ตลาดรถยนต์เยอรมนีในเดือนมีนาคม 2026 ฟื้นตัวชัดเจน โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน หรือ BEV ขยับขึ้นมาครองสัดส่วน 24% ของยอดจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด แซงหน้ารถเบนซินและดีเซล ขณะที่แรงหนุนสำคัญมาจากมาตรการสนับสนุนรถพลังงานไฟฟ้าที่กลับมาอีกครั้งตั้งแต่ต้นปีนี้
ตลาดรถยนต์เยอรมนีส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างน่าสนใจในเดือนมีนาคม 2026 หลังมียอดจดทะเบียนรถใหม่รวม 294,161 คัน เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ประเด็นที่โดดเด่นยิ่งกว่าตัวเลขรวม คือการเร่งตัวของรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน ซึ่งทำยอดได้ 70,663 คัน หรือคิดเป็น 24% ของตลาดทั้งหมด
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ BEV ในเยอรมนีแซงหน้ารถใช้น้ำมันเบนซินที่มีส่วนแบ่งตลาด 22.8% และรถดีเซลที่ 12.8% ได้อย่างชัดเจน สะท้อนภาพการกลับมาของกระแสรถไฟฟ้าในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป หลังจากก่อนหน้านี้เคยเผชิญแรงสะดุดจากการยกเลิกเงินอุดหนุน EV เมื่อปีที่ผ่านมา
เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2025 ยอดขาย BEV เพิ่มขึ้นถึง 66.2% จาก 42,521 คัน มาอยู่ที่ 70,663 คัน ส่วนยอดสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2026 อยู่ที่ 159,630 คัน เพิ่มขึ้น 41.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทำได้ 112,968 คัน
ไม่เพียงแต่รถไฟฟ้าล้วนเท่านั้นที่ขยายตัว ตลาดรถไฮบริดรวมถึงปลั๊กอินไฮบริดก็เติบโตเช่นกัน โดยในเดือนมีนาคมมียอดขาย 117,845 คัน เพิ่มขึ้น 16.2% และมียอดสะสมไตรมาสแรก 282,600 คัน เพิ่มขึ้น 10.4% ทำให้รถกลุ่มไฮบริดมีสัดส่วนสูงถึง 40.1% ของการจดทะเบียนรถใหม่ทั้งหมดในประเทศ
ในเชิงแบรนด์ หลายค่ายได้แรงส่งจากกระแสยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเด่นชัด BYD ทำยอดเดือนมีนาคมได้ 3,438 คัน เพิ่มขึ้น 327.1% ขณะที่ Leapmotor เพิ่มขึ้น 318.1% เป็น 1,388 คัน และ Tesla มียอด 9,252 คัน เพิ่มขึ้น 315.1% ส่วนยอดสะสมของ Tesla ในปีนี้อยู่ที่ 12,829 คัน เพิ่มขึ้น 160% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านแบรนด์ดั้งเดิม Opel เติบโต 43.0%, Audi เพิ่มขึ้น 25.0% และ BMW เพิ่มขึ้น 16.5% ในเดือนมีนาคม ส่วน Skoda ครองส่วนแบ่งตลาด 8.4% และเป็นแบรนด์นำเข้าที่มีส่วนแบ่งสูงสุดในเยอรมนีช่วงเวลาดังกล่าว
แรงกระตุ้นสำคัญของตลาดรอบนี้ มาจากมาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เริ่มมีผลอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 โดยรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ที่จดทะเบียนในเยอรมนีได้รับการยกเว้นภาษีรถยนต์ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2035 นอกจากนี้ยังมีเงินอุดหนุนพื้นฐาน 3,000 ยูโร และสำหรับครัวเรือนรายได้น้อยสามารถรับการสนับสนุนได้สูงสุด 6,000 ยูโร ขณะที่รถปลั๊กอินไฮบริดและรถไฟฟ้าขยายระยะทางวิ่งมีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนสูงสุด 4,500 ยูโร
สำหรับภาพรวมทั้งตลาดในไตรมาสแรกของปี 2026 เยอรมนีมียอดจดทะเบียนรถใหม่เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นอีกสัญญาณว่าตลาดเริ่มกลับมามีจังหวะบวกอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังมีแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้าและสงครามในอิหร่านตามที่บทความต้นทางระบุไว้
จุดเด่น
- รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วนในเยอรมนีกลับมาเติบโตแรง และขึ้นมาแซงยอดสัดส่วนของรถเบนซินกับดีเซลได้ในเดือนมีนาคม 2026
- ยอดขาย BEV เดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 66.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดสะสมไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 41.3% สะท้อนการฟื้นตัวที่ชัดเจน
- รถไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดเติบโตควบคู่กัน ทำให้ตลาดรถพลังงานไฟฟ้าโดยรวมแข็งแรงขึ้น ไม่ได้พึ่งเฉพาะ BEV เพียงอย่างเดียว
- มาตรการรัฐมีบทบาทสำคัญ ทั้งการยกเว้นภาษีรถยนต์และเงินอุดหนุน ซึ่งช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
จุดด้อย
- การฟื้นตัวรอบนี้พึ่งพาแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐค่อนข้างมาก จึงสะท้อนว่าตลาด EV ยังไวต่อมาตรการสนับสนุนอย่างชัดเจน
- แม้ EV จะเติบโตแรง แต่บทความต้นทางระบุว่าบริบทเศรษฐกิจยังมีแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้าและสงครามในอิหร่าน ซึ่งอาจยังเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศตลาดโดยรวม
- ภาพการเติบโตของตลาดยังไม่ใช่การเติบโตแบบกระจายเท่ากันทุกแบรนด์ เพราะบางค่ายเติบโตแรงมาก ขณะที่บางแบรนด์ยังติดลบในตารางยอดขายเดือนมีนาคมและยอดสะสมไตรมาสแรก
ที่มา: Carscoops
TorqueThailand.com





