มาสด้า เผยความสำเร็จ ในการดำเนินธุรกิจปี 2561 พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีก 6 รุ่น

มาสด้า เผยความสำเร็จ ในการดำเนินธุรกิจปี 2561 พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีก 6 รุ่น ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ เทคโนโลยี SKYACTIV-X และ Hybrid

มาสด้า เผยความสำเร็จ-ในการดำเนินธุรกิจปี 2561-1.jpg

2019 MAZDA BUSINESS REVIEW & WAY FORWARD

มาสด้า เผยความสำเร็จ ในการดำเนินธุรกิจปี 2561 พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีก 6 รุ่น

มาสด้า เผยความสำเร็จ-ในการดำเนินธุรกิจปี 2561-นายชาญชัย ตระการอุดมสุข-3.jpg

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการวัดคุณภาพ และฝีมือของคนยานยนต์ เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันที่สูงมาก ประกอบกับมาสด้าไม่ได้มีรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู้ศึกในตลาด แต่กลับทำยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ สาเหตุสำคัญเกิดจากความมั่นใจของลูกค้าที่มีต่อตัวโปรดักซ์ทุกรุ่น กิจกรรมการตลาดที่เข้าถึงทุกพื้นที่ การสื่อสารแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียมแบรนด์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี โดยยอดขายในแต่ละรุ่นประจำปี 2561 มีดังนี้

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประจำปี 2561 เปรียบเทียบกับปี 2560

ข้อมูลการขายรถ    มกราคม – ธันวาคม 2560   มกราคม – ธันวาคม 2561 %  เปลี่ยนแปลง
มาสด้า2                     31,760                                       45,972                         + 45
มาสด้า3                       4,979                                         5,255                         + 6
มาสด้า CX-3                3,812                                         3,536                          – 7
มาสด้า CX-5               4,835                                          8,184                         + 69
มาสด้า BT-50 โปร      5,939                                          7,498                         + 26
มาสด้า MX-5                  30                                                30                      ไม่เปลี่ยนแปลง
ยอดรวม                     51,355                                        70,475                         + 37

พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ยังได้กล่าวถึง “แผนการพัฒนาธุรกิจของมาสด้าในปี 2562 โดยคาดว่าตลาดรถยนต์จะทรงตัว หรือ เติบโตขึ้นเล็กน้อย โดยประมาณการตัวเลขอยู่ที่ 1.03 – 1.06 ล้านคัน ส่วนยอดขายมาสด้ามองว่าปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 75,000 คัน หรือ เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5 – 10% และส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 6.7%

โดยปีนี้ยังคงเน้นการบริการลูกค้าทั้งก่อน และหลังการขาย ด้วยการเสริมศักยภาพของทีมงานในองค์กร รวมถึงทีมงานของผู้จำหน่าย ที่สำคัญปีนี้ถือเป็นปีทองของมาสด้าที่จะทำการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดมากถึง 6 รุ่น และมาพร้อมกับรูปลักษณ์การออกแบบจาก KODO Design เจนเนอเรชั่น 2 และเทคโนโลยีสกายแอคทีฟใหม่ ควบคู่ไปกับการกำหนดกลยุทธ์การสื่อสารที่ฝ่ายการตลาดได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น”

มาสด้า เผยความสำเร็จ-ในการดำเนินธุรกิจปี 2561-มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้-4.jpg

มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้ รองประธานบริหารอาวุโส กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักที่สำคัญของมาสด้า ด้วยยอดขายอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน สูงสุดติดกันมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ที่สำคัญ มาสด้า มอเตอร์ ยังคงให้การสนับสนุน มาสด้า ประเทศไทย อย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งการลงทุน และเทคโนโลยี

ในปีนี้มาสด้ากำลังจะก้าวไปสู่รถยนต์ในเจเนอเรชั่นที่ 7 และการมาของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด SKYACTIV-X ซึ่งเป็นการผสมผสานคุณลักษณะเด่นของเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซลรวมไว้ด้วยกัน และเมื่อกล่าวถึงเรื่องเครื่องยนต์ ผมคงจะต้องกล่าวถึงเรื่องเทคโนโลยีทางด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV โดยเครื่องยนต์ SKYACTIV-X นั้นเราได้ผนวกเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ามาด้วย

ซึ่งในส่วนนี้เราได้คิดตั้งแต่เริ่มกระบวนการพัฒนา หรือ Well-to-Wheel ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านกระบวนการทำงานของรถยนต์ทั้งคัน เพราะมาสด้าได้เล็งเห็นปัญหาในเรื่องของภาวะโลกร้อน จึงเป็นที่มาของนโยบาย Sustainable Zoom-Zoom 2030 เพื่อให้โลกยังคงสวยงาม เพื่อผู้คน และสังคมของเรา มีความงดงาม และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

มาสด้า เผยความสำเร็จ-ในการดำเนินธุรกิจปี 2561-นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์-5.jpg

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ด้านการตลาด นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด และรัฐกิจสัมพันธ์ แสดงความคิดเห็นว่า “การสื่อสารถือเป็นหัวใจหลักสำคัญ จำเป็นต้องพัฒนาการสื่อสารให้ครบทุกช่องทาง โดยเฉพาะออนไลน์ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เริ่มจากการกำหนดสไตล์ของแบรนด์ หรือ Mazda Brand Style เพื่อให้เกิดการจดจำ และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่มาสด้าต้องถ่ายทอดและให้ลูกค้าเห็นได้ในทุก ๆ ที่ และสิ่งนี้ยังเป็นการปูทางไปสู่การมาของรถยนต์มาสด้าเจนเนอเรชั่นที่ 7

โดยเราได้ปรับเปลี่ยนทั้งในส่วนของโลโก้ รูปแบบตัวอักษรทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมทั้งการวางองค์ประกอบของภาพถ่าย และพื้นที่ในการจัดแสดงรถทั้งภายในโชว์รูม และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด

นอกจากนี้ มาสด้าจะทำการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ซึ่งจะเผยโฉมให้ทุกท่านได้เห็นในเร็ว ๆ นี้ โดยเว็บไซต์ใหม่นั้นจะมีความเป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น เสมือนเป็นหน้าต่างที่ให้ผู้ใช้เข้าสู่โลกของมาสด้าอย่างแท้จริง เป็นการร้อยเรื่องราวของแต่ละส่วนให้มีความ smooth น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าเราจะอยู่ในยุคที่ข่าวสารมีอยู่มากมาย หลากหลายช่องทาง และยังมาในรูปแบบที่หลายอย่างเป็นเทรนด์ที่มาเร็ว และไปเร็ว ทำให้หลายคนมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ความเป็นจริงแล้วยังมีอีกหลากหลายพฤติกรรมที่ยังคงอยู่

ทั้งนี้ปัจจุบันสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคือ ความง่าย และสะดวก ซึ่งมาสด้าจะยังคงสร้างสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าเกิดการรับรู้ในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการทำการตลาดหรือกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่เราต้องใช้นั้นต้องสอดคล้องไปตามเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป” นายธีร์ กล่าวเสริม

มาสด้า เผยความสำเร็จ-ในการดำเนินธุรกิจปี 2561-ดร. ปณัสย์ บุญค้ำ-6.jpg

ดร. ปณัสย์ บุญค้ำ รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ดร. ปณัสย์ บุญค้ำ รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย กล่าวถึงแผนงานเพื่อเอาใจใส่ดูแลลูกค้ามาสด้าให้ดีที่สุดว่า “ปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งลงมือทำ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง คือ การขยายศูนย์ซ่อมสี และตัวถัง ปัจจุบันเปิดให้บริการไปแล้ว 21 แห่ง ทั่วประเทศ เป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้คือ 28 แห่ง และภายในปี 2021 จะเพิ่มขึ้นเป็น 58 แห่ง

นอกจากนี้กระบวนการในการให้บริการหลังการขายถือเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือ ประสิทธิภาพของช่องซ่อม ราคาอะไหล่ที่สามารถแข่งขันได้ การจัดส่งอะไหล่ต้องรวดเร็ว ปัจจุบันเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการจัดส่งอะไหล่ถึง 3 ครั้งต่อวัน ส่วนต่างจังหวัดจัดส่ง 1 ครั้ง ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพศูนย์บริการ และประสิทธิภาพบุคลากรของผู้จำหน่ายต้องมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ”

มาสด้า เผยความสำเร็จ-ในการดำเนินธุรกิจปี 2561-นายสมหมาย แซ่อึ้ง-7.jpg

นายสมหมาย แซ่อึ้ง รองประธานบริหารฝ่ายขาย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

นายสมหมาย แซ่อึ้ง รองประธานบริหารฝ่ายขาย กล่าวว่า สำหรับปีนี้มาสด้ายังคงมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย การที่เราจะพัฒนาด้านการขายให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ เราต้องมีกระบวนการสรรหาลูกค้าให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย โดยสถานที่ที่เราจะพบกับลูกค้าได้นั้น ปัจจุบันมาจาก 3 แหล่งใหญ่ ๆ ประกอบด้วย

  1. โชว์รูม
  2. การจัดกิจกรรมนอกสถานที่ (Local Event)
  3. จากสื่อออนไลน์

ทั้งนี้มาสด้ามีแผนงานที่สำคัญ 2 เรื่องหลัก เพื่อที่จะใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายผู้จำหน่าย คือ

  1. เพิ่มปริมาณการจัดกิจกรรมบนโชว์รูม
  2. กิจกรรมโรดโชว์ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น

โดยแบ่งออกเป็น

  • การจัดงานที่โชว์รูม “MAZDA NEXT EXPERIENCE”
  • การจัดงานที่ห้างสรรพสินค้า “MAZDA SKYACTIV FESTIVAL”

ปัจจุบันนี้มาสด้ามีโชว์รูมทั้งหมด 139 แห่ง จะขยายเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2561 มีการปรับปรุงโชว์รูมภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ไปแล้ว 81 แห่ง และจะเพิ่มขึ้นเป็น 115 แห่ง โดยจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2562

นี่คือแนวทาง และปณิธานทั้งหมดที่ได้มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นี้คือยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของมาสด้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2562 เพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จ และความมุ่งมั่น เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่น และไว้วางใจอย่างยั่งยืน

ติดตามความเคลื่อนไหว และกิจกรรมได้ที่