รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P ที่มาพร้อมกับ “สมรรถนะ” ที่พัฒนาขึ้นใหม่

Written by Torque Thailand

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P เพิ่มความเฉียบคมในงานดีไซน์ ด้วยสไตล์ที่เรียกว่า DYNAMIC X SOLID ที่มาพร้อมกับ “แพลตฟอร์มใหม่” (Subaru Global Platform)

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-1.jpg

Subaru XV 2.0i-P

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-2.jpg

Subaru XV 2.0i-P

“ถ้า Impreza คือ ชื่อที่สาวกทั่วโลกยกให้เป็นหนึ่งในดวงใจล่ะก็ บอกได้เลยว่าในอนาคตคงต้องมี XV เป็นอีกหนึ่งชื่อในดวงใจ สำหรับสาวกค่ายดาวลูกไก่อย่าง Subaru แน่นอน”

ผมยังจำได้ดีถึงเสียงฮือฮา จากผู้บริโภคชาวไทยในวันแรกที่ Subaru XV ก้าวเข้ามาเป็นตัวในบ้านเรา ที่ปั่นกระแสตอบรับสุดเริ่ด จนนำไปสู่ตัวเลขยอดขายที่พูดได้เต็มปาก เต็มคำว่า “สร้างความสำเร็จอย่างถล่มทลาย” และนั่นคือ เจเนอเรชันแรกของ Subaru XV

ส่วนคันที่เป็นพระเอกอยู่กับเราในบทความนี้ คือ “เวอร์ชั่นใหม่” ที่ได้รับการ “อัพเกรด” ขึ้นอีกระดับ เพราะฉะนั้นงานนี้เราจึงมีต้นทุนในกระเป๋าเป็นความมั่นใจว่า “สมรรถนะ” ที่พัฒนาขึ้นใหม่นั้นจะต้องเป็นอะไรที่น่าประทับใจแน่นอน ด้วย “แพลตฟอร์มใหม่” ที่มีชื่อเรียกว่า SGP หรือ Subaru Global Platform ซึ่งนำมาใช้แล้วกับยนตรกรรมที่ชื่อเป็นตำนานอย่าง Impreza

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-3.jpg

Subaru XV 2.0i-P

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-4.jpg

Subaru XV 2.0i-P

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-5.jpg

Subaru XV 2.0i-P

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-6.jpg

Subaru XV 2.0i-P

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-7.jpg

Subaru XV 2.0i-P

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-8.jpg

Subaru XV 2.0i-P

โดยจุดเด่นก็คือการใช้วัสดุเหล็ก High Tensile Steel Panel Material เป็นส่วนประกอบหลักของ Subaru Global Platform ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ความเหนียว และมีความทนทานต่อแรงดึงได้สูง ประกอบกับการดีไซน์ตำแหน่งจุดยึดช่วงล่าง และซับเฟรมด้านหลังใหม่ ทำให้ XV เวอร์ชั่นใหม่นี้ มีความแข็งแกร่งมากขึ้นจากเดิม โดยโครงสร้างตัวถังสามารถดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้มากขึ้น 40%, ทนต่อแรงบิดงอได้ดี

ทั้งยังรวมไปถึงเรื่อง “สมรรถนะ” ซึ่งการันตีว่ายอดเยี่ยมขึ้น ด้วยอาการแกว่งตัว (Body Sway) ที่ลดลงไปได้ถึง 50% ซึ่งเสริมด้วยเปลี่ยนตำแหน่งจุดยึดเหล็กกันโคลงด้านหลังใหม่ ทำให้อาการ “โคลง” ในด้านหลังลดลงอีกถึง 50% พร้อมด้วยความมั่นใจที่มากขึ้นในการขับขี่ จากการปรับลดจุดศูนย์ถ่วงลงมาอีก 5 มม.

และจากการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ทำให้ Subaru XV เวอร์ชั่นใหม่นี้มีสัดส่วนความยาวอยู่ที่ 4,465 มม. ความกว้าง 1,800 มม. และความสูง 1,615 มม. โดยสิ่งที่เพิ่มขึ้นก็คือ ความยาวอีก 15 มม. และความกว้างอีก 20 มม. ส่วนระยะฐานล้อยังคงเป็นตัวเลข 2,665 มม. พร้อมด้วยความกว้างแทรคล้อหน้า 1,550 มม. ล้อหลัง 1,555 มม. และความสามารถในการลุยด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ 220 มม.

ทางด้านรูปลักษณ์นั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากจากเจเนอเรชันที่แล้ว โดยหลัก ๆ คือ การเพิ่มความเฉียบคมในงานดีไซน์ ด้วยสไตล์ที่เรียกว่า DYNAMIC X SOLID และการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ เช่น ไฟหน้าโคมดำแบบ Projector LED พร้อมระบบปรับทิศทางไฟหน้าตามการเลี้ยว SRH (Steering Responsive Headlights) รวมไปถึงชุดไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running Lights ไว้ในโคมเดียวกัน ในขณะที่ด้านหลังมากับจุดเด่นจากชุดไฟท้าย LED รูปทรง C-Shaped

นอกจากนี้ยังนำเสนออารมณ์ของ “สายลุย” ด้วยโทนสีดำของชุดตกแต่งกันชนหน้าที่ยาวต่อเนื่องถึงซุ้มล้อ, กาบบันได และกันชนหลัง ซึ่งลงตัวกับล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว ตลอดจนราวแร็คหลังคาด้านบน สำหรับช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนสัมภาระได้ดีอีกด้วย

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-9.jpg

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-10.jpg

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-11.jpg

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-12.jpg

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-13.jpg

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-14.jpg

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-15.jpg

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-16.jpg

ภายในห้องโดยสาร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-17.jpg

ภายในห้องโดยสาร

นั้นยังคงมากับความกว้างขวาง ตามสไตล์รถอเนกประสงค์ โดยผสมผสานอามณ์ความสปอร์ตเอาไว้อย่างลงตัว พร้อมด้วยการพกพาฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมาให้ใช้แบบครบครัน เช่น หน้าจอแสดงผลมัลติฟังก์ชั่น และหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบใหม่, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift โดยในตำแหน่งคอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว และระบบปรับอากาศแบบ Dual-Zone ไปจนถึงระบบเบรคมือแบบไฟฟ้า, กุญแจรีโมทแบบ Smart Entry ที่มาพร้อมปุ่ม Push Start รวมถึงเบาะนั่งฝั่งคนขับปรับสูง-ต่ำด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง ปิดท้ายด้วยด้านหลังที่มากับเบาะนั่งพับได้แบบ 60:40 ซึ่งสามารถขยายความจุห้องเก็บสัมภาระได้ถึง 1,240 ลิตร

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-18.jpg

เครื่องยนต์เบนซินรหัส FB20 แบบ Boxer 4 สูบนอน DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร

ขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซินบล็อกคุ้นเคยในรหัส FB20 แบบ Boxer 4 สูบนอน DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร ที่ยกระดับสมรรถนะขึ้นด้วย หั่นน้ำหนักส่วนเกินออก 12 กก. จากชิ้นส่วนใหม่ ๆ ราว 80% และติดตั้งระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงใหม่แบบ Direct Injection มาพร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งไอดี และไอเสีย แบบ AVCS – Active Valve Control System ทำให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นจากเจเนอเรชันแรก 150 แรงม้าเป็น 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที โดยยังคงมีแรงบิดสูงสุด 196 นิวตันในรอบเครื่องยนต์ที่น้อยลงจาก 4,200 รอบต่อนาทีเป็น 4,000 รอบต่อนาที

ตามด้วยการปรับเซ็ทระบบส่งกำลัง Lineartronic CVT 7 สปีด พร้อม Manual Mode ใหม่ ด้วยการเพิ่มช่วงอัตราทดเกียร์ให้กว้างขึ้น ตลอดจนการปรับเซ็ทอัตราทดพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าใหม่ พร้อมการปรับแต่งระบบช่วงล่างบนพื้นฐานด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบน เสริมด้วยการติดตั้งเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ และความนุ่มนวล แล้วยังช่วยส่งผลในเรื่องของการลดเสียงรบกวน (Low Noise) และลดแรงสั่นสะเทือน (Low Vibration) ได้อีกถึง 30% ตลอดจนสร้างการควบคุมที่เฉียบคมขึ้น จากน้ำหนักที่เบาลงอีกด้วย

ระบบขับเคลื่อนของ Subaru XV

แน่นอนว่าจะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Symmetrical All Wheel Drive (S-AWD) ที่จะกระจายแรงบิดในอัตราส่วนล้อหน้า และหลังแบบ 60 / 40 ซึ่งจะแปรผันไปตามสภาพในอัตราส่วนสูงสุดอยู่ที่ 50 / 50 โดยจะมาพร้อมกับระบบ Active Torque Vectoring (ATV) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ โดยเฉพาะหากเข้าโค้งอย่างรุนแรง พร้อมทั้งมีฟังก์ชันการขับขี่ X-Mode เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับช่วยควบคุมเครื่องยนต์, ระบบส่งกำลัง, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ, ระบบเบรก และระบบอื่น ๆ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับรูปแบบต่าง ๆ ในการขับขี่

และด้วยค่าตัวระดับ 1,259,000 บาท คือ สิ่งที่ทำให้ผมเชื่อว่าน้อยคนนักที่เป็นเจ้าของ Subaru XV จะนำเจ้านี่ไปลุยแบบจริงจัง เพราะด้วยรูปลักษณ์ที่แม้จะ “ยัด” ความ” แข็งแกร่ง บึกบึน” เข้ามา แต่ในสายตาหลายต่อหลายคน ผมว่าเจ้านี่ก็ยังเป็นรถอเนกประสงค์ SUV ที่มีความ “สปอร์ตหรู” และดูจะเหมาะกว่าสำหรับการ “เฉิดฉาย” กับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือเดินทางออกต่างจังหวัดไปพักผ่อนในสุดสัปดาห์ ฉะนั้นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ คือ สิ่งที่กลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ได้มากกว่า “การลุย”

เราเชื่อมั่นใน “สมรรถนะ” ของ XV มาตั้งแต่เจเนอเรชันที่แล้ว เพราะงั้นในวันนี้เราจึงไม่ต้องการ “ค้นหา” คำตอบอะไรมากมายนัก นอกจากซึมซับ “อารมณ์” ใหม่ ไปพร้อม ๆ การเปรียบเทียบกับเจเนอเรชันที่แล้วและสิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ทันที ก็คือ “ความกระชับ” ในการควบคุมที่มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของพวงมาลัยที่ “เฉียบ คม ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว” ประกอบกับรายละเอียดต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นใหม่ ทำให้บอกได้เลยว่า “บุคลิก” ของ XV ใหม่นี้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด พูดง่าย ๆ ว่า “ขับสนุก” และ “มั่นใจ” มากขึ้น ราวกับใส่อารมณ์ของ Impreza เข้ามา โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็ว ซึ่งในทางตรง ๆ คุณอาจจะไม่ได้ซาบซึ้งกับการอัพเกรดสมรรถนะ Subaru XV มากเท่าไหร่ แต่ใน “ทางโค้ง” คุณจะรู้เลยว่าเจ้านี่ “ไม่ธรรมดา”

ซึ่งแม้ผมจะจำไม่ได้ว่ากับเจเนอเรชันที่แล้ว ผมสามารถใช้ความเร็วในโค้งได้อยู่ที่เท่าไหร่ แต่สำหรับในเวอร์ชั่นนี้บอกได้เลยว่า “มากกว่า” อย่างน้อย ๆ ก็ 10-20% แน่ ๆ และนั่นคือสิ่งที่ผมไม่พลาดเลยสักครั้งกับการเล่นสนุกในทางโค้ง จนแทบจะกล่าวได้ว่า Subaru XV เป็นรถที่สร้างความมั่นใจในการขับขี่สำหรับผมได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ในพิกัดเดียวกัน

ฉะนั้นใครที่จด ๆ จ้อง ๆ หรือ กำลังตัดสินใจจะรับ Subaru XV เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านละก็ รับรองเลยครับว่าไม่ผิดหวัง เพราะนอกจาก “สมรรถนะ” ที่น่าประทับใจแล้ว คุณยังได้ความอเนกประสงค์ที่เหมาะสมกับฐานะ “ครอบครัว” เป็นอีกหนึ่งของแถมด้วยเช่นกัน

รีวิวทดสอบรถ Subaru XV 2.0i-P-19.jpg

Subaru XV 2.0i-P

Specification : Subaru XV 2.0i-P

  • Price        :    1,259,000 BHT
  • Engine    :    1,995 CC / Boxer / 4 Cylinder / 16 Valve 156 hp @ 6,000 rpm / 196 Nm @ 4,000 rpm
  • Transmission  :    Lineartronic CVT / Symmetrical All Wheel Drive
  • Performance  :     0 – 100 Km/h @ N/A / Top Speed @ N/A
  • Weight              :      N/A

About the author

Torque Thailand