MERCEDES-BENZ CLA250+ (2026) รีวิว: แม้เป็นรุ่นเริ่มต้นของค่าย แต่ยังคงมีคุณภาพสมศักดิ์ศรีรถยุโรปทุกอณู วิ่งไกลสะใจ WLTP เกือบ 800 กม./ชาร์จ!!!
สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque
Mercedes CLA250+ คือ EV ซีดานขนาดเล็กที่ยอดเยี่ยม อย่างน้อยที่สุดก็ ณ เวลานี้ เพราะในไทยยังไม่มีคู่แข่งยุโรปแบรนด์อื่นเข้ามาแข่งในคลาส คุณภาพสูงตามมาตรฐานของแบรนด์ บุคลิกคล่องแคล่ว, หนักแน่น พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ Mercedes ที่ CLA ได้ใช้ก่อนรุ่นอื่นๆ ของค่ายเสียอีก จุดเด่นคือชาร์จไวและวิ่งได้ไกลมาก จึงสามารถใช้งานได้ครอบคลุมทั้งในเมืองและเดินทางไกล ทั้งยังให้การบังคับควบคุมที่มั่นใจได้อีกด้วย
Torque’s Rating
|
หมวด |
คะแนน |
|
การบังคับควบคุม |
8 / 10 |
|
พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน |
7 / 10 |
|
ความอรรถประโยชน์ |
7 / 10 |
|
ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน |
8 / 10 |
|
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา |
8 / 10 |
ควรซื้อถ้า…
คุณต้องการรถ EV ขนาดกะทัดรัด ที่ครบเครื่องทั้งคุณภาพมาตรฐานยุโรป, วิ่งไกล, แฮนด์ลิงดี และมีลูกเล่นแพรวพราวไม่แพ้รถจีน นี่คือรถที่คุ้มค่าทุกสตางค์ที่จ่ายไป
ไม่ควรซื้อถ้า…
คุณให้ความสำคัญกับราคามากกว่าคุณภาพและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ มีรถ EV อีกมากมายจากจีนที่ราคาถูกกว่าเป็นล้านบาทให้เลือกเกลื่อนตลาดครับ
เหมาะกับใคร?
- คนที่ใช้รถระยะทางไกลๆ เป็นประจำ
- คนที่ไม่ชอบชาร์จบ่อยๆ
- เน้นคุณภาพต่อราคา
- ขับเร็วหรือชอบแฮนด์ลิงมั่นใจ
- เน้นราคาขายต่อไม่ตกมาก
ไม่เหมาะกับใคร?
- คนที่เน้นปริมาณอุปกรณ์ต่อราคา
- มีคนนั่งเบาะหลังเป็นประจำ
- ไม่ถนัดการควบคุมทุกอย่างผ่านจอ
- กังวลเรื่องราคาอะหล่ในระยะยาว (หากหมดประกันคุณภาพรถไปแล้ว)
สมรรถนะและการขับขี่
แรงแบบผู้ดี ช่วงล่างนุ่มนวล ที่เด่นสุดคือวิ่งได้ไกลมากๆ ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
พละกำลัง: ดึงแบบนุ่มๆ แต่ก็แรงสั่งได้
บุคลิกของ CLA250+ เน้นการตอบสนองแบบนุ่มนวลมากกว่าดุดันจี๊ดจ๊าด คันเร่งมีอาการหน่วงเล็กน้อยในจังหวะแรกเพื่อลดอาการกระชากจากแรงบิดแบบ Instant ตามสไตล์รถไฟฟ้า แต่คุณก็ยังคงสัมผัสได้ถึงแรงดึงแบบหลังติดเบาะทุกครั้งที่เรียกพลังทั้ง 272 แรงม้ามาใช้ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที และความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ไม่ใช่ตัวเลขที่หวือหวาอะไรสำหรับรถ EV ปัจจุบัน แต่ความต่างคือสัมผัสที่หนักแน่นเมื่อเหยียบคันเร่ง หากอัตราเร่งของรถไฟฟ้าทั่วไปเหมือนกับโดนฟาดแรงๆ ด้วยไม้หน้าสาม CLA กลับรู้สึกเหมือนโดนต่อยหนักๆ ด้วยหมัดหุ้มนวม
ที่ CLA พลังไฟฟ้า ตอบสนองนุ่มนวลและต่อเนื่อง เกิดจากชุดเกียร์ 2 จังหวะ ติดตั้งไว้กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหลัง โดยเกียร์ชุดแรกมีอัตราทด 11:1 ต่อตรงจากมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้สำหรับเรียกอัตราเร่งขณะออกตัว ขับขี่ด้วยความเร็วแปรผันไปมา และเมื่อลากจูง ส่วนชุดที่สองอัตราทด 5:1 ตัดต่อการทำงานผ่านชุดคลัตช์ ออกแบบมาเพื่อส่งกำลังในย่านความเร็วสูงและเพิ่มประสิทธิภาพการขับทางไกลหรือความเร็ว (ค่อนข้าง) คงที่ ส่งผลให้ได้ระยะทางมากขึ้นและเร่งความเร็วได้อย่างนุ่มนวล ระบบจะเลือกเปลี่ยนเกียร์เองอัตโนมัติเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์และโหมดการขับขี่ที่ใช้


การชาร์จและระยะทางที่วิ่งได้: จุดเด่นของ CLA250+
จากการทดสอบของเราพบว่า เมื่อชาร์จเต็ม 100% รถแสดงระยะทางที่วิ่งได้บนหน้าจอที่ 591 กม. แต่เมื่อขับใช้งานจริง ทั้งการใช้งานรถติดในเมืองและขับด้วยความเร็วเฉลี่ย 120 กม./ชม. บนมอเตอร์เวย์ พบว่าเมื่อแบตเตอรีเหลือ 58% ยังสามารถวิ่งต่อได้ถึง 347 กม. และมีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ย 15.1 kWh/100 กม. อยู่ในระดับกลางๆ ใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่เราเคยทดสอบมา



การขับขี่เน้นสมรรถนะ: นุ่ม แต่หนักแน่นและเกาะหนึบ
CLA250+ ให้ความมั่นใจในการบังคับควบคุมได้ดี จากช่วงล่างที่แม้จะนุ่มนวลแต่ก็ยังสามารถรับมือกับแรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้งได้ดี บวกด้วยการวางมอเตอร์ไว้ที่เพลาหลังส่งให้การกระจายน้ำหนัก หน้า:หลัง ดีมากที่ 46:54 รถจึงไม่เอียงตัวมากนัก และทรงตัวดีตั้งแต่เบรก, เริ่มหักเลี้ยว ไปจนถึงเร่งออกจากโค้ง
จุดที่เป็นข้อเสียด้านการขับขี่เน้นสมรรถนะคือระบบบังคับเลี้ยวที่เบาเกินไปแม้ใช้โหมด Sport ก็ตาม ทำให้การสื่อสารความเป็นไปของล้อหน้ามาสู่มือยังไม่ชัดเจนนัก


การขับขี่นอกเมือง: ขับสบายสไตล์ “รถเบนซ์”
จุดเด่นเรื่องระยะทางต่อชาร์จ ทำให้ CLA250+ เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ต้องเดินทางไกลหรือไม่ชอบวุ่นวายกับการชาร์จบ่อยๆ นอกจากนั้นยังรองรับ DC สูงสุด 320kW จึงสามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ใน 22 นาทีอีกด้วย
ในแง่ของการขับขี่ทางไกล โดดเด่นที่ช่วงล่างนุ่มนวลและการเก็บเสียงที่ยอดเยี่ยมจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมปะทะแม้ขับที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ร่วมกับพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยให้การเร่งแซงทำได้ตามสั่ง และการมีเกียร์ 2 จังหวะ ก็ช่วยลดรอบมอเตอร์ลงต่ำกว่ารถ EV แบบเกียร์เดียว บวกกับค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานที่ต่ำสุดๆ เพียง 0.214cd ส่งให้ CLA250+ สามารถวิ่งได้ระยะทางเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรีขนาดใหญ่

การขับขี่ในเมือง: คล่องตัว จอดง่าย
ถึงจะดูคันเล็ก แต่ความจริงแล้ว CLA250+ มีความยาวตัวถัง 4,723 มม. หรือสั้นกว่า C-class เพียง 28 มม. อย่างไรก็ตาม มันยังคงเล็กพอที่จะซอกแซกในเมืองได้อย่างคล่องแคล่ว ต้องขอบคุณพวงมาลัยน้ำหนักเบาจึงเลี้ยวไปมาที่ความเร็วต่ำได้เพียงปลายนิ้ว และระบบช่วยจอดอัตโนมัติซึ่งใช้งานง่าย
อัตราเร่งทั้งขณะออกตัวและแซงที่ความเร็วต่ำกระฉับกระเฉง ทว่าปลดปล่อยพละกำลังออกมาอย่างสุภาพนุ่มนวล จึงไม่ทำให้เวียนหัวหรือเมารถขณะขับท่ามกลางการจราจรเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่ง การเก็บเสียงทำได้ดี มีเสียงจากการจราจรและสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้ามาเพียงเล็กน้อย นอกจากนั้น การมีจอสำหรับผู้นั่งยังช่วยให้สมาชิกในครอบครัวเพลิดเพลินขณะรถติดได้อีกด้วย
จุดที่ “ไม่รักก็เกลียดไปเลย” คือระบบรีเจนฯ แบบอัตโนมัติที่จะปรับความแรงการกู้คืนพลังงาน (สูงสุดถึง 200kW) ตามสภาพการจราจรด้านหน้า แบบเรียลไทม์ โดยเมื่อถอนคันเร่งขณะไม่มีรถคันหน้าระบบจะ “ปล่อยไหล” เพื่อช่วยเพิ่มระยะทางวิ่ง แต่ถ้ามีรถคันหน้า มันจะทำการรีเจนฯ ซึ่งค่อนข้างหนักจนเหมือนเบรกแรงๆ คุณต้องปรับตัวเล็กน้อยด้วยการไม่ยกเท้าออกจากคันเร่งจนหมด แต่ค่อยๆ ยก (เหมือน One Pedal) เพื่อช่วยบรรเทาอาการ ถ้าชินแล้วคุณจะชอบ แต่ถ้าทำยังไงก็ไม่ชิน ก็กลับไปตั้งค่าการรีเจนฯ ที่ต้องการได้จากการผลักหรือดึงคันเกียร์ที่คอพวงมาลัย

ดีไซน์ภายนอก: โฉบเฉี่ยวสไตล์คูเป้
CLA ใหม่ มีตัวถังยาวกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ 4 ซม. และฐานล้อยาวกว่าเดิมถึง 6 ซม. ดีไซน์ท้ายลาดแบบรถคูเป้ มีข้อเสียตรงที่จะลดพื้นที่ Headroom และทางเข้าของเบาะหลังลง เมื่อเทียบกับทรงซีดานปกติ แม้ Mercedes เคลมว่ารถรุ่นใหม่มี Headroom เพิ่มขึ้นถึง 16 และ 28 มม. (หน้า/หลัง ตามลำดับ) แต่ตัวเลขดังกล่าวได้มาจากการใช้หลังคากระจกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ในการใช้งานจริงไม่ได้รู้สึกว่ามีพื้นที่มากกว่าเดิมนัก ดังนั้น ถ้าคุณมีคนนั่งหลังบ่อยๆ ควรพิจารณาจุดนี้ร่วมด้วยก่อนตัดสินใจซื้อ



ห้องโดยสาร: ไฮเทค ลูกเล่นเพียบ
จุดที่หวือหวาสะดุดตาที่สุดคือจอสัมผัสขนาด 14 นิ้ว สำหรับผู้นั่งเบาะหน้า ซึ่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สามารถใช้งานขณะรถเคลื่อนที่ได้ (หากผู้ขับไม่ละสายตามามองที่จอนี้จนระบบตรวจพบ) ทั้งรับชมความบันเทิง, เล่นเกม และใช้อินโฟเทนเมนต์ต่างๆ ได้เหมือนกับจอแสดงผลส่วนกลาง จากการทดสอบของเราพบว่าระบบทำงานได้อย่างลื่นไหล, รวดเร็ว และเข้าใจง่ายแบบเดียวกับสมาร์ตโฟนและ PC
อีกเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลต์คือระบบผู้ช่วยเสมือนจริง ‘MBUX Virtual Assistant’ ซึ่งทำงานโดย Generative AI ทั้ง Chat GPT และ Automotive AI Agent จาก Google สั่งการด้วยเสียงโดยเริ่มต้นจากการเรียก “Hey, Mercedes” (ด้วยสำเนียงแบบเจ้าของภาษาแท้ๆ เท่านั้น) หรือกดปุ่มสั่งงานด้วยเสียงบนพวงมาลัย จากนั้นสามารถสั่งการด้วยภาษาไทยได้ทั้งการควบคุมบางฟีเจอร์ของรถ เช่น ปรับอุณหภูมิ, เลือกโหมดการขับขี่ เป็นต้น ไปจนถึงการสนทนาอื่นๆ ซึ่งระบบสามารถทำได้ดีมาก เข้าใจภาษาไทยและตอบคำถามได้เหมือนกับใช้แอป AI เหล่านั้นผ่านมือถือหรือ PC
อย่างไรก็ตาม คันทดสอบของเราเป็นรถใหม่ที่ยังไม่ถูกใช้งานมาก่อน ในวันแรกของการขับรถจึงแทบไม่มีแอปฯ ใดๆ นอกจากฟีเจอร์หลักๆ ของรถ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ของ Mercedes อัพเดตระบบให้เราผ่าน OTA ก็สามารถใช้งานได้มากขึ้น ทว่าเราพบปัญหาว่าไม่สามารถเชื่อมต่อทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay ได้ (แม้ปรากฏไอคอนบนจอของรถแล้วก็ตาม) นอกจากนั้น เสียงของระบบนำทาง ยังพูดคำว่า “ถนน” ซ้ำสองครั้ง ทุกครั้งที่จะบอกถนนที่ต้องขับไป และไม่สามารถพูดตัวเลขระยะทาง เช่น “อีก … เมตร เลี้ยวขวา” ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเวอร์ชันภาษาไทยยังไม่สมบูรณ์ อาจต้องรอการอัพเดตในอนาคตอีกครั้ง
ด้านพื้นที่ใช้สอย สำหรับผู้นั่งเบาะคู่หน้า มีพื้นที่วางขา, ช่วงไหล่ และเหนือศีรษะ เพียงพอสำหรับคนตัวสูงกว่า 180 ซม. จัดวางตำแหน่งการขับขี่ได้เหมาะสมทำให้บังคับควบคุมรถได้ถนัด ส่วนเบาะหลังก็มีขนาดใหญ่นั่งสบาย แต่คนตัวสูงๆ ไม่สามารถนั่งนานๆ ได้เนื่องจากมีพื้นที่เหนือศีรษะน้อย
ที่น่าชื่นชมคือหลังคากระจกที่แผ่ความร้อนเข้ามาน้อยมาก คุณต้องเอามาเข้าไปใกล้จนเกือบแนบกับกระจกจึงจะสัมผัสความร้อนได้ คันทดสอบของเราไม่มีม่านหลังคาหรือระบบฝ้าโปร่งแสง ซึ่งนั่นไม่เป็นปัญหาเรื่องความร้อน แต่เป็นแสงที่สะท้อนลงบนหน้าจอในบางช่วงของวันมากกว่าที่กวนใจ หากคุณกังวลคงต้องรอดูว่าใน CLA250+ ล็อตถัดไป จะมีฟีเจอร์นี้ติดตั้งมาให้หรือไม่





ความปลอดภัย: ฉลาดขึ้นอีกขั้น ด้วย MB.OS
ระบบปฏิบัติการ MB.OS ไม่เพียงใช้สำหรับหน้าจอ (MBUX) เท่านั้น แต่คือ “สมอง” ที่ควบคุมระบบอื่นๆ ของรถทั้งหมด นั่นรวมถึงระบบความปลอดภัยขณะขับขี่ด้วย จึงทำให้ CLA250+ ช่วยขับขี่ได้เป็นธรรมชาติเมื่อใช้ระบบ Adaptive Cruise Control ทั้งการควบคุมคันเร่ง, เบรก และรักษาระยะห่าง แต่ยังมีจุดที่เป็นข้อเสียให้เห็นคือ เมื่อคุณตั้งความเร็วไว้ เช่น 120 กม./ชม. แล้วคุณเหยียบคันเร่งเองจนความเร็วสูงขึ้นเพื่อแซง เมื่อถอนคันเร่งแล้วให้ระบบ ACC กลับมาทำงานเองอีกครั้ง รถจะรีเจนฯ อย่างรุนแรงเพื่อกลับสู่ความเร็วที่ตั้งไว้อีกครั้ง ทำให้รู้สึกเหมือนคุณเบรกกะทันหัน

ฟันธง – Mercedes-Benz CAL250+ น่าซื้อมั้ย?
น่าซื้อถ้าคุณขับขี่ระยะทางไกลๆ เป็นประจำ หรือไม่ชอบชาร์จบ่อยๆ เพราะสามารถทำระยะทางสูงสุดได้ถึง 694-793 กม./ชาร์จเต็ม (WLTP) และจากการใช้งานจริงของเราพบว่าระบบแสดงบนหน้าจอที่ 591 กม. ซึ่งก็ยังถือว่าวิ่งได้ไกลมากโดยไม่จำเป็นต้องขับแบบประหยัดแต่อย่างใด
นอกจากนั้น CLA250+ ยังมีคุณภาพสูงตามมาตรฐานรถยุโรป ทั้งในแง่ของวัสดุ, การประกอบ และการขับขี่ ร่วมด้วยเทคโนโลยีแพรวพราวสู้รถจีนได้สบาย ทั้งยังได้เปรียบในเรื่องจำนวนศูนย์บริการตลอดจนชื่อเสียงของ Mercedes ที่ดำเนินธุรกิจในไทยมาเป็นเวลายาวนานหลายทศวรรษ
แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้มีราคาที่ต้องจ่าย และถ้าคุณให้ความสำคัญกับราคาเป็นหลัก มีรถจีนสุดแพรวพราวอีกมากมายในตลาดให้เลือก ทั้งในช่วงราคาเดียวกัน หรือรายการอุปกรณ์ใกล้เคียงกันในราคาที่ถูกกว่ามาก
SPECIFICATIONS: MERCEDES-BENZ CLA250+ (2026)
https://www.mercedes-benz.co.th/th/passengercars/models/saloon/cla-electric/overview.html
Price
- 2,290,000 Baht
Powertrain
- 85kWh NMC Battery, Single e-motor
- 272ps
- 335Nm
Transmission
- 2-speed Automatic
- Rear-wheel drive
Performance
- 7 sec 0-100km/h
- 210 km/h top speed
- 1kWh/100km, 591km range (at test, fully charged), 820km max range (NTDC, Eco Sticker)
Weight
- 2055kg
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Mercedes-Benz CLA250+
ข้อดี ข้อเสีย ของ CLA250+ มีอะไรบ้าง?
ข้อดีคือ วิ่งได้ไกลถึง 591 กม./ชาร์จ (จากการขับใช้งานจริงของ Torque Thailand) ช่วงล่างนุ่มนวล แฮนด์ลิงดี และคุณภาพโดยรวมมาตรฐานรถยุโรป ข้อเสียคือ Headroom เบาะหลังน้อย ไม่เหมาะกับคนตัวสูง และจากการทดสอบพบว่ามีปัญหากับการเชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับรถ
สรุปจุดเด่น
- วิ่งได้ไกลต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง
- แฮนด์ลิงดี
- ช่วงล่างนุ่มนวล นั่งสบาย
- เทคโนโลยีลูกเล่นแพรวพราว
สรุปจุดด้อย
- Headroom เบาะหลังน้อย
- พบปัญหาการเชื่อมต่อโทรศัพท์ และเสียงพูดของ Sat Nav
- พึ่งพาหน้าจอเป็นหลัก
คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ Benz CLA250+ ใหม่?
คุ้มหากต้องการรถซีดานขนาดกะทัดรัดที่ใช้งานได้ทั้งในและนอกเมือง พร้อมศูนย์บริการจำนวนมาก, ความน่าเชื่อถือในแบรนด์ ตลอดจนคุณภาพตามแบบฉบับรถยุโรป
แต่ไม่คุ้ม ถ้าเน้นราคามากกว่าคุณภาพขั้นสูง มีรถจากจีนซึ่งให้อุปกรณ์และเทคโนโลยีหวือหวากว่าให้เลือกจำนวนมาก ในราคาที่ถูกกว่ากันหลักแสนถึงล้านบาท
CLA ไฟฟ้า ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?
จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า CLA250+ มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบปกติ 15.1 kWh/100 กม. ขับใช้งานได้ 591 กม. (ชาร์จเต็ม 100%)
ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ใช้งานได้สูงสุด 820 กม./ชาร์จ (NEDC) รองรับ DC สูงสุด 320kW ชาร์จจาก 10-80% ได้ใน 22 นาที ส่วนชาร์จ AC รองรับสูงสุด 22kW จาก 10-100% ทำได้ใน 5 ชม.
โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราการใช้พลังงานที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
2026 Mercedes-Benz CLA250+ ราคาเท่าไหร่?
มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 2,290,000 บาท
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?
ณ ขณะนี้ ในประเทศไทยยังไม่มีรถยนต์ EV ใกล้เคียงหรือคู่แข่งแบรนด์ยุโรปคลาสเดียวกัน
มีการรับประกันหรือไม่?
CLA250+ EV รับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?
CLA250+ รุ่นล่าสุด ใช้งานในเมืองได้คล่องแคล่วเพราะขนาดตัวถังไม่ใหญ่มากและมาพร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ชาญฉลาดและใช้งานง่าย ทั้งยังขับทางไกลได้ดีเนื่องจากวิ่งได้ไกลเกือบ 800 กม. WLTP ช่วงล่างนุ่มนวล แฮนด์ลิงดีเยี่ยม และห้องโดยสารเงียบ
ข้อมูลการทดสอบ
ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque
- ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
- รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับใช้งานจริง
- ระยะเวลารวม: 2 วัน
- ระยะทางที่ทดสอบรวม: 244 กม.
- สถานที่: กรุงเทพฯ, ชลบุรี
TorqueThailand.com


















