Breaking News

รีวิว ZEEKR 7X Standard RWD 2025 ทดลองขับจริง 268 กม. นุ่มนวลแค่ไหน คุ้มกับราคา 1.399 ล้าน?

Zeekr 7X หน้าเฉียงขณะขับขี่ สะท้อนการทดสอบพละกำลัง 416 แรงม้าและ 440 นิวตันเมตร ที่ให้สัมผัสการขับขี่แบบอ่อนโยนในการใช้งานจริงทั้งในเมืองและเดินทางไกล

Zeekr 7X Standard RWD (2025) รีวิว: เพียงพอสำหรับใช้งาน คันเดียวถูกใจทั้งครอบครัว

สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque

หากไม่นับเรื่องการต้องปรับทุกอย่างจากหน้าจอ (แม้แต่เรื่องที่ควรจะทำได้ง่ายๆ และรวดเร็ว) ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถจีนแล้ว Zeekr 7X ในเกรดเริ่มต้น ‘Standard RWD’ เป็นรถที่ทำได้ยอดเยี่ยมเทียบเคียงกับ MG IM6 Premium (RWD) มากๆ เว้นแต่เรื่องพละกำลังและการตอบสนองที่ 7X แม้จะสเปกแรงกว่ามากแต่ก็ตอบสนองประนีประนอมกว่า ห้องโดยสารดูดี, กว้างขวาง และเด่นที่เบาะหลังปรับไฟฟ้า เมื่อรวมกับบุคลิกแบบสุภาพของสมรรถนะแล้ว รถคันนี้จึงเหมาะกับการใช้งานแบบ “ถูกใจทั้งครอบครัว” มากกว่าเน้นเรื่องการขับขี่แบบหวือหวา

Torque’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

7 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

7 / 10

ความอรรถประโยชน์

9 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

8 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

8 / 10

ควรซื้อ…

ถ้าคุณต้องการ SUV พลังไฟฟ้า สำหรับครอบครัว ที่ใช้งานได้ครอบคลุม เพราะ Zeekr 7X มีห้องโดยสารกว้างพร้อมเบาะหลังนั่งสบาย ตลอดจนการตอบสนองขณะขับขี่ที่เน้นสุภาพนุ่มนวล แบตฯ ชาร์จแรง และแม้จะเป็นเกรดเริ่มต้นแต่ก็วิ่งได้ไกล 480 กม. เพียงพอต่อการใช้งานในเมือง และเดินทางออกต่างจังหวัด

ไม่ควรซื้อ…

ถ้าคุณเน้นประสิทธิภาพการขับขี่ เนื่องจากแฮนด์ลิงไม่คมและอัตราเร่งที่ถูกจำกัดโดยระบบควบคุมจึงไม่รู้สึกแรงสะใจ

เหมาะกับใคร?

  • คนที่เดินทางแบบครอบครัวเป็นประจำ
  • ชอบรถขับง่าย ไม่กระชากรุนแรงเมื่อเหยียบคันเร่ง
  • เน้นชาร์จไว

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่ชอบรถตอบสนองทันใจ
  • ไม่ถนัดการควบคุมทุกอย่างผ่านจอ
  • ขับยาวๆ ทางไกลเป็นประจำ

สมรรถนะและการขับขี่

วิ่งไกล ขับง่าย เหมาะทั้งใช้ในเมืองและออกต่างจังหวัด ให้ความรู้สึกสุขุมแบบผู้ใหญ่ แต่ไม่เหมาะกับการขับแบบสปอร์ต

พละกำลัง: ปลดปล่อยออกมาแบบสุภาพ

พละกำลังที่มากถึง 416 แรงม้า และ 440 นิวตันเมตร ฟังดูน่าเกรงขามและอาจคิดว่าแรงจนน่ากลัวเกินไปสำหรับคนที่ไม่ใช่สายซิ่ง แต่ในการขับขี่จริงของ Torque Thailand ทั้งในกรุงเทพฯ และเดินทางไกล พบว่า 7X กลับให้สัมผัสแบบอ่อนโยนมากกว่าดุดัน แม้ว่าคุณจะกดคันเร่งจนมิดตั้งแต่ออกตัว หรือทำแบบนั้นร่วมกับการปิดระบบควบคุมก็ตาม

แต่อย่าเข้าใจผิด นี่ไม่ใช่รถที่อืดอาดเลย เพราะมันเร่งจากจุดหยุดนิ่งสู่ 100 กม./ชม. ได้ใน 6 วินาที ถือว่าน่าพอใจสำหรับ SUV ที่หนักถึง 2.4 ตัน และถูกปรับการตอบสนองให้เน้นนุ่มนวลเป็นหลัก จึงไม่ค่อยเวียนหัวหรือเมารถ เพราะรถไม่กระชากแรงขณะเร่งแซง

อย่างไรก็ตาม นี่คือจุดที่ควรพิจารณาหรือไปทดลองขับก่อนตัดสินใจ หากคุณชอบรถที่กระตือรือล้นแบบ “คันเร่งติดเท้า” 7X อาจยังไม่สุดทางด้านนี้เมื่อเทียบกับคู่แข่งตรงๆ อย่าง MG IM6 RWD ที่แม้จะมีเพียง 295 แรงม้า แต่เบากว่าถึงราว 135 กก. และโปรแกรมมาเน้นเร่งแบบ “ตามสั่ง” ดึงหลังติดเบาะ น่าจะตอบโจทย์กว่า

ตัวอักษร '7X' บนฝาท้ายรถ Zeekr ทำหน้าที่บอกชื่อรุ่นของรถยนต์

คันเกียร์ติดตั้งบนคอพวงมาลัยของ Zeekr 7X สำหรับเลือกตำแหน่งเกียร์และเปิดระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติโดยตรง
7X มีมอเตอร์ให้เลือก 2 ความแรงคือ ขนาด 416 แรงม้า 440 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ในเกรด Standard และ Long Range ส่วนเกรด Performance ใช้มอเตอร์คู่ 637แรงม้า 710 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ ทั้งหมดใช้สถาปัตยกรรม 800V แพลตฟอร์ม SEA ตัวเดียวกับที่ใช้ใน Polestar 4 รถในเครือ Volvo

 

การชาร์จและระยะทางที่วิ่งได้: ชาร์จแรงสะใจทั้ง DC และ AC

จุดเด่นของ 7X คือรองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 450kW ถ้าคุณมองหารถ EV ที่ใช้ได้ยาวๆ รองรับสถานีชาร์จแรงๆ ในอนาคต คันนี้จึงตอบโจทย์มาก ส่วน AC ก็อยู่ในกลุ่มท้อปที่ 22kW แต่ถ้าเน้นชาร์จไวสุดๆ มากกว่าระยะทาง เราแนะนำ 7X เกรดเริ่มต้น แบบคันทดสอบของเรา ที่ใช้แบตเตอรี่ LFP “Golden Battery” ซึ่งสามารถทำอัตรา C-Rate สูงสุดได้ถึง 5.5C รองรับกำลังชาร์จ Peak สูงสุดประมาณ 450–480 kW จึงชาร์จ 10–80% ได้ในเวลาเพียง 10.5 นาที!

ที่น่าสนใจคือ ระยะทางวิ่งในสเปกของเกรด Standard แบบคันทดสอบของเรา ระบุว่าทำได้ 566 กม./ชาร์จ NEDC หรือราว 480 กม. WLTP และจากการใช้งานจริงของ Torque Thailand ครอบคลุมทั้งรถติดในเมืองและขับนอกเมือง พบว่าระยะทางที่ขับได้จริง (ที่แสดงบนจอผู้ขับ) อยู่ที่ 483 กม. ซึ่งใกล้เคียงกับที่เคลมไว้ โดยเราทำอัตราการใช้พลังงานได้ที่ 15.5  kWh/100 กม.

จอแสดงผลส่วนกลางของ Zeekr 7X แสดงระยะทางที่ยังวิ่งได้ 483 กม. และอัตราการใช้พลังงาน 15.5 kWh/100 กม. จากการใช้งานจริงในเมืองและนอกเมือง
เกรด Standard ใช้แบตเตอรี่ HV จาก VREMT (Quzhou Jidian E-Mobility Technology) โมเดล NBE752 ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ Golden Brick เจเนอเรชันที่ 2 ความจุ 75kWh ชนิด LFP วิ่งได้ไกล 566 กม. (NEDC) และ้ชุดแบตเตอรี่มีน้ำหนักถึง 585 กก.
ช่องเสียบหัวชาร์จแบตเตอรี่ HV ของ Zeekr 7X Standard รองรับชาร์จ DC สูงสุด 450kW, ชาร์จ AC 22kW และจ่ายไฟ V2L 3.3kW
7X Standard รองรับกำลังไฟในการชาร์จ DC สูงสุดถึง 450kW ถ้าคุณหาสถานีชาร์จแรงเท่านี้ได้ จะใช้เวลาชาร์จจาก 10-80% เพียง 13 นาที เท่านั้น ส่วนการชาร์จ AC ก็รองรับถึง 22kW ส่วนการจ่ายไฟแบบ V2L ให้กำลัง 3.3kW

 

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: ช่วงล่างหน้านุ่มหลังแข็ง พวงมาลัยเบา

หาเทียบกับ IM6 แล้ว ช่วงล่างของ 7X จะให้สัมผัสที่นุ่มนิ่มน้อยกว่า โดยเฉพาะด้านหลังที่แข็งกว่าอย่างรู้สึกได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยน้ำหนักถึงเกือบ 2.4 ตัน เมื่อรวมกับความสูงใต้ท้องที่ 172 มม. ก็เพียงพอที่จะทำให้รถเอียงตัวค่อนข้างมากขณะเข้าโค้งไม่ต่างจาก MG ที่ถึงจะเบากว่าและเตี้ยกว่า แต่ช่วงล่างก็นุ่มนิ่มกว่า จึงให้อาการโคลงเคลงเช่นกัน

 ระบบบังคับเลี้ยวมีน้ำหนักเบาถึงจะอยู่ในโหมด Sport ก็ตาม ทว่าตอบสนองไม่ไวเกินไป จึงสอดคล้องกลมกล่อมกับบุคลิกของมอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนระบบเบรกให้พลังการหยุดเพียงพอจะจัดการกับทั้ง 416 แรงม้าได้อยู่หมัด น่าเสียดายที่ระบบรีเจนฯ ต้องดำดิ่งเข้าไปปรับตั้งในหน้าจอ ถ้าสามารถตั้งค่าผ่านแพดเดิลหรือ Shortcut ได้ จะช่วยให้การเลือกแรงหน่วงให้เหมาะกับการขับแบบสปอร์ตทำได้ง่ายขึ้น

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูตัวเลือกโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ Comfort, Normal และ Sport ของ Zeekr 7X
มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Comfort / Normal / Sport โดยแต่ละโหมดจะปรับเฉพาะการตอบสนองคันเร่ง และเปิดให้ผู้ขับเลือกตั้งค่าอื่นๆ ตามความต้องการ
พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าของ Zeekr 7X ใช้ระบบบังคับเลี้ยว Rack & Pinion ให้การตอบสนองกำลังดีแต่น้ำหนักเบา
ระบบบังคับเลี้ยว Rack & Pinion ผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้การตอบสนองแบบกำลังดี ไม่ไวเกินไป แต่น้ำหนักยังเบาไปแม้จะเลือกโหมด Sport แล้วก็ตาม

การขับขี่นอกเมือง: ขับง่าย ให้สมรรถนะที่กลมกล่อม

เมื่อขับด้วยความเร็วเดินทาง Zeekr 7X RWD ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายและควบคุมมั่นใจในเวลาเดียวกัน ต่างจากตอนที่ขับแบบ “อัด” ราวฟ้ากับเหว

ที่เป็นเช่นนี้เพราะการตอบสนองคันเร่งโทนนุ่มนวล, ช่วงล่าง (โดยเฉพาะเมื่อมีผู้นั่งเบาะหลังด้วย) ซับแรงกระแทกได้ดี และพวงมาลัยที่ไม่ไว สิ่งเหล่านี้สอดประสานกันทำให้ 7X ขับเคลื่อนได้ราวกับชายที่สุขุมนุ่มลึก การเปลี่ยนเลนอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดจนเข้าโค้งกว้างๆ ขณะใช้ความเร็วราว 120-140 กม./ชม. ให้สัมผัสที่มั่นคง เนื่องจากน้ำหนักของรถถูกถ่ายเทอย่างช้าๆ เพียงพอที่ช่วงล่างจะรับมือได้ทัน ส่วนการขับขี่บนถนนสายรองที่ขรุขระต่อเนื่อง รถอาจมีการสั่นสะเทือนบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับต้องตำหนิแต่อย่างใด

  อีกจุดเด่นคือ ระบบจะจดจำการตั้งค่าต่างๆ ที่คุณปรับแต่งไว้ อาทิ ปิดระบบบังคับรถให้อยู่ในเลน, การแจ้งเตือนความเร็วเกินกำหนด และอื่นๆ โดยไม่กลับมาเปิดทำงานอีกเลยแม้คุณจะดับและสาร์ตใหม่กี่รอบก็ตาม ซึ่งหาได้ยากมากในรถสมัยใหม่

Zeekr 7X ท้ายเฉียงขณะขับขี่ด้วยความเร็ว 120-140 กม./ชม. แสดงถึงความนุ่มนวลและการถ่ายเทน้ำหนักที่มั่นคงเมื่อเข้าโค้งและเปลี่ยนเลน

ล้อขนาด 19 นิ้วพร้อมยางขนาด 255/50 ของ Zeekr 7X ติดตั้งเท่ากันทั้งสี่ล้อ
Zeekr 7X โดดเด่นมากเมื่อขับขี่ทางไกล เนื่องจากบุคลิกที่สุขุมนุ่มนวลและช่วงล่างเน้นนุ่มนวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาพร้อมกับล้อขนาด 19 นิ้วและยางแก้มหนา 255/50 ทั้งสี่ล้อ

การขับขี่ในเมือง: ขนาดกำลังดี เด่นที่ระบบช่วยจอด

Zeekr 7X มีมิติตัวถังใกล้เคียงกับรถในคลาสเดียวกัน ยกเว้น IM6 ที่ใหญ่กว่าคันอื่นเล็กน้อย ความยาวรวมที่เกือบ 4.8 เมตร ช่วยให้ยังคงขับขี่ได้คล่องแคล่วในเมือง

จุดเด่นแรกของการใช้งานในเมือง หนีไม่พ้นเรื่องการตอบสนองสุภาพเช่นเดิม จากการลองขับของ Torque Thailand แบบใช้งานจริงช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ที่การจราจรเป็นแบบเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่งเกือบตลอดเส้นทาง พบว่าน่าประทับใจมาก เพราะเร่งและเบรกได้นุ่มนวลมาก

อีกจุดเด่นคือระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่เรียกใช้งานง่าย และทำการจอดได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ จุดที่เราตำหนิเล็กน้อยคือเหลือระยะห่างท้ายรถมากไปหน่อย ซึ่งน่าจะเป็นเพราะระบบเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับเปิดฝาท้าย ส่วนอีกระบบที่หลายคนชื่นชอบคือการควบคุมรถขยับออกจากช่องจอดด้วยมือถือ ซึ่งทำงานได้ดีเช่นกัน

Zeekr 7X หน้าตรงแสดงมิติตัวถังที่ใกล้เคียงกับรถในคลาสเดียวกัน

Zeekr 7X ท้ายเฉียงสะท้อนการทำงานของระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่จอดได้รวดเร็วแต่เหลือระยะห่างท้ายรถมาก
ตัวถังกว้าง 2.1 เมตร (รวมกระจกข้าง) อาจไม่คล่องนักในทางแคบ แต่ด้วยความยาวตัวถังไม่ถึง 4.8 เมตร ส่งให้ 7X ยังคงคล่องแคล่วสำหรับการขับขี่ในเมือง นอกจากนั้น ยังจอดง่ายด้วยระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ทำงานได้แม่นยำและรวดเร็ว

ดีไซน์ภายนอก: ใต้ท้องสูง แอโรไดนามิกส์ดี

7X มีความยาวฐานล้อ 2,900 มม. ซึ่งใกล้เคียงกับคู่แข่งส่วนใหญ่ในคลาส ส่วนความสูงใต้ท้องที่ 172 มม. ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งบนและนอกถนน ตลอดจนลุยน้ำท่วม ซึ่งช่วงที่ Torque Thailand นำรถคันนี้มาทดสอบ เป็นช่วงเดียวกับที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ จึงมีโอกาสได้ขับลุยน้ำลึกระดับเสมอฟุตบาทและพบว่า สามารถลุยน้ำได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ ตามมาหลังจากนั้น

การออกแบบด้านแอโรไดนามิกส์ก็ทำได้ดีเช่นกัน เห็นได้ชัดจากการขับขี่ด้วยความเร็วซึ่งมีเสียงลมปะทะเบามากทั้งบริเวณเสา A, กระจกมองข้าง และบนหลังคา เช่นเดียวกับทัศนวิสัยรอบด้านที่ชัดเจน มีเพียงกระจกหลังที่แม้จะไม่แคบแต่ก็ไม่ได้กว้างขวางจนมองเห็นชัดเจนครอบคลุมนัก

Zeekr 7X หน้าเฉียงแสดงภาพรวมรุ่นย่อย Standard RWD, Long Range RWD และ Performance AWD

Zeekr 7X ท้ายตรงแสดงการออกแบบแอโรไดนามิกส์ที่มีเสียงลมปะทะเบาและทัศนวิสัยจากกระจกหลัง

มือเปิดประตูแบบแนบกับตัวรถของ Zeekr 7X ที่จะยื่นออกมาอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกเพื่อลดแรงต้านอากาศ
ตัวถังของ Zeekr 7X ออกแบบที่สตูดิโอในโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน (เมืองเดียวกับ Headquater ของ Volvo) มีฐานล้อยาว 2,900 มม. จึงได้พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวาง นอกจากนั้น ด้วยความโค้งมนของตัวรถประกอบกับการใช้ชิ้นส่วนที่แนบ และ/หรือ เรียบเนียนต่อเนื่องกับตัวถัง จนได้ค่าสัมประสทิธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.247cd ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ รถจึงมีเสียงลมปะทะเข้ามาในห้องโดยสารไม่มากนัก

ชุดไฟหน้าแบบ Full LED ของ Zeekr 7X พร้อมไฟ DRL ที่ทำหน้าที่เป็นไฟเลี้ยวแบบ Sequential ในตัว

จอแสดงผลส่วนกลางของ Zeekr 7X แสดงเมนูการเลือกโหมดการแสดงไฟรูปแบบต่างๆ

ชุดไฟท้ายแบบ Full LED ดีไซน์เพรียวบางของ Zeekr 7X
ชุดไฟหน้าและไฟท้ายเป็นเส้นคาดแนวนอน มาพร้อมโหมดแสดงไฟรูปแบบต่างๆ ให้เลือก

ห้องโดยสาร: เบาะหลังปรับไฟฟ้า ภายในกว้าง

สิ่งที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือเบาะนั่ง โดยเบาะคู่หน้าให้การปรับ 14 จุด พร้อมโหมดนวดและจดจำตำแหน่ง มาทั้งผู้ขับและผู้นั่ง ตัวเบาะมีขนาดใหญ่และระดับความนุ่มกำลังดี จึงนั่งนานๆ ได้โดยไม่รู้สึกเมื่อย แต่ถ้าคุณอยากได้สัมผัสเหมือนนั่งโซฟา ดีไซน์เบาะของ IM6 จะได้เปรียบกว่า ทว่าต้องแลกกับความนุ่มนิ่มที่นั่งนานอาจเมื่อยได้ ทั้งยังไม่กระชับลำตัวอีกด้วย

เบาะหลังคือไฮไลต์ของภายในห้องโดยสาร Zeekr 7X เพราะเป็นแบบปรับพนักพิงด้วยไฟฟ้า จึงปรับเอนได้ละเอียดกว่าแบบกลไก นอกจากนั้น ยังมีพื้นที่กว้างขวางและจัดวางตำแหน่งให้มองเห็นภายนอกได้ชัด ช่วยลดอาการเมารถได้มากทีเดียว

เรื่องที่คุณต้องพิจารณาเมื่อเป็นรถไฟฟ้าจากจีนคือ การต้องควบคุมแทบทุกอย่างจากหน้าจอ และเมนูย่อยที่ใส่มาให้เยอะจนต้องใช้เวลากับแต่ละฟีเจอร์ค่อนข้างมาก ดังนั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของคุณว่าเหล่านี้คือความหวือหวาไฮเทค หรือเรื่องไร้สาระ

ภาพมุมกว้างแดชบอร์ดและห้องโดยสารกว้างขวางของ Zeekr 7X สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง

ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) ความจุ 66 ลิตรของ Zeekr 7X สำหรับเก็บสายชาร์จและสิ่งของขนาดเล็ก

ห้องเก็บของท้ายรถความจุ 539 ลิตรของ Zeekr 7X ซึ่งขยายได้ถึง 1,978 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง

พื้นที่ใต้ห้องเก็บของท้ายรถ Zeekr 7X ออกแบบเป็นช่องเก็บของ 2 ระดับความลึก
ห้องโดยสารดีไซน์แบบไม่ต้องคิดมาก มีพื้นที่โดยรวมกว้างขวางทั้งสำหรับผู้โดยสารหน้าและหลัง ตลอดจนพื้นที่เก็บสัมภาระเหลือเฟือ โดย Frunk จุสูงสุด 66 ลิตร ส่วนท้ายรถจุ 539 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,978 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังร่วมด้วย

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 14 จุดพร้อมระบบนวดและบันทึกตำแหน่งหุ้มหนังสังเคราะห์ของ Zeekr 7X

เมนูการปรับเบาะหน้าผ่านจอแสดงผลส่วนกลางของ Zeekr 7X
เบาะคู่หน้าแบบปรับไฟฟ้า 14 จุด พร้อมระบบนวดและระบบบันทึกตำแหน่ง เหมือนกันทั้งสองตัว ตัวเบาะหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ มีขนาดใหญ่ นั่งสบาย และจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม

เบาะหลังปรับไฟฟ้าของ Zeekr 7X ที่มีพื้นที่ Legroom และ Headroom กว้างขวาง

ปุ่มปรับพนักพิงเบาะหลังด้วยระบบไฟฟ้าบริเวณข้างเบาะรองนั่งฝั่งขวาของ Zeekr 7X

สวิตช์ปรับพนักพิงและเลื่อนเบาะหลังขวาบนที่วางแขนประตูหลังของ Zeekr 7X
เบาะหลังมี Legroom และ Headroom เหลือเฟือสำหรับคนตัวสูงๆ พนักพิงปรับระดับด้วยไฟฟ้าผ่านปุ่มข้างเบาะและ/หรือจากสวิตช์บริเวณที่วางแขน

จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 13 นิ้วของ Zeekr 7X สำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่

จอแสดงผลส่วนกลางระบบสัมผัสขนาด 16 นิ้วของ Zeekr 7X เป็นศูนย์รวมควบคุมฟีเจอร์ของรถ

แผงปุ่มควบคุมลัด (Shortcut) ใต้จอแสดงผลส่วนกลางของ Zeekr 7X สำหรับควบคุมเพลงและเลือกโหมด
จอแสดงผลสำหรับผู้ขับมีขนาด 13 นิ้ว ดีไซน์ชวนนึกถึงจอของ Porsche ส่วนจอแสดงผลกลางมีขนาดใหญ่ถึง 16 นิ้ว ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมการควบคุมฟีเจอร์ต่างๆ ของรถเกือบทั้งหมด ส่วนปุ่มด้านล่างเป็น Shortcut สำหรับควบคุมการเล่นเพลง, เลือกโหมด และอื่นๆ

หน้าจอแสดงผลส่วนกลางรวมไอคอนเมนูฟีเจอร์ต่างๆ และเมนูย่อยของ Zeekr 7X

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงโหมดการใช้งานขณะจอดของ Zeekr 7X เช่น โหมดสัตว์เลี้ยงและโหมดตั้งแคมป์

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูระบบผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงของ Zeekr 7X เพื่อลดการละสายตาจากถนน

แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger) กำลังไฟ 50 วัตต์บนคอนโซลกลางของ Zeekr 7X
มีอะไรมากมายให้คุณได้กดและดำดิ่งเข้าไปในเมนูย่อยของแต่ละฟีเจอร์ นอกจากนั้น ก็มีลูกเล่นต่างๆ ตามสไตล์จีน อาทิ โหมดสำหรับเลือกใช้ขณะจอดรถ, ระบบสั่งการด้วยเสียง เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีมาให้ครบถ้วนและรองรับการใช้งานทั่วไปได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือขณะขับขี่ของ Zeekr 7X

กล้องระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) บนกระจกหน้าของ Zeekr 7X ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ Zeekr AD

กล้องข้างซุ้มล้อหน้าของ Zeekr 7X สำหรับตรวจจับรถด้านข้างเพื่อแจ้งเตือนระบบ Blind Spot Warning

กล้องบริเวณฐานกระจกมองข้างของ Zeekr 7X สำหรับตรวจจับวัตถุด้านข้างเพื่อประมวลผลภาพรอบคันและช่วยจอดอัตโนมัติ
ระบบความปลอดภัยติดตั้งมาให้ครบครัน ใช้ฮาร์ดแวร์พื้นฐาน Zeekr AD ในการควบคุมทั้งกล้อง HD 11 ตัว, เราดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว และเซนเซอร์อัลตราโซนิกอีก 12 ตัว

ฟันธง – Zeekr 7X Standard RWD น่าซื้อมั้ย?

น่าซื้อหากคุณกำลังมองหา SUV ไฟฟ้า โดยจำกัดงบไว้ไม่เกิน 1.4 ล้าน สำหรับใช้งานแบบ “1 คัน ชอบทั้งครอบครัว” เนื่องจาก Zeekr 7X Standard RWD ให้การตอบสนองที่กำลังดี แรงพอตัวสำหรับพ่อบ้าน แต่ก็ยังสุภาพนุ่มนวลสำหรับแม่บ้านที่อาจกังวลเรื่องความกระชากของรถไฟฟ้า บวกกับพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและเบาะหลังปรับไฟฟ้าที่ต้องถูกใจเด็กๆ แน่นอน

แต่ในแง่ของความคุ้มค่า เราแนะนำให้เพิ่ม 2 แสนเพื่อเกรด Long Range RWD ที่เป็น Sweet Spot เพราะวิ่งได้ไกลถึง 730 กม. NEDC (ราว 620 กม. WLTP) เมื่อเทียบกับเกรดเริ่มต้นที่วิ่งได้ระยะทางน้อยกว่ามาก ส่วนเกรดสูงสุด มอเตอร์คู่ เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ต่ำกว่า 4 วินาที คงไม่มีครอบครัวไหนจำเป็นต้องรีบขนาดนั้น ทั้งยังวิ่งได้น้อยกว่าเช่นกัน

SPECIFICATIONS: ZEEKR 7X STANDARD RWD (2025)

https://www.zeekrlife.com/th-th/models/7x

Price

  • 1,399,000 Baht

Powertrain

  • 75kWh LFP Battery, Single e-motor
  • 416ps
  • 440Nm

Transmission

  • Single-speed Automatic
  • Rear-wheel drive

Performance

  • 0sec 0-100km/h
  • 210km/h top speed
  • 5kWh/100km, 483km range (at test, fully charged), 566km max range (NEDC, Eco Sticker)

Weight

  • 2395kg

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Zeekr 7X Standard RWD (2025)

ข้อดี ข้อเสีย ของ Zeekr 7X Standard RWD มีอะไรบ้าง?

Zeekr 7X Standard RWD เป็น SUV ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวที่โดดเด่นเรื่องห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ชาร์จไว และขับขี่นุ่มนวล แต่ไม่เหมาะกับสายซิ่งที่ชอบความสปอร์ตกระชากใจ

สรุปจุดเด่น

  • เบาะหลังนั่งสบาย
  • ชาร์จไว
  • ขับขี่นุ่มนวล

สรุปจุดด้อย

  • ไม่ตอบโจทย์สายสปอร์ต
  • พึ่งพาจอเป็นหลัก
  • ช่วงล่างหลังค่อนข้างแข็ง

คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ Zeekr 7X รุ่นเริ่มต้น

คุ้มค่าหากคุณต้องการรถ SUV พลังงานไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ในงบไม่เกิน 1.4 ล้าน เพราะให้ทั้งห้องโดยสารที่กว้างขวาง โดยเฉพาะเบาะหลังที่ปรับเอนด้วยไฟฟ้าและนั่งสบาย สมรรถนะการขับขี่ปรับเซ็ตมาแบบสุขุมนุ่มนวล ไม่กระชากจนทำให้ผู้โดยสารเมารถ แบตเตอรี่อึด ชาร์จไฟได้รวดเร็ว และให้ระยะทางขับขี่จริงถึงกว่า 480 กม.

อย่างไรก็ตาม รถคันนี้อาจไม่เหมาะกับสายซิ่งที่ชอบคันเร่งติดเท้า การตอบสนองทันใจ หรือคนที่ไม่อุ่นใจกับการควบคุมฟังก์ชันเกือบทั้งหมดผ่านหน้าจอ

2025 Zeekr 7X Standard RWD ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?

จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า 7X Standard RWD มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบปกติ 15.5 kWh/100 กม. ขับใช้งานได้ 483 กม. (ชาร์จเต็ม 100%) รองรับการชาร์จ DC สูงสุดถึง 450kW พร้อมรองรับการชาร์จ AC สูงสุดที่ 22kW

Zeekr 7X ราคาเท่าไหร่?

7X ใหม่ มี 3 เกรดย่อย คือ Standard RWD, Long Range RWD และ Performance AWD ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 1,399,000 บาท, 1599,000 และ 1,799,000 บาท ตามลำดับ

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

คู่แข่งของ Zeekr 7X Long Range RWD คือ EV สไตล์ SUV ขนาดกลางด้วยกัน อาทิ

  • MG IM6 Premium 2WD ราคา 1,399,900 บาท – 295 แรงม้า / 450 นิวตันเมตร / ขับเคลื่อนล้อหลัง / 550 กม. NEDC
  • Xpeng G6 Long Range RWD ราคา 1,439,000 บาท – 296 แรงม้า / 440 นิวตันเมตร / ขับเคลื่อนล้อหลัง / 600 กม. NEDC

มีการรับประกันหรือไม่?

Zeekr 7X ใหม่ รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?

ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทั้งสองรูปแบบ

  • การใช้งานในเมือง: ความยาวตัวรถเกือบ 4.8 เมตร ช่วยให้ขับขี่คล่องตัว จุดเด่นคือการคุมคันเร่งและเบรกช่วงจราจรติดขัดสลับหยุดนิ่งได้อย่างนุ่มนวล ไม่กระตุก นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ใช้งานง่าย จอดได้รวดเร็วแม่นยำ รวมถึงระบบสั่งงานขยับรถออกจากช่องจอดด้วยมือถือ
  • การใช้งานนอกเมือง: ให้ความผ่อนคลายและควบคุมได้อย่างมั่นใจ การตอบสนองของคันเร่ง พวงมาลัยที่ไม่ไวเกินไป และช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดีเมื่อมีผู้โดยสาร ทำให้การเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งกว้างๆ ที่ความเร็วเดินทาง 120–140 กม./ชม. มีความมั่นคง ตัวรถเอียงอย่างเป็นธรรมชาติและรับมือได้ดี อีกทั้งความสูงใต้ท้องรถ 172 มม. ยังเพียงพอให้ขับลุยน้ำท่วมขังระดับเสมอฟุตบาทได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีปัญหาตามมา

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับใช้งานจริง
  • ระยะเวลารวม: 3 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 268 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, ชลบุรี

Check Also

Toyota Land Cruiser FJ ใหม่ รุ่นปี 2026 รถเต็มคันมุมหน้าขวา ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 1,269,000 บาท

รีวิว Toyota Land Cruiser FJ 2026 ขับจริง 602.3 กม. ลุยออฟโรดเด่น อัตราสิ้นเปลืองจริง 9.0 กม./ลิตร

TOYOTA LAND CRUISER FJ (2026) รีวิว: ไม่คุ้มค่า แต่น่าซื้อ! FJ ใหม่ คือ Toyota GT86 ในเวอร์ชั่นออฟโรด สรุปสั้นๆ: …