Breaking News

รีวิว ลองขับ Audi A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition บนเส้นทางกรุงเทพฯ – จ. ประจวบคีรีขันธ์

รีวิว ลองขับ Audi A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition ในกิจกรรม Audi Press Trip “Never Follow” บนเส้นทางกรุงเทพฯ-จ. ประจวบคีรีขันธ์

Audi Press Trip “Never Follow” - Bangkok -Prachuap Khiri Khan

รีวิว ลองขับ Audi A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition 249 แรงม้า

Audi Press Trip “Never Follow”

อาวดี้ ประเทศไทย จัดกิจกรรม Audi Press Trip “Never Follow” เพื่อให้สื่อมวลชนได้ร่วมเดินทางพิสูจน์สุดยอดสมรรถนะ เทคโนโลยี และการออกแบบของยนตรกรรมอาวดี้ในแต่ละเซกเมนต์ โดยเลือกเส้นทางท่องเที่ยว คือ กรุงเทพฯ-จ. ประจวบคีรีขันธ์

เพื่อสัมผัสกับความสุดยอดของเทคโนโลยีที่มีความลงตัวสมบูรณ์แบบทุกมิติอย่างใกล้ชิด และขับทดสอบบนเส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ซึ่งตลอดทริปสื่อมวลชนจะได้ทดลองขับยนตรกรรมอาวดี้ บนสภาพเส้นทางและการจราจรหลากหลาย ที่สะท้อนการใช้งานจริงมากที่สุด

ทั้งการลัดเลาะจากช้อปปิ้งมอลล์สู่ถนนใหญ่ การทำความเร็วบนทางพิเศษ และบนถนนหลวง ที่สามารถทำความรู้จักกับฟังก์ชั่นการทำงาน โหมดการขับขี่ต่างๆ เทคโนโลยีความปลอดภัย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro ตลอดจนการเปิดใช้งานระบบความบันเทิง ความสะดวกสบายต่างๆ ที่มีมาให้

รวมถึงสัมผัสกับความพรีเมียมที่ถูกออกแบบมาอย่างปราณีตพิถีพิถันในทุกรุ่น และสัมผัสกับความงดงามของเส้นสายภายในภายนอก ที่ทำให้ยนตรกรรมอาวดี้เป็นยนตรกรรมที่สมบูรณ์ ซึ่งในครั้งนี้ ทางอาวดี้ได้นำกองทัพยนตรกรรมอาวดี้ครบทุกตระกูล รวม 60 คัน มาให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับ พร้อมทั้งเปิดตัว The New Audi RS3 Sportback ซูเปอร์คาร์ 5 ประตู รุ่นล่าสุด 

Audi Press Trip “Never Follow” - Bangkok -Prachuap Khiri Khan

ในครั้งนี้ทางทีมงานได้ร่วมขับทดสอบ Audi A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition ได้มีการอัพเดทให้ดูสวยและดุดันมากขึ้น ด้วยการดีไซน์จุดสำคัญต่างๆ รอบคันของรถให้ดูทันสมัยและสปอร์ตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าหกเหลี่ยมลายรังผึ้งที่ออกแบบใหม่ รวมไปถึงกันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ และไฟหน้าที่ดีไซน์ใหม่มาพร้อมกับเทคโนโลยี LED

นอกจากนี้ ยังเสริมความโดดเด่นด้วยเส้นนำสายตา shoulder line ที่ลากยาวตั้งแต่ส่วนของปลายชุดโคมไฟหน้า ยาวไปจนถึงโคมไฟท้ายที่เป็น LED อีกด้วย A4 Avant รุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย มีชุดแต่ง S Line Black Edition ซึ่งเป็นการตกแต่งจุดต่างๆ ของรถให้เป็นสีดำเพื่อให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

ภายในก็ได้มีการปรับเพื่อให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว และจอกลางระบบ MMI Radio plus ขนาด 8.8 นิ้ว ระบบสัมผัสที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ชุดเครื่องเสียง Bang & Olufsen

พร้อมระบบเสียง 3 มิติ เบาะนั่งปรับไฟฟ้าแบบ S Sports หุ้มหนัง Fine Nappa ที่ตัดเย็บแบบลาย Diamond Cut ที่มาพร้อมกับระบบนวดผ่อนคลาย และยังมีหลังคาพาโนรามิค ที่ช่วยให้ห้องโดยสารโปร่งสบายมากขึ้นอีกด้วย

A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid (MHEV) 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 249 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างฉับไว ทำงานคู่กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro with ultra-technology

จากการที่ทางทีมงานได้ทดสอบ Audi A4 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition ถือได้ว่าอัตราเร่งตอบสนองได้ดี และมี สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม รวมถึงห้องโดยสารที่ดูทันสมัย ดีไซน์ภายนอกที่แต่งให้ดูสปอร์ต โดยรวมแล้ว ถือเป็นรถที่น่ามีไว้เป็นเจ้าของอีกคันเลยทีเดียว 

The New Audi RS3 Sportback

ในกิจกรรม Audi Press Trip “Never Follow” ทางอาวดี้ ประเทศไทย ได้เปิดตัว The New Audi RS3 Sportback ซูเปอร์คาร์ 5 ประตู รุ่นล่าสุด ในราคาเพียง 5.399 ล้านบาท

The New Audi RS3 Sportback รถซูเปอร์คาร์ไซส์คอมแพค เร้าใจเหมือนอยู่ในสนามแข่งและตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกวัน นับเป็นการเปิดตัวรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นที่ 9 ของ อาวดี้ ประเทศไทย เจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่อันน่าตื่นเต้นให้กับแฟนๆ RS ดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยว สปอร์ตสุดๆ ได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต สมรรถนะอันโดดเด่น ดุดัน

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback ที่ อาวดี้ ประเทศไทย นำมาเปิดตัวในครั้งนี้เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 แล้ว ซึ่งทางอาวดี้ได้พัฒนาให้เป็นซูเปอร์คาร์ในร่างรถคอมแพ็คที่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นบนถนนหรือจะซิ่งในสนามแข่งก็มอบประสบการณ์ขับขี่เร้าใจสุดๆ สมรรถนะโดดเด่นที่สุดในกลุ่มรถยนต์คอมแพ็ค

จัดเต็มเครื่องยนต์ 5 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร คว้ารางวัล International Engine of the year 9 ปีซ้อน และในเจนเนอเรชั่นล่าสุดได้พัฒนาให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์รุ่นก่อนถึง 20 นิวตันเมตร เครื่องยนต์กำลังสูงจับคู่กับเกียร์ 7 สปีด คลัทช์คู่ที่เปลี่ยนเกียร์ได้ฉับไว ทันใจ

อัตราทดเกียร์ที่เซ็ตมาเหมาะสุดๆ กับการขับขี่แบบสปอร์ต อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง The New Audi RS3 Sportback ที่ อาวดี้ ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่ายมาพร้อม RS Sport Exhaust เสียงท่อไอเสียอันเป็นเอกลักษณ์ ดังกระหึ่ม เร้าใจ ท่อไอเสียสามารถเปิดปิดได้ เพื่อให้เสียงท่อเงียบลงในเขตชุมชน หรือเปิดให้เสียงดังขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสในการขับขี่

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ถูกบรรจุมาให้ The New Audi RS3 Sportback เป็นครั้งแรก นั่นคือ ระบบกระจายแรงบิดอัตโนมัติด้วยไฟฟ้า RS Torque splitter พร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย RS Torque splitter ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายแรงบิดที่ล้อหลังได้ดียิ่งขึ้นโดยมีแผ่น คลัทช์แยกการทำงานของล้อซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระในช่วงที่เข้าโค้ง

ถ้าไปด้านซ้ายระบบจะส่งกำลังที่มากขึ้นไปยังล้อหลังฝั่งขวาที่ต้องการกำลังมากกว่า ซึ่งจะช่วยลดอาการ understeer และทำให้รถมีความคล่องตัวมากขึ้นขณะเข้าโค้ง ระบบ Torque splitter นี้ ยังสามารถเพิ่มความสนุกในการขับขี่ในสถานที่ปิดหรือสนามแข่งได้

โดยจะทำให้รถยนต์สามารถดริฟท์ให้ท้ายปัดได้ โดยการสั่งการผ่านการเลือกโหมดการขับขี่แบบใหม่ในชื่อ RS Torque Rear ซึ่งระบบนี้จะสามารถส่งถ่ายกำลังจากเครื่องยนต์ทั้งหมดลงสู่ล้อหลังข้างเดียวเพียงล้อเดียวอีกด้วย

นอกจากนั้นอาวดี้ยังเพิ่มอีกหนึ่งโหมดการขับขี่ในชื่อ RS Performance ที่จะตั้งค่ารถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานในสนามแข่งโดยเฉพาะ โดยทั้ง 2 โหมด การขับขี่แบบใหม่ได้ถูกพัฒนาและเพิ่มเข้ามาในรถยนต์อาวดี้เป็นครั้งแรกในรุ่น RS3 เพื่อตอบโจทย์การขับขี่แบบสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

อาวดี้ยังคงใส่ใจรายละเอียดสำหรับการขับขี่ในทุกรูปแบบ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบอื่นๆได้ ดังนี้ Comfort, Auto, Dynamic, Efficiency และ RS individual

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

  • RS sport suspension และการตั้งองศาล้อเพื่อการขับขี่ที่เข้มข้นต้องการความแม่นยำที่มากขึ้น

ระบบช่วงล่าง RS Sport suspension มาพร้อมกับระบบกันแรงสั่นสะเทือนและวาล์วที่ออกแบบใหม่ให้กับ The New Audi RS3 Sportback โดยเฉพาะ ทำให้ช่วงล่างตอบสนองต่อการขับขี่หลากหลายสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  

การตั้งองศาแคมเบอร์ให้องศาลบทำให้การตอบสนองของพวงมาลัยแม่นยำมากยิ่งขึ้น และเข้าโค้งได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับ A3 ล้อหน้าจะถูกตั้งค่าให้มีแคมเบอร์ลบเพิ่มขึ้น 1 องศา และล้อหลังจะถูกตั้งค่าให้มีแคมเบอร์ลบเพิ่มขึ้น 0.5 องศา ทำช่วงล่างให้เตี้ยลงและเฟิร์มขึ้นเล็กน้อย

เพื่อช่วยให้เกาะถนนมากยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งระบบใหม่ใน The New Audi RS3 Sportback คือ ระบบ modular vehicle dynamics controller (mVDC) ซึ่งเป็นตัวกลางที่จะนำข้อมูลจาก Torque splitter, adaptive dampers และ wheel selective torque control มารวมกันทำให้รถมีความคล่องตัวเข้าโค้งมากยิ่งขึ้น 

The New Audi RS3 Sportback มาพร้อมกับระบบเบรก 6 พอต แบบเจาะรูระบายอากาศออกแบบมาใหม่ให้ใหญ่ขึ้นและเบรกได้อย่างมั่นใจ เพื่อให้สามารถควบคุมพละกำลังมหาศาลจากเครื่องยนต์ 5 สูบได้ และระบบควบคุมอากาศที่ทำให้เบรกเย็นลงเร็วขึ้นกว่าเดิม 20 % ซึ่งจะทำให้เบรกไม่ร้อนจนเกินไป

นอกจากนี้ยังสามารถลดการเสื่อมสภาพของผ้าเบรกให้ช้าลง เรียกได้ว่าเป็น Hatchback สมรรถนะซุเปอร์คาร์ที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

  • DNA ความเป็นรถสปอร์ต

การออกแบบ The New Audi RS3 Sportback เน้นให้รถมีความสปอร์ตและดุดันมากยิ่งขึ้น กันชนหน้าแบบ RS และช่องดักอากาศขนาดใหญ่ขึ้น มาพร้อมกระจังหน้าลายรังผึ้ง อันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล RS พร้อมชุดแต่งภายนอกแบบ Glossy black และ Audi Ring และป้ายชื่อรุ่นสี Glossy black ทำให้รถสปอร์ตคอมแพ็คคันนี้ดูดุดันมากขึ้น

อุปกรณ์มาตรฐาน ไฟหน้า Matrix LED และไฟท้าย LED แบบ Dynamic ซึ่งจุดเด่นของไฟหน้าจะมี digital daytime running light แบบพิกเซลล์ขนาด 3×5 ที่มาพร้อมกับเอฟเฟกต์ light staging แบบ RS3-signature  ด้านฝั่งคนขับ เมื่อปลดล็อครถได้ ส่วน Daytime running light จะแสดงในรูปแบบของธงตราหมากรุก

ช่องระบายอากาศบริเวณซุ้มล้อหน้าและซุ้มล้อหน้าที่กว้างขึ้นกว่ารุ่นเดิม 33 มิลลิเมตร และซุ้มล้อหลังกว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร ทำให้รถดูดุดันมากยิ่งขึ้น ล้อขนาด 19 นิ้ว ลาย Y spoke ปั้มลาย RS และคาลิปเปอร์เบรกสีแดงปั้มลาย RS ทำให้รถดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น 

นอกจากภายนอกที่ออกแบบให้ดูมีความสปอร์ตแล้ว ภายในยังมีการออกแบบที่มีเฉพาะในรุ่น RS เท่านั้น หน้าจอ Virtual cockpit plus มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แสดงรอบเครื่องยนต์ในรูปแบบ bar graph เรียกว่า RS runway design ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก runway สนามบิน และ virtual cockpit plus แสดงค่า G- forces จับเวลารอบสนามแข่ง และจับเวลา 0-100, 0-200 หรือ ¼ mile

และยังมี RS -Blinking shift indicator ระบบกระพริบไฟเพื่อบอกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้ paddle shift เพื่อเปลี่ยนเกียร์ในโหมด manual หน้าจอกลางขนาด 10.1 นิ้ว ที่มีชื่อว่า RS Monitor ซึ่งแสดงข้อมูล อุนหภูมิของระบบหล่อเย็น เครื่องยนต์ และน้ำมันเกียร์ รวมไปถึงค่าลมยาง 

The New Audi RS3 Sportback มาพร้อมกับพวงมาลัยท้ายตัดมัลติฟังชัน สไตล์ RS sport หุ้มหนังพร้อม paddle shift และยังมีปุ่มปรับโหมด RS performance บนพวงมาลัยฝั่งด้านขวา เพื่อให้ง่ายต่อการปรับโหมด โดยไม่ต้องเอามือออกจากพวงมาลัย เบาะหน้าแบบ RS sport stitching ลาย diamond cut

ระบบอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายในรถไม่ว่าจะเป็น ระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Bang &Olufsen 3มิติ หลังคา panoramic sunroof ระบบปรับอากาศแยกอิสระ 3 โซน และระบบช่วยจอด (Park assist) ซึ่งระบบจะช่วยหาที่จอดและควมคุมพวงมาลัยให้ โดยจะมีคำแนะนำเพิ่มเติมให้บนหน้าจอ MMI เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง เบรกหรือเร่ง

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback

The New Audi RS3 Sportback มีให้เลือก 6 สี คือ

  1. Glacier white
  2. Mythos black
  3. Python yellow
  4. Tango red
  5. Kyalami green
  6. Kemora grey

เปิดให้จองพร้อมกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่โชว์รูมอาวดี้ทั่วประเทศ

Audi เป็นรถยนต์นำเข้ามาตรฐานเยอรมัน ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ Plug-in Hybrid TFSI e ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา โดยในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ เปิดบริการในวันจันทร์ ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

Check Also

Honda City Hatchback eHEV

รีวิว ลองขับ Honda City Hatchback e:HEV (RS) รถเล็กสำหรับคนเมือง ที่ตอบโจทย์มากกว่าความประหยัด

รีวิว ลองขับ Honda City Hatchback e:HEV (RS) เทคโนโลยีการขับเคลื่อนในระบบ Full Hybrid e:HEV ที่ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 27.8 กม./ลิตร* รีวิว …