Breaking News

The new Porsche Macan S เปิดตัวอย่างทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ ใหม่

The new Porsche Macan S เปิดตัวอย่างทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ ใหม่ สมรรถนะอันยอดเยี่ยม ประสิทธิภาพการทรงตัวชั้นเลิศ พร้อมความนุ่มนวลสะดวกสบาย

The new Porsche Macan S-เปิดตัวอย่างทรงพลัง-เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ-ใหม่-1.jpg
ปอร์เช่ มาคันน์ เอส ใหม่ 

The new Porsche Macan S เปิดตัวอย่างทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ ใหม่

สตุ๊ทการ์ท. ปอร์เช่เพิ่มทางเลือกให้ยนตรกรรมสปอร์ต compact SUV สมรรถนะสูง Macan S สายพันธุ์ความแรงโมเดลล่าสุด จากบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำสัญชาติเยอรมัน ประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินใหม่ V6 ขนาดความจุ 3.0 ลิตร V6 พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ ให้พละกำลังสูงสุด 354 แรงม้า (260 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดกว่า 480 นิวตันเมตร ทรงพลังยิ่งขึ้นถึง 14 แรงม้า (10 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดที่มากขึ้นถึง 20 นิวตันเมตร

เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ในกรณีที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package ปอร์เช่ มาคันน์ เอส (Porsche Macan S) ให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 5.1 วินาที ซึ่งเร็วกว่ารุ่นที่แล้ว 0.1 วินาที ทะยานทะลุความเร็วสูงสุดกว่า 254 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พร้อมทั้งอัดแน่นด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ Macan ทุกรุ่น อาทิ แผงไฟ LED lightbar บริเวณท้ายรถ ระบบติดต่อสื่อสารและความบันเทิง Porsche Communication Management system ใหม่ ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 10.9 นิ้ว

ขุมพลังเครื่องยนต์ V6 ใหม่ ปรับตำแหน่งการติดตั้งชุดเทอร์โบ

ติดตั้งแหล่งกำเนิดพลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เครื่องยนต์เบนซินใหม่ V6 ขนาดความจุ 3.0 ลิตร ปรับตำแหน่งการวางชุดอัดอากาศ central turbo layout ซึ่งอุปกรณ์เทอร์โบชาร์จเจอร์ จะถูกติดตั้งในบริเวณกึ่งกลางของฝาสูบรูปตัว V

ผลลัพธ์ที่ได้คือ การลดระยะการลำเลียงไอเสียที่เดินทางระหว่างห้องเผาไหม้ไปยังชุดอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้อัตราการตอบสนองของสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ฉับไวยิ่งขึ้น เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบใหม่ให้แรงบิดสูงแม้ในรอบการทำงานเครื่องยนต์ต่ำ ด้วยเทคโนโลยี twin-scroll แรงดันไอเสียจะสามารถถ่ายทอดพลังอย่างลื่นไหลต่อเนื่องไปยังชุดกังหันเทอร์ไบน์ ลดอาการรอรอบของระบบอัดอากาศลงได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการปรับแต่งรูปทรงพร้อมติดตั้งหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงบริเวณกึ่งกลางห้องเผาไหม้ เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างส่วนผสมของเชื้อเพลิง และอากาศให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เสริมสมรรถนะการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยอัตราส่วนแรงม้าต่อปริมาตรความจุกระบอกสูบที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น จาก 113 เพิ่มขึ้นเป็น 118 แรงม้าต่อลิตร และลดปริมาณการปล่อยมลภาวะให้ต่ำลงอีกด้วย

ช่วงล่างปรับแต่งใหม่ เพื่อที่สุดแห่งดุลยภาพของการบังคับควบคุม

เสริมความมั่นใจด้วยการติดตั้งยางรถยนต์สมรรถนะสูง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Porsche Traction Management (PTM) four-wheel drive ปรับแต่งระบบรองรับ และระบบตัวถังใหม่เพื่อสร้างความสมดุลในแง่ของการขับขี่ พร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ชุดสปริงโช้คของช่วงล่างด้านหน้าผลิตด้วยวัสดุอะลูมิเนียมแทนที่วัสดุ เหล็กหล่อในรุ่นที่ผ่านมา ล้ออัลลอยน้ำหนักเบา และแข็งแกร่งมีผลในการลดมวลใต้สปริง ซึ่งช่วยให้เกิดความนุ่มนวล และการยึดเกาะที่มั่นคงจากการตอบสนองของพวงมาลัยที่แม่นยำยิ่งขึ้น

ชุด sway bars ที่ได้รับการปรับจูนการทำงานใหม่ ให้อาการของช่วงล่างที่เป็นกลาง และง่ายต่อการขับขี่ เช่นเดียวกันกับรุ่นก่อนหน้าจากอัจฉริยภาพอันเหนือชั้นของ

  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Active Stability Management (PASM)
  • ระบบ active damper control
  • ระบบช่วงล่าง air suspension แบบปรับระดับความสูงอัตโนมัติ
  • ชุดโช๊คอัพไฮดรอลิกใหม่
  • ระบบควบคุมแรงบิด Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus)

ยังคงสามารถเลือกสั่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม เพื่อรองรับการขับขี่สไตล์สปอร์ตเต็มรูปแบบ เสริมสมรรถนะการบังคับควบคุมให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีกระดับ

เสริมความแม่นยำ และประสิทธิภาพให้แก่ระบบเบรก

เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ในการผลิตแป้นเบรก ส่งผลต่อการลดน้ำหนักชิ้นส่วนดังกล่าวลงได้ถึงประมาณ 300 กรัม เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุเหล็กหล่อแบบเดิม รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนชุดแกนส่งกำลังภายในแม่ปั้มเบรกให้สั้นลง ทั้งหมดนี้ทำให้อัตราการตอบสนองของระบบเบรกเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผลต่อความรู้สึกในการควบคุมระยะเหยียบแป้นเบรกได้อย่างแม่นยำและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากประสิทธิภาพในการส่งต่อกำลังที่ต่อเนื่องสมบูรณ์แบบ เติมแต่งอารมณ์สปอร์ตสะท้อนภาพยนตรกรรม SUV พลังแรง ด้วยการขยายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางจานเบรกคู่หน้าเพิ่มขึ้นอีก 10 มิลลิเมตร รวมเป็น 360 มิลลิเมตร

ในส่วนของความหนาจานเบรกคู่หน้าเพิ่มขึ้น 2 มิลลิเมตร รวมเป็น 36 มิลลิเมตร ผ้าเบรกใหม่ผลิตจากวัสดุที่ปราศจากทองแดงหรือ copper-free และสามารถสั่งติดตั้งระบบเบรก Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) เป็นอุปกรณ์พิเศษได้ตามต้องการ

งานออกแบบที่เรียบหรู ระบบไฟส่องสว่าง LED และนวัตกรรมระบบควบคุมด้วยดิจิทัล

ถือกำเนิดขึ้นจากการผสมผสานของเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัย ที่ผ่านการรวบรวมมาไว้ในรถสปอร์ต SUV คันใหม่ล่าสุดจากปอร์เช่ มาพร้อมกับการปรับโฉมภายนอกให้เฉียบคมยิ่งขึ้น นวัตกรรมที่มีผลต่อเอกลักษณ์ภายนอกของตัวรถได้แก่ แผงไฟท้ายแบบ 3 มิติ three-dimensional rear LED lightbar ไฟหน้า LED ซึ่งได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และอุปกรณ์พิเศษ ระบบ Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS Plus) รับหน้าที่ควบคุมทิศทางการส่องสว่าง และการกระจายของลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติโดยขึ้นอยู่กับสภาพ การขับขี่ในขณะนั้น

ระบบติดต่อสื่อสาร และความบันเทิงรุ่นล่าสุด Porsche Communication Management (PCM) ซึ่งได้รับการติดตั้ง หน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสความละเอียดสูง full-HD ขนาด 10.9 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อการทำงานกับโทรศัพท์มือถือ ปรับตั้งการทำงานผ่าน audio interfaces 2 รูปแบบ และระบบสั่งงานด้วยเสียง intelligent voice control

อุปกรณ์พิเศษ ใหม่ : พวงมาลัย GT sports และระบบฟอกอากาศ ioniser

The new Porsche Macan S-เปิดตัวอย่างทรงพลัง-เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ-ใหม่-3.jpg
ภายในห้องโดยสาร The new Porsche Macan S

อุปกรณ์พิเศษ พวงมาลัย GT sports ลักษณะเดียวกับที่ติดตั้งใน Porsche 911 เติมเต็มความสปอร์ตเต็มพิกัด เสริมบรรยากาศภายในห้องโดยสารของ Porsche Macan S ให้สวยหรูยิ่งขึ้น ชุดสวิทช์เลือกโปรแกรมการขับขี่ รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพวงมาลัยอย่างลงตัว รวมทั้งสวิทช์ควบคุมการทำงาน Sport Response อันเป็นส่วนหนึ่งของชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package สำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายเพิ่มเติมอื่น

ประกอบด้วย ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า และระบบฟอกอากาศ ioniser ทำหน้าที่ขจัดสิ่งสกปรกในห้องโดยสารร่วมกับแผ่นกรองซึ่ง ติดตั้งเป็นมาตรฐาน มั่นใจในคุณภาพและความสะอาดของอากาศภายในรถยนต์ได้อย่างเต็มที่

The new Porsche Macan S-เปิดตัวอย่างทรงพลัง-เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ-ใหม่-4.jpg
มาคันน์ เอส ใหม่
  • ปอร์เช่ มาคันน์ ใหม่ (The new Porsche Macan) พร้อมรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 4.8 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งในแต่ละประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

ปอร์เช่ มาคันน์ เอส ใหม่ : อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 8.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 204 กรัมต่อกิโลเมตร

**อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากลที่ สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับ ค่าการตรวจวัดอัตราสิ้นเปลืองของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

***สำหรับข้อมูลอย่างเป็นทางการของผลทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในรถยนต์รุ่นใหม่อื่น ๆ สามารถค้นหาได้จากเอกสาร “Guidelines on fuel consumption, CO2 emissions and power consumption of new passenger cars” [Leitfaden über den Kraftstoffverbrauch, die CO2-Emissionen und den Stromverbrauch neuer Personenkraftwagen], ผ่านตัวแทนจำหน่ายและสถาบัน Deutsche Automobil Treuhand GmbH (DAT) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

เกี่ยวกับ AAS Auto Service

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3 Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 12 ประเทศ

สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกรของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

porsche-banner.jpg
Porsche Thailand

Check Also

MICHELIN Ranked No.1 on SPOTT 2024

มิชลินครองอันดับหนึ่ง 3 ปีซ้อน สะท้อนการดำเนินงานที่โดดเด่นในภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา (Natural Rubber Sector) บนเวทีโลก

ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก รั้งตำแหน่งผู้ผลิตยางรถยนต์ที่ครองอันดับหนึ่งถึง 3 ปีติดต่อกันในการประเมินภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา ซึ่งจัดทำโดย SPOTT ทั้งนี้ ในการประเมินผลประจำปี 2567 มิชลินรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตยางรถยนต์ที่มีคะแนนสูงสุดเอาไว้ได้ด้วยคะแนน 80.9% เพิ่มสูงขึ้น 0.8% …