รีวิว ทดสอบรถ: Mitsubishi Triton 2019

รีวิว ทดสอบรถ ใหม่ล่าสุด (24/03/19) Mitsubishi เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะ Mitsubishi Triton 2019 ที่จังหวัดเชียงใหม่

Mitsubishi Triton 2019 test drive

รีวิว ทดสอบรถ: Mitsubishi Triton 2019 อีกปรากฏการณ์ของกระบะเมืองไทย

หากคุณกำลังค้นหา Wallpaper รูปรถสวยๆ

เราขอแนะนำ Wallpaper รูปรถสวยๆ Download wallpaper ที่นี้

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

Mitsubishi Triton 2019 ใหม่ นับเป็นรถกระบะอีกรุ่นที่ถูกจับตามอง ด้วยรูปทรงหน้าตาที่ถูกหล่อเหลากันใหม่หมดจนไม่เหนือเค้าโครงเดิม ๆ จากในรุ่นที่ผ่าน ๆ มา

เหลือแต่เพียงส่วนตัวถังที่ยังคงของเดิมเอาไว้ มีจุดเด่นอยู่ที่การนำเอาดีไซน์แบบ Advanced Dynamic Shield มาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

โดยในครั้งทางมิตซูบิชิไม่รอช้า เชิญสื่อมวลชนบินไปทดสอบแต่เช้าตรู่ที่เชียงใหม่ เพื่อทดสอบสมรรถนะและเทคโนโลยีของ Mitsubishi Triton 2019 ทั้งในรูปแบบทางเรียบ และทางฝุ่น

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

ย้อนไปตามเส้นทางภูเขา ในครั้งนี้ทางมิตซูบิชิได้นำรถ Mitsubishi Triton 2019 รุ่น GT-Premium A/T 4WD มาเป็นรถทดสอบในทริปนี้ ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นทอปสุดของสายพันธุ์ไทรทัน

Mitsubishi Triton 2019 Mitsubishi Triton 2019

Mitsubishi Triton 2019

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

ภายนอกถูกติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ช่วยเพิ่มความโดดเด่นในเวลากลางวัน

ขณะที่ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอกถูกติดตั้งไว้บริเวณกันชน โดยที่ไฟหน้าจะมีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติตามสภาพแสง และปุ่มปรับระดับสูง-ต่ำไว้ภายในห้องโดยสาร

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

ดีไซน์ด้านข้างยังคงเดิม แต่มีการออกแบบซุ้มล้อใหม่โดยออกแบบให้ตัวถังยื่นออกมาคลุมล้อแทน ทำให้มีดีไซน์ดูสวยลงตัว และทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะที่ด้านท้ายมีการเปลี่ยนดีไซน์ไฟท้ายใหม่เป็นแบบ LED ทั้งไฟหรี่ และไฟเบรก

ภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำตัดกับสีเงิน ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังแท้สลับหนังสังเคราะห์ พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางฝั่งผู้ขับ ฝั่งผู้โดยสารเป็นแบบปรับมือ แผงคอนโซลถูกยกมาจากรุ่นเดิม

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

มาพร้อมเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 2DIN รองรับ DVD/CD/MP3 มีช่องเสียบ USB มาให้ 3 ตำแหน่ง และมีระบบนำทางให้ในตัวขยับลงมาเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

สามารถปรับแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาได้ นอกจากนั้น ยังเพิ่มช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังไว้เหนือเพดาน ซึ่งจะเป็นการดึงเอาอากาศเย็นด้านหน้ามากระจาย ด้านหลังอีกที

นอกจากนั้น บริเวณผู้โดยสารตอนหลังยังออกแบบให้มีช่องวางของอเนกประสงค์พร้อมกับพอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟโดยเฉพาะ แต่ยังไม่มีช่องจ่ายไฟแบบ 220 โวลต์มาให้เห็น

จุดเด่น Mitsubishi Triton 2019

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

จุดเด่นอีกอย่างนอกเหนือจากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD II ที่ยกมาจากโฉมเดิมแล้ว ยังเพิ่มด้วยปุ่ม Off-Road Mode ที่ประกอบด้วย 4 โหมด ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

ซึ่งจะมีการปรับการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพ และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี เพื่อให้เหมาะสำหรับสภาพถนนแต่ละแบบขณะที่ระบบล็อกเฟืองท้าย Rear Differential Lock มีปุ่มแยกต่างหากออกมาให้เช่นเคย

ระบบเทคโนโลยี

รวมไปถึงระบบเทคโนโลยีมากมายที่ถูกขนใส่ลงมาใน Mitsubishi Triton 2019 ไม่ว่าจะเป็น

  • Forward Collision Mitigation System (FCM) – ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมช่วยชะลอความเร็ว
  • Ultrasonic Misacceleration Mitigation System (UMS) – ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงขณะที่มีกีดขวาง
  • Blind Spot Warning with Lane Change Assist (BSW with LCA) – ระบบเตือนจุดอับสายตาและเตือนขณะเปลี่ยนเลน
  • Rear Cross Traffic Alert (RCTA) – ระบบเตือนรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง
  • Automatic High Beam (AHB) – ไฟสูงอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ยังมีระบบกล้องมองภาพรอบคัน Multi Around Monitor ที่สามารถแสดงภาพแบบ Bird’s Eye View ได้ ช่วยให้จอดรถในที่แคบได้อย่างสะดวกขึ้น

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ระบบควบคุมการทรงตัว ASC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ATC, ระบบเบรก ABS/EBD และ Brake Assist, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน HDC และเซ็นเซอร์กะระยะหน้า-หลัง

ขุมพลังเครื่องยนต์

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

ส่วนของเครื่องยนต์ของ ไทรทัน 2019 ไมเนอร์เชนจ์ ยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC ความจุ 2.4 ลิตร บล็อกเดิม ให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 181 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดลูกใหม่ (จากเดิมแบบ 5 สปีด) และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือก

บททดสอบสมรรถนะ

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

สำหรับการทดสอบขับขี่ Mitsubishi Triton 2019 บนเส้นทางจริง สิ่งแรงที่สัมผัสได้ในการขับขี่คือความนุ่มนวลของตัวรถที่ทำออกมาได้ดีจนน่าประทับใจ เพราะตัวรถไม่กระด้างเยี่ยงรถกระบะ

แต่มีความนุ่มนวลสามารถซับแรงสะเทือนได้ดีขึ้นมาก ส่งผลให้นั่งโดยสารได้อย่างสบาย พร้อมการเก็บเสียงที่ดีขึ้น ในส่วนของอัตราเร่งเกียร์ออโต้ 6 สปีด ทำงานได้ไหลลื่นไม่ อัตราเร่งให้ความมั่นใจเวลาแซง

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

โดยที่ไม่ต้องกดคันเร่งมากมายตัวรถก็มีพละกำลังเหลือเฟือ เพียงพอต่อการใช้งาน ในการทดสอบช่วงบ่ายเราขับเลาะขึ้นเขา โดยเส้นทางยังดิบมาก ประกอบกับความลาดชันของภูเขา แถบยังมีโค้งพับผ้า

ให้เราได้ลองพละกำลังของเครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่ โดยการใช้โหมด Rock ตลอดทาง ซึ่งโหมด Rock นี้จะมีการใช้เกียร์แบบ Low Range เพื่อให้สามารถขับผ่านทางกรวดหินได้ตลอดรอดฝั่ง

Mitsubishi Triton 2019 test drive Mitsubishi Triton 2019 test drive

ให้ได้สัมผัสถึงขุมพลังแรงบิด 430 นิวตัน-เมตร ที่สามารถปีนป่ายทางชันได้อย่างง่าย ๆ และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน HDC ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องเหยียบเบรก สามารถโฟกัสกับการบังคับทิศทางพวงมาลัยได้อย่างเต็มที่

บทสรุป

Mitsubishi Triton 2019 test drive

Mitsubishi Triton 2019 ใหม่ ถือเป็นการปรับระดับบิ๊กไมเนอร์เชนจ์เลยก็ว่าได้ ด้วยดีไซน์ที่ใหม่หมดจดทั้งหน้า และหลัง ดุดัน และโฉบเฉี่ยวเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมาก

แถมพ่วงด้วยระบบความปลอดภัย และขับเคลื่อนที่จะช่วยให้คุณผ่านอุปสรรคของเส้นทางได้ไม่ยาก รวมถึงช่วงล่างที่ปรับปรุงเน้นความนุ่มนวลมากขึ้น บวกกับราคาจำหน่ายรุ่นสูงสุดประมาณ 1.1 ล้านบาทถือว่าคุ้มค่า

น่าจะเป็นรถที่ช่วยเพิ่มดีกรีความร้อนแรงให้กับตลาดรถกระบะอย่างแน่นอน ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขัน ทำให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสใช้รถดี ๆ ในราคาที่ถูกลงมากยิ่งขึ้น