Audi Q7 45 TDI quattro S Line

Written by Torque Editor

“Audi Q7 45 TDI quattro S Line คันยักษ์ คันนี้สอนให้เรารู้อย่างชัดเจนว่า … มาตรฐานของ รถอเนกประสงค์ SUV ที่มีดีกรีความสปอร์ตติดตัวมาด้วยนั้น มันควรเป็นอารมณ์แบบไหน”dsc03606 dsc_1021 dsc_1001 dsc_0997Audi Q7 ถือได้ว่าเป็นรถอเนกประสงค์ระดับหรูพี่ใหญ่สุดในอนุกรม Q และยังเป็นโมเดลหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับการนำเข้ามาทำตลาดของ บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้นำเข้า และ จัดจำหน่ายรถยนต์ Audi แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ด้วยความที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการตอบโจทย์ สำหรับใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่ทั้งแรง และประหยัดในเวลาเดียวกัน

Audi Q7 มากับมิติตัวถังที่ต้องเรียกว่ามโหฬารทีเดียว ด้วยความยาวถึง 5,052 มม. ความกว้างที่ 1,968 มม. และความสูงที่ 1,741 มม. วางตัวบนความยาวฐานล้อที่ 2,994 มม. และความกว้างแทรคล้อหน้าที่ 1,679 มม. และล้อหลังที่ 1,691 มม.

ในขณะที่รูปลักษณ์นั้นมากับดีไซน์ที่ผสมผสานความสปอร์ต และความหรูหราอย่างลงตัว เช่น ด้านหน้าที่สะดุดตาด้วยกระจังขนาดใหญ่ ประกบคู่ซ้าย-ขวาด้วย ชุดไฟหน้าทรงเฉียบที่มาพร้อมชุดไฟ DRL – Daytime Running Light แบบ LED รวมถึงสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยกับการตกแต่งที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตตามฐานะโมเดล S Line ส่วนภายในนั้นผมว่าคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรกันมาก เพราะด้วยฐานะระดับท็อปของโมเดล Q7 กับค่าตัวราว 4.8 ล้านบาท ผมว่าออฟชันเค้าน่าจะใส่มาให้อย่างเพียงพอ โดยที่ไม่ต้องร้องขออะไรเพิ่มแล้วล่ะdsc_1040เพราะงั้นมาต่อกันที่ขุมพลังเลยดีกว่า สำหรับ Audi Q7 รุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งเดียวในสายพันธ์ุที่ทำตลาดในเมืองไทย ด้วยขุมพลังดีเซลแบบ V6 สูบ พิกัด 3.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged และระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection ซึ่งพกพาพละกำลังมาให้ใช้ที่ 249 แรงม้าตั้งแต่ 2,910 – 4,500 รอบต่อนาที ในขณะที่แรงบิดสูงสุดนั้นจบอยู่ราว 600 นิวตันเมตร และสร้างความสะใจได้ตั้งแต่ 1,500 ไปจนถึง 3,000 รอบต่อนาทีdsc03706 dsc03723โดยมีเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Tiptronic รับหน้าที่ลำเลียงกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro โดยตัวเลขอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เค้าเคลมมาให้ที่ 6.9 วินาที พร้อมท็อปสปีดสูงสุดที่ 225 กม./ชม. ซึ่งนั่นคือตัวเลขที่บอกตรงๆ ว่า “ยั่ว” กันซะเหลือเกิน เพราะมันบ่งบอกถึง “ความแรง” ชนิดที่ว่าถ้าไม่บอกว่าเป็นตัวเลขจากรถอเนกประสงค์ SUV ก็คงไม่มีใครเชื่อ

ผมคว้ากุญแจของเจ้า Audi Q7 45 TDI quattro S Line แล้วรีบโดดขึ้นรถอย่างไว เพราะเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ชีวิตจะขาดอะไรตื่นเต้นไปไม่น้อย จนกระทั่งมาเจอตัวเลขการันตีสมรรถนะของ Q7 เข้า จนทำให้กระตุ้นต่อมความอยากเข้าเต็ม ๆ เพราะฉะนั้นจะช้าทำไมล่ะครับ ไปกันเลยดีกว่า

สำหรับบุคลิกของ Audi Q7 45 TDI quattro S Line บอกเลยว่าแทบไม่ต่างกับรถหรูเครื่องยนต์ดีเซลในตลาด เริ่มต้นจาก “เสียง” เครื่องยนต์ที่ส่งผ่านเข้ามาถึงห้องโดยสารที่ “เงียบเชียบ” จนทำให้มีสุนทรียภาพในการขับขี่ที่ดีพอตัวเลยทีเดียว ขณะเดียวกันการตอบสนองเมื่อกดคันเร่งในรอบเครื่องยนต์ต่ำๆ ก็มากด้วยความสามารถในการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจ ชนิดที่เรียกว่าเป็นไปตามสั่ง โดยจะมีจุดบกพร่องเล็กๆ ในบริเวณของเสา A- Pillar ที่หากปรับตำแหน่งนั่งในสไตล์ Racing แบบว่า “ต่ำ” สุด ๆ ซึ่งทำให้ทัศนวิสัยในจังหวะเลี้ยว โดยเฉพาะเลี้ยวขวานั้นลดลงไปสักนิด โดยเฉพาะกับคนที่ยังไม่คุ้นชินกับรถมากนัก ในการขับครั้งแรก ๆ

แต่หลังจากลองขับไปได้สักพักใหญ่ จุดบอดดังกล่าวก็ทำให้เราปรับตัวได้อย่างไม่ยากเย็น และทำให้กะระยะในการตีวงเลี้ยวได้แบบไม่ยาก กระทั่งเราออกสู่ถนนใหญ่ พร้อมด้วยหลากหลายสายตาของเพื่อนร่วมท้องถนนต่างจับจ้องรถอเนกประสงค์คันใหญ่อย่าง Audi Q7 45 TDI quattro S Line คันนี้ … ซึ่งก็แน่ละ เพราะส่วนหนึ่งนั้นมาจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็คือ “ลีลา” การขับเคลื่อน หลังจากที่ผมคุ้นเคย และสามารถสั่งการเจ้ายักษ์คันนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ชนิดที่เรียกว่าคล่องตัวเกินคาดกับสภาพการจราจรในความเร็วต่ำ อันเป็นผลมาจากน้ำหนักพวงมาลัยแบบเพาเวอร์ไฟฟ้าที่มีอัตราทดอันเหลือเชื่อ โดยเฉพาะในความเร็วต่ำที่มอบกระชับฉับไวให้ใช้ ราวกับรถพิกัดเล็ก ซึ่งช่วยให้ใครที่คิดว่าความใหญ่โตของตัวถังจะเป็นอุปสรรคสำหรับความคล่องตัวล่ะก็ บอกเลยว่าให้เลิกคิด เพราะผมเองสามารถพา Audi Q7 เคลื่อนตัวไป ภายใต้สภาพการจราจรที่หนาแน่นได้แบบสบาย ๆ

โดยส่วนหนึ่งนั้นต้องยกความดีความชอบ ให้กับขุมพลังดีเซล เทอร์โบ ที่มีแรงบิดในรอบต่ำ ซึ่งมากพอที่สร้างความกระปรี้กระเปร่า ให้กับตัวรถได้ตั้งแต่ในรอบเครื่องยนต์ต่ำๆ คือ ตั้งแต่ 1,500 รอบต่อนาที เพราะงั้นการเตะคันเร่งเพียงเล็กน้อยก็มากพอ สำหรับการฉุดลากตัวถังให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการแบบสบายๆ ทำให้ผมตัดสินใจตัดความกังขาสำหรับการใช้งานในเมืองไปได้เลยทันที และมุ่งหาวิถีสำหรับนักขับสายโหดด้วยเส้นทางนอกเมืองที่สภาพการจราจรที่เหมาะสำหรับการกระหน่ำคันเร่ง

และผมยังคงเลือกเส้นทางด่านมุ่งหน้าสู่ถนนพระราม 2 ออกนอกเมือง ด้วยความเร็วเดินทางปกติ พร้อมใจที่แอบหวังว่าเส้นทางหนองหญ้าปล้อง หรือในแถบ ๆ นั้นยังคงต้อนรับผมอีกครั้ง ด้วยรถราที่บางตา และสภาะถนนที่เหมาะสมกับการค้นหาสมรรถนะที่แท้จริง

ซึ่งบนทางด่วนย่านพระราม 2 บอกตรง ๆ ว่าเราคิดไม่ผิด กับการหวังสภาพการจราจรในแบบที่เอื้ออำนวยให้กระแทกคันเร่ง และผมสามารถทำได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเรื่องของอัตราเร่งแซงที่เพียงแค่กระทุ้งคันเร่งเบา ๆ ก็ปลิวลม ลอยลำไปได้อย่างไม่ยากเย็น ขณะเดียวกันหากต้องการอารมณ์การขับขี่แบบสบายๆ ในระดับความเร็วเดินทาง เจ้า Q7 โมเดลนี้ก็สามรถตอบโจทย์ได้อย่างไม่ยากเย็น ด้วยคุณสมบัติของความเป็นรถอเนกประสงค์ SUV ที่มีขนาดความสูงของตัวรถเป็นทุน ช่วยให้มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี มองเห็นได้ไกล เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแนบเนียน พร้อมด้วยการสร้างความปลอดภัยให้มั่นใจได้มากยิ่งขึ้น

ทันทีที่ผมจุ่มคันเร่ง Audi Q7 45 TDI quattro S Line รอยยิ้มที่มุมปากก็สามารถเกิดขึ้นได้เบา ๆ จากแรงดึงทีสร้างความสะใจชนิดที่ไม่มีค่ายไหนเหมือน โดยเฉพาะ “ความสุภาพ” ที่ผมคาดหวังว่าจะดุเดือดกว่านี้แต่ก็ไม่ช่อย่างที่คิด เพราะด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มากับตัวช่วยจัดสรรกำลังแรงบิดอย่างเหมาะสม ทำให้ผมมั่นใจ และสามารถเติมคันเร่งลงไปได้ทุกครั้งที่ต้องการ เพื่อลิ้มรสแรงดึงแบบ “เนิบ” แต่ต่อเนื่องที่สร้างอารมณ์สปอร์ตให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอย่างท่วมท้น

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมเลือก “เติม” คันเร่งของ Audi Q7 45 TDI quattro S Line ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ซึ่งนอกจากความไว้วางใจในเรื่องของความสปอร์ตในการขับขี่แล้ว ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของความมั่นใจจาก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ที่จัดให้ทุกสไตล์การ “ยัดโค้ง” ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นไปอย่างปลอดภัย ฉะนั้นต่อให้ “หวด” เต็มๆ แบบไม่ Over Limit ก็ยังสามารถมั่นใจได้ว่า Audi Q7 45 TDI quattro S Line จะไม่ออกนอกลู่นอกทางอย่างแน่นอนdsc03725 dsc03715 dsc03713ผมขับขี่ Audi Q7 45 TDI quattro S Line จนเวลาล่วงเลยไปเกือบทั้งวัน พร้อมกับความ “ลืม” ไปเลยว่ายังไม่ได้เล่น “บทบู๊” กับโหมดการขับขี่ Audi Drive Select ซักนิด เพราะเอาจริงๆ แค่ซิ่งด้วยโหมดปกติสมรรถนะต่างๆ ก็สร้างความประทับใจให้เราได้มากพอ แต่ไหน ๆ แล้วก็ขอ “ลอง” หน่อยแล้วกัน โดยในฟังก์ชั่น Audi Drive Select นั้นจะมีให้เลือกปรับ คือ Efficiency, Comfort, Auto, Dynamic, Individual กับโหมดฮาร์ดคอร์สุด Dynamic ซึ่งนี่แหละ คือ สิ่งโปรดปรานของผม

ว่าแล้วก็ไม่รอช้าเข้าสู่โหมด Dynamic เพื่อลิ้มรสความมันส์จากรถ SUV คันยักษ์ทันที โดยสิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ก็คือ “ความกระชับ” ที่ชัดเจน ตั้งแต่เรื่องของช่วงล่าง ตามมาถึงการตอบสนองของเครื่องยนต์ และระบบพวงมาลัย ที่เปลี่ยนบุคลิกของรถอเนกประสงค์สไตล์ครอบครัว ให้กลายเป็นรถอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ตอย่างชัดเจน โดยเฉพาะระบบพวงมาลัยที่มีน้ำหนักในระดับพอดิบพอดีกับทุกย่านความเร็วที่ใช้ แถมด้วยความฉับไว และเฉียบคมในการตอบสนอง ที่พาเอาเจ้า SUV ขนาดยักษ์อย่าง Q7 พริ้วไหวบนท้องถนนได้แบบตามใจสั่ง   dsc03588แถมด้วยความเฟิร์มของระบบช่วงล่างที่ได้อารมณ์สปอร์ต ประกอบกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งเป็นอีก 2 ส่วนที่ช่วยสร้างความมั่นใจได้ดี จนทำให้ผมพาเจ้ายักษ์คันนี้ทะยานไปด้วยความเร็วสูงบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะทั้งทางตรง หรือทางโค้งก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรถอเนกประสงค์ SUV ที่สร้างความประทับใจให้เราไม่น้อยทีเดียว ซึ่งถ้าใครมีกำลังทรัพย์ และอยากหารถ SUV เอาไว้ตอบโจทย์แบบรอบด้านสักคันล่ะก็ เจ้านี่เลยครับ Audi Q7 45 TDI quattro S Line แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

Specification 

Audi Q7 45 TDI quattro S Line

  • Price                   :   4,799,000 BHT
  • Engine               :   2,967CC / Diecsl Turbo / 4 Cylinder 16 Valve /249 hp @ 2,910 – 4,500rpm / 600 Nm @ 1,500 – 3,000 rpm 
  • Transmission  :  8A/T / Quattro (All Wheel Drive)
  • Performance   :  0 – 100 Km/h @ 6.9 Sec / Top Speed @ 225 Km/h
  • Weight               :   1,980 Kg.

About the author

Torque Editor

Leave a Comment