Breaking News

Honda แผนธุรกิจปี 2026 ดันไฮบริด 15 รุ่นทั่วโลก ปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์

รถต้นแบบ Honda Hybrid Sedan Prototype และ Acura Hybrid SUV Prototype จัดแสดงร่วมกันบนเวที

Honda แถลงแผนธุรกิจปี 2026 เร่งปรับโครงสร้างรถยนต์ ดันไฮบริด 15 รุ่นทั่วโลกภายในปี 2030

Honda ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2026 เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริด การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนา และการจัดสรรทรัพยากรไปยังตลาดสำคัญ พร้อมตั้งเป้าสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2029

ภาพเวทีแถลง Honda 2026 Business Briefing พร้อมผู้บริหารฮอนด้า 3 คนบนเวที

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงแผนธุรกิจปี 2026 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดย นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ Global CEO ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานของฮอนด้า ภายใต้เป้าหมายการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะกลางถึงระยะยาว

ฮอนด้าระบุว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจรถยนต์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงต้องยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในหลายด้าน ทั้งการปรับโครงสร้างต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการพัฒนา การเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ และการจัดสรรทรัพยากรไปยังภูมิภาคที่เป็นตลาดสำคัญ

ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ฮอนด้าจะให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ โดยตั้งเป้าสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวม ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงิน มากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2572 ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท

ฮอนด้าวาง 3 แนวทางหลักปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์

โทชิฮิโระ มิเบะ Global CEO ของ Honda ขณะขึ้นแถลงแผนธุรกิจปี 2026

ฮอนด้ากำหนดแนวทางหลักในการดำเนินงานไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การจัดสรรทรัพยากรองค์กรเชิงกลยุทธ์ การยกระดับความแข็งแกร่งด้านการผลิต และการใช้ทรัพยากรภายนอกอย่างมีกลยุทธ์

แนวทางแรก คือการจัดสรรทรัพยากรองค์กรเชิงกลยุทธ์ โดยฮอนด้าจะทบทวนพอร์ตโฟลิโอระบบขับเคลื่อน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคต โดยเฉพาะการเพิ่มน้ำหนักด้านการพัฒนาและการผลิตรถยนต์ไฮบริด ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการสูงในตลาดปัจจุบัน

สไลด์โรดแมปรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของ Honda พร้อมเป้าหมาย 15 รุ่นทั่วโลก

ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมระบบไฮบริดและแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด รวมทั้งสิ้น 15 รุ่นทั่วโลก ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2573 โดยจะมุ่งเน้นตลาดอเมริกาเหนือเป็นหนึ่งในตลาดหลัก

Honda Hybrid Sedan Prototype สีเทา จัดแสดงในงาน Honda 2026 Business Briefing

Acura Hybrid SUV Prototype สีแดง จัดแสดงในงาน Honda 2026 Business Briefing

นอกจากนี้ ในปี 2572 ฮอนด้ายังมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่ในกลุ่ม D-Segment ขึ้นไป พร้อมเผยโฉมรถต้นแบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ Honda Hybrid Sedan Prototype และ Acura Hybrid SUV Prototype ซึ่งมีแผนเปิดจำหน่ายภายใน 2 ปีข้างหน้า

ลดต้นทุนระบบไฮบริดมากกว่า 30% เพิ่มประหยัดน้ำมันกว่า 10%

ฮอนด้าตั้งเป้าลดต้นทุนของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ให้ลดลงมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับระบบไฮบริดที่เปิดตัวในปี 2023 โดยจะผสานระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ และระบบขับเคลื่อน AWD แบบไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่เข้าด้วยกัน

บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตราประหยัดน้ำมันของรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ให้ดีขึ้นกว่า 10% จากเดิม พร้อมยังคงเน้นประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองความรู้สึกของผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า

ด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS เจเนอเรชันใหม่ ฮอนด้าอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีแผนเปิดตัวสู่ตลาดในปี 2571 และจะติดตั้งในรถยนต์มากกว่า 15 รุ่น ภายในระยะเวลา 5 ปี

ปรับกำลังผลิตอเมริกาเหนือ รองรับรถไฮบริดมากขึ้น

ในด้านการผลิต ฮอนด้าจะจัดสรรกำลังการผลิตของโรงงานในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดเพิ่มขึ้น พร้อมปรับโรงงานผลิตรถยนต์ทุกแห่งในอเมริกาเหนือให้รองรับการผลิตรถยนต์ไฮบริดได้ทั้งหมด

สำหรับโรงงานแบตเตอรี่ร่วมทุนระหว่างฮอนด้าและ LG Energy Solution ภายใต้บริษัท L-H Battery Company ฮอนด้าจะปรับบางส่วนของสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ไปผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริด เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสำหรับชุดประกอบ รวมถึงชิ้นส่วนของมอเตอร์และอินเวอร์เตอร์ ให้มากกว่าระดับปัจจุบันถึง 4 เท่า เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน และลดผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา

มุ่งตลาดหลัก อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน

ฮอนด้ากำหนดให้อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นตลาดสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต โดยจะจัดสรรทรัพยากรไปยังตลาดเหล่านี้เป็นหลัก ขณะเดียวกันยังเดินหน้าปรับกลยุทธ์ในจีน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านผลิตภัณฑ์และต้นทุน

สไลด์ไลน์อัปรถ EV ของ Honda ในญี่ปุ่น พร้อมระบุรุ่นที่จะเปิดตัวในปี 2028

ในญี่ปุ่น ฮอนด้าจะขยายไลน์อัปรถยนต์ไฟฟ้า โดยเน้นกลุ่ม Kei car รวมถึงแผนเปิดตัว N-BOX EV ในปี 2571 และจะทยอยเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ พร้อมระบบ ADAS เจเนอเรชันใหม่ โดยเริ่มจาก All-new Vezel

ในอินเดีย ฮอนด้าเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตลาดอินเดียโดยเฉพาะในปี 2571 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ รถยนต์ความยาวไม่เกิน 4 เมตร และรถยนต์ขนาดกลาง พร้อมใช้ฐานธุรกิจรถจักรยานยนต์ที่แข็งแกร่งในอินเดีย เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์สู่รถยนต์

ส่วนในจีน ฮอนด้าจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการใช้ชิ้นส่วนมาตรฐาน และเทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่จากซัพพลายเออร์ท้องถิ่น รวมถึงเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มร่วมกับพันธมิตรในจีน

ใช้ AI และแนวคิด Triple Half ลดต้นทุนและเวลาในการพัฒนา

ในด้านการยกระดับความแข็งแกร่งด้านการผลิต ฮอนด้าจะขับเคลื่อน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการพัฒนา และการสร้างโครงสร้างการผลิตที่ยืดหยุ่น

ฮอนด้าจะปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนทั่วโลก ผ่านการทบทวนมาตรฐานเฉพาะของบริษัท และหันมาใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานมากขึ้น พร้อมนำข้อได้เปรียบของผู้ประกอบการท้องถิ่นในจีนและอินเดียมาปรับใช้

ในด้านการพัฒนา ฮอนด้าจะใช้แนวคิด “Triple Half” เพื่อลดต้นทุนการพัฒนา ระยะเวลาการพัฒนา และปริมาณภาระงานในการพัฒนาลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับปี 2025

บริษัทจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในขั้นตอนการออกแบบ การทดสอบ และการผลิตช่วงต้น รวมถึงปรับกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การกำหนดคุณสมบัติทางเทคนิค การวางแผนผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการ

ฮอนด้าตั้งเป้าลดระยะเวลาการพัฒนารถยนต์รุ่น Minor Change ลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป ส่วนรถยนต์รุ่น Full Model Change จะเริ่มลดระยะเวลาการพัฒนาลงครึ่งหนึ่งจากโครงการที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนาในปี 2571 เป็นต้นไป

ยังมุ่ง Carbon Neutrality ปี 2050 ควบคู่พัฒนา EV และ ASIMO OS

ในระยะกลางถึงระยะยาว ฮอนด้ายังคงเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 โดยจะประเมินแนวโน้มตลาดและความต้องการในแต่ละภูมิภาคอย่างรอบคอบ ควบคู่กับแนวทางที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด เชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน และเทคโนโลยีชดเชยคาร์บอน

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ฮอนด้าจะยังคงวางรากฐานสำหรับแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ EV ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงในอนาคต พร้อมเดินหน้าวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ All-Solid-State

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือการนำระบบปฏิบัติการ ASIMO OS มาใช้ ไม่เฉพาะกับรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังขยายไปยังรถยนต์ไฮบริด เพื่อยกระดับคุณค่าด้านการขับเคลื่อน ประสบการณ์การเดินทาง และฟังก์ชันภายในห้องโดยสารผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ

ฮอนด้าปรับงบลงทุน 3 ปี เน้นไฮบริดมากขึ้น

ในช่วง 3 ปี ถึงปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2572 ฮอนด้าจะปรับการจัดสรรเงินทุนใหม่ โดยโยกงบประมาณบางส่วนที่เคยกำหนดไว้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าไปยังรถยนต์ไฮบริดแทน

บริษัทจะควบคุมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ EV ให้อยู่ที่ประมาณ 0.8 ล้านล้านเยน ขณะเดียวกันจะลงทุน 1.0 ล้านล้านเยน ในเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และ 4.4 ล้านล้านเยน ในกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 6.2 ล้านล้านเยน ในช่วง 3 ปี

ฮอนด้ายังคาดว่าจะสามารถจัดการผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งหมดภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2572 พร้อมตั้งเป้ารักษาการจ่ายเงินปันผลที่มั่นคง โดยมีเป้าหมายอัตรา DOE หรือ Dividend on Equity ที่ 3%

นอกจากนี้ บริษัทจะปรับปรุงธรรมาภิบาลองค์กร โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระให้เป็นเสียงข้างมาก รวมถึงปรับโครงสร้างคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และต่อเนื่อง


สรุปประเด็นสำคัญ

อินโฟกราฟิกสรุปแผนธุรกิจ Honda ปี 2569 ดันรถไฮบริดรุ่นใหม่ 15 รุ่นทั่วโลก

แผนธุรกิจ Honda ปี 2026

  • ฮอนด้าเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
  • ตั้งเป้ากำไรจากการดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณสิ้นสุด 31 มีนาคม 2572
  • เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ 15 รุ่นทั่วโลก ภายในปีงบประมาณสิ้นสุด 31 มีนาคม 2573
  • ตั้งเป้าลดต้นทุนระบบไฮบริดใหม่มากกว่า 30%
  • ตั้งเป้าเพิ่มความประหยัดน้ำมันของรถไฮบริดใหม่มากกว่า 10%
  • พัฒนา ADAS เจเนอเรชันใหม่ เปิดตัวปี 2571 และติดตั้งในรถมากกว่า 15 รุ่น ภายใน 5 ปี
  • มุ่งตลาดสำคัญ ได้แก่ อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน
  • ใช้แนวคิด Triple Half ลดต้นทุน เวลา และภาระงานด้านการพัฒนา
  • ยังคงเป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2050
  • ปรับงบลงทุน 3 ปี รวม 6.2 ล้านล้านเยน โดยให้น้ำหนักกับไฮบริดมากขึ้น
  • เตรียมนำ ASIMO OS ไปใช้ทั้งในรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Honda ได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ทั้ง Facebook: Honda Thailand, YouTube: Honda Thailand และเว็บไซต์ www.honda.co.th

Check Also

พิทักษ์ รัชกิจประการ ผู้บริหาร PTG Energy Group กับผลดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569

PTG ไตรมาส 1/2569 Non-Oil โตแกร่ง กาแฟพันธุ์ไทยแตะ 2,308 สาขา

PTG ไตรมาส 1/2569 ธุรกิจ Non-Oil โตต่อเนื่อง กาแฟพันธุ์ไทยแตะ 2,308 สาขา PTG เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ธุรกิจ Non-Oil ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัท …