE เกรดสูงสุด “Premium Luxury” เท่านั้น ให้เสียงที่ดีกว่าลำโพงเดิมโรงงานอย่างรับรู้ได้ชัด
ข้อดีอีกอย่างของ ATIV คือ ใช้ชุดควบคุมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปุ่มหมุนและกด ที่ใช้งานได้สะดวกและทันทีโดยแทบไม่ต้องละสายตาจากถนน มาพร้อมกับระบบกรองฝุ่น PM2.5 ที่จากการใช้งานเราไม่สามารถแยกแยะได้ว่ากรองได้จริงหรือไม่ แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศ การมีระบบนี้ก็ช่วยให้อุ่นใจยิ่งขึ้น
“ความกว้างขวาง” ของห้องโดยสาร สามารถรองรับผู้ใหญ่ตัวสูงเฉลี่ย 170 ซม. ตามมาตรฐานคนไทย 4-5 คนได้สบายๆ ไม่อึดอัด เบาะนั่งคู่หน้าปรับแบบ Manual โดยสามารถปรับได้ครอบคลุมถึง 6 ทิศทางในฝั่งผู้ขับขี่ จากการลองขับพบว่าช่วยให้ได้ท่านั่งที่ถูกต้อง, มีทัศนวิสัยที่ดี และไม่เมื่อยล้าเมื่อขับทางไกล
ขณะที่ฝั่งของผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง เพียงพอต่อความต้องการ Legroom ของผู้นั่งคู่หน้ามีให้กว้างขวาง เช่นเดียวกับห้องโดยสารด้านหลังที่กว้างขวางเหลือเฟือแม้จะสูงระดับ 170 ซม. ก็ตาม
ความปลอดภัย
จุดเด่นของระบบความปลอดภัยจาก Toyota ที่แบรนด์อื่นๆ ในคลาสเดียวกันไม่มีให้ คือ การติดตั้งกล้องบันทึกภาพ (DVR) ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่จุดที่เป็นข้อเสียคือ กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor) ที่มีความละเอียดต่ำ ภาพไม่คมชัด ทำให้มองเห็นวัตถุรอบๆ ได้ไม่ชัดเจนนัก
ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์ทั้งสี่ล้อ ให้สัมผัสขณะเหยียบที่เป็นธรรมชาติ จากการทดสอบพบว่าให้พลังเบรกที่เพียงพอและ ABS เข้ามาแทรกแซงได้ในจังหวะที่เหมาะสม ไม่เร็วหรือช้าเกินไป นอกจากนั้น ขณะ ABS ทำงาน ยังสามารถควบคุมทิศทางรถ (หักหลบ) ได้โดยไม่มีการลื่นไถลอีกด้วย
ใน Yaris ATIV HEV GR Sport ซึ่งมากับฐานะของ “ตัวท้อปสุด” จึงได้ระบบความปลอดภัยมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมถึงระบบ ADAS ซึ่งมีความจำเป็นต่อการขับขี่ในยุคปัจจุบัน โดยมีรายการอุปกรณ์ อาทิ
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM)
- ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDA) พร้อมการหน่วงกลับอัตโนมัติ
- ระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน (LKC)
- ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี (Pedal Misoperation Control)
- สัญญาณไฟกระพริบเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS)
สำหรับรายการอุปกรณ์ความปลอดภัยทั้งหมด สามารถดูรายละเอียดได้จากโบรชัวร์ของผู้ผลิต
สมรรถนะ
Yaris ATIV HEV GR Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์รหัส 2NR-VEX แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-I ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร ที่ 4,000 – 4,800 รอบ/นาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า จ่ายพลังงานโดยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ให้กำลัง 80 แรงม้า (59 กิโลวัตต์) และแรงบิด 141 นิวตันเมตร
รวม 2 ระบบสร้างเรี่ยวแรงสูงสุดอยู่ที่ 111 แรงม้า ซึ่งน้อยที่สุดในคลาส โดยคู่แข่งจากญี่ปุ่นเหมือนกันอย่าง Honda City e:HEV ทำได้126 แรงม้า และรถในคลาสเดียวกันจากจีน MG 3 Hybrid Plus มีพลังถึง 194 แรงม้า
แต่เมื่อแรงม้าถูกถ่ายทอดผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT จะเข้าใจทันทีว่าพละกำลังที่มีอยู่ถือได้ว่าเพียงพอสำหรับการขับขี่ใช้งานทั่วไป อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งหรือเร่งขึ้นจากความเร็วต่ำ ตอบสนองได้ดีแต่ก็ไม่เร้าใจมากนัก เพราะสไตล์ของยนตรกรรม Hybrid จาก Toyota เน้นให้เกียร์ปล่อยกำลังออกมาอย่างนุ่มนวล เพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองเป็นหลัก
เพราะฉะนั้นอารมณ์ของการขับขี่จึงเป็นสไตล์อัตราเร่งแบบเนียนๆ ความเร็วเพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่องมากกว่าแรงดึงแบบหลังติดเบาะ ไม่ว่าจะเปลี่ยนโหมดการขับขี่ไปใช้ Eco, Normal หรือ Power ก็ตาม
การบังคับควบคุม
สิ่งที่ Yaris ATIV HEV GR Sport เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน ก็คือ ความพิเศษของระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว ซึ่งปรับแต่งมาเพื่อ “ซิ่ง” ได้มากขึ้น แม้โครงสร้างช่วงล่างใช้พื้นฐานเดียวกับ ATIV รุ่นมาตรฐาน แต่เปลี่ยนแดมเปอร์ใหม่ให้มีแกนใหญ่ขึ้นถึง 10%
ขณะที่สปริงก็แข็งกว่ารุ่นมาตรฐาน 12% ที่คู่หน้า และ 9% ในคู่หลัง ในส่วนของระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ก็มีการปรับจูนใหม่เป็นพิเศษให้มีน้ำหนักตึงมือยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสัมผัสหนักแน่นขณะเข้าโค้ง
อารมณ์การขับขี่ Yaris ATIV HEV GR Sport ในย่านความเร็วกลาง – สูง สัมผัสได้ถึงความกระชับขึ้นของช่วงล่าง ทั้งยังตอบสนองฉับไวและให้การยึดเกาะถนนที่ดี พวงมาลัยที่หนักขึ้นเพิ่มสัมผัสการบังคับทิศทางขณะเข้าโค้ง, เปลี่ยนเลน และขับด้วยความเร็ว ได้ดีกว่าเดิมมาก
หรือพูดง่ายๆ ว่า ATIV GR Sport ให้ความมั่นใจในการใช้ความเร็วได้มากกว่า ATIV รุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน ขณะที่ในความเร็วต่ำ ช่วงล่างที่ปรับให้แข็งขึ้นจะสร้างความกระด้างกว่าปกติ และน้ำหนักพวงมาลัยที่มากขึ้นยังลดความคล่องแคล่วเมื่อต้องหมุนไปมาเร็วๆ
เช่น ขณะพยายามถอยจอดหรือกลับรถในที่แคบ ดังนั้น แม้ ATIV GR Sport จะยังใช้งานทั่วไปได้ แต่ถ้าเน้นความนุ่มนวลและเบามือ เลือกเกรด HEV Premium ดีกว่า
การใช้งานในชีวิตประจำวัน
ในด้านของการใช้งานในชีวิตประจำวัน สรุปสั้นๆ ได้ว่า ถ้าเน้นการบังคับควบคุมมั่นใจ รถคันนี้ตอบโจทย์ทั้งในและนอกเมือง แต่ถามตัวเองให้แน่ใจว่ารับได้กับช่วงล่างแข็งขึ้นและพวงมาลัยที่หนักกว่า ATIV รุ่นมาตรฐาน
เมื่อขับทดสอบในเมือง ด้วยประสิทธิภาพการขับขี่ที่ปรับปรุงให้สปอร์ตขึ้นจากช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวที่เซ็ตใหม่ทั้งหมด เมื่อรวมกับขนาดตัวที่กะทัดรัดแบบ City Car ส่งให้ Yaris ATIV HEV GR Sport มีสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกและกระฉับกระเฉงขึ้นเมื่อต้องซอกแซกไปมาท่ามกลางการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพฯ
แต่มีจุดที่ควรพิจารณาในด้านความนุ่มนวลที่ลดลงกว่ารุ่นมาตรฐาน และพวงมาลัยที่หนักขึ้นแม้ขณะความเร็วต่ำ ทำให้ต้องออกแรงหมุนมากกว่าปกติ จึงไม่สะดวกสบายเบามือนักขณะถอยจอดหรือเมื่อจำเป็นต้องหมุนพวงมาลัยไปมาหลายๆ ครั้ง
ขณะขับขี่นอกเมือง ATIV GR Sport ทรงตัวมั่นคงและให้ความรู้สึกมั่นใจได้ดี เป็นอีกครั้งที่ต้องปรบมือให้กับช่วงล่างและพวงมาลัยที่เซ็ตมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพการขับขี่ การทดลองขับช่วงความเร็วเดินทาง 80-120 กม./ชม. พบว่าแม้ช่วงล่างจะให้สัมผัสที่แข็งขึ้นแต่ก็คุ้มค่าเพราะแลกกับการเกาะถนนที่เหนือกว่ารุ่นมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องมีผู้โดยสารที่เป็นผู้สูงอายุเดินทางไปด้วยบ่อยๆ ควรต้องระวังเรื่องแรงสั่นสะเทือนที่มากขึ้นอาจทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบายนักหากนั่งต่อเนื่องนานๆ
สรุป
Toyota Yaris ATIV HEV GR Sport ราคา 779,000 บาท หรือสูงกว่า ATIV มาตรฐาน เกรดสูงสุด HEV Premium 50,000 บาท แต่ก็ได้อุปกรณ์ตกแต่ง GR และช่วงล่างกับระบบบังคับเลี้ยวที่เซ็ตมาเพื่อเอาใจ “สายซิ่ง เหมาะกับผู้ชื่นชอบ “อรรถรส” การขับขี่เมื่อใช้ความเร็วทั้งทางตรงและขณะเข้าโค้ง
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณชอบรถที่ช่วงล่างนุ่มนวลและพวงมาลัยเบามือ GR Sport ไม่ใช่รถสำหรับคุณ ควรพิจารณาตัวเลือกอย่างเกรด HEV Premium ซึ่งตอบทั้งสองโจทย์ได้มากกว่า ในขณะที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่ต่างกัน รวมถึงราคาถูกกว่า “ครึ่งแสน” และถ้าอยากตกแต่งเพิ่มก็สามารถสั่งติดตั้งชุดแต่ง GR (แต่คนละดีไซน์กับเกรด GR Sport) หรือชุดแต่งอื่นๆ เพิ่มเติมได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Toyota Yaris ATIV HEV GR Sport
Q: Yaris ATIV HEV GR Sport ต่างจาก HEV Premium อย่างไร?
A: GR Sport ได้ชุดแต่ง GR เฉพาะรุ่น พร้อมช่วงล่างและพวงมาลัยที่ปรับจูนให้สปอร์ตขึ้น ขณะที่ HEV Premium เน้นความนุ่มนวลและพวงมาลัยเบากว่า
Q: ช่วงล่าง GR Sport แข็งขึ้น ใช้งานทุกวันได้ไหม?
A: ใช้งานได้ แต่จะกระด้างกว่ารุ่นมาตรฐาน โดยเฉพาะถนนขรุขระ และพวงมาลัยหนักขึ้นเมื่อความเร็วต่ำ
Q: ความสูงใต้ท้องรถลดลงหรือไม่?
A: ไม่ลด ยังสูง 160 มม. เท่ารุ่นปกติ ชุดแต่งไม่กระทบการใช้งานขึ้นลงทางชัน
Q: เครื่องยนต์และอัตราเร่งเป็นอย่างไร?
A: กำลังรวม 111 แรงม้า เน้นความนุ่มนวลแบบไฮบริด ไม่หวือหวา แต่เพียงพอสำหรับใช้งานจริง
Q: ใครเหมาะกับ Yaris ATIV HEV GR Sport มากที่สุด?
A: คนที่ชอบฟีลลิ่งการขับขี่แน่น มั่นใจ เข้าโค้งดี และต้องการภาพลักษณ์สปอร์ตมากกว่าความนุ่มนวล
TorqueThailand.com
































