Zeekr 7X Standard RWD (2025) รีวิว: เพียงพอสำหรับใช้งาน คันเดียวถูกใจทั้งครอบครัว
สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque
หากไม่นับเรื่องการต้องปรับทุกอย่างจากหน้าจอ (แม้แต่เรื่องที่ควรจะทำได้ง่ายๆ และรวดเร็ว) ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถจีนแล้ว Zeekr 7X ในเกรดเริ่มต้น ‘Standard RWD’ เป็นรถที่ทำได้ยอดเยี่ยมเทียบเคียงกับ MG IM6 Premium (RWD) มากๆ เว้นแต่เรื่องพละกำลังและการตอบสนองที่ 7X แม้จะสเปกแรงกว่ามากแต่ก็ตอบสนองประนีประนอมกว่า ห้องโดยสารดูดี, กว้างขวาง และเด่นที่เบาะหลังปรับไฟฟ้า เมื่อรวมกับบุคลิกแบบสุภาพของสมรรถนะแล้ว รถคันนี้จึงเหมาะกับการใช้งานแบบ “ถูกใจทั้งครอบครัว” มากกว่าเน้นเรื่องการขับขี่แบบหวือหวา
Torque’s Rating
|
หมวด |
คะแนน |
|
การบังคับควบคุม |
7 / 10 |
|
พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน |
7 / 10 |
|
ความอรรถประโยชน์ |
9 / 10 |
|
ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน |
8 / 10 |
|
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา |
8 / 10 |
ควรซื้อ…
ถ้าคุณต้องการ SUV พลังไฟฟ้า สำหรับครอบครัว ที่ใช้งานได้ครอบคลุม เพราะ Zeekr 7X มีห้องโดยสารกว้างพร้อมเบาะหลังนั่งสบาย ตลอดจนการตอบสนองขณะขับขี่ที่เน้นสุภาพนุ่มนวล แบตฯ ชาร์จแรง และแม้จะเป็นเกรดเริ่มต้นแต่ก็วิ่งได้ไกล 480 กม. เพียงพอต่อการใช้งานในเมือง และเดินทางออกต่างจังหวัด
ไม่ควรซื้อ…
ถ้าคุณเน้นประสิทธิภาพการขับขี่ เนื่องจากแฮนด์ลิงไม่คมและอัตราเร่งที่ถูกจำกัดโดยระบบควบคุมจึงไม่รู้สึกแรงสะใจ
เหมาะกับใคร?
- คนที่เดินทางแบบครอบครัวเป็นประจำ
- ชอบรถขับง่าย ไม่กระชากรุนแรงเมื่อเหยียบคันเร่ง
- เน้นชาร์จไว
ไม่เหมาะกับใคร?
- คนที่ชอบรถตอบสนองทันใจ
- ไม่ถนัดการควบคุมทุกอย่างผ่านจอ
- ขับยาวๆ ทางไกลเป็นประจำ
สมรรถนะและการขับขี่
วิ่งไกล ขับง่าย เหมาะทั้งใช้ในเมืองและออกต่างจังหวัด ให้ความรู้สึกสุขุมแบบผู้ใหญ่ แต่ไม่เหมาะกับการขับแบบสปอร์ต
พละกำลัง: ปลดปล่อยออกมาแบบสุภาพ
พละกำลังที่มากถึง 416 แรงม้า และ 440 นิวตันเมตร ฟังดูน่าเกรงขามและอาจคิดว่าแรงจนน่ากลัวเกินไปสำหรับคนที่ไม่ใช่สายซิ่ง แต่ในการขับขี่จริงของ Torque Thailand ทั้งในกรุงเทพฯ และเดินทางไกล พบว่า 7X กลับให้สัมผัสแบบอ่อนโยนมากกว่าดุดัน แม้ว่าคุณจะกดคันเร่งจนมิดตั้งแต่ออกตัว หรือทำแบบนั้นร่วมกับการปิดระบบควบคุมก็ตาม
แต่อย่าเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่รถที่อืดอาดเลย เพราะมันเร่งจากจุดหยุดนิ่งสู่ 100 กม./ชม. ได้ใน 6 วินาที ถือว่าน่าพอใจสำหรับ SUV ที่หนักถึง 2.4 ตัน และถูกปรับการตอบสนองให้เน้นนุ่มนวลเป็นหลัก จึงไม่ค่อยเวียนหัวหรือเมารถ เพราะรถไม่กระชากแรงขณะเร่งแซง
อย่างไรก็ตาม นี่คือจุดที่ควรพิจารณาหรือไปทดลองขับก่อนตัดสินใจ หากคุณชอบรถที่กระตือรือล้นแบบ “คันเร่งติดเท้า” 7X อาจยังไม่สุดทางด้านนี้เมื่อเทียบกับคู่แข่งตรงๆ อย่าง MG IM6 RWD ที่แม้จะมีเพียง 295 แรงม้า แต่เบากว่าถึงราว 135 กก. และโปรแกรมมาเน้นเร่งแบบ “ตามสั่ง” ดึงหลังติดเบาะ น่าจะตอบโจทย์กว่า

การชาร์จและระยะทางที่วิ่งได้: ชาร์จแรงสะใจทั้ง DC และ AC
จุดเด่นของ 7X คือรองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 450kW ถ้าคุณมองหารถ EV ที่ใช้ได้ยาวๆ รองรับสถานีชาร์จแรงๆ ในอนาคต คันนี้จึงตอบโจทย์มาก ส่วน AC ก็อยู่ในกลุ่มท้อปที่ 22kW แต่ถ้าเน้นชาร์จไวสุดๆ มากกว่าระยะทาง เราแนะนำ 7X เกรดเริ่มต้น แบบคันทดสอบของเรา ที่ใช้แบตเตอรี่ LFP “Golden Battery” ซึ่งสามารถทำอัตรา C-Rate สูงสุดได้ถึง 5.5C รองรับกำลังชาร์จ Peak สูงสุดประมาณ 450–480 kW จึงชาร์จ 10–80% ได้ในเวลาเพียง 10.5 นาที!
ที่น่าสนใจคือ ระยะทางวิ่งในสเปกของเกรด Standard แบบคันทดสอบของเรา ระบุว่าทำได้ 566 กม./ชาร์จ NEDC หรือราว 480 กม. WLTP และจากการใช้งานจริงของ Torque Thailand ครอบคลุมทั้งรถติดในเมืองและขับนอกเมือง พบว่าระยะทางที่ขับได้จริง (ที่แสดงบนจอผู้ขับ) อยู่ที่ 483 กม. ซึ่งใกล้เคียงกับที่เคลมไว้ โดยเราทำอัตราการใช้พลังงานได้ที่ 15.5 kWh/100 กม.


การขับขี่เน้นสมรรถนะ: ช่วงล่างหน้านุ่มหลังแข็ง พวงมาลัยเบา
หาเทียบกับ IM6 แล้ว ช่วงล่างของ 7X จะให้สัมผัสที่นุ่มนิ่มน้อยกว่า โดยเฉพาะด้านหลังที่แข็งกว่าอย่างรู้สึกได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยน้ำหนักถึงเกือบ 2.4 ตัน เมื่อรวมกับความสูงใต้ท้องที่ 172 มม. ก็เพียงพอที่จะทำให้รถเอียงตัวค่อนข้างมากขณะเข้าโค้งไม่ต่างจาก MG ที่ถึงจะเบากว่าและเตี้ยกว่า แต่ช่วงล่างก็นุ่มนิ่มกว่า จึงให้อาการโคลงเคลงเช่นกัน
ระบบบังคับเลี้ยวมีน้ำหนักเบาถึงจะอยู่ในโหมด Sport ก็ตาม ทว่าตอบสนองไม่ไวเกินไป จึงสอดคล้องกลมกล่อมกับบุคลิกของมอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนระบบเบรกให้พลังการหยุดเพียงพอจะจัดการกับทั้ง 416 แรงม้าได้อยู่หมัด น่าเสียดายที่ระบบรีเจนฯ ต้องดำดิ่งเข้าไปปรับตั้งในหน้าจอ ถ้าสามารถตั้งค่าผ่านแพดเดิลหรือ Shortcut ได้ จะช่วยให้การเลือกแรงหน่วงให้เหมาะกับการขับแบบสปอร์ตทำได้ง่ายขึ้น


การขับขี่นอกเมือง: ขับง่าย ให้สมรรถนะที่กลมกล่อม
เมื่อขับด้วยความเร็วเดินทาง Zeekr 7X RWD ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายและควบคุมมั่นใจในเวลาเดียวกัน ต่างจากตอนที่ขับแบบ “อัด” ราวฟ้ากับเหว
ที่เป็นเช่นนี้เพราะการตอบสนองคันเร่งโทนนุ่มนวล, ช่วงล่าง (โดยเฉพาะเมื่อมีผู้นั่งเบาะหลังด้วย) ซับแรงกระแทกได้ดี และพวงมาลัยที่ไม่ไว สิ่งเหล่านี้สอดประสานกันทำให้ 7X ขับเคลื่อนได้ราวกับชายที่สุขุมนุ่มลึก การเปลี่ยนเลนอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดจนเข้าโค้งกว้างๆ ขณะใช้ความเร็วราว 120-140 กม./ชม. ให้สัมผัสที่มั่นคง เนื่องจากน้ำหนักของรถถูกถ่ายเทอย่างช้าๆ เพียงพอที่ช่วงล่างจะรับมือได้ทัน ส่วนการขับขี่บนถนนสายรองที่ขรุขระต่อเนื่อง รถอาจมีการสั่นสะเทือนบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับต้องตำหนิแต่อย่างใด
อีกจุดเด่นคือ ระบบจะจดจำการตั้งค่าต่างๆ ที่คุณปรับแต่งไว้ อาทิ ปิดระบบบังคับรถให้อยู่ในเลน, การแจ้งเตือนความเร็วเกินกำหนด และอื่นๆ โดยไม่กลับมาเปิดทำงานอีกเลยแม้คุณจะดับและสาร์ตใหม่กี่รอบก็ตาม ซึ่งหาได้ยากมากในรถสมัยใหม่

การขับขี่ในเมือง: ขนาดกำลังดี เด่นที่ระบบช่วยจอด
Zeekr 7X มีมิติตัวถังใกล้เคียงกับรถในคลาสเดียวกัน ยกเว้น IM6 ที่ใหญ่กว่าคันอื่นเล็กน้อย ความยาวรวมที่เกือบ 4.8 เมตร ช่วยให้ยังคงขับขี่ได้คล่องแคล่วในเมือง
จุดเด่นแรกของการใช้งานในเมือง หนีไม่พ้นเรื่องการตอบสนองสุภาพเช่นเดิม จากการลองขับของ Torque Thailand แบบใช้งานจริงช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ที่การจราจรเป็นแบบเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่งเกือบตลอดเส้นทาง พบว่าน่าประทับใจมาก เพราะเร่งและเบรกได้นุ่มนวลมาก
อีกจุดเด่นคือระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่เรียกใช้งานง่าย และทำการจอดได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ จุดที่เราตำหนิเล็กน้อยคือเหลือระยะห่างท้ายรถมากไปหน่อย ซึ่งน่าจะเป็นเพราะระบบเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับเปิดฝาท้าย ส่วนอีกระบบที่หลายคนชื่นชอบคือการควบคุมรถขยับออกจากช่องจอดด้วยมือถือ ซึ่งทำงานได้ดีเช่นกัน

ดีไซน์ภายนอก: ใต้ท้องสูง แอโรไดนามิกส์ดี
7X มีความยาวฐานล้อ 2,900 มม. ซึ่งใกล้เคียงกับคู่แข่งส่วนใหญ่ในคลาส ส่วนความสูงใต้ท้องที่ 172 มม. ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งบนและนอกถนน ตลอดจนลุยน้ำท่วม ซึ่งช่วงที่ Torque Thailand นำรถคันนี้มาทดสอบ เป็นช่วงเดียวกับที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ จึงมีโอกาสได้ขับลุยน้ำลึกระดับเสมอฟุตบาทและพบว่า สามารถลุยน้ำได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ ตามมาหลังจากนั้น
การออกแบบด้านแอโรไดนามิกส์ก็ทำได้ดีเช่นกัน เห็นได้ชัดจากการขับขี่ด้วยความเร็วซึ่งมีเสียงลมปะทะเบามากทั้งบริเวณเสา A, กระจกมองข้าง และบนหลังคา เช่นเดียวกับทัศนวิสัยรอบด้านที่ชัดเจน มีเพียงกระจกหลังที่แม้จะไม่แคบแต่ก็ไม่ได้กว้างขวางจนมองเห็นชัดเจนครอบคลุมนัก


ห้องโดยสาร: เบาะหลังปรับไฟฟ้า ภายในกว้าง
สิ่งที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือเบาะนั่ง โดยเบาะคู่หน้าให้การปรับ 14 จุด พร้อมโหมดนวดและจดจำตำแหน่ง มาทั้งผู้ขับและผู้นั่ง ตัวเบาะมีขนาดใหญ่และระดับความนุ่มกำลังดี จึงนั่งนานๆ ได้โดยไม่รู้สึกเมื่อย แต่ถ้าคุณอยากได้สัมผัสเหมือนนั่งโซฟา ดีไซน์เบาะของ IM6 จะได้เปรียบกว่า ทว่าต้องแลกกับความนุ่มนิ่มที่นั่งนานอาจเมื่อยได้ ทั้งยังไม่กระชับลำตัวอีกด้วย
เบาะหลังคือไฮไลต์ของภายในห้องโดยสาร Zeekr 7X เพราะเป็นแบบปรับพนักพิงด้วยไฟฟ้า จึงปรับเอนได้ละเอียดกว่าแบบกลไก นอกจากนั้น ยังมีพื้นที่กว้างขวางและจัดวางตำแหน่งให้มองเห็นภายนอกได้ชัด ช่วยลดอาการเมารถได้มากทีเดียว
เรื่องที่คุณต้องพิจารณาเมื่อเป็นรถไฟฟ้าจากจีนคือ การต้องควบคุมแทบทุกอย่างจากหน้าจอ และเมนูย่อยที่ใส่มาให้เยอะจนต้องใช้เวลากับแต่ละฟีเจอร์ค่อนข้างมาก ดังนั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของคุณว่าเหล่านี้คือความหวือหวาไฮเทค หรือเรื่องไร้สาระ






ฟันธง – Zeekr 7X Standard RWD น่าซื้อมั้ย?
น่าซื้อหากคุณกำลังมองหา SUV ไฟฟ้า โดยจำกัดงบไว้ไม่เกิน 1.4 ล้าน สำหรับใช้งานแบบ “1 คัน ชอบทั้งครอบครัว” เนื่องจาก Zeekr 7X Standard RWD ให้การตอบสนองที่กำลังดี แรงพอตัวสำหรับพ่อบ้าน แต่ก็ยังสุภาพนุ่มนวลสำหรับแม่บ้านที่อาจกังวลเรื่องความกระชากของรถไฟฟ้า บวกกับพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและเบาะหลังปรับไฟฟ้าที่ต้องถูกใจเด็กๆ แน่นอน
แต่ในแง่ของความคุ้มค่า เราแนะนำให้เพิ่ม 2 แสนเพื่อเกรด Long Range RWD ที่เป็น Sweet Spot เพราะวิ่งได้ไกลถึง 730 กม. NEDC (ราว 620 กม. WLTP) เมื่อเทียบกับเกรดเริ่มต้นที่วิ่งได้ระยะทางน้อยกว่ามาก ส่วนเกรดสูงสุด มอเตอร์คู่ เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ต่ำกว่า 4 วินาที คงไม่มีครอบครัวไหนจำเป็นต้องรีบขนาดนั้น ทั้งยังวิ่งได้น้อยกว่าเช่นกัน
SPECIFICATIONS: ZEEKR 7X STANDARD RWD (2025)
https://www.zeekrlife.com/th-th/models/7x
Price
- 1,399,000 Baht
Powertrain
- 75kWh LFP Battery, Single e-motor
- 416ps
- 440Nm
Transmission
- Single-speed Automatic
- Rear-wheel drive
Performance
- 0sec 0-100km/h
- 210km/h top speed
- 5kWh/100km, 483km range (at test, fully charged), 566km max range (NEDC, Eco Sticker)
Weight
- 2395kg
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Zeekr 7X Standard RWD (2025)
ข้อดี ข้อเสีย ของ Zeekr 7X Standard RWD มีอะไรบ้าง?
Zeekr 7X Standard RWD เป็น SUV ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวที่โดดเด่นเรื่องห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ชาร์จไว และขับขี่นุ่มนวล แต่ไม่เหมาะกับสายซิ่งที่ชอบความสปอร์ตกระชากใจ
สรุปจุดเด่น
- เบาะหลังนั่งสบาย
- ชาร์จไว
- ขับขี่นุ่มนวล
สรุปจุดด้อย
- ไม่ตอบโจทย์สายสปอร์ต
- พึ่งพาจอเป็นหลัก
- ช่วงล่างหลังค่อนข้างแข็ง
คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ Zeekr 7X รุ่นเริ่มต้น
คุ้มค่าหากคุณต้องการรถ SUV พลังงานไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ในงบไม่เกิน 1.4 ล้าน เพราะให้ทั้งห้องโดยสารที่กว้างขวาง โดยเฉพาะเบาะหลังที่ปรับเอนด้วยไฟฟ้าและนั่งสบาย สมรรถนะการขับขี่ปรับเซ็ตมาแบบสุขุมนุ่มนวล ไม่กระชากจนทำให้ผู้โดยสารเมารถ แบตเตอรี่อึด ชาร์จไฟได้รวดเร็ว และให้ระยะทางขับขี่จริงถึงกว่า 480 กม.
อย่างไรก็ตาม รถคันนี้อาจไม่เหมาะกับสายซิ่งที่ชอบคันเร่งติดเท้า การตอบสนองทันใจ หรือคนที่ไม่อุ่นใจกับการควบคุมฟังก์ชันเกือบทั้งหมดผ่านหน้าจอ
2025 Zeekr 7X Standard RWD ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?
จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า 7X Standard RWD มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบปกติ 15.5 kWh/100 กม. ขับใช้งานได้ 483 กม. (ชาร์จเต็ม 100%) รองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 450kW พร้อมรองรับการชาร์จ AC สูงสุดที่ 22kW
Zeekr 7X ราคาเท่าไหร่?
7X ใหม่ มี 3 เกรดย่อย คือ Standard RWD, Long Range RWD และ Performance AWD ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 1,399,000 บาท, 1599,000 และ 1,799,000 บาท ตามลำดับ
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?
คู่แข่งของ Zeekr 7X Long Range RWD คือ EV สไตล์ SUV ขนาดกลางด้วยกัน อาทิ
- MG IM6 Premium 2WD ราคา 1,399,900 บาท – 295 แรงม้า / 450 นิวตันเมตร / ขับเคลื่อนล้อหลัง / 550 กม. NEDC
- Xpeng G6 Long Range RWD ราคา 1,439,000 บาท – 296 แรงม้า / 440 นิวตันเมตร / ขับเคลื่อนล้อหลัง / 600 กม. NEDC
มีการรับประกันหรือไม่?
Zeekr 7X ใหม่ รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?
ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทั้งสองรูปแบบ
- การใช้งานในเมือง: ความยาวตัวรถเกือบ 4.8 เมตร ช่วยให้ขับขี่คล่องตัว จุดเด่นคือการคุมคันเร่งและเบรกช่วงจราจรติดขัดสลับหยุดนิ่งได้อย่างนุ่มนวล ไม่กระตุก นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ใช้งานง่าย จอดได้รวดเร็วแม่นยำ รวมถึงระบบสั่งงานขยับรถออกจากช่องจอดด้วยมือถือ
- การใช้งานนอกเมือง: ให้ความผ่อนคลายและควบคุมได้อย่างมั่นใจ การตอบสนองของคันเร่ง พวงมาลัยที่ไม่ไวเกินไป และช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดีเมื่อมีผู้โดยสาร ทำให้การเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งกว้างๆ ที่ความเร็วเดินทาง 120–140 กม./ชม. มีความมั่นคง ตัวรถเอียงอย่างเป็นธรรมชาติและรับมือได้ดี อีกทั้งความสูงใต้ท้องรถ 172 มม. ยังเพียงพอให้ขับลุยน้ำท่วมขังระดับเสมอฟุตบาทได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีปัญหาตามมา
ข้อมูลการทดสอบ
ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque
- ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
- รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับใช้งานจริง
- ระยะเวลารวม: 3 วัน
- ระยะทางที่ทดสอบรวม: 268 กม.
- สถานที่: กรุงเทพฯ, ชลบุรี
TorqueThailand.com





















