Breaking News

รีวิว Honda Step WGN e:HEV Spada 2026 รถครอบครัว 7 ที่นั่ง เบาะแถวสามสบาย แรงพอ ประหยัดน้ำมัน

ภาพมุมกว้างด้านหน้าเฉียงของ Honda Step WGN e:HEV Spada ที่ออกแบบให้มีกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่และเส้นสายตัวถังแนวตรงขนานกับพื้นเพื่อช่วยในการกะระยะขณะเข้าจอด

HONDA STEP WGN e:HEV SPADA (2026) รีวิว: สำหรับครอบครัวใหญ่ นั่ง 7 คนเป็นประจำ… และสาวก Honda

ความเห็นจาก Torque

Honda Step WGN e:HEV Spada โดดเด่นที่การเน้นความสบายของผู้นั่งเบาะแถวสาม และพลังขับเคลื่อนที่เพียงพอแม้นั่งครบ 7 คน ชื่อชั้นของ Honda ทั้งเรื่องจำนวนศูนย์บริการและราคาขายต่อ เป็นอีกข้อได้เปรียบของ Step WGN แต่ข้อเสียคือ ฝาท้ายยาวชิ้นเดียว จึงเปิดในที่แคบไม่ได้ นอกจากนั้น ยังขาดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกบางรายการ เมื่อเทียบกับ Nissan Serena ซึ่งแม้จะแรงน้อยกว่า แต่คุณสมบัติอื่นๆ ใกล้เคียงกัน ในราคาที่ถูกกว่า

Torque’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

5 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

7 / 10

ความอรรถประโยชน์

9 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

7 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

6 / 10

ควรซื้อถ้า…

คุณอยากได้รถพลังดี ประหยัดน้ำมัน ที่คล่องแคล่วขับง่ายในเมืองและเดินทางท่องเที่ยว 7 คน แบบ One day trip หรือนั่ง 4-5 คน พร้อมสัมภาระ “จัดเต็ม” รวมถึงคนที่มีปัญหาเมารถเมื่อนั่งเบาะหลังนานๆ และคนที่เน้นศูนย์ฯ หาง่าย ราคาขายต่อไม่ตกมาก

ไม่ควรซื้อถ้า…

ไม่ได้นั่งครบ 7 ที่นั่งบ่อย ๆ และให้ความสำคัญกับจำนวนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเทียบกับราคา มากกว่าเรื่องพละกำลัง, ศูนย์บริการ และราคาขายต่อ

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ใช้งาน 7 ที่นั่ง เป็นประจำ
  • คนที่มักเมารถง่าย โดยเฉพาะเมื่อนั่งเบาะหลัง
  • ต้องการอัตราเร่งแซงเพียงพอตอนนั่ง 7 คน
  • มีครอบครัวใหญ่ที่ต้องเดินทางไกลบ่อย

ไม่เหมาะกับใคร?

  • ใช้รถสองคนเป็นหลัก หรือนั่งแต่เบาะหน้า
  • เน้นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็ม
  • ต้องใส่สัมภาระไว้ท้ายรถ และขนเข้าออกบ่อย (ฝาท้ายเปิดไม่ได้ในที่แคบ)

สมรรถนะและการขับขี่

ไม่แรงหวือหวา แต่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแม้นั่ง 7 คน คล่องแคล่วในเมืองและขับทางไกลได้ ถ้าเน้นอัตราเร่งและนั่งเต็มคันบ่อย Step WGN ตอบตรงโจทย์

พละกำลัง: ดีที่ความเร็วต่ำและกลาง

เพราะเป็นรถ Minivan จึงไม่เน้นเรื่องประสิทธิภาพการขับขี่แบบดุดัน แต่เน้นการขับเคลื่อนนุ่มนวลเป็นหลัก ทั้งขณะทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ ให้อัตราเร่งที่ดีในช่วงออกตัวถึงความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. แต่จะเริ่มอืดเมื่อเร่งแซงที่ความเร็วสูงโดยกดคันเร่งไม่ลึกมาก เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว จากการขับทดสอบของเราทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ที่ 14.5 กม./ลิตร

ห้องเครื่องยนต์ของ Honda Step WGN e:HEV Spada ที่เน้นการขับเคลื่อนนุ่มนวลและทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากการทดสอบจริงได้ 14.5 กม./ลิตร
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 145 แรงม้า และ 175 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 184 แรงม้า และ 315 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของระบบไฮบริดรวมถึงระบบควบคุมต่างๆ จัดวางไว้ใต้เบาะคู่หน้า เปลี่ยนการจัดวางท่อระบายความร้อน ไปใช้ท่อระบายอากาศออกด้านข้างบริเวณช่องว่างของประตูสไลด์ แทนท่อระบายอากาศด้านหลัง (ของรุ่นก่อน) ช่วยให้สามารถติดตั้งรางเบาะแถว 2 ที่สไลด์ได้ยาวเป็นพิเศษ (เพิ่มขึ้นถึง 255 มม.) และยังลดแรงต้านการระบายอากาศลง 25% ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม
ชุดควบคุมตำแหน่งเกียร์ระบบ e:HEV ที่ใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าส่งให้มอเตอร์หรือส่งกำลังไปยังล้อโดยตรงเมื่อใช้ความเร็วสูงคงที่
เกียร์อัตโนมัติ E-CVT รวมเอาเกียร์ (และมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว) ของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ ไว้ด้วยกัน ระบบจะใช้เครื่องยนต์เพื่อทำหน้าที่ “ปั่นไฟ” เป็นหลัก เพื่อส่งให้มอเตอร์ไฟฟ้าของแบตเตอรี HV และระบบจะ Bypass ให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อหน้าโดยตรง เมื่อรถใช้ความเร็วสูงคงที่ (เช่น 60 หรือ 100 กม./ชม. ขึ้นไป) Honda เคลมว่าการใช้พลังเครื่องยนต์ขับเคลื่อนรถโดยตรงไปเลยเมื่อความเร็วคงที่ “เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด” หรือพวกเขาหมายถึง ประหยัดเชื้อเพลิงกว่าการใช้เพื่อปั่นไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน?
แป้น Paddle บนก้านพวงมาลัยสำหรับปรับระดับการหน่วงความเร็วหรือการรีเจนพลังงานไฟฟ้าของมอเตอร์ขณะขับขี่
Paddle หลังพวงมาลัย ใช้สำหรับลด (ฝั่งขวา, เครื่องหมายบวก) หรือเพิ่ม (ฝั่งซ้าย, เครื่องหมายลบ) การรีเจนฯ ของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้เกิดแรงหน่วงคล้าย Engine Brake แต่ไม่สามารถเป็น One Paddle ได้ โดยทำงานชั่วคราวเมื่อใช้เกียร์ตำแหน่ง D และทำงานตลอดขณะอยู่ในเกียร์ B
ปุ่ม ECON บนคอนโซลกลางสำหรับเปิดโหมดการขับขี่ที่ช่วยขยายระยะเวลาการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อความประหยัดน้ำมัน
โหมด ECON ช่วยให้ระบบใช้การขับเคลื่อนด้วยโหมด EV ได้นานขึ้นเล็กน้อย เราทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 14.5 กม./ลิตร

การขับขี่นอกเมือง: นุ่มนวลทั้งช่วงล่างและพละกำลัง

จากการทดลองขับออกต่างจังหวัด พบว่า Honda Step WGN สามารถใช้ขับทางไกลได้ เพราะระบบขับเคลื่อนให้พละกำลังเพียงพอในการเร่งแซง แม้รถน้ำหนักกว่า 1.8 ตัน และมีผู้โดยสาร 7 คน รวมสัมภาระ น้ำหนักรวมราว 500 กก.

ช่วงล่างนุ่มนวลมาก สามารถดูดซับแรงกระแทกขณะขึ้นลงสะพานและบนถนนขรุขระได้ดีแม้ขับผ่านด้วยความเร็วมากกว่า 100 กม./ชม. อย่างไรก็ตาม ด้วยการเซ็ตให้นั่งสบายทำให้รถมีการเอียงตัวมากทั้งขณะเข้าโค้งกว้างด้วยความเร็ว และในโค้งแคบ ๆ หากใช้ความเร็วมากกว่าปกติ

จุดเด่นคือการออกแบบให้ลดอาการเมารถของผู้โดยสาร โดยเฉพาะเมื่อนั่งเบาะแถวที่สาม ซึ่งจากการทดลองนั่งระยะทางประมาณ 70 กม. บนถนนช่วงธัญบุรีไปจนถึงตัวเมืองนครนายก พบว่าไม่มีอาการเมารถแต่อย่างใด

ข้อเสียที่พบคือ เสียงเครื่องยนต์ที่ดังเข้ามาในห้องโดยสารขณะเร่งแซง และมีเสียงลมดังจากหลังคาเมื่อวิ่งด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. ขึ้นไป นอกจากนั้น พวงมาลัยยังมีน้ำหนักเบามาก เมื่อรวมกับช่วงล่างที่นุ่มนิ่ม ทำให้การบังคับควบคุมรู้สึกไม่มั่นใจ

ภาพมุมท้ายเฉียงของ Honda Step WGN ขณะขับเคลื่อนซึ่งให้ความนุ่มนวลของช่วงล่างและมีพละกำลังเพียงพอในการบรรทุกผู้โดยสาร 7 คนพร้อมสัมภาระเดินทางไกล
ตัวถังรถได้รับการทดสอบในอุโมงค์ลม และปรับปรุงเพื่อลดแรงเสียดทาน ร่วมด้วยการปรับสมดุลแรงยกหน้า-หลังให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มการทรงตัวให้มั่นคงเมื่อขับขี่นอกเมือง หรือด้วยความเร็ว
ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วและยาง 205/60 ของ Honda Step WGN ที่มีการปรับปรุงจุดยึดช่วงล่างด้านหลังให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนสู่พื้นรถ
ให้ล้อขนาด 16 นิ้ว และยาง 205/60 เป็นมาตรฐาน ช่วงล่างเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านหลังให้ดียิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ด้วยการปรับจุดยึดแดมเปอร์และสปริงให้แข็งแกร่งเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนของพื้นรถ ร่วมด้วยการเพิ่มระยะ ยืด/ยุบ ให้มากขึ้น, ลดความแข็งสปริง และปรับยางกันกระแทกให้นุ่มขึ้น

การขับขี่ในเมือง: ขับง่ายและคล่องตัว

จากการลองขับในเมืองพบว่า รถให้อัตราเร่งเพียงพอสำหรับออกตัวและวิ่งด้วยความเร็วต่ำ (ประมาณ 40-50 กม./ชม.) เมื่อเครื่องยนต์ทำงานก็แทบไม่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนเลย

ช่วงล่างยังคงให้ความนุ่มนวลได้น่าประทับใจที่ความเร็วต่ำ โดยเฉพาะเมื่อข้ามลูกระนาด, พื้นถนนต่างระดับ และช่วงคอสะพาน เนื่องจากออกแบบให้ช่วงล่างหลังมีระยะยืดยุบมากและการลดค่าความแข็งของสปริง

ระบบบังคับเลี้ยวที่มีน้ำหนักเบา และหมุนสุดจาก ล็อก-สู่-ล็อก เพียง 3.2 รอบ ร่วมด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเท่ากับ Honda Civic คือเพียง 5.4 เมตร ช่วยให้การจอดหรือกลับรถในที่แคบทำได้ง่าย และซอกแซกไปตามการจราจรได้อย่างคล่องแคล่ว

แม้ตัวถัง Step WGN ยาวกว่า CR-V ถึง 138 มม. (แต่สั้นกว่า Accord (ซึ่งเป็นรถที่ยาวที่สุดของ Honda ในไทย) 133 มม.) และไม่มีกล้อง 360 องศามาให้ แต่การเข้าจอดทั้งแบบขนานฟุตบาทและถอยเข้าช่องจอด ก็ทำได้สะดวกเพราะมีกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่และออกแบบเป็นเส้นตรงขนานกับพื้น จึงกะระยะได้ง่ายขณะเข้าจอด

Honda Step WGN e:HEV Spada ขณะขับขี่ในเมืองซึ่งมีรัศมีวงเลี้ยวแคบ 5.4 เมตร ช่วยให้มีความคล่องตัวในการจราจรที่หนาแน่น
ออกแบบให้ขอบฝากระโปรงหน้าและเส้นขอบหน้าต่างด้านข้างเชื่อมต่อกันเป็นเส้นตรงแนวนอน ช่วยให้คนขับรับรู้ตำแหน่งและขนาดของตัวรถได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจทั้งขณะจอดและขับขี่ นอกจากนั้น ฝากระโปรงยังปรับรูปทรงให้คนขับมองเห็นส่วนปลายสุดได้ชัดเจนขึ้นเมื่อชะโงกหน้าดู ช่วยในการกะระยะวัตถุตรงหน้าได้อย่างแม่นยำ
ระบบพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าที่ปรับน้ำหนักให้เบาในช่วงเริ่มเลี้ยวและเพิ่มน้ำหนักความมั่นคงในช่วงกลางโค้งเพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุม
แม้มีฐานล้อกว้างกว่ารุ่นที่แล้ว 15 มม. แต่ก็มีวงเลี้ยวเพียง 5.4 เมตร ด้วยการจัดวางชุดระบบบังคับเลี้ยวและช่วงล่างใหม่ มีการปรับมอเตอร์ไฟฟ้าของพวงมาลัยให้เบาแรงในช่วงเริ่มเลี้ยวเพื่อความคล่องตัว แต่จะเพิ่มน้ำหนักและความมั่นคงในช่วงกลางโค้งและช่วงคืนพวงมาลัย เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจในการควบคุม

ดีไซน์ภายนอก: ปรับโฉมใหม่เล็กน้อย (ไมเนอร์เชนจ์)

Honda Step WGN มีกระจกรอบคันที่ออกแบบเพื่อที่ลดจุดอับสายตา (โดยเฉพาะช่วงเสา A) จากการขับทดสอบในเมืองพบว่า สามารถมองเห็นคนเดินถนนขณะเลี้ยวซ้ายหรือขวาที่ทางแยกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่ฝากระโปรงออกแบบให้มองเห็นส่วนปลายได้ชัดเจน โดยไม่รบกวนทัศนวิสัยขณะขับขี่ปกติ ช่วยให้กะระยะห่างจากสิ่งกีดขวางได้ง่ายขึ้นขณะจอดรถ โดยข้อมูลจาก Honda ระบุว่าสามารถลดระยะที่มองไม่เห็นลงได้ถึงกว่า 100 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้

จุดที่ควรพิจารณาคือฝาท้ายแบบชิ้นเดียว เต็มพื้นที่ความสูงของท้ายรถ จึงมีความยาวร่วม 1.5 เมตร ทำให้ไม่สามารถเปิดได้เต็มที่ในกรณีที่จอดชิดกำแพงหรือใกล้รถคันหลังเกินไป

ภาพด้านหน้ารถตรงที่แสดงการออกแบบเสา A และกระจกรอบคันเพื่อลดจุดอับสายตาและช่วยให้มองเห็นส่วนปลายฝากระโปรงรถได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Step WGN เจเนอเรชันที่ 6 นี้ ออกจำหน่ายในญี่ปุ่นช่วงกลางปี 2022 ใช้เหลี่ยมสันที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร จงใจยกระดับเส้นขอบหน้าต่างขึ้น 50 มม. เพื่อให้คนนั่งรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องที่ปลอดภัย ไม่ใช่แค่นั่งอยู่ในรถที่มีกระจกบานใหญ่เกินไปจนรู้สึกโหวงเหวง ส่วนหน้ารถปรับช่วงมุมกันชนให้โค้งมากขึ้น เพื่อรีดอากาศให้ไหลไปด้านข้างอย่างราบรื่น และใช้ฝากระโปรงสูงกว่าเดิมเพื่อให้ผู้ขับมองเห็นปลายได้ชัด ขณะที่เสา A และรางน้ำออกแบบให้ลดเสียงลมปะทะ

ชุดไฟหน้าแบบ Full LED ด้านขวาขณะเปิดใช้งานซึ่งมาพร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ

ไฟหน้าด้านซ้ายขณะเปิดไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างด้านข้างเพื่อเพิ่มการมองเห็นขณะเลี้ยว

ชุดไฟท้ายแบบ Full LED ดีไซน์แนวตั้งที่เน้นการส่องสว่างชัดเจนในทุกสภาพแสง
ชุดไฟหน้า Full LED พร้อม DRL ที่เป็นไฟเลี้ยวแบบ Sequential ในตัว และไฟช่วยส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว Active Cornering Light ส่วนชุดไฟท้ายเป็น Full LED เช่นกัน แบ่งการทำงานชัดเจน (ไฟหรี่, ไฟเบรก, ไฟถอย, ไฟเลี้ยว) โดยใช้ดีไซน์แนวตั้งที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Step WGN
มือจับประตูสไลด์ไฟฟ้าฝั่งซ้ายที่รองรับการเปิดทั้งแบบดึงและแบบสัมผัสที่เซนเซอร์บนก้านมือจับ
ประตูหลัง เปิด/ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งทำได้ทั้งการดึงที่มือเปิดโดยตรง หรือแตะที่กรอบสี่เหลี่ยมด้านของก้านหน้ามือเปิด ซึ่งนับเป็นการนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถแบบ Minivan
ฝาท้ายแบบชิ้นเดียวของ Honda Step WGN ขณะเปิดสุดซึ่งมีความยาวประมาณ 1.5 เมตร ทำให้ต้องการพื้นที่ด้านหลังรถในการเปิดใช้งาน
ฝาท้ายแบบแยกเปิดไม่ได้ เป็นจุดเสียเปรียบสำคัญของ Step WGN เมื่อเทียบกับ Serena ที่เปิดแยกเฉพาะส่วนที่เป็นกระจกหลังได้ (กินพื้นที่น้อย) เนื่องจาก Step WGN ต้องการพื้นที่ว่างท้ายรถเกือบ 1.5 เมตร เพื่อให้ฝาท้ายกางออกได้สุด จึงเปิดไม่ได้ (หรือได้แค่แง้ม ๆ) หากต้องจอดชิดกำแพงหรือรถคันหลัง

ป้ายตัวอักษร STEP WGN บริเวณท้ายรถซึ่งเป็นชื่อรุ่นเจเนอเรชันที่ 6 ของรถยนต์รุ่นนี้

ป้ายตัวอักษร SPADA แสดงเกรดการตกแต่งของรุ่นรถที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
Step WGN เจเนอเรชันที่ 1 ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1996 และถูกพัฒนาต่อเนื่องภายใต้แนวคิด “รถสำหรับครอบครัว” ทำยอดขายสะสม (เฉพาะในญี่ปุ่น) ทะลุ 1 ล้านคัน ได้ตั้งแต่ปี 2008 และในปัจจุบันคือรุ่นที่ 6 ซึ่งจำหน่ายตั้งแต่ปี 2022 โดย Spada คือเกรดที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง ‘Air’ ตัวเริ่มต้น และตัวท้อป ‘Spada Premium Line’

ดีไซน์ห้องโดยสาร: ไฮไลท์อยู่ที่เบาะแถวสาม

จุดเด่นของภายในอยู่ที่เบาะแถวสามซึ่งนอกจากจะนั่งได้จริงแล้ว ยังนุ่มสบายและลดอาการเมารถเมื่อนั่งนานๆ ได้ นอกจากนั้น แม้เบาะหนาขึ้นแต่ก็ยังออกแบบให้พับราบกับพื้นรถได้เหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ ช่วยให้เก็บสัมภาระได้สะดวก แต่ข้อเสียคือจอส่วนกลางที่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อโทรศัพท์เป็นหลักจึงสามารถใช้งานได้ และยังไม่สามารถเชื่อมต่อไร้สายได้อีกด้วย

พื้นที่ใช้สอย: เอนกประสงค์และใช้งานง่าย

พื้นที่ห้องโดยสารของ Honda Step WGN ออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลาย ด้วยเบาะที่สามารถ ปรับ/พับ ได้ถึง 15 รูปแบบ มีพื้นที่วางขารองรับผู้ใหญ่นั่ง 7 คนได้จริง ความยาวรวมจากเบาะแถวแรกถึงแถวสามกว่า 2.8 เมตร ความสูงในจากพื้นห้องโดยสารถึงเพดาน 1.4 เมตร ที่เก็บของท้ายรถเมื่อมีเบาะแถวที่สาม มีความจุ 379 ลิตร แต่ถ้าพับเบาะแถวสามราบไปกับพื้น และเลื่อนเบาะแถวสองไปด้านหน้า จะได้ความจุมากถึง 1,395 ลิตร

แผงแดชบอร์ดภายในห้องโดยสารที่ออกแบบให้ปุ่มควบคุมชุดเกียร์และระบบปรับอากาศอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อมใช้งานได้สะดวกตามหลักสรีรศาสตร์
ดีไซน์ห้องโดยสารเรียบง่าย จัดวางให้มือที่ยื่นออกไปสามารถสัมผัสและสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เอื้อให้สามารถใช้ะบบควบคุมต่างๆ ได้ง่าย ไม่ว่าผู้ขับหญิงและชาย เช่น ปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์ที่ยกตัวเอียงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้สอดรับกับแนวแขนและใช้งานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนท่านั่ง, ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศแบบหมุนที่ใส่ใจทั้งในเรื่องรูปทรง ขนาด และตำแหน่งการจัดวาง เป็นต้น
พวงมาลัยรถยนต์ที่ออกแบบหน้าตัดวงพวงมาลัยให้แตกต่างกันตามตำแหน่งการจับเพื่อรองรับทั้งการขับในเมืองและการเดินทางไกล
เนื่องจากรถ Minivan มีตำแหน่งนั่งสูง พวงมาลัยจึงมักจะวางทำมุมเอียงมากกว่ารถเก๋ง Honda จึงออกแบบวงพวงมาลัยให้มีหน้าตัดต่างกัน คือ ที่ตำแหน่ง 10 และ 2 นาฬิกา (เหนือก้านพวงมาลัย) ซึ่งจับโดยหันข้อมือคว่ำ ออกแบบให้กระชับพอดีกับการกำมือ เหมาะกับการขับในเมืองหรือถนนที่คดเคี้ยว ที่ต้องเน้นการบังคับพวงมาลัย ส่วนตำแหน่ง 8 และ 4 นาฬิกา (ใต้ก้านพวงมาลัย) ซึ่งหันข้อมือหงายขึ้น ออกแบบให้รองรับการจับแบบผ่อนคลาย เหมาะเมื่อขับทางตรงยาวๆ

จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 10.2 นิ้ว ที่แบ่งสัดส่วนการแสดงข้อมูลระบบความบันเทิงและระบบช่วยเหลือการขับขี่แยกออกจากกัน

หน้าจอแสดงผลส่วนกลางแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ผ่านระบบเสียบสาย
จอสำหรับผู้ขับขนาด 10.2 นิ้ว แบ่งการแสดงผลเป็น 2 ฝั่งหลัก คือ ฝั่งซ้ายแสดงข้อมูลเกี่ยวกับระบบความบันเทิง และฝั่งขวาแสดงข้อมูลระบบ Honda SENSING และระบบนำทาง มีการแสดงผลให้เลือก 3 รูปแบบ คือ แบบมาตรวัดทรงกลม, แบบบาร์แนวตั้ง (ในภาพ) และแบบเรียบง่าย โดยแบบบเรียบง่ายนี้จะแสดงอัตโนมัติเมื่อเปิดใช้ ACC ขณะที่จอส่วนกลางขนาด 8 นิ้ว ระบบสัมผัส แทบทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่เชื่อมต่อโทรศัพท์ แถมการเชื่อมต่อ (รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto) ยังเป็นแบบเสียบสายอีกต่างหาก

ถาดวางของอเนกประสงค์แบบพับเก็บได้บริเวณหลังพนักพิงเบาะคู่หน้าสำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง

ช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับชาร์จไฟและช่องเก็บโทรศัพท์มือถือบริเวณหลังพนักพิงเบาะนั่งคู่หน้า

จุดเชื่อมต่อ USB สำหรับจ่ายไฟและเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า 12V บริเวณด้านล่างของคอนโซลกลาง
มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้เพียงพอสำหรับการใช้งาน อาทิ ถาดวางของเบาะแถวสอง, ช่อง USB และที่วางแก้วน้ำสำหรับทุกที่นั่ง แต่จุดสำคัญที่ขาดไปคือปุ่มเปิดประตูสำหรับผู้นั่งแถวสาม (ซึ่ง Serena) มีให้

แผงควบคุมระบบปรับอากาศตอนหน้าซึ่งมีเซนเซอร์ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในห้องโดยสาร

แผงควบคุมระบบปรับอากาศตอนหลังติดตั้งบนเพดานรถสำหรับผู้โดยสารแถวที่สองและแถวที่สาม
ระบบปรับอากาศแบบแยก 3 โซน มาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศหรือ PM2.5 โดยเมื่อเปิดระบบปรับอากาศแบบ AUTO ระบบจะเริ่มโหมดทำความสะอาดอากาศโดยอัตโนมัติหากตรวจพบระดับ PM2.5 ในระดับที่ต้องจัดการ หรือสามารถสั่งการด้วยตัวเองในโหมดหมุนเวียนอากาศภายในเพื่อทำความสะอาดอากาศได้เช่นกัน
เบาะนั่งแถวที่สามที่ปรับพับพนักพิงลงเพื่อใช้งานเป็นพื้นที่วางของหรือโต๊ะทำงานอเนกประสงค์
เบาะสามารถพับได้มากถึง 15 รูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการพับเบาะแถวสามแบบขนานเพื่อใช้เป็นโต๊ะสำหรับทำงานชั่วคราว (Remote Work) โดยฝั่งที่พับสามารถนั่งและหย่อนขาลงไปในช่องได้

ช่องเก็บสัมภาระใต้พื้นห้องโดยสารตอนท้ายสำหรับเก็บสิ่งของหรือใช้เพื่อพับเก็บเบาะแถวสามให้ราบกับพื้น

พื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายรถเมื่อพับเบาะแถวสามลง ซึ่งสามารถขยายความจุได้สูงสุด 1,395 ลิตร เมื่อเลื่อนเบาะแถวสองไปด้านหน้าสุด
จุดที่เหนือกว่า Serena อีกประการคือเบาะแถวสามที่พับราบไปกับพื้น จึงไม่เสียพื้นที่ด้านข้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อกางเบาะแถวสามจะเหลือพื้นที่ตามแนวยาว (เข้าไปในรถ) ไม่มากนัก และถ้าวางของไว้ในหลุม ก็ต้องยกออกก่อนหากต้องการพับเบาะแถวสามลง

เบาะนั่ง: ใส่ใจผู้นั่งแถวที่สาม

อีกจุดเด่นของห้องโดยสาร Step WGN คือการเน้นให้นั่งเบาะแถวสามได้สบาย และออกแบบเพื่อช่วยลดอาการเมารถกับผู้นั่งเบาะแถวที่สองและสาม จากการทดลองนั่งพบว่าไม่มีความรู้สึกเมารถ เพราะสามารถมองเห็นทัศนวิสัยด้านหน้าได้ชัดเจน

จากการวิจัยของ Honda พบว่า อาการเมารถมักเกิดจาก “ระดับสายตาที่ไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่” ซึ่งเกิดจากการมองไม่เห็นทางข้างหน้า หรือเส้นขอบฟ้า (มองได้ไม่ไกล) และการสั่นสะเทือนขณะรถวิ่ง พวกเขาจึงลดปัญหาด้วยโซลูชั่น ดังนี้

  • จัดวางเบาะนั่งไล่ระดับความสูงเพิ่มขึ้น โดยใช้การจัดที่นั่งแบบโรงละคร (Theater Seating) ให้แถวที่สองและสาม อยู่สูงขึ้นกว่าแถวหน้าตามลำดับ (แถว 2 สูงขึ้น 40 มม. / แถว 3 สูงขึ้น 50 มม. จากรุ่นเดิม)
  • ปรับเบาะคู่หน้าและแถวที่สองให้หมอนรองศีรษะเตี้ยลงและปรับมุมส่วนบนของพนักพิงให้โค้งมน เพื่อเพิ่มการมองเห็นด้านหน้าให้กับผู้นั่งแถวสาม
  • ออกแบบให้ขอบหน้าต่างเป็นเส้นตรงขนานกับพื้น ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้การมองเห็น (เป็นเส้นชี้ตรงไปข้างหน้า)
  • ลดเสียงรบกวน ด้วยการใช้โฟมฉีด (Spray Foam) อุดตามช่องว่างต่างๆ ในเสาตัวถัง (Pillar) เพื่อปิดช่องว่างขนาดเล็ก และใช้วัสดุปูพื้นรถที่มีคุณสมบัติกันเสียงหนาขึ้นในแถวที่สาม
  • ปรับช่วงล่างหลังให้นุ่มนวลยิ่งขึ้น โดยลดความแข็งสปริงและเพิ่มระยะ ยืด-ยุบ
  • เซ็ตให้ลดอาการ หน้าทิ่ม-ท้ายกระดก (Pitching) ขณะเร่งหรือเบรก ช่วยให้ระดับสายตาของผู้โดยสารนิ่งขึ้น ลดอาการเมารถได้ดี

มมองจากห้องโดยสารส่วนหน้าที่แสดงทัศนวิสัยกระจกรอบคันและการออกแบบเสา A เพื่อลดจุดอับสายตาขณะเลี้ยวที่ทางแยก

เบาะนั่งคู่หน้าที่จัดวางในตำแหน่งสูงสไตล์ Minivan เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นทัศนวิสัยโดยรอบได้ชัดเจน

รายละเอียดของผ้าหุ้มเบาะนั่งเทคโนโลยี FABTECT ที่มีคุณสมบัติในการสะท้อนน้ำและน้ำมัน
เบาะคู่หน้าจัดวางไว้สูงตามสไตล์ Minivan ช่วยให้ผู้นั่งสามารถมองเห็นทัศนวิสัยโดยรอบได้ชัดเจน ร่วมด้วยการปรับปรุงเสา A ให้ลดจุดอับสายตาขณะเลี้ยว (ผู้ขับมองไปด้านข้าง) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น เบาะทุกตำแหน่งหุ้มด้วยผ้าเทคโนโลยี FABTECT ซึ่งเป็นวัสดุผ้าที่ช่วยสะท้อนน้ำและน้ำมัน ทำให้เช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรก เช่น ขนมหรือเครื่องดื่มที่หกใส่ได้ง่าย เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

เบาะนั่งแถวที่สองที่มาพร้อมพนักรองขาหรือ Ottoman เพื่อเพิ่มความสบายในการรองรับช่วงล่างของร่างกาย

การปรับเบาะนั่งแถวที่สองให้ชิดกันและเลื่อนมาด้านหน้าสุดเพื่อความสะดวกในการดูแลเด็กจากตำแหน่งคนขับและการเข้าออกเบาะแถวสาม
จุดเด่นของเบาะแถวที่สองคือมีส่วนรองรับขา จึงเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง Serena ตัวเบาะสามารถเลื่อนแนวขวาง (ซ้าย-ขวา) ได้ ซึ่งที่ตำแหน่งนี้จะทำให้มีระยะเลื่อนตามแนวยาว (หน้า-หลัง) มากถึง 780 มม.

เบาะนั่งแถวที่สามของ Honda Step WGN ที่มีการเพิ่มความหนาของฟองน้ำเบาะรองนั่งและพนักพิงเพื่อให้ผู้นั่งสบายยิ่งขึ้น

มุมมองจากตำแหน่งผู้โดยสารแถวที่สามที่มองทะลุไปหน้ารถผ่านเบาะแถวที่สองและหนึ่งซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยลดอาการเมารถ
ไฮไลท์สำคัญของ Step WGN คือเบาะแถวที่สาม ที่ Honda ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเพิ่มความหนาของฟองน้ำเบาะรองนั่งขึ้นอีก 21 มม. พนักพิงหลังหนากว่าเดิม 16 มม. และสูงขึ้น 45 มม. เพื่อให้นั่งสบายยิ่งขึ้น ร่วมด้วยการลดอาการเมารถของผู้นั่งทั้งแถวที่สองและสาม ทั้งการปรับช่วงล่างใหม่และปรับรูปทรงของเบาะคู่หน้าและแถวที่สองเพื่อลดการบดบังสายตาผู้นั่งแถวสาม ทำให้มองทะลุไปหน้ารถได้ จึงช่วยลดอาการเมารถ

ความปลอดภัย: เน้นลดความเสียหายในสถานการณ์การชนจริง

แน่นอนว่า Step WGN มาพร้อมกับระบบ ‘Honda Sensing’ แต่ก็ขาดระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อพบอันตรายขณะถอยหลัง และกล้องมองรอบคัน

จุดเด่นด้านความปลอดภัยของรถรุ่นนี้คือโครงสร้างตัวถังที่ออกแบบให้ทั้ง “ดูดซับ” และ “กระจาย” แรงกระแทกได้ มีการเสริมความแข็งแรงบริเวณโครงสร้างด้านข้างและพื้นรถ รวมถึงคานกลาง (center cross member) เพื่อรองรับแรงกระแทกจากด้านข้าง นอกจากนั้น ยังใช้ถุงลมนิรภัยที่นุ่มและคงรูปได้นานขึ้น เพื่อลดโอกาสบาดเจ็บของผู้โดยสาร

ชุดปุ่มควบคุมระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) บนก้านพวงมาลัยฝั่งขวาสำหรับควบคุมระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ

กล้องของระบบ Honda SENSING บริเวณกระจกบังลมหน้าสำหรับตรวจจับและประมวลผลข้อมูลของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบ ADAS
เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda Sensing ประกอบด้วยระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก, ไฟสูงอัตโนมัติ และระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ที่สามารถควบคุมรถให้อยู่ในเลน และระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ แต่ไม่มีระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot) กับระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินขณะถอยหลัง

บรรยายภาพ

037, 038 เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda Sensing ประกอบด้วยระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก, ไฟสูงอัตโนมัติ และระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ที่สามารถควบคุมรถให้อยู่ในเลน และระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ แต่ไม่มีระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot) กับระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินขณะถอยหลัง

สรุป – Honda Step WGN e:HEV Spada ควรอยู่ในลิสต์ของคุณหรือไม่?

หากต้องมีผู้นั่งเบาะแถวที่สามเป็นประจำ และอยากได้รถพละกำลังดี รถคันนี้น่าสนใจเพราะออกแบบโดยเน้นเรื่องความสบายของผู้นั่งตำแหน่งดังกล่าว และเมื่อนั่ง 7 คน ยังมีแรงเร่งแซงดี นอกจากนั้น ถ้าคุณเป็น “สาวก Honda” หรือเน้นศูนย์บริการเยอะและราคาขายต่อไม่ตกมาก Step WGN คือคำตอบ

แต่ถ้ามองเรื่องความคุ้มค่าของราคาเทียบกับอุปกรณ์ที่ได้มา และไม่ได้นั่ง 7 คนบ่อย ๆ Nissan Serena เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะถูกกว่าและมีอุปกรณ์มาให้เยอะกว่า ในขณะที่คุณสมบัติอื่นๆ ใกล้เคียงกัน แต่แพ้เรื่องพละกำลังเล็กน้อย

SPECIFICATIONS: HONDA STEP WGN e:HEV SPADA

https://www.honda.co.th/stepwgnehev

Price

  • 1,780,000 Baht

Powertrain

Engine

  • 1993cc 4-cyl
  • 145ps @ 6200rpm
  • 175Nm @ 3500rpm

Electric Motor

  • 184ps @ 5000-6000rpm
  • 315 @ 0-2000rpm

Transmission

  • E-CVT Automatic
  • Front-wheel drive

Performance

  • n/a 0-100km/h
  • n/a top speed
  • 5km/l (Claimed, Eco Sticker), 14.5km/l at tested, 122g/km CO2

Weight

  • 1835kg

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Honda Step WGN e:HEV Spada

ข้อดี ข้อเสีย ของ Honda Step WGN มีอะไรบ้าง?

ข้อดีคือ เบาะแถวสามยังนั่งสบาย ไม่เมารถ และระบบไฮบริดให้พลังเพียงพอแม้นั่ง 7 คน ข้อเสียคือ ฝาท้ายเปิดแยกไม่ได้ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกน้อยกว่า Nissan Serena

สรุปจุดเด่น

  • ระบบขับเคลื่อนไฮบริด มีพลังเพียงพอต่อการใช้งาน
  • เบาะแถวสามนั่งได้จริง ไม่เมารถ และพับราบกับพื้นได้
  • ทัศนวิสัยโดยรอบดี ขับง่ายในเมือง กะระยะจอดไม่ยาก

สรุปจุดด้อย

  • ฝาท้ายชิ้นเดียวมีความยาวมาก เปิดในที่แคบไม่ได้
  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวกน้อยกว่า เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  • ไม่เหมาะกับการขับเร็ว

อัตราสิ้นเปลืองประมาณกี่ กม./ลิตร?

จากการทดสอบจริง Honda Step WGN มีอัตราสิ้นเปลืองในเมืองและนอกเมืองรวมกันเฉลี่ย 14.5 กม./ลิตร

ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 18.5 กม./ลิตร (5.4 ลิตร/100 กม.)

โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

Honda Step WGN ราคาเท่าไหร่?

มีราคาจำหน่ายในไทยที่ 1,780,000 บาท

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

รถที่อยู่ในคลาสเดียวกับ Honda Step WGN คือ รถ MPV/Wagon ขนาดใกล้เคียงกันในช่วงราคาเดียวกัน มีคู่แข่งดังนี้

  • Nissan Serena ราคา 1,690,000 บาท

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีการรับประกันหรือไม่?

Honda Step WGN รับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กม. รับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี และแบตเตอรี่ HV 10 ปี ไม่จำกัดระยะทางทั้งสองกรณี

ช่วงเปิดตัว แถมฟรี โปรแกรม Honda Ultimate Care ขยายการรับประกันพิเศษ เพิ่มอีก 2 ปี หรือ 40,000 กม.

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?

ใช้งานได้ครอบคลุมทั้งในเมืองและนอกเมือง แต่มีจุดที่ต้องพิจารณาคือ ฝาท้ายชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ไม่เหมาะกับคนที่มีพื้นที่จอดรถจำกัด เพราะอาจเปิดฝาท้ายไม่ได้

Step WGN เหมาะกับผู้ที่มักเดินทาง 4-7 คนเป็นประจำ อัตราเร่งดีที่ความเร็วต่ำถึงกลางจึงใช้งานได้คล่องแคล่วทั้งในเมืองและขับออกต่างจังหวัด

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับจริง
  • ระยะเวลารวม: 3 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 364 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก

Check Also

Toyota Yaris ATIV HEV GR Sport ปี 2026 สีดำ มุมหน้า 3 ส่วน ดีไซน์สปอร์ต

รีวิว Toyota Yaris ATIV HEV GR Sport ปรับช่วงล่างใหม่ ขับสนุกขึ้นจริงไหม?

Torque’s Rating หมวด คะแนน การบังคับควบคุม 7 / 10 พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน 6 / 10 ความอรรถประโยชน์ 6 / …