Breaking News

SUBARU BRZ

IMG_1798_copySubaru BRZ
มีเพียงเหตุผลเดียว ที่คุณควรจะเป็นเจ้าของ Subaru BRZ… “เพราะมันเป็นรถที่สุดยอด!!!”

ป้ายจำกัดความเร็วที่ 120 กม./ชม. ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ข้างทาง ไม่มีผลทั้งทางด้านเหตุผลและจิตใจสำหรับผมในตอนนี้ สิ่งที่เข้าครอบงำสำนึกผิดชอบ คือตัวรถที่สั่นสะเทือน, พวงมาลัยที่เต้นอยู่ในมือ, แป้นคันเร่งจมมิดพื้น และเสียงของเครื่องยนต์แบบ Boxer ที่กำลังคำรามลั่น ถูกต้องแล้วครับ ตัวผมจมอยู่ในยนตรกรรมระดับหัวแถวของ Subaru มันอาจไม่ใช่รถที่เร็วที่สุดของพวกเขา แต่คือรถที่กระตุ้นต่อมคึกของคุณได้ตลอดเวลา… ให้ตายสิ!IMG_1828_copy

นี่คือ BRZ สปอร์ตคาร์ที่กำเนิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Subaru และ Toyota แวบแรกที่เห็นคุณจึงแทบแยกไม่ออกว่าใครคือ BRZ ใครคือ 86 จนกระทั่งได้เห็นโลโก้ และมองลึกลงไปในรายละเอียด คุณจะเห็นว่า นอกจากตราสัญลักษณ์แล้ว ยังมีอีกบางชิ้นส่วนที่แตกต่างกัน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Toyota จะเข้ามามีเอี่ยวในการพัฒนา เพราะ พวกเขาเข้าถือหุ้น 16.5 เปอร์เซ็นต์ของ Fuji Heavy Industries ตั้งแต่ปี 2008 แถมจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ก็มาจาก Katsuaki Watanabe ประธานของบริษัท Toyota ที่เกิดอยากจะเห็นสปอร์ตคาร์ขับเคลื่อนล้อหลัง, ขนาดกะทัดรัด และโฟกัสไปที่สมรรถนะการขับขี่เป็นหลัก แต่ก็ต้องสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายด้วย โดยรถต้นแบบคันแรกถูกนำมาออกแสดงที่งาน Detroit Motor Show ปี 2007 ภายใต้ชื่อ FT-HS ซึ่งใช้เครื่องยนต์ Hybrid แบบ V6 ขับเคลื่อนล้อหลัง

IMG_1805_copy1

นกระทั่งโจทย์สุดหินนี้ถูกยกไปให้ Subaru เป็นผู้ดูแล แน่ล่ะว่าพวกเขามีประสบการณ์อันยาวนานกับรถจำพวก “แรง-และ-ใช้ได้จริง” ที่เห็นได้ชัดคือตระกูล WRX ซึ่งประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวถังแบบซีดานบวกกับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่สามารถใช้งานได้ครอบคลุมตั้งแต่ส่งลูกไปโรงเรียน จนถึงระเบิดคันเร่งในช่วงสุดสัปดาห์

ทว่า BRZ เป็นอะไรที่แตกต่างออกไป นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 60 ปีของ Subaru ที่ (จำเป็น) ต้องสร้างรถขับเคลื่อนล้อหลัง ไหนจะเรื่องของการพัฒนาเครื่องยนต์ Boxer ให้มีพละกำลังสูง โดยไม่มีระบบอัดอากาศเข้ามาช่วยอีกต่างหาก นั่นส่งผลให้โครงการนี้ถูกจับตามองจากผู้คนทั่วโลก ตั้งแต่เริ่มมีข่าวแพร่ออกไปถึงเรื่องการจะผลิตสปอร์ตคาร์ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทั้งสองผู้ผลิต และกลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา เมื่อมีข่าวว่า Subaru ไม่ค่อยปลื้มกับดีไซน์ของ Toyota นัก เหตุเพราะไม่สามารถนำระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาติดตั้งได้ จนถึงขั้นที่โครงการนี้ต้องหยุดลงกว่าครึ่งปีIMG_1842_copy IMG_1840_copy

ไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นในระหว่าง 6 เดือนที่ต้องกลายเป็นสุญญากาศระหว่างทั้งสอง แต่ท้ายที่สุด Toyota ก็เชิญผู้สื่อข่าวและทีมวิศวกรของ Subaru มาทดสอบรถยนต์ต้นแบบคันหนึ่งที่พวกเขาพัฒนาขึ้น หลังจากการขับทดสอบครั้งนั้น Subaru ก็กลับมาสานต่อโครงการ BRZ/86 อีกรอบ และตกลงที่จะใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ผลลัพธ์ที่ได้คือรถต้นแบบภายใต้ชื่อ FT-86 ซึ่งจัดแสดงครั้งแรกในงาน Tokyo Motor Show ช่วงปลายปี 2009 เครื่องยนต์ Boxer ถูกนำมาใช้ โดยมีระบบ Direct Injection ซึ่งพัฒนาโดย Toyota มาทำหน้าที่จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ดีไซน์ของ FT-86 เป็นหน้าที่ของ Toyota เช่นกัน ส่วนที่เหลือทั้งหมดเป็นฝีมือของ Subaru ล้วนๆ หลังจากนั้นรถต้นแบบของโครงการนี้ ก็ได้รับการปรับปรุงมาเรื่อยๆ และออกแสดงตามงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี 2011 รถคันโปรดักชั่นก็ถูกส่งลงโชว์รูมของทั้ง Toyota และ Subaru ด้วยรูปโฉมที่แตกต่างไปจากรถต้นแบบไม่มากนัก

IMG_1846_copy

IMG_1836

เนื่องจาก Toyota เป็นคนจัดแจงเรื่องงานออกแบบ รถคูเป้คันนี้จึงถูกสร้างขึ้นภายใต้การอ้างอิงจากรถสปอร์ตในตำนานของพวกเขาเป็นหลัก แม้ Toyota จะใช้ชื่อ “86” แต่รูปโฉมโดยรวมกลับได้รับอิทธิพลมาจากสปอร์ตคาร์รุ่น 2000GT มากกว่าจะเป็น 86 รุ่นดั้งเดิม โดย Subaru BRZ จะแตกต่างออกไปที่รูปแบบของกันชน และองค์ประกอบของชุดไฟหน้า ขนาดกะทัดรัดของมันช่วยให้ขับขี่ได้คล่องแคล่วในเมืองหลวง ทั้งยังเข้าจอดได้อย่างง่ายดายไม่ต่างจากคอมแพคท์คาร์ทั่วไป นอกจากนั้น ยังมีพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะที่กว้างขวางจนคุณต้องประหลาดใจ และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า นี่คือรถที่ออกแบบโดยโฟกัสที่สมรรถนะการขับขี่เป็นสำคัญ เรื่องกำลังต่อน้ำหนักจึงเป็นประเด็นที่ต้องใส่ใจ ด้วยตัวเลขที่ป้วนเปี้ยนแถวๆ 1.2 ตัน BRZ จัดเป็นสปอร์ตน้ำหนักเบาคันหนึ่ง แน่ล่ะว่า ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่หรูหราฟู่ฟ่ามากนักภายในห้องโดยสาร จะมีให้ก็เฉพาะอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ อาทิ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, แอร์แบค, Keyless entry, Push start และเครื่องเสียงอีกนิดหน่อย ไว้พอฟังแก้เหงาตอนรถติด

ด้อยค่า? เปล่าเลย… ที่ผมจะบอกก็คือ BRZ เป็นรถที่คุ้มทุกบาททุกสตางค์ ทำไมน่ะหรือ? ขอเชิญนั่งในรถได้เลยครับ…

IMG_1851_copy

เหยียบคลัตช์ให้สุด, กดปุ่มสตาร์ท จากนั้นขุมพลัง Boxer จะตื่นขึ้นจากหลับใหล ความจุ 2.0 ลิตร จากกระบอกสูบแบบ Square ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที และสร้างแรงบิด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที ตัวเครื่องถูกติดตั้งไว้ด้านหน้ารถ แต่ก็อยู่ในตำแหน่งเกือบกึ่งกลางของความยาวตัวถัง จึงได้น้ำหนักเฉลี่ย หน้า:หลัง ที่ 53:47 เปอร์เซ็นต์ และด้วยโครงสร้างกระบอกสูบแบบนอน ซึ่งทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำแล้ว แต่ Subaru ก็ยังสามารถทำให้เครื่องยนต์ รวมถึงชุดเกียร์ สามารถวางต่ำลงมาได้อีก ส่งผลให้ BRZ เป็นรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก

IMG_1817_copy IMG_1823_copy

นอกจากเครื่องยนต์และเกียร์แล้ว เพื่อผลทางด้านจุดศูนย์ถ่วง เบาะนั่งของ BRZ จึงถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ค่อนข้างต่ำเช่นกัน ที่น่าทึ่งก็คือ แม้จะเป็นเบาะทรง Bucket แต่กลับนั่งสบายเอามากๆ และแม้ตัวคุณเหมือนจมอยู่ในห้องโดยสารนี้ ทว่าทัศนวิสัยโดยรอบยังคงชัดเจน แป้นเหยียบทั้งสาม, พวงมาลัยขนาดพอดีมือ บวกด้วยคันเกียร์ที่จัดวางได้เหมาะเจาะ นี่เป็นตำแหน่งการขับที่มีเพียงคำว่า “สุดยอด” เท่านั้น ที่จำกัดความมันได้

การขับขี่ก็เช่นกัน เมื่อรอบเครื่องยนต์ไต่ขึ้นมาป้วนเปี้ยนแถวๆ 3,000 รอบ/นาที เสียงหวานๆ ของขุมพลังสูบนอนค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ราวกับอินโทรของวงออเคสตร้าระดับพระกาฬ แม้ในสเปคระบุว่าคุณจะได้แรงบิดสูงสุดเมื่อไปถึง 6,000 รอบ/นาที แต่ในความเป็นจริง ตัวของคุณจะถูกดึงจนจมลงไปในพนักพิงตั้งแต่ที่ 3,000 รอบ/นาที เป็นต้นไป ทิวทัศน์เบื้องหน้าวิ่งเข้าหาด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นตามแรงทะยานของตัวรถ แรงบิดอันกำยำถูกหลอมรวมเข้ากับอัตราทดเกียร์ได้อย่างสอดประสาน เข็มวัดรอบกวาดขึ้นสู่เรดไลน์ครั้งแล้วครั้งเล่า คันเกียร์ Short Shift อาจทำให้คุณต้องออกแรงผลักและดึงมากกว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็ดูจะเป็นธีมที่เข้ากันได้ดีกับบุคลิกดิบๆ ของมัIMG_1825_copy

 

IMG_1815_copy

BRZ ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งที่ได้ขับ Lotus Elise มันให้อรรถรสการขับที่คล้ายคลึงกัน ต่างกันก็ตรงที่ BRZ ยังคงอยู่ในขอบเขตของรถถนน ในขณะที่ Elise จะฮาร์ดคอร์มากกว่า (และแพงกว่า) ความเฉียบคมของระบบบังคับเลี้ยวนั้นใกล้เคียงกันทีเดียว ทั้งๆ ที่ BRZ เป็นระบบช่วยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า แต่ให้น้ำหนักที่ยอดเยี่ยมและสื่อสารชัดเจนอย่างไร้ที่ติ เมื่อทุกอย่างพร้อมสำหรับโค้งเบื้องหน้า เริ่มหักเลี้ยว และประคองคันเร่งเอาไว้ จากนั้น Subaru ตัวเล็กจะวาดลวดลายผ่านไปได้อย่างสวยงาม มันให้ความมั่นใจกับคุณได้เต็มร้อย จนอาจกล่าวได้ว่า คุณมีหน้าที่เพียงแค่ใช้ความเร็วให้เหมาะสมและจับพวงมาลัยให้ตรงทางแค่นั้นเอง ความได้เปรียบของการมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ประกอบกับระบบบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ และช่วงล่างที่เกาะหนึบ ส่งให้ BRZ เป็นรถที่ควบคุมได้ง่าย จนดูเหมือนมันสามารถแจ้งสถานะของตัวเองให้คุณรับทราบได้แบบ Real time เพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที หน้าดื้อไป? ท้ายเริ่มปัด? ทั้งหมดนี้ คุณจัดการให้อยู่หมัดได้ราวกับนักขับมืออาชีพ เชื่อผมสิ!

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าเหล่านักขับจะตกหลุมรัก BRZ จนถอนตัวไม่ขึ้น แม้คันทดสอบของเราจะเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลหากคุณอยากจะขับใช้งานทุกวัน น้ำหนักของแป้นคลัทช์ไม่เป็นปัญหา, ทัศนวิสัยขณะขับขี่ก็เช่นกัน อัตราสิ้นเปลืองน่ะหรือ? คุณต้องทึ่งแน่ๆ เมื่อได้เห็นตัวเลขนี้… Subaru เคลมว่า BRZ ทำตัวเลขเฉลี่ยได้ราวๆ 12.8 กม./ลิตร ผมยอมรับตามตรงว่าไม่ได้ทำการวัดอัตราสิ้นเปลืองในการขับทดสอบครั้งนี้ แต่เท่าที่ค้นคว้าข้อมูลจากผู้เป็นเจ้าของ BRZ พบว่าส่วนใหญ่ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ราวๆ 10 กม./ลิตร ในการใช้งานจริงเกือบทั้งสิ้น ซึ่งนั่นเป็นตัวเลขที่ไม่ต่างจากรถซีดาน หรือคอมแพคต์เอสยูวี เลยด้วยซ้ำ

IMG_1826_copy

อาจฟังดูบ้าไปหน่อย แต่มันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง BRZ คือสปอร์ตคาร์ที่แม้จะเป็น “ครั้งแรก” ของ Subaru ที่ทำรถสปอร์ตคูเป้ขับเคลื่อนล้อหลัง ทว่าพวกเขาสร้างมันขึ้นมาได้อย่างสมศักดิ์ศรี นี่คือรถที่ขับสนุก, ควบคุมง่าย สำหรับแทร็คเดย์ ขณะเดียวกัน มันก็เป็นรถที่คุณสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่นเดียวกับสปอร์ตซีดานที่ Subaru เคยประสบความสำเร็จ จนกล่าวได้ว่า เรื่องรูปแบบของตัวรถ ไม่สามารถจำกัดความปราดเปรื่องในการสร้างรถยนต์ของ Subaru ได้ นอกจากนั้น การมาถึงของ BRZ ยังมีแนวโน้มสูงที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด กับผู้ผลิตรายอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แน่นอนที่สุด เมื่อ BRZ เป็นสปอร์ตคาร์ที่ไม่มีจุดด่างพร้อยให้ได้ตำหนิ นี่คงเป็นการบ้านที่ยากมากๆ สำหรับแบรนด์อื่นๆ ที่จะสร้างรถสักคันเพื่อโค่น… หรืออย่างน้อยที่สุด… ก็พอจะเทียบเคียงกับมันได้

สงครามครั้งใหม่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว…

Check Also

BMW M2 Coupé 2024

รีวิว ลองขับ BMW M2 รุ่นเล็ก ที่ดุดันที่สุด ที่ปรับเปลี่ยนใหม่หมด จนไม่เหลือเค้าเดิม

รีวิว ลองขับ BMW M2 เครื่องยนต์ BMW M TwinPower Turbo 6 สูบแถวเรียง 460 แรงม้า, 550 นิวตันเมตร …

Leave a Reply