ISUZU ยืนยันหยุดผลิตเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตรสำหรับตลาดประเทศไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 หลังลูกค้าหันไปเลือกเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรเกือบทั้งหมด แต่ยังคงผลิตเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรเพื่อส่งออก พร้อมเปิดเผยว่าเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรรุ่นปกติมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 83% เทียบกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรที่ประมาณ 17% ขณะที่เครื่องยนต์ 2.2 Biturbo ใหม่ยังอยู่ระหว่างประเมินการตอบรับของตลาด
ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ซึ่งครอบคลุมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเลือกเครื่องยนต์ ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทย ทิศทางรถปิกอัพไฟฟ้า โอกาสของ ISUZU Trooper ตลอดจนข้อเสนอภาครัฐเพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อรถปิกอัพ
การสัมภาษณ์ครั้งนี้มีผู้บริหารร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ, มร. มิชิมาสะ โคโนะ รองกรรมการผู้จัดการ, คุณปนัดดา เจณณวาสิน ประธานที่ปรึกษา และคุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ
ISUZU หยุดผลิตเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรสำหรับตลาดไทย แต่ยังผลิตเพื่อส่งออก
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้บริหารยืนยันคือ การยุติการผลิตเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตรสำหรับจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 หลังจากเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร และพบว่าลูกค้าหันมาเลือกเครื่องยนต์ใหม่เกือบทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่า ISUZU ยุติการผลิตเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรทั้งหมด เนื่องจากยังคงมีการผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ
สำหรับตลาดประเทศไทย บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 3 แบบ ได้แก่
-
เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE
-
เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo
-
เครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE
การปรับทางเลือกเครื่องยนต์ดังกล่าวสอดคล้องกับสัดส่วนยอดขายที่เปลี่ยนไป โดยเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรรุ่นปกติมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 83% ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรอยู่ที่ประมาณ 17%
ทั้งนี้ เครื่องยนต์ 2.2 Biturbo เพิ่งเปิดตัว จึงยังไม่มีการประกาศสัดส่วนยอดขายอย่างเป็นทางการสำหรับเครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้
เครื่องยนต์ 2.2 Biturbo เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูง ส่วนต่างราคา 42,000 บาทไม่ได้มาจากเครื่องยนต์อย่างเดียว
สำหรับการทำตลาดเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo ผู้บริหารระบุว่าบริษัทมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง โดยเริ่มนำเสนอในกลุ่มรุ่น RS, V-CROSS และ HI-LANDER ก่อน จากนั้นจึงประเมินความต้องการของตลาด
ส่วนคำถามเกี่ยวกับราคาที่เพิ่มขึ้นประมาณ 42,000 บาท ผู้บริหารอธิบายว่าส่วนต่างดังกล่าวไม่ได้สะท้อนต้นทุนเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และการตกแต่งภายนอกกับภายในให้เหมาะสมกับแต่ละรุ่นด้วย
ดังนั้น จึงไม่สามารถนำส่วนต่างราคา 42,000 บาทไปสรุปได้ว่า หากมีการนำเครื่องยนต์ Biturbo ไปใช้กับรุ่นย่อยอื่นในอนาคต ราคาจะต้องเพิ่มขึ้นในจำนวนเท่ากัน เพราะแต่ละรุ่นมีรายละเอียดและอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน
ในด้านกลุ่มลูกค้า บริษัทแบ่งแนวทางทำตลาดเครื่องยนต์ตามลักษณะการใช้งาน โดยเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรเน้นกลุ่มใช้งานทั่วไปและใช้งานส่วนบุคคล ขณะที่เครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเน้นกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการบรรทุกหนัก
ส่วนแผนส่งออกเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo ผู้บริหารยืนยันว่ามีแผนส่งออกไปยังต่างประเทศ แต่ช่วงเวลาจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละตลาด และยังไม่ได้ระบุวันเริ่มส่งออก
ยอดขาย ISUZU 9 เดือนแรก 52,829 คัน ตั้งเป้าทั้งปี 70,400 คัน
ด้านผลประกอบการในตลาดประเทศไทย ISUZU เปิดเผยยอดขายสะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 52,829 คัน ลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีไว้ที่ประมาณ 70,400 คัน ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนประมาณ 4%
เป้าหมายดังกล่าวครอบคลุมยอดขายรถปิกอัพ รถ PPV และรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กทุกขนาด รวมถึงรุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo ไม่ใช่เป้าหมายยอดขายของเครื่องยนต์ใหม่เพียงรุ่นเดียว
ผู้บริหารระบุด้วยว่า บริษัทไม่ได้กำหนดหรือประกาศเป้าหมายยอดขายแยกตามรุ่นย่อยอย่างเป็นทางการ เนื่องจากยอดขายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกค้า
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารประเมินว่าตลาดรถยนต์รวมทุกยี่ห้อในประเทศไทยช่วง 9 เดือนแรกเติบโตประมาณ 18% โดยการเติบโตหลักมาจากกลุ่ม SUV ส่วนตลาดรถปิกอัพยังทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน
สำหรับยอดขายตลาดรถยนต์รวมทั้งปี 2569 ผู้บริหารประเมินว่าจะอยู่ที่ประมาณ 700,000 คัน
แม้ตลาดรวมจะขยายตัว แต่บริษัทระบุว่ายังมีปัจจัยกดดันกำลังซื้อ โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งผู้บริหารอ้างถึงเหตุการณ์ที่เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ด้วยความผันผวนดังกล่าว บริษัทจึงยังไม่สามารถระบุตัวเลขเป้าหมายยอดขายสำหรับปี 2570 ได้อย่างชัดเจน
ตลาดปิกอัพไทยเหลือสัดส่วนราว 20% ผู้บริหารชี้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและสินเชื่อ
อีกประเด็นที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดคือ สัดส่วนรถปิกอัพในตลาดรถยนต์รวม ซึ่งผู้บริหารระบุว่าลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 20% จากในอดีตที่เคยมีสัดส่วนประมาณ 30–40%
ผู้บริหารมองว่าปัจจัยสำคัญไม่ได้เกิดจากลูกค้าหลักเปลี่ยนไปไม่ต้องการรถปิกอัพ แต่เป็นปัญหาด้านกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และพนักงานโรงงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาระหนี้สินครัวเรือนสูง รวมถึงเงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวด
ในทางกลับกัน ตลาดรถยนต์นั่งและ SUV มีตัวเลือกเพิ่มขึ้น รวมถึงรถบางกลุ่มที่มีราคาถูกลง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าบางกลุ่มสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายกว่าผู้ซื้อรถปิกอัพ
บริษัทประเมินว่า หากภาระหนี้สินและข้อจำกัดด้านสินเชื่อผ่อนคลายลง กำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าปิกอัพก็มีโอกาสฟื้นตัวตามมา
สำหรับตลาดระดับบน ผู้บริหารมองว่าลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการซื้อชัดเจนยังสามารถผ่านการพิจารณาสินเชื่อได้ ขณะที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์จะต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ISUZU เสนอรัฐพิจารณามาตรการลดหย่อนภาษีซื้อปิกอัพ พร้อมขอความเป็นธรรมด้านภาษีรถนำเข้า
จากปัญหาตลาดปิกอัพที่กำลังเผชิญแรงกดดัน ผู้บริหารเสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถปิกอัพ รวมถึงมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ
หนึ่งในตัวอย่างแนวคิดที่เสนอคือ การให้นำวงเงินบางส่วนจากการซื้อรถปิกอัพ เช่น 100,000 บาท ไปใช้หักลดหย่อนภาษี เพื่อช่วยกระตุ้นการซื้อรถสำหรับประชาชนที่อยู่ในระบบภาษี
แนวคิดดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอของผู้บริหาร ISUZU ไม่ใช่มาตรการที่รัฐบาลอนุมัติหรือประกาศบังคับใช้แล้ว
ผู้บริหารยังกล่าวถึงมาตรการภาครัฐที่ผ่านมา เช่น การสนับสนุนผ่าน บสย. และมาตรการ Trade-in พร้อมเสนอให้พิจารณาความช่วยเหลือเพิ่มเติมที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการซื้อรถได้จริง
บริษัทให้เหตุผลด้วยว่า รถปิกอัพมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ หรือ Local Content สูงกว่า 90% จึงมีความสำคัญต่อการจ้างงาน เศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
สำหรับประเด็นการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตและภาษีรถนำเข้า ผู้บริหารไม่ได้ระบุอัตราภาษีที่ต้องการ แต่แสดงจุดยืนว่าควรสร้างความเป็นธรรมทางภาษีระหว่างรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศไทยกับรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมให้ความสำคัญกับการรักษาอุตสาหกรรมและการจ้างงานภายในประเทศ
ISUZU Trooper มีโอกาสกลับมาหรือไม่? บริษัทรอประเมินผลตอบรับ MU-X Biturbo
เมื่อถูกถามถึงโอกาสนำ ISUZU Trooper กลับมาทำตลาด รวมถึงความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ตลาด D-SUV ผู้บริหารระบุว่าบริษัทรับทราบถึงความนิยมของชื่อ Trooper
อย่างไรก็ตาม บริษัทเพิ่งเปิดตัว MU-X 2.2 Biturbo จึงต้องการประเมินผลตอบรับจากลูกค้าระยะหนึ่งก่อน แล้วจึงนำความต้องการและเสียงเรียกร้องของลูกค้ามาพิจารณาอีกครั้ง
คำตอบดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการยืนยันแผนนำ Trooper กลับมาจำหน่าย และเอกสารสัมภาษณ์ไม่ได้ระบุรุ่นรถ กำหนดเปิดตัว หรือแผนการทำตลาด Trooper ในประเทศไทย
ISUZU ยังคงเดินหน้ารถปิกอัพไฟฟ้า พร้อมทดลองสับเปลี่ยนแบตเตอรี่รถบรรทุก EV
ในด้านเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ผู้บริหารระบุว่าตลาดรถปิกอัพในประเทศไทยยังมีความต้องการเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก บริษัทจึงยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล โดยมุ่งปรับปรุงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงการรองรับน้ำมัน B20
ขณะเดียวกัน ISUZU Motors ประเทศญี่ปุ่น มีการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกหลายรูปแบบสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ โดยจะพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละตลาดเป็นรายประเทศ
สำหรับประเทศไทย บริษัทได้ทดลองระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดกลาง ขนาด 2 ตัน ร่วมกับลูกค้าในการใช้งานจริง แต่ยังไม่ได้กำหนดวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ส่วนรถปิกอัพไฟฟ้า ผู้บริหารระบุว่าบริษัทยังคงผลิตและจำหน่ายสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะ แม้ลักษณะการใช้งานรถปิกอัพในประเทศไทยโดยรวมยังทำให้รถดีเซลได้รับความนิยมมากกว่า
บริษัทจึงยังไม่เน้นการประชาสัมพันธ์รถปิกอัพไฟฟ้าในวงกว้าง แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าจำหน่ายต่อไป พร้อมระบุว่ารถปิกอัพไฟฟ้าได้รับการตอบรับที่ดีในบางประเทศ โดยยกตัวอย่างตลาดในทวีปยุโรป
อุปกรณ์ ADAS รุ่นเริ่มต้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าและระดับราคา
สำหรับคำถามเรื่องการเพิ่มระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ในรถรุ่นเริ่มต้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ผู้บริหารระบุว่า ISUZU ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ความปลอดภัยมาโดยตลอด โดยยกตัวอย่างระบบ ESC และ BA
อย่างไรก็ตาม การเลือกติดตั้งอุปกรณ์ในแต่ละรุ่นต้องคำนึงถึงกำลังซื้อและความต้องการของลูกค้า เพราะการเพิ่มอุปกรณ์อาจกระทบต่อราคาจำหน่าย
บริษัทยืนยันว่าพร้อมพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม หากพบว่าลูกค้ามีความต้องการอย่างชัดเจน
ในประเด็นที่ถูกถามว่า เหตุใดอุปกรณ์ของรถ ISUZU ในประเทศไทยจึงแตกต่างจากบางตลาดต่างประเทศ ผู้บริหารชี้แจงว่า ตรีเพชรอีซูซุเซลส์และ ISUZU Motors ทำงานร่วมกันในฐานะพันธมิตร โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าไทย
หากลูกค้ากลุ่มบนต้องการอุปกรณ์เพิ่มเติม บริษัทสามารถเจรจากับ ISUZU Motors ได้ โดยผู้บริหารยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องการไม่มีอำนาจต่อรอง และระบุว่าประเทศไทยเป็นตลาดรถปิกอัพที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ISUZU
ISUZU วางแผนลงทุน 5 ปี 32,000 ล้านบาท ลงทุนแล้ว 15,000 ล้านบาท
สำหรับแผนการลงทุนระยะยาว ผู้บริหารเปิดเผยว่า ISUZU มีแผนลงทุนระยะ 5 ปี ครอบคลุมปี 2567–2571 มูลค่ารวมประมาณ 32,000 ล้านบาท
บริษัทระบุว่าได้เริ่มดำเนินการลงทุนไปแล้วรวม 15,000 ล้านบาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2567
นอกจากนี้ ISUZU ยังคงให้ความสำคัญกับการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูงกว่า 90% ซึ่งเชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย
สรุปทิศทาง ISUZU หลังเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo
จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ประเด็นสำคัญสะท้อนทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ISUZU ในประเทศไทย ดังนี้
-
เครื่องยนต์ 1.9 ลิตรหยุดผลิตสำหรับตลาดไทยแล้ว แต่ยังคงผลิตเพื่อส่งออก
-
เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรรุ่นปกติมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 83% ขณะที่ 3.0 ลิตรอยู่ที่ประมาณ 17% ส่วน Biturbo ยังรอประเมินผลตอบรับ
-
เครื่องยนต์ 2.2 Biturbo เริ่มทำตลาดในกลุ่มรุ่นระดับบน และยังไม่มีเป้าหมายยอดขายแยกตามรุ่นย่อยที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
-
ยอดขาย ISUZU 9 เดือนแรกอยู่ที่ 52,829 คัน ลดลง 1.3% และตั้งเป้าทั้งปีประมาณ 70,400 คัน
-
ตลาดปิกอัพเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและเงื่อนไขสินเชื่อ โดยผู้บริหารประเมินว่าสัดส่วนตลาดปิกอัพลดลงเหลือประมาณ 20%
-
ISUZU ยังเชื่อมั่นในเครื่องยนต์ดีเซลควบคู่การพัฒนาพลังงานทางเลือก รวมถึงการจำหน่ายรถปิกอัพไฟฟ้าให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มและการทดลองระบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่
-
บริษัทมีแผนลงทุนปี 2567–2571 รวม 32,000 ล้านบาท โดยระบุว่าลงทุนไปแล้ว 15,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับการกลับมาของ Trooper การเพิ่มอุปกรณ์ ADAS ในรุ่นเริ่มต้น และช่วงเวลาเริ่มส่งออก 2.2 Biturbo ยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินตลาดและความต้องการของลูกค้า โดยยังไม่มีการยืนยันกำหนดการที่ชัดเจนจากการสัมภาษณ์ครั้งนี้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทิศทาง ISUZU ในประเทศไทย
ISUZU เลิกผลิตเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรแล้วหรือยัง?
ยุติการผลิตสำหรับตลาดประเทศไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 แต่ยังผลิตเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรเพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ
ปัจจุบัน ISUZU มีเครื่องยนต์ดีเซลอะไรจำหน่ายในประเทศไทย?
มี 3 ทางเลือก ได้แก่ 2.2 Ddi MAXFORCE, 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo และ 3.0 Ddi MAXFORCE
เครื่องยนต์ ISUZU 2.2 ลิตรมีสัดส่วนยอดขายเท่าไร?
เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรรุ่นปกติมีสัดส่วนประมาณ 83% เทียบกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรประมาณ 17% ส่วน 2.2 Biturbo ยังไม่มีตัวเลขสัดส่วนยอดขายที่ประกาศ
ISUZU จะนำ Trooper กลับมาจำหน่ายหรือไม่?
บริษัทยังไม่ได้ยืนยันแผนดังกล่าว โดยจะประเมินผลตอบรับของ MU-X 2.2 Biturbo และพิจารณาความต้องการของลูกค้าก่อน
ISUZU ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 เท่าไร?
ประมาณ 70,400 คัน โดยเป็นยอดขายรวมรถหลายกลุ่ม ไม่ใช่เป้าหมายเฉพาะเครื่องยนต์ Biturbo
ISUZU จะเลิกขายรถปิกอัพไฟฟ้าหรือไม่?
ผู้บริหารระบุว่าจะเดินหน้าจำหน่ายรถปิกอัพไฟฟ้าสำหรับลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะต่อไป
TorqueThailand.com

