รีวิว ทดสอบรถ: Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

รีวิว ทดสอบรถ ใหม่ล่าสุด: Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line แบรนด์ Audi กลับมาผงาดอีกครั้งในเมืองไทย ภายใต้ปีกของ Audi Thailand

Audi A7

รีวิว ทดสอบรถ: Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

หากคุณกำลังค้นหา Wallpaper รูปรถสวยๆ

เราขอแนะนำ Wallpaper รูปรถสวยๆ Download wallpaper ที่นี้

Audi A7

“ถ้าคุณได้ดูภาพยนตร์ The Transporter ฉากที่ Jason Statham ซิ่ง Audi A8 แบบไม่ยั้ง คุณจะรู้สึกว่านั่นคือ “ความฝัน” อย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับผม … และแม้จะไม่ได้ “หวด” Audi A8 6.0 W12 ปี 2004 แบบในหนัง

แต่เป็น Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line โมเดลล่าสุด ก็ถือว่ามากเกินพอ ในการเติมเต็มฝันอย่างที่สุด ณ เวลานี้”

Audi A7

ผมยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่อง Ronin ในปี 1998 กับฉากการซิ่ง Audi S8 คือ จุดเริ่มต้นในความหลงใหลใน “สมรรถนะ” ของยนตรกรรมจากแบรนด์ Audi จนกระทั่งมาถึงยุคของภาพยนตร์ The Transporter ทั้ง 3 ภาค

ที่คุณจะได้เห็นฉากซิ่ง Audi A8 แบบจุใจ และกลายเป็นความคลั่ง ชนิดที่เราเชื่อว่าใครหลายคนที่ผ่านตากับภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง จะยกให้ Audi เป็นหนึ่งแบรนด์ในดวงใจ และอยากจะมีไว้ในการครอบครองซักรุ่น

Audi กลับมาผงาดอีกครั้งในเมืองไทย ภายใต้ปีกของ Audi Thailand

Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

ซึ่งในยุคนั้นแบรนด์ Audi แทบจะเรียกได้ว่าเป็นความ “สุ่มเสี่ยง” ของผู้บริโภคชาวไทย ผิดกับปัจจุบันที่แบรนด์ Audi กลับมาผงาดอีกครั้งในเมืองไทย ภายใต้ปีกของ Audi Thailand ที่สร้างความมั่นใจให้เหล่า “สาวก” อีกครั้ง

รวมถึงเป็นเป้าหมายของผมด้วยเช่นกันในการ “เก็บหอมรอมริบ” เพื่อสานฝันในการครอบครองยนตรกรรมแบรนด์ Audi ซักคัน

และแม้จะต้องใช้เวลาในการ “สานฝัน” ไม่น้อย แต่ยังดีที่ “โชค” เข้าข้างอยู่บ้างกับ “สายงาน” ที่ทำให้ผมได้ “เข้าใกล้” กับสิ่งที่ฝันได้มากขึ้น และหนึ่งในนั้นคือ แบรนด์ Audi

Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

ที่วันนี้เรามีโอกาสใกล้ชิดมากที่สุดเหมือนที่ฝันไว้ตามแบบฉบับภาพยนตร์ และนั่นคือ Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line “สายแรง” ที่สุดในอนุกรม บนตัวถังงานดีไซน์สไตล์ Coupe บนพื้นฐานของยนตรกรรม 4 ประตู

โดยมิติตัวถังของ Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line นั้นมากับความยาวที่ 4,969 มม. ความกว้าง 1,908 มม. และความสูง 1,422 มม.

วางตัวบนระยะฐานล้อที่ยาวจากล้อหน้า ถึงล้อหลังด้วยตัวเลข 2,926 มม. ซึ่งถือว่าเป็นพิกัดที่รองรับผู้โดยสารระดับ 4-5 คนได้แบบสบาย ๆ

พร้อมด้วยพื้นที่การบรรทุกสัมภาระ (สำหรับผม) ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างเพียงพอกับขนาด 535 ลิตร ก่อนปรับพับเบาะที่นั่งด้านหลังเพื่อเพิ่มขนาดเป็น 1,390 ลิตร

Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

ส่วนรายละเอียดของออพชั่นมาตรฐานนั้นคงไม่ต้อง “รายงาน” อะไรให้มากมาย เพราะในฐานะของยนตรรรม “ตัวท็อป” เค้าจัดให้แบบเต็มพิกัดเป็นที่เรียบร้อย โดยผสมผสานความ “หล่อเหลา” เข้ากับ “สมรรถนะ”

และการใช้งานบนพื้นฐานของ “รถอเนกประสงค์” มาให้เรียบร้อย ภายใต้ราคาค่าตัวที่ 5.399 ล้านบาท ซึ่งถ้าคุณ “สงสัย” ว่า Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line นั้นมีอะไร “ให้” มาบ้าง

เราแนะนำให้ติดต่อสอบถามได้เลยโดยตรง เพราะบางครั้งมันอาจมี “เซอร์ไพรส์” จากเหล่าที่ปรึกษาการขาย

Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

ในขณะที่เรานั้น เนื่องจากครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ได้หยิบยืม Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line มาทดลองขับ โดยยังไม่อาจเอื้อมเป็น “เจ้าของ”

เพราะฉะนั้น “รับมอบ” มาแบบใด ก็ “ลุย” ไปแบบนั้น โดยไม่ต้องสงสัยใด ๆ ในเรื่อง “ออพชั่น” แต่เน้น “เพียว” ในเรื่องของสิ่งที่ “อยาก” ลองมานาน นั่นคือเรื่องของ “สมรรถนะ”

ซึ่ง Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line ในฐานะของ “Top of the Line” ภายใต้ความคิด “ผม” มันรู้สึกเหมือนคล้ายการ “แบ่งแยก” ที่แสดงตัวตนความชัดเจน

เพราะ “เจาะจง” กลุ่มลูกค้า เพราะหาก A8 คือ ซีดานเต็มรูปแบบ ที่มีลูกค้าชื่นชอบเฉพาะ “สมรรถนะ” นั่น คือ การตอบโจทย์

Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

ในขณะที่ A7 คือ ซีดานเช่นกัน แต่ “เจาะจง” กลุ่มลูกค้าในวัยต่ำกว่า ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตที่โดนใจกับสไตล์ Coupe แต่มี 4 ประตูแบบรถซีดาน และนั่นทำให้ทุกการย่างก้าวของ A7 จะเต็มไปด้วยผู้คนรอบข้างที่ “จ้องมอง”

รูปลักษณ์ที่ “เร้าใจ” … แต่ในสถานการณ์เดียวกัน A7 ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการในลักษณะของการขับขี่แบบ “ครอบครัว” ได้ด้วยเช่นกัน … เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกเป็นในสไตล์ไหน

ก็มั่นใจได้ว่า Audi A7 จะตอบโจทย์ “สไตล์” ที่คุณ “อยากเป็น” ได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเดินทาง “คนเดียว” หรือ มาพร้อมกับ “ครอบครัว” ก็ตาม

Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

ขุมพลังเบนซินแบบ V6 สูบในพิกัด 3.0 ลิตร

โดยภายใต้รูปลักษณ์ที่ “สวยหล่อ” ของ Audi ที่จำหน่ายในประเทศไทย นั้นมี 2 รุ่นย่อยด้วยกัน คือ Audi A7 Sportback 45 TFSI Quattro

และสายท็อปที่อยู่กับ “ผม” ในวันนี้ คือ Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

Audi A7

ซึ่งแน่นอนว่า “จัดหนัก” เพราะเค้าส่งขุมพลังเบนซินแบบ V6 สูบในพิกัด 3.0 ลิตร พ่วงด้วยระดับอัดอากาศแบบ Turbocharged มาให้ โดยเรี่ยวแรงสูงสุดนั้นอยู่ที่ 340 แรงม้า

พร้อมแรงบิดสูงสุดระดับ 500 นิวตันเมตร ในรอบต่ำ ตั้งแต่ 1,370 – 4,500 รอบ/นาที ส่วนหน้าที่ถ่ายทอดกำลังเป็นของเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด S-Tronic

และแน่นอนว่าการตีตรา Quattro นั่นหมายถึงระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ที่สร้างชื่อมาตั้งแต่ “ยุคอดีต” โดยเฉพาะในวงการ “มอเตอร์สปอร์ต”

ซึ่งพัฒนามาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไป เพื่อเพิ่มเติม “สมรรถนะ”

Audi A7

โดยเรากำลังกล่าวถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) 48V (Mild Hybrid : MHEV) และแบตเตอรี่ Lithium-ion ซึ่งติดตั้งเข้ามาเพื่อช่วยในการเรื่องของ “อัตราเร่ง” และการ “ประหยัดน้ำมัน” ที่มากขึ้น

สำหรับรถ “สมรรถนะสูง”… จริงหรือไม่ บอกตรง ๆ ว่า “ไม่ทราบ” แต่เชื่อเถอะว่า “ร้อยทั้งร้อย” สนใจความ “มันส์” ในการขับมากกว่า เพราะว่า “ผม” เองก็เป็น “หนึ่งในนั้น”

Audi A7

เรี่ยวแรงระดับ 340 แรงม้า และแรงบิดระดับ 550 นิวตันเมตร

แต่พระเอกของเรา คือ Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line สายท็อปสุดในรุ่น เพราะฉะนั้นเรี่ยวแรงระดับ 340 แรงม้า

และแรงบิดระดับ 550 นิวตันเมตร ดูน่าจะเป็นตัวเลข “การันตี” ได้ดีในเรื่องของ “ความมันส์” จนผมไม่อาจรอช้า คว้ากุญแจแล้วเริ่มต้น “สไตล์” ของผมเลยดีกว่า

Audi A7

บททดสอบสมรรถนะ

โดยฐานทัพของ Torque Magazine เรียกได้ว่าอยู่ในย่าน “รถติด” ชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่ “โชคดี” จริง ๆ เพราะงั้นผมเลยทำได้แค่ “ตามน้ำ” ไป

จนกว่าจะหาจังหวะแสดงศักยภาพได้ ซึ่งใช้เวลาพอสมควรกว่าจะหลีกเลี่ยงมหกรรม “รถติด” ในช่วงบ่ายได้

แต่ในความ “เคราะซ้ำ” เรื่องรถติด ผมยังมีโชคดีอยู่บ้าง ด้วยสมรรถนะของรถที่ “เปลี่ยน” ความ “ใหญ่โต” ให้กลายเป็นความ “คล่องตัว” ได้ง่ายด้วย แรงบิดระดับ 550 นิวตันเมตร

Audi A7

ที่เพียงกดคันเร่งเพียง “นิด” เค้าก็พร้อมจะ “พลิ้ว” ไปได้ตามใจสั่ง จน “ ลืม” เรื่องสถานะตัวถังจากซีดาน เป็นสปอร์ต 2 ประตูสั่นกระชับแบบ TT เลยทีเดียว

“ผม” พยายามหาเส้นทางที่ “สั้นที่สุด” เพื่อมุ่งหน้าไปเส้นทางที่ “โล่งที่สุด” (ตาม GPS) ซึ่งปักหมุดแบบไม่คิดอะไรมาก โดยมีเป้าหมาย คือ “หัวหิน”

ก่อนจะพลิกแพลงไปเส้นทางอื่น ที่พอให้ผมได้ใช้ Performance ได้เต็มศักยภาพ บนเส้นทางที่ผม “คิด” แล้วว่า “OK”

Audi A7

ระบบ Audi Select Drive

เพราะงั้น “คันเร่ง” จึงถูก “กด” แบบไม่เกรงใจใคร เพื่อ “สนอง Need” ตัวเองอย่างเต็มที่ โดยครั้งนี้ผมจะลอง “ฝืน” ความต้องการตัวเองซักนิด ด้วยการโหมด “D” เพียงอย่างเดียว …

และผลลัพธ์ก็คือ “สุด” ครับ กับความมันส์มาก ด้วยการตอบสนองแบบรถสปอร์ต ทั้งจากระบบพวงมาลัยไฟฟ้า ที่คมราวกับจับวาง ด้วยระบบ Audi Select Drive ที่ประจำการในโหมด Sport เป็นพื้นฐาน (สำหรับผม)

Audi A7

Audi A7 เป็น Sport Saloon ที่น่าหลงใหล และเพลิดเพลินกับทุกการขับขี่

โดยทั้งหมดได้ส่งให้ Audi A7 เป็น Sport Saloon ที่น่าหลงใหล และเพลิดเพลินกับทุกการขับขี่ โดยเฉพาะถ้าคุณถวิลหาอารมณ์ความสปอร์ต และความ “ดุเดือด”

ด้วยกำลังแรงบิด 550 นิวตันเมตร ซึ่งพร้อมพาคุณ “ปลิว” ได้ง่าย ๆ แต่ก็ไม่ใช่ “เรื่องยาก” สำหรับการควบคุม

Audi A7

ผมมั่นใจในเรี่ยวแรงที่ทำให้เพื่อนร่วมท้องถนนกลายเป็นอดีตในอึดใจ และยังคงตั้งหน้า ตั้งตาต่อไปในการเฟ้นหาความมันส์ จนกระทั่งค้นพบเส้นทางชนบทที่ Google Maps บอกว่า “อ้อม”

เพราะถนนคดโค้งมากไป แต่สำหรับ “สายขับ” อย่างผมที่ “ไม่สน” เส้นทางนี้เปรียบเหมือน “สนามชั้นดี” ที่ให้ “ลองของ”

Audi A7 Audi A7

บทสรุป

พร้อมผลสรุปจบหลังจากพ้นระยะรถติดที่วิ่งได้ 8.4 กม./ชม. ว่า Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line เป็นยนตรกรรมที่ “มันส์” มากๆ โดยเฉพาะในเส้นทางคดโค้ง

ที่จะพบว่า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ให้เสถียรภาพได้มากแค่ไหน ซึ่งหากยังไม่มั่นใจพอก็มีตัวช่วยด้านอิเล็คทรอนิคส์ เข้ามาทำการปรับแต่งทุกอย่างให้เข้าที่ เข้าทาง รวมถึงจังหวะการเบรก,

การควบคุมพวงมาลัย ไปจนระบบช่วงล่าง ที่ผม “ยิ้ม” ได้ตลอดเวลาที่ “ซัด” ตามสถานการณ์ และตอกย้ำให้ชัดเจนว่า ด้วย “สมรรถนะ” ทั้งหมดนี้ …

แบรนด์ Audi ที่มากับระบบขับเคลื่อน Quattro คือ ยนตรกรรมที่ผมไว้วางใจ และมั่นหมายว่าจะ “สอย” มาครองครองให้ได้แน่นอน

Audi A7

Specification: Audi A7 Sportback 55 TFSI Quattro S Line

  • Price: 5,399,000 – 3,690,000 BHT
  • Engine: 2,995 cc / V6-cylinder / 24-valves 340 hp @ 5,000-6,400 rpm, 500 Nm @ 1,370-4,500 rpm
  • Transmission: A/T 7-Speed, All Wheel Drive (Quattro)
  • Performance: 0 – 100 Km/h @ 5.3 Sec, Top Speed @ 250 Km/h
  • Weight: N/A