Breaking News

Porsche Cayman GT4 Clubsport สายพันธุ์แรง ที่มาพร้อมตัวถัง natural-fibre

Porsche Cayman GT4 Clubsport สายพันธุ์แรง ที่มาพร้อมตัวถัง natural-fibre เหนือล้ำด้วยพละกำลัง และความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมท้าทายทุกสนามแข่งขัน

Porsche Cayman GT4 Clubsport-2.jpg
The new Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport
Porsche Cayman GT4 Clubsport-3.jpg
The new Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport

Porsche Cayman GT4 Clubsport สายพันธุ์แรง ที่มาพร้อมตัวถัง natural-fibre

สตุ๊ทการ์ท. Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport อีกหนึ่งความภาคภูมิใจในฐานะตัวแทนของความก้าวหน้า และความสำเร็จอันยอดเยี่ยมจากโรงงาน Weissach นับเป็นครั้งแรกที่รถแข่งเครื่องยนต์ วางกลาง ซึ่งได้รับการออกแบบพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเทียบเคียงรถสนามพันธุ์แท้ที่สุด โดยเพิ่มทางเลือกถึง 2 รูปแบบ ของตัวถังภายนอก:

  1. เวอร์ชันแรกคือ “Trackday” ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่เพื่อการลงสนามแข่งขันในระดับเริ่มต้น
  2. เวอร์ชั่นสองคือ “Competition” รองรับการประลองความเร็วบนสนามแข่งขันระดับประเทศ และระดับนานาชาติ

แนวคิดในการออกแบบพัฒนา The new Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport

Porsche Cayman GT4 Clubsport-4.jpg
Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport
Porsche Cayman GT4 Clubsport-5.jpg
GT4 Clubsport
Porsche Cayman GT4 Clubsport-6.jpg
Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport
Porsche Cayman GT4 Clubsport-7.jpg
Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport

ไม่เพียงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และศักยภาพในการทำความเร็วต่อรอบสนามให้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการเลือกใช้วัสดุในการผลิตที่คงทนถาวร รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport คือรถแข่งจากสายการผลิตคันแรกที่ได้รับการติดตั้งชิ้นส่วนตัวถังที่ผลิตขึ้นจากวัสดุ natural-fibre ประตูรถฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมทั้งปีกหลังทรงสูงผลิตขึ้นด้วยวัสดุธรรมชาติ organ-ic fibre mix ซึ่งวัตถุดิบดังกล่าวมีแหล่งกำเนิดจากผลผลิตต่าง ๆ ในภาคgdK9idii, อาทิ เส้นใยจากต้นปอหรือต้นป่าน ซึ่งมีคุณสมบัติหลายประการใกล้เคียงกับวัสดุ carbon fibre ทั้งในแง่ของน้ำหนักที่เบาและมี ความแข็งแกร่งสูง

เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอน ขนาดความจุ 3.8-ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดถึง 425 แรงม้า (313 กิโลวัตต์) หรือ มีกำลังเพิ่มขึ้นถึง 40 แรงม้า เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับรุ่นก่อนหน้า พลังมหาศาลได้รับการถ่ายทอดต่อไปจนถึงล้อขับเคลื่อนคู่หลัง ผ่านระบบเกียร์อัจฉริยะ 6 จังหวะคลัทช์คู่ รวมทั้งชุดเฟืองท้ายแบบ differential lock ชิ้นส่วนสตรัทและสปริงของระบบช่วงล่างด้านหน้าถอดแบบจากตัวแข่งรุ่นพี่ Porsche 911 GT3 Cup

ระบบเบรกสมรรถนะสูงสำหรับการแข่งขัน ประกอบด้วยจานเบรกเหล็กหล่อขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 380-มิลลิเมตรสามารถรับมือกับน้ำหนักตัวรถเพียง 1,320 กิโลกรัม ได้อย่างไร้ข้อกังขาใด ๆ Porsche 718 Cay-man GT4 Clubsport เพิ่มเติมความปลอดภัยให้แก่ตัวถัง และห้องโดยสารด้วยการเชื่อมยึดโครงสร้างนิรภัยอย่างแน่นหนา เบาะนั่ง racing bucket seat สำหรับการแข่งขัน พร้อมเข็มขัดนิรภัย แบบจุดยึด 6 ตำแหน่ง ทั้งหมดนี้ส่งผลดีต่อน้ำหนักรวมของตัวรถที่เบาอย่างเหลือเชื่อ

เวอร์ชั่น “Trackday”

ออกแบบพัฒนาขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์สำหรับการใช้งานโดยนักแข่งในระดับพื้นฐาน ผู้ซึ่งต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การขับขี่บนสนามแข่งขันความเร็ว และการเข้าร่วมกิจกรรม clubsport ต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องการทีมงาน หรือ อุปกรณ์สนับสนุนเพิ่มเติม

ตัวรถได้รับการติดตั้งโช๊คอัพที่ผ่านการปรับแต่งมาแล้ว รวมทั้ง ระบบเบรก ABS ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ESC และ traction control เพื่อความมั่นใจในประสิทธิภาพการบังคับควบคุม ทั้งนี้ระบบดังกล่าวสามารถปิดการใช้งานได้ตามความต้องการ

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้ง ระบบปรับอากาศระบบ หลังคานิรภัย rescue hatch อุปกรณ์ดับเพลิงแบบมือถือ และถังน้ำมันเชื้อเพลิงนิรภัย FT3 safety fuel cell ขนาดความจุ 80 ลิตร ทั้งนี้รถแข่งแบบ non-road-homologated ทุกคันสามารถเข้ารับการซ่อมบำรุงได้ที่ศูนย์บริการ Porsche Centre ทุกแห่ง

เวอร์ชัน “Competition”

ได้รับการเพิ่มเติมอุปกรณ์ และฟังก์ชันการใช้งานที่คำนึงถึง การเข้าร่วมแข่งขันกีฬาความเร็วในระดับอาชีพ โช๊คอัพสามารถปรับแต่งได้ถึง 3 ระดับ ติดตั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงนิรภัยขนาดความจุสูงถึง 115 ลิตร เพื่อรองรับกิจกรรมการแข่งขันที่มีระยะทางยาวไกล

ระบบเบรกที่สามารถปรับความสมดุล ระหว่างเบรกคู่หน้าและเบรกคู่ หลังได้อย่างอิสระ พร้อมระบบแม่แรงลม air jack เพื่อความรวดเร็วของงานบริการในพิท พวงมาลัยสำหรับการแข่งขันแบบ quick-release ที่ยกมาจาก 911 GT3 R เพื่อให้มั่นใจได้ว่า นักแข่งทุกคนสามารถปรับตำแหน่งที่เหมาะสม ที่สุดได้ตามต้องการ เสริมด้วยระบบดับเพลิงอัตโนมัติเพิ่มความปลอดภัยเต็มพิกัด

Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport แสดงออกอย่างชัดเจน ในฐานะตัวตนของยนตรกรรมสายสนามซึ่งถูกถ่ายทอดพันธุกรรมความแรงจากความสำเร็จอันยอดเยี่ยมของรุ่นก่อนหน้ามาอย่างเต็มที่” ข้างต้นคือคำกล่าวของ Fritz Enzinger หัวหน้าส่วนงานมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่ “พละกำลังจากเครื่องยนต์ได้รับการปรับแต่งเพิ่มขึ้นมาก พร้อมกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านแรงกดตัวถัง และห้องโดยสาร ที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ขับขี่มากขึ้นไปอีกระดับ ผมมั่นใจว่าเราจะทำยอดจำหน่ายที่ดีเยี่ยมเช่นเดียวกับรุ่นที่ผ่านมาซึ่งมีจำนวนรถที่ส่งมอบถึง 421 คัน”

*** เปิดรับคำสั่งซื้อทั้ง 2 เวอร์ชันแล้ววันนี้ และมีกำหนดส่งมอบไปยังทีมแข่ง และนักขับทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ติดต่อสอบถามราคาจำหน่าย และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

รายละเอียดด้านเทคนิคของปอร์เช่ 718 Cayman GT4 Clubsport (Type 982)

แนวคิดในการพัฒนา
• รถแข่งความเร็วสูงที่นั่งเดี่ยวจากสายการผลิตปกติ ที่ได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะพื้นฐานใกล้เคียงกับรถแข่งเหนือข้อกำหนด Homologation

ระบบเครื่องยนต์
• เครื่องยนต์อะลูมิเนียม 6 สูบนอน บ๊อกเซอร์ วางกลางตัวถัง
• ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 3,800 ซีซี; ความสูงการขึ้นลงของลูกสูบ 77.5 มิลลิเมตร ความกว้างกระบอกสูบ 102 มิลลิเมตร
• พละกำลังสูงสุด: 425 แรงม้า (313 กิโลวัตต์) ที่ 7,500 รอบต่อนาที
• รอบการทำงานสูงสุด: 7,800 รอบต่อนาที
• แรงบิดสูงสุด: 425 นิวตันเมตร ที่ 6,600 รอบต่อนาที
• อัตราส่วนกำลังอัด: 12.5:1
• ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำออกแบบสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ สำหรับเครื่องยนต์ และชุดเกียร์
• เทคโนโลยี 4 วาล์วต่อสูบ พร้อมระบบแปรผันการทำงานของเพลาลูกเบี้ยว adjustable camshaft phasing และระบบวาล์วแปรผัน VarioCam Plus
• น้ำมันเชื้อเพลิง: Super Plus ไร้สารตะกั่ว ค่าออกเทนขั้นต่ำ 98
• ระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ออกแบบสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ (Continental SDI 9)
• ระบบน้ำมันหล่อลื่นแบบ Integrated dry sump
• ระบบกรองไอเสีย 100-cell metal catalytic converter ตามมาตรฐาน DMSB

ระบบส่งกำลัง
• ขับเคลื่อนล้อหลัง
• เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 6-จังหวะ PDK ควบคุมการทำงานด้วยอิเลกทรอนิกส์ออกแบบสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ
• ล้อช่วยแรงแบบ Reinforced dual mass
• ระบบหล่อลื่นแบบ Internal pressure พร้อมระบายความร้อนด้วย active oil cooling
• ระบบเฟืองท้าย Differential lock ออกแบบสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ

ระบบตัวถัง
• โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา ผลิตจากอะลูมิเนียมและเหล็กกล้า
• โครงสร้างห้องโดยสารนิรภัย Welded-in roll-cage ได้รับการรับรองมาตรฐาน FIA Art. 277
• ฝากระโปรงหน้าติดตั้งจุดยึดแบบ quick release
• ฝากระโปรงหลังติดตั้งจุดยึดแบบ quick release
• ปีกหลังทรงสูงพร้อมขายึดแบบ “swan neck” ผลิตจากวัสดุ natural-fibre รวมถึง ช่องระบายอากาศด้านข้าง และ ปีกรถที่ผลิตจากวัสดุ carbon-fibre รูปแบบ Gurney flap
• ประตูรถฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารผลิตจากวัสดุ natural-fibre
• หลังคารถติดตั้งระบบนิรภัย ได้รับการรับรองมาตรฐาน FIA Art. 275a
• เบาะนั่งสำหรับการแข่งขัน Recaro race bucket seat ปรับระดับความสูง พร้อมระบบ padding สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ (ตามมาตรฐาน FIA Standard 8862/2009 – ข้อกำหนดล่าสุดของ FIA)
• ระบบแม่แรงลม three-piston air jack (เฉพาะเวอร์ชัน “Competition”)
• จุดติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อรองรับระบบแม่แรงลม three-piston air jack (เฉพาะเวอร์ชั่น “Trackday”)
• รองรับการติดตั้งตาข่ายนิรภัย
• ห่วงเกี่ยวสำหรับลากจูงด้านหน้า และด้านหลัง รับรองมาตรฐาน FIA
• คอนโซลกลางแบบ Motorsport สำหรับการแข่งขัน แสดงข้อมูลฟังก์ชันการทำงาน และสามารถปรับแต่งได้
• เข็มขัดนิรภัยแบบจุดยึด 6 ตำแหน่ง
• ถังน้ำมันเชื้อเพลิงนิรภัย ขนาดความจุ 115 ลิตร FT3 safety fuel cell พร้อมระบบตัดการจ่ายเชื้อเพลิง “Fuel Cut Off” ชุดวาล์วนิรภัยเป็นไปตามข้อกำหนดของ FIA (เฉพาะ เวอร์ชั่น “Competition”)
• ถังน้ำมันเชื้อเพลิงนิรภัย ขนาดความจุ 80 ลิตร FT3 safety fuel cell with “Fuel Cut Off” พร้อมระบบตัดการจ่ายเชื้อเพลิง “Fuel Cut Off” ชุดวาล์วนิรภัยเป็นไปตามข้อกำหนดของ FIA (เฉพาะ เวอร์ชั่น “Trackday”)

ระบบช่วงล่าง
ช่วงล่างด้านหน้า:
• MacPherson สตรัท สามารถปรับระดับความสูง มุม camber และระยะฐานล้อได้
• ชิ้นส่วนช่วงล่างแบบ Forged: ให้ความแข็งแรงสูงด้วยจุดยึดแบบ double shear mounting และ high-performance spherical bearings
• ดุมล้อแบบ 5 ตำแหน่ง
• โช๊คอัพสำหรับการแข่งขันปรับได้ 3-ระดับ rebound และ 2-stage compression สำหรับความเร็วสูง และความเร็วต่ำ (เฉพาะเวอร์ชั่น “Competition”)
• โช๊คอัพปรับแต่งสำเร็จจากโรงงาน (เฉพาะเวอร์ชั่น “Trackday”)
• ระบบพวงมาลัยแปรผันอัตราทดแบบ Electromechanical
• เหล็กกันโคลง anti-roll bar ดีไซน์แบบ 3-hole

ช่วงล่างด้านหลัง:
• MacPherson สตรัท สามารถปรับระดับความสูง มุม camber และระยะฐานล้อได้
• ชิ้นส่วนช่วงล่างแบบ Forged: ให้ความแข็งแรงสูงด้วยจุดยึดแบบ double shear mounting และ high-performance spherical bearings
• ดุมล้อแบบ 5-ตำแหน่ง
• โช๊คอัพสำหรับการแข่งขันปรับได้ 3-ระดับ rebound และ 2-stage compression สำหรับความเร็วสูงและความเร็วต่ำ (เฉพาะเวอร์ชั่น “Competition”)
• โช๊คอัพปรับแต่งสำเร็จจากโรงงาน (เฉพาะเวอร์ชั่น “Trackday”)
• เหล็กกันโคลง anti-roll bar แบบ blade-type ปรับตั้งได้

ระบบเบรก
ช่วงล่างด้านหน้า:
• คาลิเปอร์เบรกอะลูมิเนียม 6 ลูกสูบ โมโนบลอก สำหรับการแข่งขัน พร้อมสปริงลูกสูบแบบ “Anti Knock Back”
• จานเบรกเหล็กหล่อเซาะร่องแบบ multi-piece พร้อมครีบระบายความร้อน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 380 มิลลิเมตร
• ผ้าเบรกสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ
• ระบบปรับสมดุลย์แรงเบรกด้วย balance bar system (เฉพาะ เวอร์ชั่น “Competition”)
• หม้อลมเบรก (เฉพาะ เวอร์ชั่น “Trackday”)

ระบบเบรกหลัง:
• คาลิเปอร์เบรกอะลูมิเนียม 6 ลูกสูบ โมโนบลอก สำหรับการแข่งขัน พร้อมสปริงลูกสูบแบบ “Anti Knock Back”
• จานเบรกเหล็กหล่อเซาะร่องแบบ multi-piece พร้อมครีบระบายความร้อน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 380 มิลลิเมตร
• ผ้าเบรกสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ
• ระบบปรับสมดุลแรงเบรกด้วย balance bar system (เฉพาะ เวอร์ชั่น “Competition”)
• หม้อลมเบรก (เฉพาะเวอร์ชั่น “Trackday”)

ระบบอิเล็กทรอนิกส์:
• แผงหน้าปัทม์ COSWORTH instrument cluster ICD พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูล integrated data logger
• ตรวจจับรหัสข้อผิดพลาดด้วยเครื่องมือพิเศษ PIWIS motorsport tester
• สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Porsche Track Precision Race App
• จับเวลารอบสนามด้วย Integrated lap trigger ผ่านสัญญาณ GPS
• ลิ้นบังคับควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์
• แบตเตอรี่ lithium-ion (LiFePo) น้ำหนักเบา ขนาด 60 Ah ทนทานต่อการรั่วซึม ติดตั้งภายในบริเวณที่วางเท้า ฝั่งผู้โดยสาร (เฉพาะ เวอร์ชั่น “Competition”)
• แบตเตอรี่ 12 โวลต์ ขนาด 70 Ah (AGM) ทนทานต่อการรั่วซึม ติดตั้งภายในบริเวณที่วางเท้า ฝั่งผู้โดยสาร (เฉพาะเวอร์ชั่น “Trackday”)
• สวิทช์ตัดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงฉุกเฉินติดตั้งภายในห้องโดยสาร และภายนอกห้องโดยสารบริเวณฝั่งซ้ายของกระจกบังลมหน้า
• ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ PSM (Porsche Stability Management) พร้อมระบบ ABS, traction Con-trol (TC) และ Electronic Stability Control (ESC) สามารถปิดการทำงานได้ทั้งหมด
• ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง Tyre pressure monitoring system (TPMS)
• ระบบดับเพลิงฉุกเฉิน ตามข้อกำหนดของ FIA (เฉพาะเวอร์ชั่น “Competition”)
• ถังดับเพลิงแบบมือถือ (เฉพาะเวอร์ชั่น “Trackday”)
• ระบบปรับอากาศ
• กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
• พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต CFRP พร้อมระบบจำกัดความเร็ว pit speed limiter และคอพวงมาลัยแบบ quick release coupling (เฉพาะ เวอร์ชั่น “Competition”)
• พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต พร้อมระบบจำกัดความเร็ว pit speed limiter (เฉพาะเวอร์ชั่น “Trackday”)
• คอนโซลกลางพร้อมสวิทช์ปรับตั้งการทำงานของระบบ ABS, ESC, TC และสวิทช์ปรับขนาดยางรถยนต์ที่ใช้งาน

น้ำหนัก/มิติตัวถัง:
• น้ำหนักรวม: 1,320 กิโลกรัม
• ความยาวรวม: 4,456 มิลลิเมตร
• ความกว้างรวม: 1,778 มิลลิเมตร
• ความสูงรวม: 1,238 มิลลิเมตร
• ระยะฐานล้อ: 2,456 มิลลิเมตร

ล้อ/ยางรถยนต์:
ล้อและยางรถยนต์คู่หน้า:
• ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ forged ชิ้นเดียว ขนาด 9J x 18 offset 28 น็อตล้อ 5-ตำแหน่ง
• ยาง Michelin transportation สำหรับ การเคลื่อนย้ายและขนส่ง ขนาด: 25/64-18
• ยาง Michelin สลิก/ยาง wet สำหรับการแข่งขัน ขนาด: 25/64-18

ล้อและยางรถยนต์คู่หลัง:
• ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ forged ชิ้นเดียว ขนาด 10.5J x 18.5 offset 53 น็อตล้อ 5-ตำแหน่ง
• ยาง Michelin transportation สำหรับการเคลื่อนย้ายและขนส่ง ขนาด: 27/68-18
• ยาง Michelin สลิก/ยาง wet สำหรับการแข่งขัน ขนาด: 27/68-18

สีตัวถัง:
• สีน้ำ Water-based
• สีตัวถังภายนอก: สีขาว C9A
• สีตัวถังภายใน: สีขาว filler-coat ไม่ผสมแลกเกอร์

เกี่ยวกับ AAS Auto Service

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องการให้บริการหลังการขาย

โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Porsche-Thailand-banner.jpg
Porsche Thailand

Check Also

MMTh Disruptor Unleashed- Break the Limits in Fuel Efficiency

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน พิสูจน์ความประหยัดน้ำมันเหนือชั้น ด้วยอัตราประหยัดสูงสุด 24.71 กิโลเมตรต่อลิตร* ในการทดสอบเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เชิญลูกค้าและสื่อมวลชนจากประเทศไทยและประเทศกัมพูชาเข้าร่วมกิจกรรมทดสอบการขับ ‘ปฏิวัติทุกขีดจำกัด กับความประหยัดเกินคาด’ (Disruptor Unleashed: Break the Limits in Fuel Efficiency) ท้าพิสูจน์ที่สุดแห่งความประหยัดน้ำมันของ …