Breaking News

รีวิว Mazda6e Exclusive 2026 ดีไซน์สวย ขับสบาย แต่ยังเป็น Mazda แบบเดิมหรือไม่?

Mazda6e ขณะขับขี่แสดงด้านหน้าเฉียง โดยพละกำลังที่ 258 แรงม้า และ 290 นิวตันเมตร เพียงพอสำหรับการออกตัวและเร่งแซงในทุกย่านความเร็ว

MAZDA6e (2026) รีวิว: เป็นรถที่ดี แต่ยังไม่ใช่ Mazda ที่เราเคยรัก

สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque

6e มีภาพลักษณ์ตรงตามตำรา Mazd.a ทุกประการ แต่ขาดความเป็นรถแฮนด์ลิงดี ขับสนุก ตลอดจนจุดเด่นเรื่องใช้งานง่ายจากการจัดวางปุ่มและสวิตช์ต่างๆ แบบแทบไม่ต้องละสายตาจากถนนเลย สิ่งที่มาทดแทนคือความเป็น “รถจีนชัดๆ” ทั้งการบังคับควบคุมและการพึ่งพาจอเป็นหลัก Mazda6e จึงได้เปรียบรถจีนเพียงเพราะชื่อแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยกว่า ในขณะที่ไส้ในไม่ต่างนัก ทั้งเทคโนโลยีโอเวอร์โหลด, พวงมาลัยที่ไม่คมเท่า และช่วงล่างนุ่มนิ่มกว่า แม้จะดีกว่าต้นฉบับ หากคุณชื่นชอบดีไซน์สไตล์ Mazda นี่คือรถที่สวยที่สุดของพวกเขา หากคุณอยากได้ความหวือหวาและเน้นขับนิ่มๆ ช้าๆ แบบรถจีน ทว่ามั่นใจในแบรนด์ได้มากกว่า นี่คือรถของคุณเช่นกัน แต่ถ้าคุณรักแบรนด์นี้เพราะเสน่ห์ด้านอรรถรสการขับขี่ 6e อาจทำให้คุณผิดหวังได้ครับ

Torque’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

7 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

7 / 10

ความอรรถประโยชน์

7 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

6 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

8 / 10

ควรซื้อ…

ถ้าคุณรอรถ EV แบรนด์ญี่ปุ่นที่มีทุกอย่างเหมือนรถจีน ทั้งความหวือหวาและราคาเข้าถึงง่าย Mazda6e ตอบโจทย์อย่างยิ่ง นอกจากนั้น วัสดุในห้องโดยสารยังมีคุณภาพดีเกินราคาไปมากอีกด้วย

ไม่ควรซื้อ…

ถ้าคุณคือแฟนพันธุ์แท้ของ Mazda ที่เน้นคุณภาพการขับขี่และใช้งานง่าย เพราะ 6e ไม่มีเอกลักษณ์ที่แข็งแกร่งเหล่านั้นอยู่เลย

เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยากได้รถ EV ญี่ปุ่น เทคโนโลยีจัดเต็ม
  • คนที่มีผู้ใหญ่นั่งเบาะหลังเป็นประจำ
  • เน้นขับเรื่อยๆ สั่นสะเทือนน้อย

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่ชอบแฮนด์ลิงคมๆ ควบคุมมั่นใจ
  • ไม่ถนัดการควบคุมทุกอย่างผ่านจอ
  • คนที่ชอบห้องโดยสารเงียบกริบ เก็บเสียงดีขั้นสุด

สมรรถนะและการขับขี่

กระฉับกระเฉงตามประสารถไฟฟ้า ช่วงล่างนุ่มนิ่มขับสบายทั้งในและนอกเมือง แต่แฮนด์ลิงไม่คม

พละกำลัง: เหลือเฟือสำหรับใช้งานทั่วไป

ตัวเลข 258 แรงม้า และ 290 นิวตันเมตร ไม่น่าตื่นเต้นนักในกลุ่มรถไฟฟ้า แต่ก็เพียงพอสำหรับการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นขณะออกตัวหรือเร่งแซงในทุกย่านความเร็ว ต้องขอบคุณ Instant Torque ที่เป็นจุดเด่นของรถประเภทนี้ Mazda6e ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 7.9 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 175 กม./ชม. ทว่าในการใช้งานจริงกลับให้ความรู้สึกว่ามันแรงกว่านั้น ถึงจะไม่ดึงแบบหลังติดเบาะก็ตาม

ตัวอักษร 6e บนฝาท้ายของ Mazda6e ซึ่งมีจำหน่าย 2 เกรด คือ Premium และ Exclusive
Mazda6e ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ติดตั้งไว้บริเวณล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Single-speed และขับเคลื่อนล้อหลัง มีอัตราส่วนน้ำหนักหน้าและหลังอยู่ที่ 47:53

การชาร์จและระยะทางที่วิ่งได้: ชาร์จ DC แรงระดับหัวแถว วิ่งไกล 500 กม.+

จุดเด่นคือ Mazda6e รองรับการชาร์จ DC ที่กำลังไฟสูงสุดถึง 194kW ทำให้ชาร์จจาก 10-80% ได้เร็วสุดที่ 24 นาที มาพร้อมกับแบตเตอรี่ HV ใหญ่ถึง 77.9kWh ช่วยให้รถมีระยะทางวิ่ง/ชาร์จ ไกลกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกันส่วนใหญ่

จากการทดลองใช้จริงของ Torque Thailand พบว่า เมื่อชาร์จเต็ม 100% รถแสดงระยะทางที่วิ่งได้บนหน้าจอที่ 498 กม. แต่เมื่อขับขี่จริง ทั้งการใช้งานในเมืองและขับด้วยความเร็วเฉลี่ย 120 กม./ชม. บนมอเตอร์เวย์ พบว่าเมื่อแบตเตอรีเหลือ 54% ยังสามารถวิ่งต่อได้ 265 กม. และมีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ย 15.5 kWh/100 กม.

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงพลังงานแบตเตอรี HV ของ Mazda6e ที่ติดตั้งใต้ท้องรถความจุ 77.9kWh

ช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี HV ของ Mazda6e รองรับ DC สูงสุด 194kW และ AC 11kW
แบตเตอรี HV ติดตั้งไว้ใต้ท้องรถ มีความจุ 77.9kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 560 กม. WLTP (หรือ 654 กม. NEDC) รองรับกำลังไฟ DC สูงสุด 194kW สามารถชาร์จาก 10-80% ได้ใน 24 นาที และจาก 30-80% ใน 15 นาที ส่วน AC รองรับ 11kW ชาร์จจาก 0-100% ใช้เวลา 7 ชั่วโมง 53 นาที โดยประมาณ

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: พอไหว แต่ยังขาดความ “คม” แบบ Mazda ไป

โดยภาพรวมแล้ว 6e ให้การบังคับควบคุมที่ดีในระดับ “เอาอยู่” เมื่อขับขี่แบบสปอร์ตบนถนนคดเคี้ยวจากการกระจายน้ำหนักหน้าหลังที่เกือบจะเท่ากัน ซึ่งเป็นข้อดีของการวางมอเตอร์ไว้ที่เพลาหลัง ส่งให้รถเกาะถนนและเข้าโค้งได้โดยไม่มีการลื่นไถลจนถึงขั้นที่ระบบควบคุมต้องแทรกแซง

มันเป็นรถที่โอเคหากคุณไม่อัดมันอย่างบ้าคลั่งแบบที่เคยทำกับ Mazda คันอื่นๆ ของคุณ (ยกเว้น BT-50 ไว้คันหนึ่ง) ปัญหาของ 6e คือมันขาด “รสชาติแบบ Mazda” ไป และถูกแทนที่ด้วยสัมผัสสังเคราะห์ของรถจีน ทั้งพวงมาลัยน้ำหนักเบา, ไว, ไม่สื่อสาร เรื่อยไปถึงช่วงล่างที่นุ่มนิ่มต่างจาก Mazda ที่เราคุ้นเคยว่าต้องแน่นๆ หน่อย ส่งให้อรรถรสการบังคับควบคุมไม่เฉียบคมเท่าที่เราคาดหวังว่าจะได้รับเมื่อขับขี่รถของพวกเขา แฮนด์ลิ่งคือสิ่งที่ Mazda แทบไม่เคยทำให้ผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นรถราคาถูกอย่าง Mazda 2 ไปจนถึง CX-8 รถ SUV คันโตก็ตาม

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูเลือกโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบของ Mazda6e ได้แก่ Normal, Sport และ Individual
มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Normal / Sport / Individual ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ละเอียดทั้งความแรงของอัตราเร่ง, การรีเจนฯ, การตอบสนองของเบรก และน้ำหนักพวงมาลัย
สปอยเลอร์แบบแอคทีฟบนฝาท้ายของ Mazda6e ที่จะยกตัวขึ้นเมื่อความเร็วมากกว่า 90 กม./ชม. หรือใช้โหมด Sport
สปอยเลอร์แบบแอคทีฟ จะยกตัวขึ้นเมื่อความเร็วมากกว่า 90 กม./ชม. หรือใช้โหมด Sport เป็นอีกลูกเล่นที่ไม่ค่อยมีให้เห็นนักในรถระดับราคานี้
ภาพมุมกว้างแสดงพวงมาลัยและระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าของ Mazda6e
ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าน้ำหนักเบาและตอบสนองไวเกินไป ทั้งยังสื่อสารความเป็นไปของล้อหน้ามาสู่มือได้ไม่ดีนัก

การขับขี่นอกเมือง: ตอบโจทย์สายขับทางไกล

ไม่เพียงแบตเตอรี่ความจุเยอะเท่านั้น แต่ Mazda6e ยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเดินทางปกติ ด้วยช่วงล่างที่นิ่มกว่า Mazda ขนานแท้อย่างสัมผัสได้ชัด สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะวิ่งผ่านทางขรุขระหรือรอยต่อถนนได้หมดจด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการโคลงเคลงในบางสถานการณ์ เช่น เปลี่ยนเลนไปมา, เข้าโค้งสลับ หรือการยืดและยุบตัวอย่างมากเมื่อขึ้นลงสะพาน ส่วนอัตราเร่งก็เหลือเฟือสำหรับการแซง เช่นเดียวกับแรงบิดที่ขึ้นทางชันๆ ได้สบาย

จุดที่ต้องพิจารณาคือการเก็บเสียง แม้ในภาพรวมจะลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้มาก และมีเสียงลมให้ได้ยินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแม้ขับที่ความเร็ว 120 กม./ชม. แต่ก็มีเสียงรถรอบๆ ดังเข้ามาจากกระจกหน้าต่างพอสมควร ดังนั้น หากคุณให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ควรนำรถรุ่นอื่น อาทิ Honda e:N2 ซึ่งใช้กระจกหน้าต่างสองชั้น มาพิจารณาร่วมด้วยก่อนตัดสินใจ

Mazda6e ขณะขับขี่แสดงมุมมองด้านท้ายตรง โดยให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเดินทางปกติและดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูการปรับแต่งระบบ Head-up Display ของ Mazda6e
การใช้แบตเตอรีขนาดใหญ่ส่งให้ 6e วิ่งได้ไกลถึงกว่า 500 กม. เมื่อรวมกับช่วงล่างที่เน้นนิ่มและห้องโดยสารกว้างนั่งได้สี่คนสบายๆ บวกกับระบบ HUD ที่แสดงข้อมูลได้ครบถ้วนโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รถรุ่นนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เดินทางไกลเป็นประจำ

การขับขี่ในเมือง: คันใหญ่ แต่ยังขับง่าย

ตัวถังของ Mazda6e ยาวเกือบ 5 เมตร นับว่ายาวมากในกลุ่มซีดานขนาดกลาง แต่ก็ยังเป็นขนาดที่สามารถขับขี่ในเมืองได้คล่องแคล่ว กล้องรอบคันมีความคมชัดสูงช่วยให้มองเห็นทุกมุมมอง ทั้งยังจอดง่ายด้วยระบบช่วยจอดอัตโนมัติ

จากการขับใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า ช่วงล่างนุ่มนิ่มส่งให้ขับขี่ผ่านช่วงถนนขรุขระ, ฝาท่อ, รอยต่อถนน หรือแม้แต่ “รูด” ข้ามลูกระนาด ได้สบายที่ความเร็วต่ำ พวงมาลัยน้ำหนักเบาจึงซอกแซกหรือกลับรถในที่แคบๆ ได้เบามือมาก ส่วนอัตราเร่งก็กระฉับกระเฉงอย่างที่คุณคาดหวังว่าจะได้จากรถยนต์ไฟฟ้าทุกประการ

เบาะหน้าจัดวางไว้สูงจึงได้ทัศนวิสัยชัดเจนขณะขับขี่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยท่าขับที่ไม่กระชับนัก และคนตัวสูงกว่า 180 ซม. จะเหลือ Headroom น้อยมาก อีกจุดที่ควรพิจารณาคือกระจกบานหลังแคบ และยิ่งแคบไปอีกเมื่อสปอยเลอร์ท้ายยกตัวขึ้น ทำให้มุมมองจากกระจกมองหลังในรถไม่ดีนัก นอกจากนั้น ก็มีปัญหาเรื่องเสียงจากสภาพแวดล้อมดังเข้ามาให้ได้ยินผ่านกระจกรอบคัน ดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้

ล้อหน้าแอโรฯ ขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 245/45 ของ Mazda6e
ให้ล้อแอโรฯ ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 245/45 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท หลังอิสระมัลติลิงก์ เซ็ตมานิ่มจึงขดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีที่ความเร็วต่ำ แต่ต้องรับให้ได้ว่าขับเร็วหรือเข้าโค้งแรงๆ รถมีการโคลงเคลงมากกว่าปกติ

ดีไซน์ภายนอก: ต้องยอมรับในความงดงาม

หากติดตามรีวิวจาก Torque Thailand เป็นประจำ คงทราบดีว่าเราจะไม่กล่าวถึงหรือตัดสินรถส่วนใหญ่ว่าสวยหรือไม่ (ทั้งภายนอกและภายใน) เนื่องจากเหล่านี้เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว ส่วนการวิเคราะห์โดยใช้หลักการออกแบบมาอธิบายก็ดูจะเป็นเรื่องหยุมหยิมไปหน่อย

แต่สำหรับ 6e ต้องขอฉีกกฏเหล็กดังกล่าว… เราชอบดีไซน์ที่งดงามทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งยังมีสัดส่วน (Proportion) ใกล้เคียงทฤษฎีของการดีไซน์รถต้นแบบมาก ซึ่งแทบไม่มีรถตลาดคันไหนกล้าทำแบบนี้เนื่องจากอุปสรรค อาทิ ความสะดวกในการผลิตจำนวนมาก, ความเหมาะสมกับการใช้งานจริง, ข้อกำหนดและกฏหมายควบคุมที่เข้มงวด ของหลายประเทศ ส่งให้ผู้ผลิตส่วนใหญ่เลือกที่จะปรับสัดส่วนเพื่อเลี่ยงปัญหาเหล่านี้

อีกจุดที่ออกแบบมาอย่างดีคือฝาท้ายที่เป็นชิ้นเดียวถึงกระจกหลัง จึงเปิดออกได้กว้างแบบรถท้ายลาด (Fastback) ช่วยให้นำสัมภาระเข้าออกได้สะดวกมาก

Mazda6e แสดงตัวรถเต็มคันมุมหน้าเฉียง โดยส่วนหน้ารถเน้นเส้นสายและดีไซน์ที่เป็นภาษาเฉพาะตัวของ Mazda

Mazda6e แสดงตัวรถเต็มคันมุมท้ายเฉียง เผยเส้นโค้งด้านข้างที่ได้แรงบันดาลใจจากละอองน้ำของ Speedboat
สัดส่วนดูราวกับคอนเซปต์คาร์ พร้อมเส้นสายและดีไซน์ที่เป็นภาษาเฉพาะตัวของ Mazda ปรากฎเด่นชัดทุกอณูของตัวรถ โดยเฉพาะด้านข้างของรถที่เห็นเป็นเส้นโค้งจากหลังซุ้มล้อหน้าลงสู่ประตูหลัง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากละอองน้ำที่เกิดขึ้นของ Speedboat ช่วยเน้นย้ำสไตล์แบบที่เราเคยเห็นในรถตระกูล CX ส่วนท้ายรถใช้หลังคาทรงลาดและท้ายตัดแบบ Fastback จึงเปิดฝาท้ายออกได้เต็มพื้นที่ด้านหลัง

Mazda6e แสดงตัวรถเต็มคันมุมหน้าตรง พร้อมกระจังหน้าแบบปิดทึบและไฟเรืองแสงแสดงสถานะเมื่อล็อก/ปลดล็อกรถ

ช่องรับอากาศที่ด้านข้างกันชนหน้าของ Mazda6e สำหรับสร้างม่านอากาศที่ล้อหน้า
ส่วนหน้ารถเน้นรูปทรงและเส้นสายแบบเฉียบคม กระจังหน้าแบบปิดทึบมาพร้อมไฟเรืองแสงที่สามารถแสดงลูกเล่นแบบไดนามิกส์ได้เมื่อ ล็อก/ปลดล็อก รถ และแสดงสถานะการชาร์จได้ ด้านในของส่วนกลางกันชนเป็นบาดเกล็ดเปิดปิดอัตโนมัติส่วนด้านข้างมีช่องรับลมไปสร้างม่านอากาศที่ล้อหน้า

ชุดโคมไฟ DRL และไฟเลี้ยวด้านหน้าทรงเพรียวบางของ Mazda6e

ชุดโคมไฟหน้าหลักแบบ LED ที่ติดตั้งไว้ข้างกระจังหน้าของ Mazda6e
ชุดไฟหน้าแยกเป็นสองส่วน คือชุด DRL และไฟเลี้ยวที่กรอบด้านบนรูปทรงเพรียวบาง ส่วนไฟหลักติดตั้งไว้ข้างกระจังหน้า

Mazda6e แสดงตัวรถเต็มคันมุมท้ายตรง มีด้านท้ายตัดตรงและฝาท้ายเปิดกว้างแบบ Fastback

ตัวอักษร MAZDA รูปแบบใหม่บนฝาท้ายของ Mazda6e

ชุดไฟท้ายทรงกระบอกพร้อมแถบไฟแนวนอนพาดยาวตลอดความกว้างรถของ Mazda6e
ด้านท้ายตัดตรงทำให้ดูมีขนาดหนาใหญ่คล้าย SUV มาพร้อมอักษร “M A Z D A” ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่แทนการใช้โลโก้แบบปกติ ชุดไฟท้ายที่เป็นทรงกระบอกใช้แถบไฟแนวนอนพาดยาวตลอดความกว้างรถเพื่อสร้างความต่อเนื่องและตัดความหนาของท้ายรถ โดยด้านบนของแถบไฟเป็นแพตเทิร์นข้าวหลามตัด สอดคล้องกับกระจังหน้าและลวดลายบนเบาะในห้องโดยสาร

ห้องโดยสาร: หรูหรา เรียบง่าย ไฮเทค

เช่นเดียวกับตัวถังภายนอก ห้องโดยสารของ Mazda6e ก็สวยงามและให้ความรู้สึก “แพง” ด้วยวัสดุคุณภาพดี เมื่อรวมกับการใช้หนัง Nappa สลับ Suede สีแทนในเกรด Exclusive เหมือนคันทดสอบของเรา ยิ่งเสริมให้ภายในดูหรูหราทั้งยังดูโปร่งสบายยิ่งขึ้นอีกด้วย

เบาะทั้งหน้าและหลังนั่งสบายมากๆ จัดวางไว้ค่อนข้างสูงเนื่องจากถูกเบียดเบียนโดยแบตเตอรี HV ใต้ท้องรถ แต่พื้นที่วางขาและเหนือศีรษะมีเหลือเฟือ นอกเสียจากคุณตัวสูง 180 ซม. ขึ้นไป

จากการพึ่งพาค่ายจีนทั้งหมด (ยกเว้นดีไซน์) จึงไม่น่าแปลกใจที่ 6e จะได้ลูกเล่นแพรวพราวติดมาเพียบ รวมถึงการควบคุมแทบทุกอย่างผ่านจอส่วนกลางด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหลายฟังก์ชั่นต้องดำดิ่งเข้าไปในเมนูย่อย ซึ่งก็แน่นอนอีกแหละครับว่า ยุ่งเหยิงวุ่นวายและยิบย่อยจนต้องจดจ่ออย่างมากเพียงเพื่อหาอะไรสักอย่าง… อย่างไรก็ตาม ระบบสั่งการด้วยเสียงนั้นยอดเยี่ยมมากเมื่อคุณเริ่มเข้าใจว่าต้องใช้คำสั่งสำหรับแต่ละฟีเจอร์อย่างไร ช่วยให้ไม่ต้องละสายตาหรือแวะจอดเพื่อทำเรื่องซึ่งรถทั่วไป (รวมถึง Mazda ส่วนใหญ่ “เคย”) ทำได้ง่ายๆ

นี่เป็นเรื่องปกติของรถจีนรวมถึงรถยุโรปใหม่ๆ บางรุ่น แต่เราขอตำหนิเป็นพิเศษกับ 6e (เพราะมันดันเป็นรถจาก Mazda) รถคันนี้ขาดเสน่ห์ด้าน “การใช้งานที่ง่ายดาย” ที่ Mazda สั่งสมชื่อเสียงมายาวนานและทำได้ดีเสมอมา ไปโดยสิ้นเชิง

ห้องโดยสารส่วนหน้ามุมกว้างของ Mazda6e ตกแต่งด้วยหนัง Nappa สลับ Suede สีแทนให้ความรู้สึกหรูหรา

พวงมาลัยไฟฟ้าหุ้มหนัง Nappa ประดับด้วยแถบสีโลหะแวววาวของ Mazda6e

Trim ตกแต่งข้างจอแสดงผลผู้ขับของ Mazda6e ที่ดึงเอารายละเอียดตัวถังภายนอกมาใส่ไว้อย่างแนบเนียน
ดีไซน์ห้องโดยสารน่าประทับใจ ทั้งยังให้ความรู้สึกสูงค่าและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นสีแทนเหมือนคันทดสอบของเรา ทั้งยังดึงเอารายละเอียดตัวถังภายนอกมาใส่ไว้ได้อย่างลงตัวและแนบเนียน อาทิ ลายข้าวหลามตัดบนเบาะ ดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้, แถบเส้นถี่ๆ ที่ข้างกรอบจอแสดงผลผู้ขับ, แท่นชาร์จ, ถาดวางของใต้คอนโซลกลาง ซึ่งเป็นแบบเดียวกับบนล้อและกันชนหลัง, แถบสีโลหะตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ตามส่วนต่างๆ เป็นโทนเดียวกับคิ้วตกแต่งรอบๆ ตัวถัง เป็นต้น

เบาะคู่หน้าของ Mazda6e ที่มีหมอนรองศีรษะเป็นชิ้นเดียวกับพนักพิงและปีกเบาะสูงกระชับ

อักษร MAZDA ที่ปั๊มบนพนักพิงเบาะหน้าเพื่อเพิ่มความรู้สึกพิเศษและหรูหรา

เบาะหลังของ Mazda6e ที่มีพื้นที่กว้างขวางและจัดวางไว้สูง
เบาะคู่หน้าใช้หมอนรองศีรษะเป็นชิ้นเดียวกับพนักพิง มีปีกเบาะสูงช่วยให้กระชับขณะขับขี่ ส่วนรองนั่งให้ความนุ่มนวลกำลังดี ตัวเบาะวางไว้สูงซึ่งดีสำหรับคนตัวเล็กแต่จะเหลือ Headroom น้อยหากตัวสูง ส่วนเบาะหลังมีพื้นที่กว้างขวาง, นั่งสบาย และจัดวางไว้สูงซึ่งไม่เหมาะกับคนตัวสูงๆ เช่นกัน

ช่องเก็บของด้านหน้าแบบ Frunk ใต้ฝากระโปรงหน้าของ Mazda6e ความจุ 32 ลิตร

ภาพโคลสอัพพื้นช่องเก็บของด้านหน้า Frunk ของ Mazda6e ที่สามารถเปิดออกเพื่อเก็บของเพิ่มด้านล่างได้
ช่องเก็บของด้านหน้าแบบ 2 ชั้น มีความจุ 32 ลิตร ส่วนห้องเก็บของท้ายรถขนาด 336 ลิตร สามารถพับเบาะหลังเพื่อเพิ่มเป็น 1,074 ลิตรได้ โดยสามารถใส่สัมภาระที่ยาวได้ถึงเกือบ 2 เมตรเลยทีเดียว

จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 10.2 นิ้วของ Mazda6e

จอแสดงผลส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้วของ Mazda6e สำหรับสั่งการฟีเจอร์เกือบทั้งหมดของรถ
จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่มีขนาด 10.2 นิ้ว บอกข้อมูลต่างๆ แบบเดียวกับที่แสดงบน HUD ส่วนจอแสดงผลส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว ฟีเจอร์เกือบทั้งหมดของรถต้องสั่งการผ่านหน้าจอนี้ จุดสังเกตคือ รูปแบบฟ้อนต์ที่ต่างกัน คือ จอผู้ขับเป็นฟ้อนต์สไตล์ Mazda เอง ส่วนจอกลางใช้ฟอนต์แบบที่เรามักเห็นในรถจีนส่วนใหญ่
จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูระบบปรับอากาศของ Mazda6e พร้อมระบบกรองฝุ่น PM2.5 และฟอกอากาศ
ระบบปรับอากาศต้องควบคุมผ่านหน้าจอเช่นกัน ยังดีที่ใช้การปรับทิศทางลมแบบปกติ (กลไก) มาพร้อมระบบกรองฝุ่น PM2.5, ระบบฟอกอากาศพร้อมสร้างไอออน นอกจากนั้นยังมีระบบทำความ ร้อน/เย็น ที่เบาะคู่หน้ามาให้ด้วย
จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูระบบสั่งการด้วยเสียงของ Mazda6e ที่ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถ
ระบบสั่งการด้วยเสียงทำงานได้ดีมาก สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ อาทิ ระบบปรับอากาศ, หน้าต่าง, การปรับเบาะที่นั่ง การล็อกประตู, Ambient Lighting, ระบบเครื่องเสียง, จอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display) และสปอยเลอร์หลัง ได้ ทัมีการติดตั้งไมโครโฟนแยก 4 ตัว ไว้ทเบาะหน้าและหลัง ทำให้ระบบสามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้พูดและตอบสนองต่อคำสั่งของผู้โดยสารทุกคนได้แม่นยำ ส่วนระบบควบคุมด้วยท่าทางนั้น สามารถใช้สั่งการฟังก์ชันหลักต่างๆ เช่น การควบคุมระบบเครื่องเสียง, การโทรศัพท์ หรือSelfie Camera ที่ติดตั้งอยู่ภายในรถได้

ช่อง USB Type A และ C ใต้คอนโซลกลางพร้อม Wireless Charger ของ Mazda6e

ชุดลำโพงรอบทิศทางจาก Sony บนแผงประตูหน้าของ Mazda6e

หลังคากระจกแบบ Panoramic 2 ชิ้นพร้อมม่านกรองแสงของ Mazda6e

สัญลักษณ์ระบบไล่ฝ้าที่กระจกมองข้างของ Mazda6e
ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้คับคั่ง นั่นรวมถึง ชุดลำโพงรอบทิศทาง 14 ตำแหน่ง (รวมซับวูเฟอร์) จาก Sony ที่สามารถฟังจากลำโพงหน้ารถ (ด้านนอก, หลังกันชนหน้า) ได้ด้วย, หลังคากระจกแบบ 2 ชิ้น พร้อมม่านกรองแสง และไล่ฝ้ากระจกมองข้าง

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยของ Mazda6e

กล้องความละเอียดสูงของระบบ ADAS บนกระจกหน้าของ Mazda6e
ระบบความปลอดภัยก็ติดตั้งมาให้เต็มพิกัดเช่นกัน โดยระบบช่วยเหลือขณะขับขี่ใช้กล้องความละเอียดสูงทำงานร่วมกับเรดาร์ Millimetre-wave และ Ultrasonic นอกจากนั้นยังมีระบบ Occupancy Monitoring ซึ่งใช้กล้องภายในรถตรวจจับว่ามีเด็กอยู่ในรถหรือไม่หลังจากจอดรถ

ฟันธง – Mazda6e น่าซื้อมั้ย?

น่าซื้อถ้าคุณต้องการรถ EV จากแบรนด์ที่อยู่ในไทยมายาวนาน มากกว่ายี่ห้อหน้าใหม่ต่างๆ มันเป็นรถที่คุ้มค่าในแง่ของความแพรวพราว, จำนวนอุปกรณ์มาตรฐาน, ระยะทางที่วิ่งได้ เมื่อเทียบกับราคาตลอดจนความเป็นรถแบรนด์ญี่ปุ่น ให้ความสบายเมื่อขับขี่ทั่วไปจากช่วงล่างและพวงมาลัยน้ำหนักเบา แถมยังดูดีทั้งภายนอกและภายในอีกด้วย

แต่ไม่น่าซื้อถ้าคุณคาดหวังว่าจะได้ความเป็น Mazda แท้ๆ แบบที่คุ้นเคย… 6e เหมือนกับวง Metallica เปลี่ยนจากโยกหัวมาเต้นบอยแบนด์ให้ดู มันไม่มีทั้งสองเอกลักษณ์สำคัญที่แบรนด์ยึดมั่นและสลักเสลามานานนับทศวรรษ นั่นคือ คุณภาพการขับขี่ และการใช้งานง่าย  หากคุณเคยเมินแบรนด์ญี่ปุ่นเจ้าตลาดที่เหนือกว่าแทบทุกด้าน เพื่อซื้อ Mazda เพราะความโดดเด่นทั้งสองนี้… เจ็บปวดที่ต้องบอกว่า… Mazda6e ไม่ใช่อะไรที่ใกล้เคียงครับ

SPECIFICATIONS: MAZDA6e EXCLUSIVE (2026)

https://www.mazda.co.th/th/mazda6e

 

Price

  • 1,199,000 Baht

Powertrain

  • 9kWh LFP Battery, Single e-motor
  • 258ps
  • 290Nm

Transmission

  • Single-speed Automatic
  • Rear-wheel drive

Performance

  • 9sec 0-100km/h
  • 175km/h top speed
  • 5kWh/100km, 498km range (at test, fully charged), 654km max range (NTDC, Eco Sticker)

Weight

  • 2090kg

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Mazda6e

ข้อดี ข้อเสีย ของ Mazda6e มีอะไรบ้าง?

ข้อดีคือ วิ่งได้ไกลถึง 591 กม./ชาร์จ (จากการขับใช้งานจริงของ Torque Thailand) ช่วงล่างนุ่มนวล แฮนด์ลิงดี และคุณภาพโดยรวมมาตรฐานรถยุโรป ข้อเสียคือ Headroom เบาะหลังน้อย ไม่เหมาะกับคนตัวสูง และจากการทดสอบพบว่ามีปัญหากับการเชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับรถ

สรุปจุดเด่น

  • แบตเตอรีใหญ่ วิ่งได้ไกล
  • ชาร์จ DC เร็วระดับหัวแถวของกลุ่ม
  • เทคโนโลยีแพรวพราว
  • ช่วงล่างนุ่มนิ่ม ซับแรงสั่นสะเทือนดี

สรุปจุดด้อย

  • ขาดเอกลักษณ์การขับขี่และใช้ง่ายแบบ Mazda แท้ๆ
  • การเก็บเสียงจากกระจกบานข้างยังไม่ดีนัก
  • พึ่งพาหน้าจอเป็นหลัก

คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ Mazda6e สี่ประตู

คุ้มค่าอย่างยิ่งหากพิจารณาในแง่ของปริมาณอุปกรณ์มาตรฐาน ลูกเล่นเทคโนโลยีที่แพรวพราว ระยะทางขับขี่ที่ทำได้ไกล ตลอดจนงานประกอบห้องโดยสารที่ใช้วัสดุคุณภาพสูงเกินราคา รวมถึงการได้ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือจากแบรนด์ญี่ปุ่น

แต่หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ Mazda ที่คาดหวังจะได้รับอรรถรสการขับขี่ที่คมกริบหรือการใช้งานปุ่มควบคุมแบบดั้งเดิม รถคันนี้อาจไม่ตอบโจทย์เพราะบุคลิกถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นแบบรถจีนอย่างชัดเจน

6e EV ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?

จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า Mazda6e Sedan มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบปกติ 15.5 kWh/100 กม. ขับใช้งานได้ 498 กม. (ชาร์จเต็ม 100%)

ข้อมูลจาก Mazda Thailand ระบุว่า รถรุ่นนี้ใช้งานได้สูงสุด 654 กม./ชาร์จ (NEDC) รองรับ DC สูงสุด 194kW ชาร์จจาก 10-80% ได้ใน 24 นาที ส่วนชาร์จ AC รองรับสูงสุด 11kW จาก 0-100% ทำได้ใน 7 ชม. 53 นาที

โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราการใช้พลังงานที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

2026 Mazda6e ราคาเท่าไหร่?

Mazda6e ใหม่ มี 2 เกรดย่อย คือ Exclusive และ Premium ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 1,199,000 บาท และ 1,169,000 บาท ตามลำดับ

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

คู่แข่งของ Mazda6e คือรถยนต์ EV สี่ประตูจากแบรนด์ญี่ปุ่นด้วยกัน ดังนี้

  • Honda e:N2 ราคา 1,429,000 บาท – 204 แรงม้า, 310 นิวตันเมตร, ขับเคลื่อนล้อหน้า, 530กม./ชาร์จ (NEDC)

นอกจากนี้ยังมีรถจากแบรนด์อื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน อาทิ Tesla Model 3 RWD, Deelpal L07, BYD Seal เป็นต้น

มีการรับประกันหรือไม่?

Mazda6e ไฟฟ้า รับประกันทั้งคุณภาพตัวรถและคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?

Mazda6e รุ่นล่าสุด ใช้งานในเมืองได้สบายด้วยพวงมาลัยน้ำหนักเบา มีกล้องรอบคันคมชัดและระบบช่วยจอดอัตโนมัติ อีกทั้งช่วงล่างที่ปรับมานุ่มนิ่มช่วยให้ขับผ่านฝาท่อ ทางขรุขระ หรือลูกระนาดได้อย่างสบาย ส่วนการใช้งานนอกเมือง ขับออกต่างจังหวัด ให้ความรู้สึกผ่อนคลายขณะเดินทางไกล อัตราเร่งและแรงบิดมีเหลือเฟือสำหรับการเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน ซับแรงสั่นสะเทือนรอยต่อถนนได้ดี แต่เนื่องจากช่วงล่างนุ่มกว่า Mazda ทั่วไป จึงอาจมีอาการโคลงเคลงบ้างเมื่อเปลี่ยนเลน เข้าโค้งสลับ หรือวิ่งผ่านสะพาน รวมถึงอาจมีเสียงรบกวนจากรถรอบข้างแทรกผ่านกระจกบานข้างเข้ามาบ้าง

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับใช้งานจริง
  • ระยะเวลารวม: 4 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 383 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, ชลบุรี

Check Also

Toyota bZ4X ปี 2026 ขณะขับขี่ทดสอบประสิทธิภาพการเก็บเสียงห้องโดยสารบนถนน

รีวิว Toyota BZ4X FWD 2026 ทดลองขับจริง 433 กม. แฮนด์ลิงเด่น ช่วงล่างนุ่มหนึบ

TOYOTA BZ4X FWD (2026) รีวิว: พอสู้ได้! รุ่นอัพเดตล่าสุด ปรับใหม่หมดทั้งมอเตอร์ แบตฯ ช่วงล่าง แชสซีส์ และห้องโดยสาร เน้นแฮนด์ลิงขับสนุก สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก …