Bridgestone Corporation ประกาศเข้าร่วมการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship ฤดูกาล 2026/27 ในฐานะผู้จัดหายางรถแข่งแต่เพียงผู้เดียว พร้อมเปิดตัว POTENZA GEN 4 เพื่อรองรับรถแข่งพลังงานไฟฟ้า GEN 4 ที่มีกำลังสูงสุด 600 กิโลวัตต์ (815 แรงม้า) ความเร็วสูงสุด 335 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 1.8 วินาที โดยมีการเปิดตัวเทคโนโลยียางอย่างเป็นทางการในงาน Bridgestone Formula E World Premiere เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี
Bridgestone เป็นผู้จัดหายางรายเดียวของ Formula E ฤดูกาล 2026/27
Bridgestone เตรียมรับหน้าที่จัดหายางสำหรับการแข่งขัน Formula E ในฤดูกาล 2026/27 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รถแข่งเจเนอเรชันใหม่ GEN 4 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูงขึ้นทั้งด้านกำลัง อัตราเร่ง และระบบขับเคลื่อน
การเข้าร่วม Formula E ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาเทคโนโลยียางผ่านสนามมอเตอร์สปอร์ต โดย Bridgestone ใช้การแข่งขันเป็นพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมภายใต้แนวคิด Mobile Laboratory เพื่อนำองค์ความรู้ด้านยางและสมรรถนะการขับขี่ไปต่อยอดผลิตภัณฑ์ในอนาคต
บริษัทมีประสบการณ์ด้านมอเตอร์สปอร์ตมากกว่า 60 ปี และมองว่า Formula E เป็นอีกเวทีสำหรับพัฒนาเทคโนโลยีให้รองรับสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Formula E GEN 4 มีสมรรถนะเท่าไร?
รถแข่ง GEN 4 ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ Formula E ตามข้อมูลที่ Bridgestone เผยแพร่ โดยมีรายละเอียดดังนี้
กำลังสูงสุด 815 แรงม้า (600 kW) ความเร็วสูงสุด 335 กม./ชม. อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 1.8 วินาที ระบบขับเคลื่อน Permanent Active AWD
รถแข่งใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแอ็กทีฟตลอดเวลา หรือ Permanent Active All-Wheel Drive เพื่อรองรับกำลังและแรงบิดสูง ทำให้ยางต้องรับมือกับข้อกำหนดด้านการยึดเกาะถนน ความทนทาน และการรักษาสมรรถนะระหว่างการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น
Bridgestone POTENZA GEN 4 มียางกี่ประเภท และต่างกันอย่างไร?
Bridgestone พัฒนายางสำหรับการแข่งขัน GEN 4 จำนวน 2 ประเภท เพื่อรองรับสภาพถนนและสภาพอากาศที่แตกต่างกัน
1. POTENZA GEN 4
ยางที่พัฒนาสำหรับรถแข่ง GEN 4 โดยมุ่งเน้นการยึดเกาะถนน การปรับตัวให้เหมาะกับสภาพการแข่งขันที่หลากหลาย และความทนทานเพื่อรักษาสมรรถนะตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการแข่งขัน
2. POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE
ยางสำหรับการแข่งขันบนพื้นเปียกมากหรือฝนตกหนัก (Heavy Wet Tyre) ออกแบบเพื่อเพิ่มการยึดเกาะและความมั่นคงในการขับขี่บนถนนที่มีปริมาณน้ำสะสมสูง
คำว่า TYPHOON TYRE เป็นชื่อเรียกยางสำหรับการแข่งขันในสภาพฝนตกหนักตามข้อกำหนด FIA ไม่ได้หมายถึงการนำรถไปแข่งขันท่ามกลางพายุไต้ฝุ่นโดยตรง
ยางทั้งสองประเภทเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการแข่งขัน Formula E ไม่ควรนำคุณสมบัติไปสรุปว่าเทียบเท่าหรือใช้แทนยางรถยนต์นั่งทั่วไปได้
ยาง POTENZA GEN 4 ใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนสูงสุด 65%
นอกจากการพัฒนาสมรรถนะ Bridgestone ยังให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิตยาง GEN 4 โดยบริษัทแจ้งว่าสามารถเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนได้ถึง 65% ตามหลักเกณฑ์การรับรองวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต
ตัวอย่างวัตถุดิบที่นำมาใช้ ได้แก่
-
คาร์บอนแบล็ก ที่ผลิตจากน้ำมันไพโรไลซิสซึ่งได้จากยางรถยนต์หมดอายุการใช้งาน
-
ซิลิกาจากแกลบข้าว ซึ่งเป็นวัสดุจากภาคการเกษตร
-
ยางธรรมชาติ จากห่วงโซ่อุปทานที่ผ่านการตรวจสอบด้านความยั่งยืนตามแนวทางของ Bridgestone และสอดคล้องกับระบบ GPSNR
สัดส่วน 65% มีการรับรองภายใต้ระบบ ISCC PLUS โดยใช้แนวทาง Mass Balance ในการติดตามและจัดสรรปริมาณวัตถุดิบที่ผ่านการรับรองตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงไม่ควรตีความว่าเป็นการวัดส่วนประกอบทางกายภาพของวัสดุรีไซเคิลโดยตรงในยางทุกเส้น
ในด้านพลังงาน Bridgestone ยังจัดสรรพลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับพลังงานความร้อนและไฟฟ้าที่ใช้ในกระบวนการผลิตยางดังกล่าว พร้อมร่วมมือกับ DHL โดยใช้โซลูชัน DHL GoGreen Plus เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่ง
เปิดตัว Bridgestone Formula E World Premiere ที่กรุงโรม
Bridgestone จัดงาน Bridgestone Formula E World Premiere เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยมีผู้แทนจาก FIA, Formula E, ทีมแข่ง นักแข่ง สื่อมวลชน และผู้ร่วมงานจากวงการมอเตอร์สปอร์ต
ภายในงาน Yasuhiro Morita ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกและผู้แทนกรรมการบริหาร Bridgestone Corporation นำเสนอวิสัยทัศน์ในการกลับเข้าสู่การแข่งขันระดับ FIA World Championship
ขณะที่ Hiroshi Imai ผู้บริหารที่รับผิดชอบด้านผลิตภัณฑ์และมอเตอร์สปอร์ต และ Emilio Tiberio ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีของ Bridgestone ร่วมแนะนำเทคโนโลยียางสำหรับรถแข่ง GEN 4
นอกจากนี้ ยังมีการเผยโฉมยาง GEN 4 และโลโก้มอเตอร์สปอร์ตรุ่นใหม่ของ Bridgestone ณ ศูนย์เทคนิคของบริษัทในภูมิภาคยุโรป พร้อมกิจกรรมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและการพัฒนายาง
Jeff Dodds ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Formula E ให้การต้อนรับ Bridgestone ในฐานะผู้จัดหายางรายเดียวสำหรับฤดูกาล 2026/27 โดยมองว่าประสบการณ์ด้านมอเตอร์สปอร์ตและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืนของบริษัทมีความสำคัญต่อการแข่งขันยุค GEN 4
Bridgestone สนับสนุน Formula E ฤดูกาล 2026/27 ที่สนามใดบ้าง?
Bridgestone จะเป็นผู้จัดหายางสำหรับการแข่งขันตลอดฤดูกาล 2026/27 และยังรับบทบาทผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขันใน 4 เมือง โดยรายละเอียดตามข่าวประชาสัมพันธ์มีดังนี้
|
รอบการแข่งขัน |
วันที่ |
เมือง / ประเทศ |
|---|---|---|
|
รอบ 3 |
16 มกราคม 2570 |
เม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก |
|
รอบ 10–11 |
8–9 พฤษภาคม 2570 |
เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี |
|
รอบ 18–19 |
10–11 กรกฎาคม 2570 |
เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน |
|
รอบ 20–21 (รอบชิงชนะเลิศ) |
24–25 กรกฎาคม 2570 |
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น |
ฤดูกาล 2026/27 มีกำหนดเริ่มในเดือนธันวาคม 2569 และตามเอกสารข่าวมีการแข่งขันรวม 21 รอบ จนถึงเดือนกรกฎาคม 2570
บทบาทการเป็นผู้จัดหายางตลอดฤดูกาลและการเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการใน 4 เมืองเป็นคนละส่วนกัน โดยการแข่งขันใน 4 เมืองข้างต้นครอบคลุมมากกว่า 4 รอบการแข่งขัน
รายละเอียดโครงการของ Bridgestone สามารถติดตามได้ที่ https://fe.bridgestone.com
ประเด็นสำคัญ Bridgestone Formula E 2026/27
-
Bridgestone เป็นผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวสำหรับ ABB FIA Formula E World Championship ฤดูกาล 2026/27
-
รถแข่ง GEN 4 มีกำลังสูงสุด 815 แรงม้า ความเร็ว 335 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 1.8 วินาที
-
เปิดตัวยาง POTENZA GEN 4 และ POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE สำหรับการแข่งขันในสภาพที่แตกต่างกัน
-
ยาง GEN 4 ใช้สัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนที่รับรองตามแนวทาง Mass Balance สูงสุด 65%
-
Bridgestone จัดงาน World Premiere เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี
-
เป็นผู้จัดหายางตลอดฤดูกาล และผู้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมใน 4 เมือง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Bridgestone Formula E 2026/27
Bridgestone จะเป็นผู้จัดหายาง Formula E ตั้งแต่ฤดูกาลไหน?
เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2026/27 สำหรับการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship ในฐานะผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียว
รถแข่ง Formula E GEN 4 มีกำลังสูงสุดเท่าไร?
มีกำลังสูงสุด 600 กิโลวัตต์ หรือ 815 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 335 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 1.8 วินาที
ยาง POTENZA GEN 4 มีทั้งหมดกี่ประเภท?
มี 2 ประเภทตามข้อมูลในข่าว ได้แก่ POTENZA GEN 4 และ POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE ซึ่งเป็นยางสำหรับสภาพพื้นเปียกมาก
ยาง Bridgestone Formula E มีวัสดุรีไซเคิลกี่เปอร์เซ็นต์?
มีสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนสูงสุด 65% ตามเกณฑ์ ISCC PLUS และแนวทาง Mass Balance ที่บริษัทใช้รับรองวัตถุดิบ
Formula E ฤดูกาล 2026/27 เริ่มเมื่อไร?
เริ่มฤดูกาลในเดือนธันวาคม 2569 และสิ้นสุดเดือนกรกฎาคม 2570
Bridgestone จัดงาน Formula E World Premiere ที่ไหน?
จัดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี
TorqueThailand.com


