อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยเดือนกรกฎาคม 2569 ผลิตรถยนต์ได้ 117,383 คัน เพิ่มขึ้น 6.12% จากปีก่อน ยอดขายในประเทศ 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 20.07% ขณะที่ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39% โดยการผลิตรถยนต์นั่ง BEV, PHEV และ HEV ยังขยายตัวในอัตราสูง ขณะที่ตลาดรถกระบะบางกลุ่มยังเผชิญแรงกดดันด้านยอดขายและสินเชื่อ
ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยโดย นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569
ตัวเลขอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ควรรู้
- ผลิตรถยนต์ 117,383 คัน เพิ่มขึ้น 6.12%
- ยอดขายในประเทศ 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 20.07%
- ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39%
- ผลิตรถยนต์นั่ง BEV 13,422 คัน เพิ่มขึ้น 271.80%
- ผลิตรถยนต์นั่ง PHEV 1,661 คัน เพิ่มขึ้น 295.48%
- ผลิตรถยนต์นั่ง HEV 24,173 คัน เพิ่มขึ้น 95.35%
- ผลิตรถกระบะไฟฟ้า 346 คัน เพิ่มขึ้น 686.36%
ผลิตรถยนต์ 117,383 คัน รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดโตแรง
เดือนกรกฎาคม 2569 ไทยผลิตรถยนต์รวม 117,383 คัน เพิ่มขึ้น 6.12% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยรถยนต์นั่งผลิตได้ 47,507 คัน เพิ่มขึ้น 23.72%
โครงสร้างการผลิตรถยนต์นั่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้านระบบขับเคลื่อนอย่างชัดเจน โดย BEV ผลิตได้ 13,422 คัน เพิ่มขึ้น 271.80%, PHEV 1,661 คัน เพิ่มขึ้น 295.48% และ HEV 24,173 คัน เพิ่มขึ้น 95.35%
ในทางกลับกัน รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในหรือ ICE ผลิตได้ 8,251 คัน ลดลง 62.49%
ยอดผลิตรถยนต์สะสมตั้งแต่เดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 834,595 คัน ลดลง 0.09% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
รถกระบะยังเผชิญแรงกดดัน แต่ BEV เพิ่มขึ้นจากฐานต่ำ
รถกระบะขนาด 1 ตันผลิตได้ 68,326 คัน ลดลง 4.40% ขณะที่รถกระบะไฟฟ้าผลิตได้ 346 คัน เพิ่มขึ้น 686.36%
ยอดผลิตรถกระบะขนาด 1 ตันสะสม 7 เดือนอยู่ที่ 524,483 คัน ลดลง 0.51% และคิดเป็น 62.84% ของยอดผลิตรถยนต์ทั้งหมด
สำหรับการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 44,704 คัน เพิ่มขึ้น 22.42% ส่วนการผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ 72,679 คัน ลดลง 1.92%
ยอดขายรถยนต์ไทย 59,196 คัน โต 20.07%
ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 0.80% จากเดือนมิถุนายน และเพิ่มขึ้น 20.07% จากเดือนกรกฎาคม 2568
เมื่อดูรายละเอียดรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ พบว่ามียอดขายรวม 42,807 คัน เพิ่มขึ้น 32.99% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในกลุ่มระบบขับเคลื่อน รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ BEV มียอดขาย 20,989 คัน เพิ่มขึ้น 122.08%, HEV 12,903 คัน เพิ่มขึ้น 24.82%, PHEV 1,225 คัน เพิ่มขึ้น 83.66% และ REEV 136 คัน ลดลง 27.27%
สำหรับตลาดรถกระบะ 1 ตัน มียอดขาย 5,084 คัน ลดลง 16.22% ขณะที่รถกระบะดับเบิลแค็บอยู่ที่ 5,602 คัน เพิ่มขึ้น 14.33% และรถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 467 คัน เพิ่มขึ้น 764.81% ส่วน PPV มียอดขาย 3,003 คัน ลดลง 21.39%
ยอดขายสะสม 7 เดือนแตะ 406,162 คัน
ตั้งแต่เดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 ตลาดรถยนต์ไทยมียอดขายรวม 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
เฉพาะรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ BEV มียอดขายสะสม 125,411 คัน เพิ่มขึ้น 97.39% ขณะที่ HEV อยู่ที่ 87,543 คัน เพิ่มขึ้น 20.88% และ PHEV 7,248 คัน เพิ่มขึ้น 27.81%
ส.อ.ท. แสดงความกังวลต่อความแตกต่างระหว่างยอดขาย BEV กับการผลิตในประเทศ และเสนอให้มีการพิจารณาโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างรถที่ผลิตในประเทศกับรถนำเข้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขยอดผลิต BEV สะสมที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์ส่วนนี้ ปรากฏไม่ตรงกันในต้นฉบับ จึงควรยืนยันตัวเลขก่อนนำสัดส่วนรถนำเข้ามาเผยแพร่
รถกระบะยังถูกกดดันจากสินเชื่อ
อีกประเด็นที่ ส.อ.ท. ให้ความสำคัญคือยอดขายรถกระบะ โดยระบุว่าการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินยังส่งผลต่อยอดขาย และมีรายงานว่าสินเชื่อรถยนต์หดตัว 7.8%
ส.อ.ท. มองว่าการชะลอตัวของรถกระบะมีผลต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชน เนื่องจากรถกระบะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศในสัดส่วนสูง และเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ส่งออกรถยนต์ 74,169 คัน เพิ่ม 2.39%
การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39%
ตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนียมีส่วนแบ่ง 30.25% และเติบโต 29.16% ขณะที่ตลาดเอเชียมีส่วนแบ่ง 28.92% เพิ่มขึ้น 14.79%
ส่วนตลาดตะวันออกกลางมีส่วนแบ่งลดลงจาก 20.40% เหลือ 14.56% โดย ส.อ.ท. ระบุว่าการส่งออกลดลง 33.56% จากประเด็นความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ในกลุ่มรถไฟฟ้า รถยนต์นั่ง BEV ส่งออก 1,799 คัน เพิ่มขึ้น 1,399.17% ขณะที่รถกระบะ BEV ส่งออก 299 คัน เพิ่มขึ้น 536.17% และรถยนต์นั่ง HEV ส่งออก 10,195 คัน เพิ่มขึ้น 163.16%
มูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่ 52,238.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.49% และเมื่อรวมรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ มีมูลค่า 76,903.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.51%
ยอดจดทะเบียน BEV ใหม่เดือนกรกฎาคม 24,171 คัน
เดือนกรกฎาคม 2569 มียานยนต์ BEV จดทะเบียนใหม่รวม 24,171 คัน เพิ่มขึ้น 99.36% โดยรถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่าง ๆ รวม 21,159 คัน ส่วนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามี 2,727 คัน
ยอดจดทะเบียน BEV ใหม่สะสมเดือนมกราคม–กรกฎาคมอยู่ที่ 144,181 คัน เพิ่มขึ้น 77.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ไทยเดือนกรกฎาคม 2569
เดือนกรกฎาคม 2569 ไทยผลิตรถยนต์กี่คัน?
ผลิตรถยนต์ 117,383 คัน เพิ่มขึ้น 6.12% จากเดือนกรกฎาคม 2568
ยอดขายรถยนต์ไทยเดือนกรกฎาคม 2569 เท่าไร?
ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 20.07% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
ไทยส่งออกรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2569 กี่คัน?
ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39%
ผลิตรถยนต์นั่ง BEV เดือนกรกฎาคม 2569 กี่คัน?
ผลิตได้ 13,422 คัน เพิ่มขึ้น 271.80% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน
ยอดผลิตรถยนต์สะสม 7 เดือนแรกของปี 2569 เท่าไร?
เดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 ผลิตรถยนต์รวม 834,595 คัน ลดลง 0.09% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
TorqueThailand.com




