Breaking News

อีซูซุอัปเดตแผน Carbon Neutrality ในไทย เตรียมขาย D-Max EV มีนาคม 2569 พร้อมเดินหน้ารถไฟฟ้า แบตเตอรี่สลับ และไบโอดีเซลใหม่

Isuzu D-Max EV รถกระบะไฟฟ้า 100% สีเทาในภาพสตูดิโอ มุมมองด้านหน้าเฉียง

ผู้ใช้รถอีซูซุและธุรกิจขนส่งได้อะไรจากแผนนี้

ผู้ใช้รถปิกอัพ รถเพื่อการพาณิชย์ และธุรกิจขนส่งในไทยกำลังมีตัวเลือกพลังงานและเทคโนโลยีมากขึ้น หลังอีซูซุแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานตามแนวคิด “Multi-pathways to Carbon Neutrality” ซึ่งครอบคลุมทั้งรถไฮบริด รถปิกอัพไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า การทดลองสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการพัฒนาไบโอดีเซลรุ่นใหม่ ความเปลี่ยนแปลงที่กระทบผู้ใช้ในระยะใกล้ที่สุดคือการเริ่มจำหน่าย Isuzu D-Max EV ในประเทศไทยเดือนมีนาคม 2569 หลังเริ่มส่งออกจากฐานการผลิตไทยไปยุโรปตั้งแต่กลางปี 2568 โดยอีซูซุยังเตรียมแพ็กเกจบำรุงรักษาฟรี 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรสำหรับรุ่นไฟฟ้าดังกล่าว

D-Max EV เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ใกล้ตัวที่สุดในตลาดไทย

ความคืบหน้าที่ชัดที่สุดสำหรับผู้ใช้ในไทยคือการมาถึงของ Isuzu D-Max EV รถปิกอัพไฟฟ้า 100% ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเดือนมีนาคม 2569 หลังอีซูซุใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยุโรปตั้งแต่กลางปี 2568

ในเชิงตลาด รถรุ่นนี้เป็นรถปิกอัพไฟฟ้าที่ผลิตจากฐานการผลิตไทยเพื่อส่งออกไปยุโรป และจะเข้ามาเป็นอีกตัวเลือกในประเทศควบคู่กับรถดีเซลเดิมของแบรนด์ โดยอีซูซุระบุว่าจะมีแพ็กเกจบำรุงรักษาฟรี 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร สำหรับลูกค้า D-Max EV ในไทย

ผู้ที่ต้องการดูรถจริงจะสามารถเข้าชมได้ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569

แผนของอีซูซุไม่ได้มีแค่รถปิกอัพไฟฟ้า

อีซูซุอธิบายทิศทางของบริษัทด้วยแนวคิด Multi-pathways to Carbon Neutrality ซึ่งไม่ได้ใช้วิธีเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยีแบบเดียว แต่กระจายไปหลายทางตามลักษณะการใช้งานของรถเพื่อการพาณิชย์

ความคืบหน้าที่ระบุในข่าวประกอบด้วยการเริ่มจำหน่าย Isuzu D-Max MHEV ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 โดยมีกลุ่มลูกค้าในหัวเมืองใหญ่และลูกค้าองค์กรเป็นหลัก การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้า Isuzu Elf EV การทดลองระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และการพัฒนาไบโอดีเซลเจเนอเรชันใหม่ร่วมกับกลุ่ม ปตท. เพื่อนำไปทดสอบใช้งานจริงกับรถเครื่องยนต์ดีเซล

เหตุผลที่อีซูซุเลือกใช้หลายเทคโนโลยีควบคู่กัน

ข้อมูลในข่าวระบุว่าอีซูซุมองว่ารถเพื่อการพาณิชย์มีข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะ ทั้งเรื่องน้ำหนักบรรทุก ความแข็งแกร่ง ความทนทาน และประสิทธิภาพด้านการขนส่ง ทำให้การลดคาร์บอนในกลุ่มนี้ไม่สามารถใช้คำตอบเดียวกับรถนั่งส่วนบุคคลทั้งหมดได้

ภายใต้กรอบนี้ รถดีเซลยังคงมีบทบาทในตลาด โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE Euro 5 ที่บริษัทระบุว่าเป็นฐานสำคัญของผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกัน รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบอย่าง D-Max EV จะทำหน้าที่เป็นทางเลือกเพิ่มสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม ไม่ใช่การแทนที่รถทุกประเภทพร้อมกันในทันที

การลงทุนและการทดสอบในญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ

นอกประเทศไทย อีซูซุยังระบุถึงการลงทุนและการทดสอบเทคโนโลยีเพิ่มเติมในต่างประเทศ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาและทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า The EARTH Lab ที่เมืองฟูจิซาวะ ประเทศญี่ปุ่น การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และการสร้างสนามทดสอบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับที่ ISUZU HOKKAIDO PROVING GROUND

บริษัทยังระบุว่าการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ในกลุ่มรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์มีระยะทดสอบรวมแล้วกว่า 150,000 กิโลเมตร ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น และได้เริ่มทดสอบการขับขี่อัตโนมัติเพื่อใช้งานจริงเชิงธุรกิจบนถนนสาธารณะสำหรับเส้นทางโลจิสติกส์ของอีซูซุในญี่ปุ่นแล้วตั้งแต่ต้นปีนี้

บริบทของแผนนี้ในประเทศไทย

เป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2608 รวมถึงนโยบายผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน

ในฝั่งอีซูซุ บริษัทระบุว่าประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตหลักของแบรนด์ ทั้งในด้านโรงงาน การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และการส่งออกรถปิกอัพไปมากกว่า 100 ประเทศ ซึ่งทำให้การเริ่มส่งออก D-Max EV จากไทยและการเริ่มขายในประเทศช่วงมีนาคม 2569 เป็นจุดสำคัญของแผนงานรอบนี้

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ได้ที่ 

Check Also

เยาวชนและครอบครัวมาสด้าร่วมกิจกรรม Mazda Junior Golf Camp 2026

มาสด้าจัด Junior Golf Camp 2026 เปิดโอกาสเยาวชนไทยเรียนรู้กับโค้ชกอล์ฟสหรัฐฯ

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม “Mazda U.S. College PREP Junior Golf Camp 2026” เปิดโอกาสให้เยาวชนจากครอบครัวลูกค้ามาสด้าเรียนรู้ทักษะกอล์ฟกับโค้ชจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา …