Index Creative Village และ Grand Prix International ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน “IGP Global” เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอีเวนต์ด้าน Mobility และ Lifestyle ระดับภูมิภาค โดยตั้งเป้าผสานงานแสดงสินค้า เทศกาล และเทคโนโลยีเข้ากับประสบการณ์ผู้บริโภคยุคใหม่ เริ่มต้นจากประเทศไทยก่อนขยายสู่ตลาดอาเซียน พร้อมเปิดตัว 2 อีเวนต์เรือธง ได้แก่ Hungry Highway และ Motion Expo
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากการรวมจุดแข็งของ 2 องค์กรไทยในคนละสายธุรกิจ คือ Index Creative Village ที่เชี่ยวชาญด้านครีเอทีฟและอีเวนต์ และ Grand Prix International ที่มีความแข็งแรงในกิจกรรมยานยนต์ โดยทั้งสองฝ่ายมองตรงกันว่าตลาด Mobility ในอาเซียนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งจากจำนวนผู้ใช้ยานยนต์ การเปลี่ยนผ่านสู่ Electric Mobility และบทบาทของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองการเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ทำให้ IGP Global ถูกวางบทบาทเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่เชื่อมธุรกิจ เทคโนโลยี และประสบการณ์ของผู้บริโภคทั้งในมิติ B2B และ B2C เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร
Index Creative Village และ Grand Prix จับมือจัดตั้ง IGP Global
- บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือจัดตั้งบริษัทร่วมทุน IGP Global
- เป้าหมายคือพัฒนาแพลตฟอร์มอีเวนต์รูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมทั้ง งานเฟสติวัล งานแสดงสินค้า และกิจกรรมไลฟ์สไตล์
- มุ่งสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยง การเดินทาง ความบันเทิง และเทคโนโลยี เข้าด้วยกัน
- เริ่มต้นในประเทศไทยก่อนขยายสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน
ผสานจุดแข็งสององค์กรไทย สร้างแพลตฟอร์มใหม่ของอุตสาหกรรม
- Index Creative Village มีความเชี่ยวชาญด้านครีเอทีฟและอีเวนต์ทั้งในไทยและต่างประเทศ
- Grand Prix International มีความแข็งแกร่งในธุรกิจและกิจกรรมยานยนต์
- ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการรวมจุดแข็งจากทั้ง อุตสาหกรรมอีเวนต์ และ อุตสาหกรรมยานยนต์
- เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคยุคใหม่
มองตลาด Mobility อาเซียนเป็นโอกาสเติบโตระยะยาว
- IGP Global ประเมินว่าตลาด Mobility ในอาเซียนมีศักยภาพสูง
- ภูมิภาคนี้มีประชากรกว่า 680 ล้านคน
- มีฐานผู้ใช้ยานยนต์มากกว่า 250 ล้านคัน
- มียอดจำหน่ายรถยนต์รวมมากกว่า 3 ล้านคันต่อปี
- และมีมูลค่าเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ Mobility มากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อีกทั้งยังอยู่ในช่วงเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ Electric Mobility อย่างชัดเจน
ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ยานยนต์ไม่ใช่แค่เรื่องการเดินทาง
- ผู้บริหารทั้ง 2 ฝ่ายมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
- ยานยนต์ไม่ได้ถูกมองเพียงเป็นพาหนะ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ไลฟ์สไตล์และการแสดงตัวตน
- ขณะเดียวกัน ผู้บริโภครุ่นใหม่มีบทบาทมากขึ้นต่อเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และรูปแบบการใช้ชีวิต
- จึงเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่เชื่อมโยง Mobility กับประสบการณ์และเทคโนโลยีเติบโตได้มากขึ้น
เปิดตัว 2 อีเวนต์เรือธงของ IGP Global
- IGP Global เปิดตัวอีเวนต์หลัก 2 งาน เพื่อสร้างฐานธุรกิจในระยะแรก
- ทั้งสองงานถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้ง คอมมูนิตี้ผู้บริโภค และ โอกาสทางธุรกิจ
- ครอบคลุมตั้งแต่งานเชิงไลฟ์สไตล์ไปจนถึงงานแสดงนวัตกรรมด้านการเคลื่อนที่แห่งอนาคต
Hungry Highway เจาะคอมมูนิตี้สายเดินทางและไบค์เกอร์
- Hungry Highway เป็นเทศกาลสำหรับคอมมูนิตี้คนรักการเดินทางและการขับขี่
- ปีแรกเน้นกลุ่ม ไบค์เกอร์ ภายใต้แนวคิด “Road for Ride and Bite”
- ภายในงานจะมีโซนโชว์บิ๊กไบค์และรถแต่ง
- รวมถึงตลาดไลฟ์สไตล์ที่มีอุปกรณ์ขับขี่ แฟชั่น และเทคโนโลยีใหม่
- เสริมด้วยโซนอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี และความบันเทิง
- จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569
- สถานที่จัดงานคือ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เอกมัย-รามอินทรา
Motion Expo ชูแนวคิด Smart Movement เชื่อม Mobility กับไลฟ์สไตล์อนาคต
- Motion Expo ถูกวางให้เป็นงานแสดงนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์การเคลื่อนที่แห่งอนาคต
- ใช้แนวคิด “Your Gateway to Smart Movement”
- นำเสนอโลกของ Mobility ในหลายมิติ ทั้ง
- Future Mobility
- Outdoor & Adventure Lifestyle
- Smart Living Technology
- ตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และผู้บริโภค
- พร้อมยกระดับสู่เวทีธุรกิจและประสบการณ์ระดับภูมิภาค
- กำหนดจัดวันที่ 29 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2570
- ที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
วางเป้าหมายเป็นแพลตฟอร์มอีเวนต์ Mobility และ Lifestyle ครบวงจรในอาเซียน
- IGP Global วางวิสัยทัศน์สู่การเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มอีเวนต์ Mobility และ Lifestyle แบบครบวงจรในอาเซียน
- เน้นเชื่อมผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และผู้บริโภคเข้าหากัน
- พร้อมสร้างโอกาสเชิงพาณิชย์ทั้ง B2B และ B2C
- ในระยะแรกจะโฟกัสการเปิดตัวงานหลักในประเทศไทย เพื่อสร้างฐานรายได้และการรับรู้แบรนด์
ตั้งเป้าผู้ร่วมงาน 30,000 คน และมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท
- บริษัทตั้งเป้าผู้เข้าร่วมงานรวมประมาณ 30,000 คน
- คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนมากกว่า 200 ล้านบาท
- และตั้งเป้ารายได้จาก 2 งานแรกไว้ที่ประมาณ 50 ล้านบาท
- ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์และโมเดลธุรกิจในระยะยาว
แผนระยะต่อไป ขยายสู่หัวเมืองสำคัญและตลาดอาเซียน
- หลังจากสร้างฐานในประเทศไทย บริษัทมีแผนขยายงานสู่ หัวเมืองสำคัญ และ ตลาดอาเซียน
- พร้อมต่อยอดแพลตฟอร์มให้มีรายได้หลายช่องทาง
- ทั้งจากการจัดงาน การให้สิทธิ์แฟรนไชส์ การบริหารพื้นที่ และความร่วมมือทางการตลาด
- สะท้อนเป้าหมายการเติบโตในระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของงานเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ Bangkok International Motor Show ทั้งทางเว็บไซต์ และ Facebook
TorqueThailand.com



