Breaking News

Nissan Note

“หลังจากปลุกกระแส Eco Car ให้กับประเทศไทยอย่างเป็นทางการไปแล้วด้วย 2 รุ่น คือ Nissan Mach และ Nissan Almera ก็ถึงเวลาแล้วกับไม่เด็ด Eco Car ลำดับที่ 3 จาก Nissan ในชื่อ Note”dsc03219Note นับเป็นโมเดลที่ 3 ในพิกัดรถ Eco Car ซึ่งส่งตรงสู่ตลาดเมืองไทย โดยค่าย Nissan และมาพร้อมการยกระดับมาตรฐาน Eco Car เต็มข้อ จากแนวคิด Nissan Intelligent Mobility ตั้งแต่การขยับขยายมิติตัวถังสไตล์ Hatchbak ให้มีความใหญ่โตขึ้นด้วยตัวเลขความยาว 4,105 มม. ความกว้าง 1,695 มม. ความสูง 1,535 มม. และความยาวฐานล้อถึง 2,600 มม. พร้อมความกว้างแทรคล้อด้านหน้าที่ 1,480 มม. และด้านหลังที่ 1,485 มม.

ส่วนรูปลักษณ์มากับการผสมผสานความหรูหรา และความสปอร์ต ตลอดจนความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ที่รับกับชุดกันชนหน้าแบบสปอร์ต พร้อมการตกแต่งด้วยโครเมี่ยมในส่วนของช่องดักอากาศด้านล่าง ตามด้วยเติมรายละเอียดด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อยกระดับความปลอดภัย เช่น ชุดไฟหน้าแบบ LED Projector ปรับสูง – ต่ำ พร้อม LED Signature Light และไฟตัดหมอกคู่หน้า ตลอดจนการติดตั้งกระจกมองข้างแบบปีกนก พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ส่วนด้านหลังนั้นมากับชุดไฟท้าย LED แบบ Signature รูปทรงบูมเมอแรง พร้อมด้วยไฟเบรก LED และสปอยเลอร์หลังคา ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 185/65 R15dsc03242 dsc03241dsc03243dsc03252ภายในห้องโดยสารนั้นมากับความกว้างขวาง ด้วยการปรับขยายขนาดมิติตัวถัง พร้อมด้วยการเติมความสปอร์ตด้วยโทนสีดำให้กับดีไซน์ที่แม้จะหยิบยืมมาจาก March ก็ตาม โดยเฉพาะในส่วนของคอนโซลหน้า รวมถึงพวงมาลัยใหม่ทรงสปอร์ตแบบ D – Shape แต่ที่ต้องบอกว่าจัดเต็มจนเกินหน้ารถ Eco Car ร่วมชาติไปมากก็คือ สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ระบบมัลติฟังก์ชันบนพวงมาลัย ที่ทั้งสามารถควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ได้ ตามด้วยชุดเครื่องเสียงที่มากับหน้าจอสัมผัส, มาตรวัด MID – Multi Information Display รวมไปถึงความอเนกประสงค์ จากการเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้วยการปรับ-พับเบาะนั่งด้านหลังแบบ 60:40 รวมถึงความกว้างในการเปิดประตูหลังที่มีมากถึง 85 องศา และเปิดได้ถึง 3 ระดับ ซึ่งช่วยให้ขนของ หรือเข้า-ออกห้องโดยสารได้ง่ายขึ้น

ไม่เท่านั้น เพราะหากลองกางแคตตาล็อกออกมาดูเรื่องระบบความปลอดภัยก็จะเห็นว่า Nissan Note เค้าให้อุปกรณ์ล้ำสมัยมาแบบครบๆ ทีเดียว อาทิ เพิ่มเติมตัวช่วยด้านอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปอีกมากมาย เช่น ระบบ Intelligent Forward Collision Warning ช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ ที่ใช้เซ็นเชอร์จากกล้องหน้าตรวจจับคนเดินถนน หรือรถยนต์บริเวณหน้ารถ แล้วส่งสัญญาณเสียง พร้อมสัญลักษณ์เตือน ตลอดจนระบบ Intelligent Emergency Braking ทำงานร่วมกับระบบ Intelligent Forward Collision Warning ซึ่งจะวิเคราะห์ระยะห่าง และความเร็วด้วยกล้องด้านหน้า และช่วยชะลอความเร็ว ตลอดจนหยุดรถ เพื่อลดอุบัติเหตุ หรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการชน, ระบบ Lane Departure Warning ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจะช่วยเตือนผู้ขับด้วยเสียง และสัญญาณไฟ โดยจะทำงานที่ความเร็วมากกว่า 70 กม./ชม. , ระบบ Intelligent Around View Monitor กล้องมองภาพรอบทิศทาง ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุที่เคลื่อนไหว จากกล้องรอบคัน ที่จะตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหวรอบคันด้วยระบบ MOD (Moving Object Detection) และแสดงผลที่กระจกมองหลัง ทั้งยังรวมถึงตัวช่วยมาตรฐานอื่นๆ อย่าง ระบบ VDC – Vehicle Dynamic Control ทำหน้าที่ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวขณะเข้าโค้ง, ระบบ HSA – Hill Start Assist ช่วยออกตัวบนทางลาดชัด, ระบบเบรก ABS, EBD, BA, เข็มขัด และถุงลมนิรภัยdsc03257 dsc03278 dsc03270 dsc03266 dsc03271 dsc03284Nissan Note ยังคงขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บล็อคเดียวกับ Eco Car ในค่ายทั้ง 2 รุ่น กับรหัส HR12DE แบบ 3 สูบแถวเรียง DOHC 12 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน CVTC (Continuously Variable-valve Timing Control) และหัวฉีดอิเลคทรอนิค มัลติพอยท์ (ECCS) 32 บิท ซึ่งมีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 79 แรงม้า พร้อมแรงบิด 106 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT ที่มีการปรับเซ็ทใหม่ พร้อมติดตั้งระบบ D – Step Logic และติดตั้งระบบ Idling Stop แบบมีสวิตช์เปิด – ปิดระบบ โดยมีระบบช่วงล่างเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงในด้านหน้า และแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลงในด้านหลัง พร้อมการปรับเซ็ทใหม่ ซึ่งทีมวิศวกรได้กระซิบบอกเราว่าใกล้เคียงกับที่ใช้อยู่ใน Nissan Almera

แต่เท่าที่ได้ลองขับเรารู้สึกได้ว่า Nissan Note มีอะไรที่มากกว่า Almera โดยเฉพาะในเรื่องของอารมณ์การขับขี่ที่ดูจะมีความสปอร์ตมากกว่า และขับสนุกกว่า โดยจุดที่เราประทับใจก็คือ ความกระชับมือของวงพวงมาลัย แร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า (EPS) และการแปรผันน้ำหนักที่ช่วยสร้างความคล่องตัวได้ดีในความเร็วต่ำ ทำให้เปรี้ยวได้แม้กระทั่งการใช้งานในเมือง ส่วนในระดับความเร็วสูงนั้นก็ให้ความมั่นใจได้ดี กับการแปรผันของน้ำหนักของพวงมาลัยที่ตึงมือ ในขณะที่ระบบช่วงล่างนั้นก็สื่อสารความรู้สึกสปอร์ตออกมาได้ดี มีทั้งความนุ่มหนึบในความเร็วต่ำ และความเฟิร์มบนความเร็วสูงที่สร้างความมั่นใจได้ดีdsc03235ในขณะที่เรื่องของขุมพลังนั้นก็ยังคงเป็นอารมณ์ที่คุ้นเคย กับฐานะของ Eco Car ซึ่งคงไม่ต้องคาดหวังอะไรมากในเรื่องของสมรรถนะ เพราะเค้าเกิดมาเพื่อประหยัดน้ำมัน ซึ่งนั่นรวมไปถึงการส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT อีกด้วย แต่ถ้าอยากสนุกก็สามารถทำได้ไม่ยาก เช่นกันด้วยเทคนิคการขับแบบเลี้ยงความเร็ว และรอบเครื่องยนต์ พร้อมกับโหมด Sport เป็นตัวช่วยง่าย ๆ เพียงเท่านี้ก็เปลี่ยนบุคลิกของ Nissan Note ให้ขับสนุกขึ้นได้เช่นกัน

และดูเหมือนมันจะเป็นอะไรที่ผมชอบซะด้วย เพราะในความเร็วสูงอารมณ์ และสไตล์การขับขี่ มันกลายเป็นอะไรที่ดูเหมือนจะเหมาะสมกับ Nissan Note ที่มีรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวไม่น้อยทีเดียว โดยในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงของผมก็ใช้เทคนิคเลี้ยงรอบ และความเร็วอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นเช่นกัน

เพราะอย่างที่บอกแหละครับว่าเค้าเกิดมาเพื่อความประหยัด ด้วยเครื่องยนต์เล็ก และเกียร์ CVT ฉะนั้นการที่ เอะอะก็ “จุ่ม” คันเร่งลงไป มันกลายเป็นจะมีแต่ผลเสีย เพราะทั้งรอบเครื่องยนต์ที่กวาดสูงเกินจำเป็นจนกินน้ำมัน แถมด้วยการสึกหรอที่มากกว่าใข้งานปกติ ทำให้การขับขี่ในสไตล์ที่เหมาะสมกับรถ Eco Car คือ สิ่งที่เหมาะสมที่สุด แต่ก็สามารถรีดเค้นสมรรรถนะของ Nissan Note ออกมาให้สัมผัสได้เช่นกัน

ส่วนในความเร็วต่ำกับการใช้งานในเมืองนั้นผมว่าคงไม่ต้องอธิบายกันให้ยืดยาว เพราะ Nissan Note นั้นเกิดมาเพื่อตอบโจทย์ในจุดนี้โดยเฉพาะ ฉะนั้นเค้าจึงมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และความสามารถในย่านความเร็วต่ำที่โดดเด่นไม่แพ้พี่น้องร่วมค่าย แต่ที่ได้เพิ่มเติมก็ ก็คือ ฟังก์ชันอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และความปลอดภัยต่างๆ ที่ “เพียบ” จนก้าวล้ำนำหน้าเหล่า Eco Car เมืองไทยไปหลายขุมเลยทีเดียวdsc03224ซึ่งด้วยค่าตัวรุ่นท็อปสุดแบบคันนี้ที่ 640,000 บาท คือ สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคอาจ “สะดุด” เบาๆ เมื่อคิดถึงคำว่า Eco Car แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก ราคานี้ แลกกับออฟชันขนาดนี้  และสมรรถนะระดับนี้ เรายกให้ผู้อ่านเป็นคนตัดสินใจดีกว่า “คุ้มค่าหรือไม่”

Specification   :   Nissan Note

  • Price                     :  640,000 BHT
  • Engine                  :  1,198 CC / 3 Cylinder 12 Valve 79 hp @ 6,000 rpm / 106 Nm @ 4,400 rpm 
  • Transmission     :  CVT / Front Wheel Drive
  • Performance      :  0 – 100 Km/h (N/A) / Top Speed (N/A)
  • Weight                  :    N/A

Check Also

MICHELIN Ranked No.1 on SPOTT 2024

มิชลินครองอันดับหนึ่ง 3 ปีซ้อน สะท้อนการดำเนินงานที่โดดเด่นในภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา (Natural Rubber Sector) บนเวทีโลก

ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก รั้งตำแหน่งผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ครองอันดับหนึ่งถึง 3 ปีติดต่อกันในการประเมินภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา ซึ่งจัดทำโดย SPOTT ทั้งนี้ ในการประเมินผลประจำปี 2567 มิชลินรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตยางรถยนต์ที่มีคะแนนสูงสุดเอาไว้ได้ด้วยคะแนน 80.9% เพิ่มสูงขึ้น 0.8% …

Leave a Reply