Nissan Elgrand e-POWER ใหม่ ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบแบบ “Timeless Japanese Futurism” ที่ผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับความเรียบง่ายและงานฝีมือแบบญี่ปุ่น ตั้งแต่ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากคุมิโกะ รูปลักษณ์ภายนอก ไปจนถึงห้องโดยสารแถวสองที่ออกแบบในแนวคิดเลานจ์ส่วนตัว พร้อม Zero Gravity Seat และบรรยากาศที่นิสสันเรียกว่า Private MAG-LEV
Timeless Japanese Futurism ผสานอนาคตกับความเป็นญี่ปุ่น
นิสสันอธิบายว่า Design Language หรือภาษาดีไซน์ ไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นแนวคิดที่เชื่อมองค์ประกอบของรถเข้าด้วยกัน ตั้งแต่รูปทรง สัดส่วน เส้นสาย พื้นผิว แสง สี วัสดุ ไปจนถึงพื้นที่และความรู้สึกภายในห้องโดยสาร
สำหรับ Elgrand e-POWER ใหม่ แนวทางดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านแนวคิด Timeless Japanese Futurism ซึ่งนำความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีมาผสมกับความเรียบง่ายและจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น เพื่อให้ภาพรวมมีทั้งความทันสมัย ความสงบ และความกลมกลืน
จาก “คุมิโกะ” สู่งานออกแบบรถยนต์ยุคใหม่
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือแรงบันดาลใจจาก Kumiko หรือคุมิโกะ ศิลปะงานไม้ดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งถูกนำมาตีความเป็นลวดลายเรขาคณิต
แทนที่จะนำลวดลายดั้งเดิมมาใช้โดยตรง ทีมออกแบบเลือกถอดองค์ประกอบสำคัญ เช่น จังหวะ ความต่อเนื่อง และความละเอียดแม่นยำ ก่อนปรับให้เหมาะกับวัสดุ กระบวนการผลิต และบริบทของรถยนต์ยุคใหม่
ลวดลายจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงตกแต่ง แต่ยังใช้เชื่อมรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ของรถให้ไปในทิศทางเดียวกัน และสะท้อนการประยุกต์งานฝีมือแบบญี่ปุ่นเข้ากับงานออกแบบยานยนต์ร่วมสมัย
ห้องโดยสารแถวสอง เน้นประสบการณ์แบบเลานจ์ส่วนตัว
แนวคิดการออกแบบต่อเนื่องเข้าสู่ห้องโดยสาร โดยนิสสันให้ความสำคัญกับทั้งความสบายและประสบการณ์ของผู้โดยสาร
พื้นที่แถวสองถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้าย เลานจ์ส่วนตัว โดยมี Zero Gravity Seat ร่วมกับระบบแสงและระบบความบันเทิงภายในห้องโดยสาร เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว
นิสสันเปรียบแนวคิดของพื้นที่ดังกล่าวกับประสบการณ์จากรถไฟความเร็วสูงแบบแม่เหล็กลอยตัวของญี่ปุ่น และเรียกแนวทางนี้ว่า Private MAG-LEV
งานดีไซน์ต้องผ่านข้อจำกัดด้านวิศวกรรมและการผลิต
เบื้องหลังงานออกแบบ นิสสันระบุว่าทีมดีไซน์ต้องทำงานร่วมกับทีมวิศวกรรม เพื่อให้แนวคิดต่าง ๆ ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การผลิต และสามารถใช้งานจริงได้
ตัวอย่างเช่น กระจังหน้าและชุดไฟ แม้เป็นองค์ประกอบที่ผู้ใช้งานมองเห็นได้ทันที แต่ต้องคำนึงถึงโครงสร้าง เทคโนโลยี ระยะเวลาการพัฒนา และความเป็นไปได้ในการผลิตควบคู่กันไป
เช่นเดียวกับ สีตัวถังแบบทูโทน ซึ่งไม่ได้พิจารณาเฉพาะความโดดเด่นของสี แต่รวมถึงตำแหน่งแนวสีและความสัมพันธ์กับสัดส่วนโดยรวมของตัวรถ เพื่อให้เส้นสายดูต่อเนื่องและสอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบ
นิสสันจะเดินหน้าพัฒนาแนวทางการออกแบบดังกล่าวต่อไป โดยผสานรูปลักษณ์ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงเข้าด้วยกัน ซึ่ง Nissan Elgrand e-POWER ใหม่เป็นหนึ่งในรถที่ถ่ายทอดแนวคิดนี้
จุดเด่นงานออกแบบ Nissan Elgrand e-POWER ใหม่
- ใช้แนวคิด Timeless Japanese Futurism ผสานเทคโนโลยีกับความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น
- นำแรงบันดาลใจจากงานไม้ Kumiko มาพัฒนาเป็นลวดลายเรขาคณิต
- เชื่อมงานออกแบบภายนอกและภายในด้วย Design Language เดียวกัน
- ห้องโดยสารแถวสองออกแบบในแนวคิดเลานจ์ส่วนตัว
- มี Zero Gravity Seat ร่วมกับระบบแสงและความบันเทิง
- แนวคิด Private MAG-LEV ใช้อธิบายประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร
- การออกแบบต้องทำงานร่วมกับข้อกำหนดด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย การผลิต และการใช้งานจริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nissan Elgrand e-POWER ใหม่
Timeless Japanese Futurism คืออะไร?
เป็นแนวคิดที่นิสสันใช้ผสมความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีกับความเรียบง่าย ความประณีต และจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทอดผ่านงานออกแบบรถยนต์ยุคใหม่
Kumiko ถูกนำมาใช้กับ Nissan Elgrand e-POWER อย่างไร?
นิสสันนำองค์ประกอบของงานไม้คุมิโกะ เช่น จังหวะ ความต่อเนื่องและความแม่นยำ มาตีความใหม่เป็นลวดลายเรขาคณิตให้เหมาะกับวัสดุและกระบวนการผลิตรถยนต์
ห้องโดยสารแถวสองของ Nissan Elgrand e-POWER เน้นอะไร?
เน้นบรรยากาศแบบเลานจ์ส่วนตัว พร้อม Zero Gravity Seat ระบบแสง และความบันเทิง เพื่อสร้างความผ่อนคลายและความเป็นส่วนตัวระหว่างเดินทาง
Private MAG-LEV คืออะไร?
เป็นคำที่นิสสันใช้เรียกแนวคิดประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความรู้สึกในการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงแบบแม่เหล็กลอยตัวของญี่ปุ่น
งานดีไซน์ของ Elgrand e-POWER คำนึงถึงอะไรนอกจากรูปลักษณ์?
พิจารณาทั้งข้อกำหนดด้านความปลอดภัย วิศวกรรม การผลิต เทคโนโลยี และการใช้งานจริงควบคู่กับรูปลักษณ์
TorqueThailand.com


