Breaking News

BMW 4-Series & Merc E-class Cabriolet

IMG_1945_copy

BMW 4-Series & Merc E-class Cabriolet

The Night of Memories

“มันอาจไม่ใช่ทั้ง AMG และ M โดยเนื้อแท้ก็จริง แต่ถ้าคุณมีโอกาสได้ “ซิ่ง” ทั้ง BMW 420d Coupe M Sport และ Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus ในเวลาที่จำกัดเพียงคืนเดียวล่ะก็ เชื่อเถอะว่าต่อให้ต้อง “อดหลับอดนอน” คุณก็คงยอมเหมือนผม”

 นี่คือ 2 ยนตรกรรมที่มีความพิเศษ และยากนักหากจะหาโอกาสจับมาเจอกัน ต่อให้มาพร้อมนามสกุลพ่วงท้ายว่า AMG แต่มันก็ยังเป็น E – Class ที่เรียบร้อย แต่อะไรก็ยังไม่แน่นอน จนกว่าเราจะควบมันด้วยความเร็วสูง ลิ้มรสความเร็วสูงขณะเปิดหลังคาอย่างสะใจราวกับคนบ้า และกล้าเล่นกับโค้งได้อย่างอย่างไม่หวาดหวั่น การห้ำหั่นแบบเบาๆ ของ 2 แบรนด์เยอรมันจึงเกิดขึ้นบนทางหลวงในยามวิกาลของค่ำคืนนี้ แน่นอนว่า Merc นั่งสบาย ในขณะที่ 420d Coupe M Sport เน้นความสปอร์ตมากกว่าด้วยความ “แน่น” ของค็อกพิท

   BMW 420d Coupe M Sport ดูจะเป็นรถที่ขับสนุกมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อคุณกระแทกคันเร่งหนักๆ ในขณะออกตัว ด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำเตี้ย เรี่ยพื้น ทำให้การซิ่งในครั้งนี้มันส์สะใจขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะในโค้ง 20 นาทีผ่านไป BMW 420d Coupe M Sport ก็ทะยานสู่ความเร็วสูงอีกครั้ง และผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องแปลก”

IMG_1994_copy

IMG_7753

ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนหนึ่งในขณะที่ชาวกรุงเทพฯ ต่างหลับใหล แต่ Torque Magazine กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นไม่ หากแต่ยังคงรอเวลาอันเหมาะสมเพื่อขับเคลื่อนความเร้าใจครั้งใหม่กับ 2 ยนตรกรรมจากเมืองเบียร์ผู้มากับสไตล์ที่ต่างกัน คือ BMW 420d Coupe M Sport และ Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus

เวลาเลยเที่ยงคืนนิดๆ คือ จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการในครั้งนี้ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ 2 สายพันธ์ที่ถูกสตาร์ทขึ้น นำโดยเสียงแหบต่ำของขุมพลังดีเซล 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ตามด้วยชุดไฟหน้า Xenon ดวงกลมที่สว่างขึ้น ในขณะที่ Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus มากับเสียงทุ้มนุ่มลึกจากขุมพลังเบนซิน 4 สูบ พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged พร้อมด้วยการสว่างวาบของชุดไฟหน้าแบบ LED Intelligent และความเหนือชั้นกว่าด้วยหลังคาเปิดผ้าใบเปิดประทุนที่ถูกเปิดออกรับสายลมยามดึกสงัดในเวลานี้IMG_1923_copy

สำหรับคนอื่นมันอาจะเป็นเรื่องง่ายที่จะ “เลือก” ลิ้มรสเพียงคันใด คันหนึ่ง แต่สำหรับผม “ไม่” เพราะนี่คือ 2 ยนตรกรรมที่มีความพิเศษ และยากนักหากจะหาโอกาสจับมาเจอกัน เพราะฉะนั้นต่อให้ดึกดื่น และเสียเวลามากแค่ไหน ผมก็จะต้องลองขับมันเท่าๆ กันทั้ง 2 คันให้ได้ โดยงานนี้ผมขอเริ่มที่คันโดดเด่นที่สุดอย่าง Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus ซึ่งเปิดหลังคารอผมอยู่แล้ว ณ ตอนนี้

IMG_1937_copy

IMG_1868

Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus ที่มากับความโดดเด่นจากพื้นฐานของ E – Class ซึ่งผ่านการยกระดับด้วยหลังคาเปิดประทุน Cabriolet และชุดพาร์ทรอบคันจากสำนักคุ่ญอย่าง AMG Plus ประกอบไปด้วย สปอยเลอร์หลังชิ้นเล็กสีเดียวกับตัวรถ ตามด้วยความหล่อเหลาจากล้ออัลลอยด์ขนาด 19 นิ้ว แบบ 7 ก้านคู่ สี High Gloss Black ประกอบกับหลังคาผ้าใบเปิดประทุนแบบ Cabriolet และเพียงเท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับการสร้างความโดดเด่นบนท้องถนน ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นยังคงเป็นอารมณ์ของ E- Class เช่นกัน เพียงแต่เพิ่มอารมร์ความสปอร์ตเข้าไปอีกระดับด้วยโทนสีดำ-แดง ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมอย่างหนัง ARTICO และ DINAMICA Microfiber ส่วนอุปกรณ์อำนวยควาสะดวกต่างๆ ภายในห้องโดยสารนั้นคุ้นหน้า คุ้นตากันดีอยู่แล้ว ฉะนั้นผมจึงไม่มาอธิบายให้เสียเวลา และเปลืองหน้ากระดาษดีกว่า เอาเป็นว่าใส่เกียร์แล้วเดินคันเร่งให้เต็มที่บนถนนสายนี้ ที่ว่างราวกับเราเป็นเจ้าของดีกว่า

IMG_18921

เครื่องยนต์ 2 ลิตร เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ พละกำลัง 211 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 1,200 – 4,000 รอบต่อนาที กำลังส่งเสียงทุ้มต่ำ รอรับการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ไปที่ D จากก้านเล็กๆ ที่คอพวงมาลัย และด้วยบุคลิคจากม้าศึกที่วางตำแหน่งเน้นความเรียบร้อย หรูหรา ฉะนั้นต่อให้คุณยกเท้าออกจากแป้นเบรก เจ้า Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus ก็ยังไม่พรวดพราดราวกับม้าดีดกะโหลกในทันที หากแต่ค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างงามสง่า และนุ่มนวลในรอบเดินเบา ต่อเนื่องด้วยความเร็วที่ขยับขึ้นตามสั่งจากน้ำหนักของเท้าขวาที่กดลึกลงเรื่อยๆ

IMG_7782

IMG_7779

ใช่ครับ!!! … ต่อให้มาพร้อมนามสกุลพ่วงท้ายว่า AMG แต่มันก็ยังเป็น E – Class ที่เรียบร้อย แต่อะไรก็ยังไม่แน่นอนจนกว่าเราจะควบมันด้วยความเร็วสูง เพราะสิ่งที่เป็นเงื่อนไขหลักของความสปอร์ตดูท่าจะเป็นเบื้องล่างมากกว่า ตั้งแต่ระบบช่วงล่างแบบ AGILITY CONTROL SPORT ผสมผสานกับล้ออัลลอยด์จาก AMG ที่อัพไซส์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 19 นิ้วที่มากับยางสปอร์ตขนาด 235/35 R19 ในด้านหน้า และ 255/30 R19 ในด้านหลัง ซึ่งนั่นคือที่มาของอารมณ์การขับขี่ที่ต่างออกไปจากเดิมอย่างชัดเจน กับสไตล์ที่หนักแน่นเจือปนด้วยความนุ่มหนึบ ตลอดจนการทรงตัว และการยึดเกาะถนนที่มั่นใจจากยางหน้ากว้าง

IMG_1876

IMG_1881

ในโหมดการขับขี่จากตำแหน่งเกียร์ D สัมผัสจากช่วงล่างสำหรับคนที่โอนเอียงไปทางอารมณ์ความสปอร์ตดูน่าจะถูกใจมากขึ้นกับฟฟิลลิ่งในสไตล์นี้ เพราะไม่ว่าจะคุณจะปรับโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือก 3 แบบ คือ “E” (สำหรับการขับขี่แบบประหยัด), “S”(สำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต) ตลอดจน “M”(สำหรับการขับขี่แบบเกียร์ธรรมดา) ความรู้สึกของช่วงล่างที่สื่อสารจากยางขึ้นมาถึงตัวผู้ขับขี่ก็ยังมีความสปอร์ตเจือปนอยู่ด้วยเสมอ และมันก็ถูกใจเราไม่น้อยทีเดียว และจะยิ่งสะใจมากขึ้นไปอีกระดับ โดยเฉพาะกับการขับขี่ในโหมด S และ M

IMG_18871

IMG_1888_copy

ซึ่งขณะลอยลำหากปรับเปลี่ยนมาใช้โหมด S คุณจะรู้สึกได้ถึงความกระปรี้ กระเปร่า ด้วยพลังที่พร้อมจะพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าในทันทีเพียงแค่กระแทกเท้าขวาลงไปบนแป้นคันเร่ง ในขณะที่โหมด M สาวกเกียร์ Manual คงถูกใจเพราะมันสามารถลากราบได้อย่างสะใจในแต่ละเกียร์ พร้อมกับการกลืนกินถนนเบื้องหน้าด้วยเกียร์ถัดไปง่ายๆ จากการกระดิวนิ้วเบาใส่แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ที่หลังพวงมาลัยแบบเดียวกับที่เรากำลังทำมันอยู่ในขณะนี้กับระดับความเร็วบนมาตรวัดที่ 140-150 กม./ชม. และแน่นอนหลังคาเราก็ยังเปิดอยู่ด้วยเช่นกัน

IMG_1879

IMG_1880

ผมพา Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus คันสีดำซิ่งฝ่าความมืดยามวิกาลด้วยเร็วที่เวลากลางวันคงไม่สามารถทำได้ ลิ้มรสความเร็วสูงขณะเปิดหลังคาอย่างสะใจราวกับคนบ้า และกล้าเล่นกับโค้งได้อย่างอย่างไม่หวาดหวั่นด้วยแรงสนับสนุนจากสมรรถนะอันแตกต่างจาก E – Class ที่เคยสัมผัสมาแล้วก่อนหน้านี้ จนกระทั่งมีแสงกระพริบจากไฟหน้า Xenon ของรถที่ไล่กวดมาด้วยความเร็วพอๆ กันจากด้านหลัง จนกระทั่งมาตีขนาบด้านข้าง จึงได้รู้ว่าเสือร้ายจากเยอรมันอีกลำที่จอดรออยู่คงเกิดอาการรอไม่ไหว และอยากรู้ว่า Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus จะยอดเยี่ยมแค่ไหนบนความเร็วสูง

และท้ายที่สุดสงครามก็เริ่มขึ้น การห้ำหั่นแบบเบาๆ ของ 2 แบรนด์เยอรมันจึงเกิดขึ้นบนทางหลวงในยามวิกาลของค่ำคืนนี้ โดยมี Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus นำ และ BMW 420d Coupe M Sport ไล่ตามขนาบข้างมาติดๆ จากมุมมองของผม BMW 420d Coupe M Sport นั้นทรวดทรงองค์เอวเต็มเปี่ยมด้วยความสปอร์ต และปราดเปรียวเอาเรื่องทีเดียว ในขณะที่ Merc ยังคงพื้นฐานของความหรูหรา และเติมความสปอร์ตด้วยทรงเครื่องเล็กๆ จาก AMG แต่ BMW 420d Coupe M Sport นั้นดูจัดเต็มมากกว่า ตั้งแต่กระจังหน้าทรงไตคู่ที่ดุดัน และชุดไฟหน้าทรงเฉี่ยว ยกระดับรูปลักษณ์สู่สายพันธ์ M ด้วยชุดพาร์ทรอบคัน, ล้ออัลลอยด์จาก M ขนาด 19 นิ้วกับยาง 225/40 R19 ด้านหน้า และ 255/35 R19 ด้านหลัง และโลโก้สัญลักษณ์จาก M ติดตั้งหลังซุ้มล้อหน้า ตลอดจนขอบหน้าต่างสีดำเงา ซึ่งมันดูยั่วยวนใจเป็นอย่างมาก จนผมต้องคว้าวิทยุสื่อสารไปติดต่อหาจุดในสถานีบริการน้ำมันข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนรถ และหาเครื่องดื่มเย็นๆ เพื่อเติมพลังให้ตัวเอง

IMG_1854_copy

IMG_1865_copy

พนักงานที่สถานีบริการน้ำมันดูท่าจะแปลกใจไม่น้อย เมื่ออยู่ๆ ก็มี Benz เปิดประทุนเลี้ยวเข้ามาจอดหน้ามินิมาร์ท ตามด้วย BMW สปอร์ตอีกคัน โดยหลังพักซักครู่ ผมก็คว้ากุญแจ BMW 420d Coupe M Sport ที่ตกแต่งด้วยแถบสีฟ้า สั่งปลดล็อคประตู และหย่อนตัวเองลงสู่ตำแหน่งคนขับและรู้สึกว่ามันแน่นกระชับกว่า Merc เมื่อซักครู่ เพราะฉะนั้นถ้าถามถึงความสบายในการขับขี่ แน่นอนว่า Merc นั่งสบาย ในขณะที่ 420d Coupe M Sport เน้นความสปอร์ตมากกว่าด้วยความ “แน่น” ของค็อกพิท ซึ่งก็ไม่อยู่ในระดับที่อึดอัด แต่คิดว่าระดับผู้หลัก ผู้ใหญ่ คงไม่ถูกใจนัก แต่สำหรับเรามันรู้สึกยอดเยี่ยมมากๆ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ใน Pure Sport Car หรือ Roadster สุดเจ๋งอย่างตระกูล Z ของ BMW เลยทีเดียว

DSC_00571

DSC_00171

ขุมพลังดีเซล 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ถูกปลุกขึ้น โดยมีพละกำลัง 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาทีพลุ่งพล่านอยู่ใต้เท้าขวา แต่นั่นไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้เราได้มากนักเมื่อเทียบกับแรงบิดระดับ 400 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ส่วนระบบส่งกำลังนั้น BMW มากับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic ในขณะที่ Merc มากับเกียร์ 7 สปีด 7G – Tronic ที่ส่งกำลังได้อย่างนุ่มนวล และต่อเนื่องอย่างน่าประทับใจ จนเราแอบเก็บมาเปรียบเทียบกับ 420d เป็นอย่างแรกทันทีที่ลงสู่ถนน และผลสรุปก็คือเกียร์ทั้ง 2 ลูกจากทั้ง 2 คันต่างก็ส่งถ่ายกำลังได้อย่างเรียบลื่นไม่แพ้กัน แต่เกียร์ 8 สปีดของ BMW น่าจะมากับอัตราทดที่ชิดกว่า ทำให้รู้สึกได้ถึงอัตราความเร็วที่ติดเท้ามากกว่า อีกทั้งการใช้เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ซึ่งมีแรงบิดสูงในรอบต่ำก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ BMW 420d Coupe M Sport ดูจะเป็นรถที่ขับสนุกมากกว่า โดยเฉพาะเมื่อคุณกระแทกคันเร่งหนักๆ ในขณะออกตัว เพราะมันจะสร้างแรงดึงอย่างสะใจในเสี้ยววินาทีเลยทีเดียว

DSC_00381

DSC_00281

ส่วนโหมดการขับขี่นั้น BMW 420d Coupe M Sport ก็มากับทางเลือกที่มากกว่า ตั้งแต่ Eco Pro ที่เน้นความประหยัด, Comfort ที่เน้นความนุ่มนวลมากขึ้น, Sport ชื่อนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก และ Sport+ ซึ่งยกระดับความสปอร์ตขึ้นอีกขั้น โดยทั้ง 2 โหมดนี้จะทำการปรับแต่งทั้งชุดช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง และการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้คุณได้ลิ้มลองสมรรถนะของ BMW 420d Coupe M Sport ได้อย่างเต็มพิกัด อีกทั้งมันคือโหมดโปรดของเราในทุกๆ ครั้งที่นั่งหลังพวงมาลัยของยนตรกรรมจากค่ายนี้เช่นกัน และนอกจากความเฟิร์มในทุกๆ สัมผัสแล้ว การปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่มาใช้แบบ Manual ไม่ว่าจะเป็นการขยับคันเกียร์ หรือกระดิกนิ้วใส่แป้น Paddle Shift ก็ยังเป็นอีกหนึ่งจานโปรดของเราด้วยเช่นกัน

DSC_0041

DSC_00461

ฟังค์ชั่นสิ่งอำนวยความสะดวกของ BMW 420d Coupe M Sport ยังเป็นอะไรที่คุ้นเคยทำให้ผมขับไป และสามารถเปิดสถานีวิทยุที่ชื่นชอบได้อย่างง่ายดายจาก iDrive บนคอนโซลเกียร์ ที่มีลักษณะการควบคุมเช่นเดียวกับ Merc ที่ทำเพียงแค่หมุนๆ กดๆ ซึ่งในเวลาไม่นานเสียงเพลงก็กระหึ่มห้องโดยสาร ช่วยเพิ่มอรรถรสการขับขี่มันส์ได้มากขึ้นไปอีกระดับ แต่กับ Merc เราซิ่งขณะเปิดหลังคาซะเป็นส่วนใหญ่ เลยทำให้มีเสียงภายนอกสอดแทรกอยู่ด้วย แต่เราก็เชื่อว่าถ้าปิดหลังคาชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยมของ Merc ก็คงมีประสิทธิภาพได้ไม่ต่างกันเท่าไหร่

IMG_1994_copy1

IMG_1996_copy

ผมพา BMW 420d Coupe M Sport ส่งเสียงสนั่นบนความมืดมิดของถนนเบื้องหน้า เพื่อกลับสู่จุดหมายปลายทาง และด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่ต่ำเตี้ย เรี่ยพื้น ทำให้การซิ่งในครั้งนี้มันส์สะใจขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะในโค้งกับความสามารถในการเกาะติดถนน และไหลลื่นไปตามองศาโค้งได้อย่างกับรถราง ก่อนจะเติมคันเร่งที่ปลายโค้งส่งรถออกสู่ทางตรงอย่างเนียน โดยมี Merc ที่ยังคงเปิดหลังคาไล่ตามมาด้านหลังในไลน์การขับขี่เดียวกัน แต่ประมาณการจากท่าคนขับแล้วดูเหมือน Merc จะขับขี่ได้ค่อนข้างสบายกว่า ในขณะที่ผมต้องเพ่งสมาธิในการขับขี่ 420d Coupe M Sport เพิ่มขึ้น เพราะด้วยอาการของรถที่มีความเป็นสปอร์ตมากว่า และเป็นที่ขับสนุกกว่าจากแรงบิดรอบต่ำของเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ที่ตอบสนองได้สะใจ

IMG_1986_copy

ถ้าเทียบกันผมชอบเสียงคำรามของเครื่องยนต์เบนซินจาก Merc มากกว่าเสียงเครื่องยนต์ดีเซลของ BMW โดยเฉพาะในรอบเดินเบา แต่ถ้าถามถึงอรรถรสการขับขี่ อันนี้ต้องบอกว่าตามสไตล์ความชอบ เพราะเราบอกได้เพียง Merc มีความเป็นกลางมากกว่า นั่นหมายถึงมันสามารถเป็นได้ทั้งรถสปอร์ตแสนเฉี่ยวเมื่อเปิดหลังคา และจะกลายเป็นความหรูหราในตระกูล E – Class ได้ในทันทีเมื่อทำการปิดหลังคา ในขณะที่สมรรถนะโดยรวมนั้นก็ยังคงยึดความสบายในการขับขี่เป็นแนวทางหลัก และดึงความสปอร์ตเข้ามาเป็นทัพเสริม ดังที่สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของช่วงล่าง น้ำหนักพวงมาลัยที่ยังคงรู้สึกเบาไปบ้างแม้จะขยับสู่ความเร็วสูงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังสามารถให้ความมั่นใจได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นการยากที่ Merc จะกลายเป็นรถที่สามารถใช้งานได้ในทุกๆ วันแบบไม่ต้องคิดมาก

ส่วน BMW 420d Coupe M Sport ที่ดูเหมือนรถ Coupe ทั่วๆ ไป คือ ตัวแทนยนตรกรรมสปอร์ตเต็มขั้นตามสไตล์ของ BMW ที่เน้นความกระชับทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ และอรรถรสการขับขี่ที่สาวกความสปอร์ตจะต้องชื่นชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งการนั่ง, พวงมาลัยวงอวบที่จับได้แน่นกระชับ, แรงตอบสนองของพละกำลังเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ และการแข็งขันตึงตังของระบบช่วงล่างที่บางคนอาจจะว่าแข็งไปซักนิด แต่นั่นแหละครับคือ “เสน่ห์” หรือพูดง่ายๆ ว่า BMW ยังคงเอกลักษณ์ของยนตรกรรมในสังกัดเอาไว้อย่างครบถ้วน ที่เหล่าสาวกน่าจะเข้าใจ และชื่นชอบ

เพราะฉะนั้นผมถึงกล้าพูดได้เต็มปากว่า Merc ยังคงเป็นยนตรกรรมที่มีความเป็นกลาง และสามารถเข้าถึงได้ในทุกวัย และทุกสไตล์การขับขี่ ในขณะที่ BMW นั้นน่าจะเหมาะสมกับผู้ที่ชื่นชอบ และหลงใหล ในสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณของยนตรกรรมจากค่ายใบพัดฟ้า-ขาวมากกว่า

IMG_1975_copy1

หลังจากผ่านศึกความเร็วสูงกับ 2 ยนตรกรรรม เราก็กลับมาแวะจอดพักอีกครั้ง และทั้งๆ ที่เหลือเพียงอีกไม่กี่ชั่วโมง อรุณรุ่งแห่งวันใหม่ก็จะมาเยือน แต่… ณ เวลาที่ถนนโล่งสนิทเช่นนี้ “ความเสียดาย” กลับกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้า แน่นอนว่าใสความเสียดายนั้นมันเจือปนด้วย “ความไม่อิ่มเอม” ในรสสัมผัส เพราะฉะนั้นก่อนที่ค่ำคืนนี้จะหมดลงอย่างจริงจัง ผมจึงขอใช้เวลาที่เหลือกับทั้ง 2 ยนตรกรรมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมขอ “ละเลียด” ในความเร็วแบบปกติทั่วไป

IMG_2008_copy

โดย BMW 420d Coupe M Sport คือ ตัวเลือกแรกในรอบนี้ กับความเร็วเดินทางปกติตามกฏหมายเมืองไทย ซึ่งข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ว่าคุณจะใช้ความเร็วในระดับไหนก็ตาม BMW 420d Coupe M Sport มันก็ยังเป็นยนตรกรรมที่เลือกนำเสนอความสปอร์ตเป็นหลักอย่างชัดเจน จากองค์ประกอบทางด้านไดนามิคทั้งหมด แถมเหมือนมันยังมีนัยยะเล็กๆ ที่ราวกับจะบอกเราว่า BMW 420d Coupe M Sport ไม่ชอบเลยที่จะอัดอั้นพลัง และคืบคลานอย่างเชื่องช้าในความเร็วต่ำ เพราะทุกครั้งที่กดน้ำหนักเท้าขวาเพียงเล็กน้อย มันก็ดิ้นพรวดพราดไปทะยานสู่เบื้องหน้า ในขณะที่ผมเองก็พยายามอดทนที่จะขับในความเร็วปกติ แต่ 20 นาทีผ่านไป BMW 420d Coupe M Sport ก็ทะยานสู่ความเร็วสูงอีกครั้ง และผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะต่อให้ใครขับก็คงอดใจได้ยากหากประจำการอยู่หลังพวงมาลัยของ BMW 420d Coupe M Sport แม้จะต้องเพิ่มสมาธิในการขับมากขึ้นก็ตาม เพราะด้วยความสปอร์ตของระบบช่วงล่าง Adaptive M การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วันจะทำให้คุณรู้สึกราวกับขี่หัวคลื่นแม้ถนนไม่เรียบ … ใช่ครับผมหมายถึงมันจะได้ความรู้สึกเนียน และลื่นไหลกว่าปล่อยให้หน้ายาง และช่วงล่างเก็บรายละเอียดของพื้นถนนทั้งหมด โดยมันหมายถึงคุณจะรู้สึกถึงความแข็งที่น้อยกว่านั่นเอง ซึ่งผมอธิบายให้ทีมงานซึ่งกำลัง “งง” ว่าทำไมผมวนกลับมาเร็วกว่าที่ควรจะเป็นทันทีที่กลับมาถึง และย้ายตัวเองมาประจำการใน Merc กับโหมดปิดหลังคา

IMG_1937_copy

สำหรับ Merc ยนตรกรรมที่ผมกล้าบอกว่ามันสามารถเข้าถึงง่ายกว่า และเหมาะกับทุกวัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นโหมดความเร็วสูง หรือความเร็วปกติ มันก็ยังคงให้ความสบายในการขับขี่เช่นเดิม และดูเหมือนในการขับขี่แบบปกติจะเป็นอะไรที่สบายมากกว่าซะด้วย เพราะด้วยพื้นฐานของช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวลตามสไตล์ E – Class แม้จะเพิ่มขนาดของล้อเป็น 19 นิ้วเพื่อความเฟิร์มขึ้นอีกระดับ แต่ระบบช่วงล่างก็ยังคงซึมซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ในความเร็วสูงจะยังไม่ประทับใจกับความสปอร์ตมากเท่ากับ BMW แต่กับเมืองไทยที่ต่อให้มีรถแรงแค่ไหนก็ไปไม่รอด เพราะรถติดยาวเหยียดสุดลูกหู ลูกตา แถมยังมีกฏหมายบังคับความเร็วที่พร้อมจะเอาผิดคุณได้ทุกเมื่ออีกด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เลยทำให้ผมคิดว่า Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus ดูจะมีภาษีเหนือกว่าไม่น้อยทีเดียวจากมุมมองของคนทั่วๆ ไป โดยเฉพาะกับตัวถังเปิดประทุนแบบ Cabriolet ที่สร้างจุดสนใจได้ดี ทั้งยังสามารถขับสนุกๆ ได้ในความเร็วสูง และขับสบายๆ ได้ตั้งแต่ออกตัวจนถึงย่านความเร็วเดินทางปกติ และที่สำคัญก็คือคุณสามารถเปิดหลังคาวิ่งได้ในทุกย่านความเร็ว และไม่ว่าเวลาไหนมันก็ยังคงหล่อจนสาวเหลียวได้เสมอ

 

บทสรุปจากกลางดึกจนเกือบย่ำรุ่งของการทดลองขับทั้ง BMW 420d Coupe M Sport และ Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus สำหรับผมก็คือ ถ้าให้เลือกเพียงคันใดคันหนึ่งล่ะก็ มันคงเลือกยากพอๆ กับการหวังให้นักการเมืองไทยเลิกทุจริต เพราะทั้ง 2 คันต่างก็มีสไตล์ และอรรถรสการขับขี่อันโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าทำได้ผมเองก็คงอยากมีทั้ง 2 คันไว้ในครอบครอง เพราะทั้ง BMW 420d Coupe M Sport และ Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG Plus นั้นเรียกได้ว่าเป็นความหล่อเหลาที่ครบครัน และสามารถควงคู่ไปไหนก็ได้ในทุกวัน และทุกสถานการณ์ 

 

Specification
BMW 420d Coupe M SportPrice : 3,699,000 BHT
Engine : 1,995 CC / Diesel 4 Cylinder 16 Valve BMW TwinPower Turbo / 190 hp @ 4,000 rpm / 400 Nm @ 1,750 – 2,500 rpm
Transmission : 8A/T Sport Tronic / Rear Wheel Drive
Performance : 0 – 100 Km/h @ 7.1 Sec / Top Speed 232 Km/h
Weight : 1,575 Kg.
Specification
Mercedes – Benz E 250 Cabriolet AMG PlusPrice : 4,690,000 BHT
Engine : 1,991 CC / 4 Cylinder 16 Valve Turbo Intercooler / 211 hp @ 5,500 rpm / 350 Nm @ 1,200 – 4,000 rpm
Transmission : 7G Tronic Plus / Rear Wheel Drive
Performance : 0 – 100 Km/h @ 7.5 Sec / Top Speed 245 Km/h
Weight : N/A

Check Also

Honda City Hatchback 2024 TURBO RS

รีวิว ลองขับ Honda City Hatchback 2024 TURBO RS เสริมความสปอร์ต เน้นความประหยัดสำหรับ Hot Hatch ตัวจริง

รีวิว ลองขับ Honda City Hatchback TURBO RS เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้กำลัง 122 …

Leave a Reply