รีวิว ทดสอบรถ: Toyota Camry 2.5G

รีวิว ทดสอบรถ ใหม่ล่าสุด: Toyota Camry 2.5G ดีไซน์งดงาม ห้องโดยสารชั้นเยี่ยม และพละกำลังที่มากขึ้น นี่คือ Camry ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Toyota Camry 2.5G

รีวิว ทดสอบรถ (19/04/19) Toyota Camry 2.5G กับขุมพลังเบนซิน

หากคุณกำลังค้นหา Wallpaper รูปรถสวยๆ

เราขอแนะนำ Wallpaper รูปรถสวยๆ Download wallpaper ที่นี้

Toyota Camry 2.5G

ยอมรับตามตรงว่า ที่ผ่านมาผมไม่ยินดียินร้ายกับ Camry สักเท่าไหร่ มันเป็นรถที่ดี แต่ไม่ว่าจะผ่านมากี่เจเนอเรชั่น ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรที่โดดเด่นเฉิดฉายให้ได้เห็นแบบเป็นชิ้นเป็นอันสักที จนกระทั่งการมาถึงของ Camry รุ่นล่าสุด…

คันแรกที่ผมมีโอกาสได้ขับก็คือ รุ่น Hybrid ซึ่งยอดเยี่ยมกว่ารุ่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด แต่นั่นยังไม่อาจเทียบเคียงได้กับรุ่น 2.5 G เครื่องยนต์เบนซินคันที่คุณเห็นอยู่ตรงนี้ มันมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกน้อยกว่า และกินน้ำมันมากกว่า

Toyota Camry 2.5G

แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่าคัน Hybrid รุ่นเริ่มต้นอยู่ครึ่งแสน และกว่า 200,000 บาท เมื่อเทียบกับ Hybrid ตัวท้อป ส่งให้ Camry 2.5 G ขุมพลังเบนซิน ปราศจากมอเตอร์ไฟฟ้าคันนี้ เป็นอีกตัวเลือกที่คุ้มค่าทีเดียว

ข้อแตกต่างระหว่างรุ่น 2.5 G กับ HV Premium

Toyota Camry 2.5G

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ถูกตัดทอนออกไปจากรุ่น HV Premium นั้น มีหลายสิ่งที่ไม่ค่อยเป็นประเด็นสำคัญนักสำหรับการขับใช้งานทั่วไป อาทิ พวงมาลัยปรับระดับ (สูง-ต่ำ-ใกล้-ไกล) ด้วยไฟฟ้า, เครื่องเสียง JBL

และจอขนาด 8 นิ้ว, เบาะหลังปรับไฟฟ้าพร้อมชุดควบคุมระบบปรับอากาศบนที่พักแขน เป็นต้น น่าเสียดายก็ตรงที่ Toyota ตัดระบบเตือนก่อนการชน, ระบบเตือนออกนอกเลน, แอร์แบ็กด้านข้างของเบาะหลัง และไฟสูงอัตโนมัติ ออกไปด้วย

Toyota Camry 2.5G

โครงสร้างตัวถังที่ให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับโมเดลก่อน

อย่างไรก็ตาม Camry ใหม่ก็ยังคงให้ความปลอดภัยสูง ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ให้ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับโมเดลก่อน ซึ่งความแข็งแกร่งนี้ ยังช่วยให้สามารถใช้โลหะที่บางกว่าเดิมกับชิ้นส่วนตัวถัง

Toyota Camry 2.5G

ไม่ว่าจะเป็นหลังคา, ฝากระโปรงหน้า และหลัง, ประตูทั้ง 4 บาน และแก้มหน้า (บังโคลน) ทั้งสองฝั่ง เพื่อช่วยลดน้ำหนักรวมของรถ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ได้อีกด้วย

อุปกรณที่น้อยกว่า และไม่มีมอเตอร์ไฟฟ้ากับแบตเตอรี่ของระบบ Hybrid หมายถึงน้ำหนักที่เบากว่าถึง 100 กก. (1,550 กก. ในรุ่น 2.5 G เทียบกับ 1,650 กก. ใน HV Premium)

Toyota Camry 2.5G

ทั้งสองรุ่นต่างใช้เครื่องยนต์ความจุ 2.5 ลิตร อนุกรมเดียวกัน แต่แตกต่างกันในเรื่องของการเซ็ตอัพ ทำให้มีพละกำลังต่างกัน โดยรุ่น 2.5 G ให้กำลังสูงสุด 209 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที และแรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที

ส่วนรุ่น Hybrid ทำได้ 178 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที (211 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า) และ 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที

Toyota Camry 2.5G

เมื่อเทียบอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักแล้ว 1 แรงม้า ของรุ่น 2.5 G แบกน้ำหนัก 7.4 กก. ขณะที่รุ่น HV Premium (หากคำนวนที่ 211 แรงม้า) มันต้องแบก 7.8 กก. หรือ ต่างกันอยู่เกือบ ๆ ครึ่งกิโลกรัม

เครื่องยนต์รุ่นใหม่ในรหัส A25

Toyota Camry 2.5G

ภายใต้ฝากระโปรงอะลูมิเนียมคือ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ในรหัส A25 (ซึ่งเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์ตระกูล AR) ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อลดมลพิษ, ประหยัดน้ำมัน และให้พลังมากขึ้น

โดยเมื่อเทียบกับ Camry 2.5 G โฉมที่แล้ว มันมีกำลังมากขึ้นถึง 28 แรงม้า และ 19 นิวตันเมตร เคล็ดลับอยู่ที่ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง D-4S

Toyota Camry 2.5G

ซึ่งประกอบด้วยหัวฉีดแรงดันสูงที่ฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ และหัวฉีดแรงดันต่ำสำหรับจ่ายน้ำมันเข้าที่ช่องไอดี โดยทั้งหมดจะทำงานตามสภาพการขับขี่ และการใช้งานขณะนั้น

ช่วยให้ประหยัดน้ำมันทั้งยังให้พละกำลังดียิ่งขึ้นจากการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่าเดิม นอกจากนั้น ระบบบวาล์วแปรผัน VVT-iE ที่ฝั่งไอดี และ VVT-i ในฝั่งไอเสีย ก็เป็นอีกกุญแจสำคัญ

Toyota Camry 2.5G

โดยทั้งสองระบบทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อความแม่นยำสูงสุด จึงให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น และคายมลพิษต่ำแม้อยู่ในสภาพอากาศเย็น หรือ ที่รอบเครื่องต่ำ ๆ

พละกำลังทั้งหมดถูกส่งต่อไปยังชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่น่าสนใจก็คือ มีการเซ็ตอัตราทดเกียร์ 4, 5 และ 6 ไว้ค่อนข้างชิดกัน เพื่อผลทางด้านอัตราเร่ง

ก่อนที่จะเข้าสู่อัตราทดโอเวอร์ไดร์ฟที่เกียร์ 7 และ 8 แสดงให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่ Camry ในแบบ “ไปเรื่อย ๆ” เหมือนที่ผ่านมา แต่ยังมีพื้นที่เผื่อไว้สำหรับความสนุกในการขับขี่อีกด้วย

Toyota Camry 2.5G

อาจไม่ถึงกับดุเดือดเลือดพล่าน แต่ Camry ใหม่ ก็พอมีเรี่ยวแรงให้คุณได้เรียกใช้ผลจากแพลตฟอร์มใหม่ ช่วยให้สามารถวางตำแหน่งการขับให้ต่ำลงเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง

โดยยังคงไว้ซึ่งทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม การโฟกัสไปที่ประสิทธิภาพการขับขี่คือ สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับ Camry มาก่อน แต่แม้จะเป็นครั้งแรก ทว่า Toyota ก็ทำได้น่าประทับใจทีเดียว

Toyota Camry 2.5G

อัตราทดเกียร์ที่ไหลลื่นต่อเนื่องเข้าคู่กับกำลังของเครื่องยนต์

เพิ่มน้ำหนักลงไปที่แป้นคันเร่ง คุณจะรับรู้ได้ถึงแรงฉุดที่กำเนิดจากขุมพลัง 2.5 ลิตรได้ทันทีทันใด อัตราทดเกียร์ที่ไหลลื่นต่อเนื่องเข้าคู่กับกำลังของเครื่องยนต์ กำเนิดเป็นอัตราเร่งที่น่าพึงพอใจในทุกย่านความเร็ว

Toyota Camry 2.5G

แฮนด์ลิ่งก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โครงสร้างที่แข็งแกร่งมีผลโดยตรงกับเรื่องนี้ การใช้วัสดุที่ทนแรงบิดได้สูงช่วยลดการขยับตัวของแชสซีส์ ส่งให้ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนทำงานได้แม่นยำมากขึ้น

มีการเพิ่มความแข็งแรงให้กับจุดยึดช็อคอับคู่หน้า โครงสร้างแบบวงแหวนถูกนำมาใช้กับเฟรมตัวถังด้านหลังเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และเพิ่มคานค้ำยันให้กับช่วงล่างหลังจนสามารถรองรับแรงกระทำจากด้านข้างขณะเข้าโค้งได้มากยิ่งขึ้น

Toyota Camry 2.5G

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ประสิทธิภาพการเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมจนคุณรู้สึกได้ อาการอันเดอร์สเตียร์มีไม่มากนัก และสามารถควบคุมได้ง่ายผ่านระบบบังคับเลี้ยวที่จะคอยบอกเล่าอาการของล้อคู่หน้ามายังมือของคุณได้อย่างชัดเจน

มันสื่อสารได้ดีเยี่ยม, เฉียบคม และมีน้ำหนักที่เหมาะสม ช่วยให้ Camry 2.5 G เป็นรถที่ขับสนุก จนผมกล้ารับประกันว่าคุณจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน

Toyota Camry 2.5G

ที่น่าประทับใจไปกว่านั้นก็คือ แม้จะหันมาใส่ใจกับประสิทธิภาพการขับขี่มากขึ้น แต่ Toyota ก็ไม่ทิ้งความสะดวกสบายตามแบบของรถยนต์นั่งระดับหรูของพวกเขา

มันยังคงนั่งสบาย และให้ความนุ่มนวลได้ดี น้ำหนักที่เบากว่ารุ่น Hybrid ทำให้รถไม่ยุบตัวมากเกินไปในจังหวะจัมพ์ลงสะพาน การขับขี่บนมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วราว ๆ 120 กม./ชม. และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อต้องแซงรถคันอื่น

Toyota Camry 2.5G

Camry ยังคงเก็บเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เป็นเรื่องเกินจริงหากจะบอกว่ามันทำได้ดีไม่แพ้รถยุโรปที่มีราคาแพงกว่าเกือบเท่าตัว ความพยายามลดเสียงรบกวน, แรงสั่นสะเทือน และความกระด้าง เห็นได้จากการใช้วัสดุซับเสียงที่ฝากระโปรงหน้า และซุ้มล้อ,

ความยอดเยี่ยมที่เป็นผลลัพธ์จากโครงสร้าง TNGA

Toyota Camry 2.5G Toyota Camry 2.5G

ห้องโดยสารใช้ฉนวน และโฟมเพื่อลดเสียงรบกวนจากถนน และเครื่องยนต์, ใช้พรมที่มีความหนามากขึ้นตลอดแนวแผงกั้นระหว่างห้องเครื่องกับห้องโดยสาร พื้นรถเคลือบด้วยสารพิเศษช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ถูกส่งขึ้นมายังตัวรถ ร่วมด้วยวัสดุซับเสียงเต็มพื้นที่หลังคา

ห้องโดยสารของ Camry ใหม่ จึงเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัวที่คุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้แม้จะต้องขับเป็นระยะทางไกล ๆ ที่ตำแหน่งผู้ขับ บรรดาอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกจัดวางให้หันเข้าหาตัว

Toyota Camry 2.5G Toyota Camry 2.5G

จึงสามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่ต้องละสายตาจากถนนมากนัก คุณจะนั่งต่ำอยู่ในนั้น แต่ยังสามารถมองเห็นทัศนวิสัยโดยรอบได้อย่างชัดเจน

นี่คือความยอดเยี่ยมที่เป็นผลลัพธ์จากโครงสร้าง TNGA ซึ่งเอื้อให้จัดวางเลย์เอาท์ต่ำลงได้ โดยไม่มีผลเสียต่อการขับขี่ แม้ตัวถังจะเตี้ยลงกว่าเดิมเกือบ 30 มม. ก็ตาม

Toyota Camry 2.5G Toyota Camry 2.5G

นอกจากนั้น Camry ใหม่ ยังได้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมโครงสร้างดังกล่าวในเรื่องของฐานล้อที่ทั้งกว้าง และยาวขึ้น ส่งให้มีพื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขึ้นตามไปด้วย

มีที่ว่างรอบ ๆ มากพอ ไม่ว่าจะนั่งในตำแหน่งใด แม้เบาะหลังจะมีขนาดเล็กกว่ารุ่นที่แล้วเล็กน้อย แต่ก็ยังคงนั่งสบาย และมีเนื้อที่เหนือศีรษะเพียงพอสำหรับคนตัวสูง ๆ

Toyota Camry 2.5G

คุณภาพวัสดุ และการประกอบก็น่าชื่นชมเช่นกัน มีการใช้วัสดุบุหุ้มที่ให้สัมผัสนุ่มนวลมากขึ้น คุณภาพของพลาสติกที่ใช้ก็ดูดีขึ้นกว่าเดิม บอกตามตรงว่าผมเคยผิดหวังกับหน้าตาของพลาสติกที่ Toyota นำมาใช้

แต่ไม่ใช่กับ Camry ใหม่ ถึงรุ่น 2.5 G จะใช้หนังสังเคราะห์ในการบุหุ้มหลาย ๆ ชิ้นส่วน (รุ่น HV Premium ใช้หนังแท้เป็นส่วนใหญ่)

แต่ก็ทำได้ดี และดูสูงค่า มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้ครบถ้วน สมน้ำสมเนื้อกับราคาที่จ่ายไป

บทสรุป

Toyota Camry 2.5G

เมื่อรวมกับสมรรถนะการขับขี่แล้ว รุ่น 2.5 G จึงเป็นคันที่เรา Recommend ที่สุดในเรนจ์ของ Camry ทั้งหมด บวกด้วยข้อได้เปรียบที่สามารถเติม E85 ได้

เมื่อเทียบกับรุ่น Hybrid ที่เติมได้ถึง E20 (เนื่องจากเครื่องยนต์ของรุ่น 2.5 G ถูกลดอัตราส่วนกำลังอัดลงเหลือ 13:1 ในขณะที่รุ่น Hybrid อยู่ที่ 14:1)

Toyota Camry 2.5G

เมื่อคำนวนตามอัตราสิ้นเปลืองที่เราทำได้เฉลี่ยจากการใช้งานรวมกันทั้งในและนอกเมืองราว ๆ 11 กม./ลิตร เปรียบเทียบกับรุ่น Hybrid (ซึ่งขับในเงื่อนไขใกล้เคียงกัน) ที่ 18 กม./ลิตร

เท่ากับว่า ถ้าเติม E85 คุณจะจ่ายแพงกว่ารุ่น Hybrid ที่เติม E20 อยู่ประมาณ 50 สตางค์/กม.ในขณะที่ราคารถถูกกว่า HV Premium สองแสนนิด ๆ (หรือ 50,000 บาทในรุ่น Hybrid เกรดเริ่มต้น)

ฟังดูน่าคิดใช่ไหมล่ะ?

SPECIFICAIONS

  • Price: 1,589,000 Baht
  • Engine: 2,487cc. 4-cyl, 209 hp @ 6,600 rpm, 250 Nm @ 5,000 rpm
  • Transmission: 8-speed automatic, Front-wheel drive
  • Performance: N/A