Breaking News

รีวิว XPENG X9 Premium 2026 346 แรงม้า ช่วงล่างนุ่ม ห้องโดยสารกว้าง 7 ที่นั่ง

รถยนต์ไฟฟ้า XPeng X9 ตัวถังสีดำมุมมองหน้าขวา แสดงราคาจำหน่ายรุ่น Premium 2,399,000 บาท, Executive 2,599,000 บาท และ Luxury 2,799,000 บาท

XPENG X9 PREMIUM (2026) รีวิว: ลูกเล่นแพรวพราว พึ่งพาจอเป็นหลัก ช่วงล่างนุ่มนิ่ม และราคาเร้าใจ

สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque

XPeng X9 มีทุกอย่างที่คุณคาดหวังว่าจะได้จากรถประเทศจีน ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีหวือหวา รวมไปถึงช่วงล่างแนวนุ่มนิ่ม และราคาขายที่เย้ายวนใจเมื่อเทียบกับจำนวนอุปกรณ์ นี่เป็นรถที่โดดเด่นเรื่องห้องโดยสารกว้างขวางนั่งได้ 7 คนจริง พร้อมสัมภาระ และระบบปรับอากาศส่วนกลางที่ให้ความเย็นสบายราวกับอยู่ในห้องแอร์ แต่จุดที่ควรพิจารณาคือช่วงล่างนิ่มจนรถโคลงเคลงหากขับเร็ว อาจทำให้บางคนเมารถได้ Torque Thailand แนะนำให้พาสมาชิกในบ้านไปลองนั่งก่อนตัดสินใจครับ

Torque’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

4 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

7 / 10

ความอรรถประโยชน์

10 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

7 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

8 / 10

ควรซื้อถ้า…

คุณชอบ MPV ลูกเล่นหวือหวา เราแนะนำเกรดเริ่มต้นอย่าง “Premium” เหมือนคันทดสอบของเรา ที่คุ้มค่าที่สุดเพราะมีอุปกรณ์ต่างๆ แทบไม่ต่างจากเกรดแพงกว่าทั้ง “Executive” และ “Luxury AWD” ในขณะที่วิ่งได้ไกล 535 กม. (WLTP) หรือน้อยกว่าเกรด Executive เพียง 80 กม. เท่านั้น

ไม่ควรซื้อถ้า…

คุณแค่เน้นใช้งาน ขับสั้นๆ แต่ต้องการห้องโดยสารกว้างๆ ของ Full-size MPV ไฟฟ้าล้วน และคิดว่าแทบไม่มีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นเลย รถอย่าง MG Maxus 9 ที่เรียบง่าย ไม่มีอะไรแพรวพราวนัก เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า เพราะถูกกว่าราวครึ่งล้าน ในขณะที่มีขนาดตัวถังและห้องโดยสารใกล้เคียงกัน

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ชอบเทคโนโลยีแพรวพราว
  • คนที่มีครอบครัวใหญ่ ใช้รถคันเดียว
  • สายแบก เที่ยวแบบสัมภาระจัดเต็ม
  • ชอบรถชาร์จ DC แรงๆ
  • เน้นขับชิลๆ ไม่เน้นแฮนด์ลิ่ง

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่ไม่ถนัดทัชสกรีนขณะขับขี่
  • คนที่ใช้งานในเมือง ทางแคบ เป็นประจำ
  • เน้นสมรรถนะ ช่วงล่างแน่น เลี้ยวคม
  • คนที่มักมีอาการเมารถง่าย
  • คนที่กังวลเรื่องราคาขายต่อ

สมรรถนะและการขับขี่

พละกำลังเหลือเฟือแม้เป็นเกรดเริ่มต้น ช่วงล่างนิ่ม เหมาะกับสายชิลขับเรื่อยๆ ขับทางไกลนั่งสบาย แต่ใช้ในเมืองควรพิจารณา เพราะตัวถังขนาดใหญ่ ไม่คล่องตัวนัก

พละกำลัง: เพียงพอสำหรับทุกการใช้งานทั่วไป

สำหรับรถขนาดใหญ่ ไม่มีอะไรดีไปกว่าระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอีกแล้ว เพราะคุณจะได้ Instant Torque มาช่วยฉุดน้ำหนักมหาศาลของรถ (ในกรณีของ X9 Premium คือ 2.85 ตัน) บวกน้ำหนักผู้โดยสารและสัมภาระ คันทดสอบของเราเป็นเกรดเริ่มต้น มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว 346 แรงม้า และ 450 นิวตันเมตร ทำให้ 1 แรงม้า แบกน้ำหนักเพียง 8.24 กก. โดยประมาณ ใกล้เคียงกับซีดาน (ที่มีขนาดเล็กกว่า X9 มาก) อย่าง Mazda 3 Sedan 2.0 Skyactiv-G ที่ 1 แรงม้า ต่อ 8.3 กก.

แต่ X9 มีอัตราเร่งดีกว่ามากเพราะแรงบิดมหาศาลที่มีให้ใช้เต็มกราฟตั้งแต่เริ่มแตะคันเร่ง ร่วมด้วยการอัพเดตค่า C-Rate (ความเร็วในการชาร์จหรือคายประจุพลังงานของแบตเตอรี่) จาก 3C เป็น 5C ซึ่งนอกจากจะชาร์จเร็วขึ้นแล้ว ยังส่งผลให้มอเตอร์ไฟฟ้าดึงพลังงานไปใช้เร่งแซงได้หนักแน่นและต่อเนื่องกว่าเดิม โดยที่แบตเตอรี่ไม่เกิดความร้อนสะสมวิกฤตเร็วเท่า 3C นั่นหมายถึง XPeng X9 รุ่นปี 2026 (ไมเนอร์เชนจ์) แซงได้ทันใจยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับ X9 รุ่นปี 2024

XPeng X9 ตัวถังสีดำ ขณะขับขี่ทดสอบบนถนนจริง สะท้อนอัตราเร่งและแรงบิดพร้อมการอัปเดตค่า C-Rate จาก 3C เป็น 5C ที่ช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าดึงพลังงานไปใช้เร่งแซงได้ต่อเนื่อง

คันเกียร์บนคอพวงมาลัยของ XPeng X9 รุ่นปี 2026 ไมเนอร์เชนจ์ สำหรับควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous 346 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Single-speed
XPeng X9 Premium คันทดสอบของเรา เป็นเกรดเริ่มต้น มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประเภท Permanent Magnet Synchronous ให้กำลังสูงสุด 346 แรงม้า และทำแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ตัวมอเตอร์สามารถหมุนได้สูงสุดถึง 18,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Single-speed พละกำลังเพียงพอต่อการใช้งาน

สวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ใต้ก้านพวงมาลัยฝั่งขวา สำหรับกดเปลี่ยนโหมดการขับขี่นอกเหนือจากการเลือกผ่านจอแสดงผลส่วนกลาง

สวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ใต้ก้านพวงมาลัยฝั่งขวา สำหรับกดเปลี่ยนโหมดการขับขี่นอกเหนือจากการเลือกผ่านจอแสดงผลส่วนกลาง

จอแสดงผลส่วนกลาง แสดงหน้าเมนูการปรับแต่งโหมด Individual ของ 2026 XPeng X9 โฉมใหม่ สำหรับตั้งค่าระบบรีเจนฯ, เบรก, ความสูงและความแข็งของช่วงล่าง
เลือกโหมดการขับขี่ได้ทั้งจากสวิตช์บนพวงมาลัย, Shortcut ที่แถบด้านล่างของจอ หรือเข้าไปเลือกจากเมนูหลักก็ได้… ต้องใช้โหมด Sport เท่านั้น ระบบจึงปล่อยกำลังทั้ง 100% ให้ใช้ ส่วนโหมด Normal และ Eco จะปล่อยพลังให้ใช้ 75 และ 45 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ เพื่อผลทางด้านการประหยัดพลังงาน ทำให้ได้ระยะทางวิ่งมากขึ้น ส่วนโหมด Individual สามารถปรับได้ละเอียดลงไปถึงการรีเจนฯ, เบรก, ความสูงและแข็งของช่วงล่าง ช่วยให้คุณปรับบุคลิกของรถให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น

การชาร์จและระยะทางที่วิ่งได้: เด่นที่ชาร์จ DC รองรับถึง 537kW

เราทดสอบ X9 คันนี้แบบไปเช้าเย็นกลับ โดยรถถูกชาร์จเตรียมไว้ให้ที่ 85% หน้าปัดแสดงระยะทางที่วิ่งได้ 454 กม. (WLTP) จากการขับใช้งานจริงของ Torque Thailand เป็นระยะทางรวม 180 กม. โดยใช้ความเร็วหลากหลาย และขับแบบปกติ ไม่เน้นประหยัด พบว่า XPeng X9 Premium มีค่าเฉลี่ยการใช้พลังงาน 19.5kWh/100km. อยู่ในระดับกลางๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกัน

ช่องเสียบชาร์จไฟแบตเตอรี่ HV ด้านข้างตัวรถ XPeng X9 Premium รุ่นปี 2026 ไมเนอร์เชนจ์ รองรับการชาร์จ DC จาก 10-80% ใน 12 นาที ด้วยแบตเตอรี่ LFP ขนาด 94.8 kWh เทคโนโลยี 5C น้ำหนัก 696 กก.

จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ แสดงระยะทางวิ่งและปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือ สะท้อนค่าเฉลี่ยการใช้พลังงาน 19.5 kWh/100km จากการขับใช้งานจริงโดย Torque Thailand เป็นระยะทาง 180 กม.
จุดเปลี่ยนสำคัญของ XPeng X9 Premium รุ่นปี 2026 (ไมเนอร์เชนจ์) เมื่อเทียบกับรุ่นแรกปี 2024 คือ แบตเตอรี่ที่ใช้ชนิด LFP เพิ่มค่า C-Rate จาก 3C เป็น 5C จึงรับกำลังไฟชาร์จสูงสุดได้มากกว่าแบตเตอรี่ 3C ถึง 66% ผลลัพธ์คือ สามารถชาร์จได้เร็วขึ้น โดยแบตเตอรี่ความจุ 94.8kW ของเกรด Premium สามารถชาร์จ DC จาก 10-80% ได้เร็วสุดที่ 12 นาที เท่านั้น ชุดแบตเตอรี่ HV มีน้ำหนัก 696 กก. ติดตั้งไว้ใต้ท้องรถ ภายในโครงสร้างอลูมิเนียมอัลลอยแบบรังผึ้ง โดยภายในแบ่งเป็นช่องแยกเคส ช่วยซับพลังงานจากการชนแบบ 3 มิติ (ซ้าย-ขวา, หน้า-หลัง และด้านล่าง) และติดตั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถความแข็งแรงสูงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันหินเศษวัสดุ เศษขยะ หรือวัตถุแข็งบนพื้นถนนพุ่งกระแทกเข้าด้านใต้ของแพ็กแบตเตอรี่

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: ทางตรงพอตัว ทางโค้งพอเลย

เมื่อทดสอบสมรรถนะโดยปรับมาขับด้วยโหมด Sport ซึ่งมอเตอร์จะปล่อยพลังออกมาทั้งหมด 100% และปรับช่วงล่างให้เตี้ยและขึงตึงที่สุด สัมผัสได้ถึงอัตราเร่งและความแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ดึงแบบหลังติดเบาะเมื่อกดคันเร่งมิดพรม และทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ป้วนเปี้ยนอยู่แถว 8 วินาที ทว่าในความเป็นจริง X9 ให้ความรู้สึกว่ามันเร็วกว่านั้นมากทีเดียว

ด้านการบังคับควบคุม ด้วยช่วงล่างที่นุ่มนิ่ม แม้อยู่ในเซ็ตติ้งที่แข็งที่สุด ทำให้ตัวถังเอียงมากจนคุณต้องเอียงตัวสวนทางกับรถเมื่อเข้าโค้งแรงๆ นอกจากนั้น ด้วยระบบบังคับเลี้ยวที่เบา (แม้ในโหมด Sport) และไวเกินไป ทั้งยังไม่สื่อสารมาสู่มือ ทำให้แฮนด์ลิ่งของรถไม่ดีนัก

อย่างไรก็ตาม เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เกินคาด เพราะจุดประสงค์ของรถ MPV ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการทำความเร็วหรือขับขี่แบบสปอร์ตอยู่แล้ว ดังนั้น หากคุณเน้นความสนุกในการขับขี่ และอยากได้ห้องโดยสารกว้าง (ถึงจะไม่เท่า X9) รถกลุ่ม SUV ทำได้ดีกว่าครับ

ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลายก้านแบบกังหัน พร้อมยางขนาด 235/50 อุปกรณ์มาตรฐานของ XPeng X9 Premium

มุมมองกว้างภายในห้องโดยสาร XPeng X9 ขณะขับขี่ความเร็วต่ำ 60-100 กม./ชม. สะท้อนการทำงานของช่วงล่างในการดูดซับแรงสั่นสะเทือนบนถนนขรุขระ
XPeng X9 ใช้ช่วงล่างถุงลมแบบ Dual-chamber ควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ มีฟังก์ชั่น Smart Chassis ที่สามารถตรวจจับและบันทึกตำแหน่งของพื้นผิวถนนที่เป็นหลุมหรือเนิน แล้วปรับช่วงล่างล่วงหน้าเพื่อรับมือกับพื้นผิวดังกล่าวได้อัตโนมัติ สามารถปรับระดับความสูงได้รวม 70 มม. และปรับความแข็งได้แยกต่างหากอีกด้วย อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วยังเซ็ตมานิ่มจนย้วย และไม่ได้ขึงตึงขึ้นนักแม้ในโหมด Sport เมื่อรวมกับระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่ทั้งเบาและให้สัมผัสแบบสังเคราะห์เหมือนเล่นคอนโซลเกม ทำให้การขับขี่แบบเน้นสมรรถนะ โดยเฉพาะบนถนนคดเคี้ยวไม่น่าประทับใจ เนื่องจากตัวถังเอียงมากและพวงมาลัยก็ไม่สื่อสารความเป็นไปของล้อหน้ามาสู่มือสักเท่าไหร่… เกรดเริ่มต้น ให้ล้อขนาด 20 นิ้ว ลายก้านแบบกังหัน พร้อมยาง 235/50 ส่วนเกรดสูงกว่านั้นก็เป็นสเปคเดียวกัน แต่ลายล้อแบบซี่ (ก้านถี่) พร้อมดุมล้อแบบ Floating

การขับขี่นอกเมือง: สะดวกสบาย เพลิดเพลินได้ทุกที่นั่ง

หากคุณต้องเดินทางไกลบ่อยหรือแม้กระทั่งต้องใช้เวลาอยู่ในรถเป็นส่วนใหญ่ XPeng X9 คือรถที่คุณต้องชอบ เพราะมีอุปกรณ์และเทคโนโลยีสำหรับความสบายและเพลิดเพลินขณะเดินทางมากมาย ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือหลังคาที่มีช่องแอร์แบบโอบล้อม (Wrap-around) รอบห้องโดยสาร เมื่อนั่งเบาะแถวที่ 2 จะรู้สึกเย็นสบาย เหมือนกับอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น (เช่น ในห้างสรรพสินค้า เผื่อคุณจะจินตนาการตามได้ง่ายขึ้น) เพราะไม่มีกระแสลมมาปะทะตัวหรือใบหน้าโดยตรง นอกจากนั้น ยังมีทั้งจอขนาดใหญ่ถึง 21.4 นิ้ว ระบบสัมผัส พร้อมลำโพงรอบทิศทาง ให้รับชมความบันเทิงขณะเดินทางอีกด้วย

จากตัวถังที่ยาวกว่า 5.3 เมตร ทำให้มีพื้นที่เก็บของท้ายรถเหลือเพียงพอสำหรับใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว ของทั้ง 7 คนได้โดยยังคงมีเบาะแถวสาม หรือหากพับ และเลื่อนเบาะแถวสองไปชิดด้านหน้า ก็จะได้พื้นที่ลึกถึงกว่า 1.8 เมตร กว้างราว 1.1 เมตร และสูงราว 0.8 เมตร จึงสามารถใส่สัมภาระได้หลากหลายรูปแบบมาก ทำให้ X9 เหมาะกับการเดินทางไกลสำหรับทั้งครอบครัวเล็กสายกิจกรรมและครอบครัวใหญ่เที่ยวยกแก๊งค์

เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ (60-100 กม./ชม.) ช่วงล่างที่เซ็ตมานิ่ม ช่วยให้รถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้หมดจดขณะวิ่งผ่านถนนขรุขระ จนเหมือนกับกำลังลอยอยู่บนอากาศมากกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเป็นคนขับเร็วกว่านั้นเมื่อออกต่างจังหวัด ควรไปทดลองขับ X9 (ร่วมกับครอบครัว หากมีคนนั่งหลังประจำ) ก่อนตัดสินใจ เนื่องจากรถมีอาการโคลงเคลงมากเมื่อใช้ความเร็ว มีโอกาสที่ผู้นั่ง โดยเฉพาะเบาะแถวสองและสาม อาจเมารถได้

ช่องแอร์แบบ Wrap-around บนเพดานห้องโดยสาร ช่วยกระจายความเย็นรอบทิศทางโดยไม่มีกระแสลมพุ่งตรงมาที่ผู้โดยสาร
X9 เป็นพาหนะสำหรับผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวและต้องเดินทางไกลเป็นประจำ จุดเด่นที่ทำให้คุณสามารถใช้เวลานานๆ ในรถได้ คือระบบปรับอากาศส่วนกลาง ที่ใช้ช่องแอร์บนเพดานแบบโอบล้อมรอบห้องโดยสาร ช่วยให้ความเย็นกระจายตัวได้ทั่วถึงโดยไม่มีกระแสลมพุ่งตรงมาที่ผู้นั่ง นอกจากจะเย็นสบายแล้ว ยังลดโอกาสเป็นหวัดหรือแสบตาเมื่อนั่งนานๆ ได้อีกด้วย… โดยส่วนตัวแล้ว ผู้ทดสอบยกให้เป็นฟีเจอร์ที่ดีที่สุดของรถคันนี้

ปุ่มสวิตช์ไฟฟ้าบริเวณผนังห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ สำหรับควบคุมการพับพนักพิงเบาะแถวที่สามและการพับเบาะลงเก็บในหลุม

พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ XPeng X9 ขณะกางเบาะแถวที่สาม รองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว ได้ 7 ใบ และเพิ่มเป็น 29 ใบเมื่อพับเบาะราบ
พื้นที่เก็บของท้ายรถกว้างขวางมาก เมื่อใช้เบาะแถวสามจะมีความลึกราว 630-650 มม. (วัดจากพนักพิงเบาะแถว 3 ถึงฝาท้าย) ความกว้างระหว่างซุ้มล้อประมาณ 1,100 มม. (1,250 มม. เหนือซุ้ม) และความสูงจากหลุมที่ลึกลงไปในพื้นรถจนถึงขอบหลังคามากถึง 1,180 มม. โดยประมาณ นอกจากนั้น คุณยังสามารถพับเบาะแถวที่สามลงเก็บด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งทำได้ 2 รูปแบบคือ พับพนักพิงลงแนบกับเบาะรองนั่ง และพับเบาะทั้งหมดลงเก็บในหลุมเหมือนในภาพ ซึ่งจะได้พื้นเรียบขนาดใหญ่ ยาวราว 1,350 มม. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งเบาะแถวสอง และยาวสุดถึง 1,850 มม. เมื่อเลื่อนเบาะแถวสองไปด้านหน้าสุด นั่นเป็นความยาวใกล้เคียงกับกระบะท้ายของรถกระบะแบบมี Cab (ตอนครึ่ง) เลยทีเดียว สามารถใส่จักรยานได้ 5 คัน หรือใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 29 ใบ!

การขับขี่ในเมือง: ไม่คล่องตัวนัก แต่บรรเทาด้วยมีระบบช่วยจอด

เช่นเดียวกับรถที่ยาวเกิน 5 เมตร และกว้างร่วม 2 เมตร คันอื่นๆ ส่งให้การขับขี่ในเมืองไม่คล่องแคล่วนัก แต่ X9 ก็ยังมีระบบช่วยเหลือเพื่อเพิ่มความสะดวก เช่นระบบเลี้ยวล้อหลังเพื่อลดวงเลี้ยว ทำให้กลับรถโดยใช้พื้นที่ลดลง และระบบช่วยจอดอัตโนมัติพร้อมระบบ Remote Parking Assistant ที่คุณสามารถสั่งให้รถจอดได้ผ่านกุญแจรีโมท จากการทดสอบของ Torque Thailand พบว่าระบบเหล่านี้ทำงานได้แม่นยำ และสั่งการได้ง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน จึงเข้าจอดได้รวดเร็ว

หากไม่นับเรื่องขนาดตัวถัง การขับขี่ในเมืองถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะให้อัตราเร่งกระฉับกระเฉงจาก Instant Torque และพวงมาลัยยังเบาหวิวจนสามารถใช้นิ้วเดียวหมุนควงได้ จึงเลี้ยวไปมาคล่องแคล่ว นอกจากนั้น ช่วงล่างนิ่มๆ ของ X9 ยังขจัดแรงสั่นสะเทือนขณะขับผ่านฝาท่อหรือรอยต่อสะพานบนทางด่วนได้ดี ทั้งยังตัดเสียงรบกวนภายนอกดีจนแทบไม่ได้ยินเข้ามาในห้องโดยสารเลยทีเดียว

XPeng X9 ตัวถังสีดำด้านท้ายตรง สะท้อนความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองของรถยาวเกิน 5 เมตร ด้วยระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบช่วยจอดอัตโนมัติผ่านกุญแจรีโมท
เนื่องจาก XPeng X9 มีตัวถังขนาดใกล้เคียงกับรถกระบะ ทำให้ใช้งานไม่สะดวกนักในเมือง อย่างไรก็ตาม ด้วยระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง (เลี้ยวทิศทางสวนกับล้อหน้า สูงสุด 5 องศา) จึงเพิ่มความคล่องตัวในการเลี้ยวหรือกลับรถในที่แคบได้ นอกจากนั้น ยังสะดวกด้วยระบบช่วยจอดอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย ทำงานอย่างชาญฉลาด และยังสามารถออกมายืนนอกรถแล้วสั่งการผ่านกุญแจรีโมทได้อีกด้วย

ดีไซน์ภายนอก: ขนาดมหึมา โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่ง

XPeng X9 มีขนาดตัวถังและความยาวฐานล้อใกล้เคียงกับคู่แข่งในคลาสเดียวกันทั้ง Zeekr 009, Denza D9 และ MG Maxus 9 ใช้แพลตฟอร์ม SEPA2.0 โดดเด่นที่โครงสร้างตัวถังด้านหน้าและหลังใช้กรรมวิธีขึ้นรูปอลูมิเนียมแบบชิ้นเดียวด้วยแรงอัดสูง จึงบิดตัวน้อยและรับแรงกระแทกได้สูงจนผ่านมาตรฐานการชนทั้งยุโรปและอเมริกา

ความสูงใต้ท้อง 160 มม. เมื่อช่วงล่างตั้งค่าระดับความสูงมาตรฐาน และราว 180-190 มม. เมื่อยกสูงสุด นอกจากนั้น ยังปกป้องด้วยคานรับแรงกระแทกและแผ่นปิดใต้ท้องความแกร่งสูง ร่วมด้วยเคสบรรจุแพ็กแบตเตอรี่ที่ใช้โครงสร้างอลูมิเนียมอัลลอยแบบรังผึ้ง ช่วยซับแรงกดและการยุบตัว จึงช่วยลดโอกาสกระแทกแบตเตอรี่ HV ลงได้มากยิ่งขึ้น

ตัวถังด้านหน้าตรงของ XPeng X9 แสดงดีไซน์กระจกหน้าเอียง 21 องศา และกระจกหลัง 23 องศา สร้างค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.227 Cd
ตัวถังของ XPeng X9 ปี 2026 ปรับโฉมเล็กน้อยด้วยกันชนดีไซน์ใหม่ทั้งหน้าและหลัง รถรุ่นนี้ใช้แพลตฟอร์ม SEPA 2.0 (Smart Electric Platform Architecture) ร่วมกับรุ่น G6 และ P7+ จุดเด่นของสถาปัตยกรรม 800v นี้คือใช้เซมิคอนดักเตอร์แบบ Silicon Carbide ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและรองรับการชาร์จแบบ Ultra-Fast Charge โมดูลแบตเตอรี่ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง จึงเพิ่มพื้นที่แนวตั้งภายในห้องโดยสาร และทนต่อการบิดตัวมากขึ้น โครงสร้างส่วนหน้าและท้ายผลิตจากอลูมิเนียมด้วยกรรมวิธีหล่อขึ้นรูปด้วยเครื่องอัดแรงดันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีแรงกดอัด 12,000 ตัน ทำให้มีความแข็งแกร่งต่อแรงบิดสูงถึง 46,000 นิวตันเมตร/องศา นอกจากนี้ ยังมีโครงสร้างนิรภัยทนแรงเค้นสูง 2,000 MPa ทำให้ทนต่อการชนจากด้านท้ายที่ความเร็วสูงสุด 88 กม./ชม. ได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้นั่งแถวสาม

ตัวถัง XPeng X9 ปี 2026 ท้ายขวา แสดงงานดีไซน์กันชนหน้าและหลังแบบใหม่บนแพลตฟอร์ม SEPA 2.0

มือเปิดประตูหน้าและประตูสไลด์แบบแนบตัวถัง พร้อมระบบประตูดูด Soft Close ใน XPeng X9 2026
ตัวถังขนาดใหญ่โตของ X9 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่น่าทึ่งเพียง 0.227Cd สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการออกแบบให้กระจกหน้าเอียงถึง 21 องศา และกระจกหลัง 23 องศา ร่วมด้วยพื้นผิวตัวถังที่เรียบเนียนและการบริหารจัดการกระแสอากาศให้ไหลผ่านรถอย่างเหมาะสม รถจึงวิ่งได้ไกลขึ้นและมีเสียงลมปะทะต่ำแม้ขับด้วยความเร็วมากกว่า 120 กม./ชม.

ชุดไฟ DRL แบบ 3 ชิ้น วางยาวตลอดความกว้างบริเวณด้านบนสุดของหน้ารถ XPeng X9

ชุดไฟหน้า Full-LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential ด้านหน้ารถ XPeng X9

ชุดไฟท้าย Full-LED ดีไซน์เพรียวบางพาดผ่านฝาท้ายรถ XPeng X9

สัญลักษณ์อักษร 'X P E N G' แบบเรืองแสง บริเวณกึ่งกลางของชุดไฟท้าย
ชุดไฟหน้า Full-LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential แยก DRL แบบ 3 ชิ้น พาดยาวตลอดความกว้างของรถ ไว้ด้านบน ชุดไฟท้ายก็เป็น Full-LED เช่นกัน ออกแบบเพรียวบางพร้อมอักษร ‘X P E N G’ แบบเรืองแสง

ห้องโดยสาร: อุปกรณ์จัดเต็ม ลูกเล่นเพียบ

ถ้าไม่นับรวมประเภทแบตเตอรี่ HV และขุมพลัง XPeng X9 เกรดเริ่มต้น “Premium” ก็มาพร้อมรายการอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเต็มพิกัดเทียบเท่าเกรดรอง “Executive” และตัวท้อปมอเตอร์คู่ ขับสี่ “Luxury AWD” ต่างกันเพียงลายล้อและเบาะแถวสองเท่านั้น โดยเบาะแถวสองของเกรดเริ่มต้นก็นั่งสบายและปรับได้ถึง 14 ทิศทาง (เกรด Luxury AWD ปรับ 18 ทิศทาง และตัวเบาะมีขนาดใหญ่กว่า) ที่สำคัญคือทุกที่นั่งมีพื้นที่รอบๆ เหลือเฟือ จากตัวถังขนาดใหญ่และฐานล้อที่ยาว 3.2 เมตร โดยเบาะแถวที่สามแบบปรับเอนด้วยไฟฟ้า ก็ยังมีทั้ง Head และ Leg Room เพียงพอให้ผู้ใหญ่สูง 170 ซม. นั่งได้

จุดเด่นของห้องโดยสารอยู่ที่เทคโนโลยีแพรวพราว จากการลองใช้ของเราพบว่า X9 มีอุปกรณ์เพียงไม่กี่อย่างในห้องโดยสารที่ไม่ใช่ระบบไฟฟ้าเท่าที่เรานึกออกคือการปรับระดับพวงมาลัย, กระจกมองหลัง (ถ้าคุณไม่ใช้ระบบดิจิทัล), การเปิดช่องเก็บของที่แดชบอร์ดและคอนโซล, ชั้นวางของหลังเบาะของผู้นั่งแถวสอง และการคาดเข็มขัดนิรภัย ที่เหลือต่างทำงานด้วยไฟฟ้า ทั้งจากปุ่มกด, สวิตช์, หน้าจอ และที่สำคัญคือ การสั่งด้วยเสียง ซึ่งรองรับภาษาไทยและไม่เพียงสั่งงานอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่คุณยังสามารถสั่งการอื่นๆ เช่น ปรับระดับความสูงช่วงล่าง, เปิดตู้เย็น ได้อีกด้วย

ภาพรวมดีไซน์ภายในห้องโดยสาร XPeng X9 รุ่นปรับโฉม บริเวณแดชบอร์ด พวงมาลัยดีไซน์ก้านใหม่ และการตกแต่งด้วยโทนสีโลหะคล้ายอลูมิเนียมปัดเงา

พวงมาลัยแบบ 2 ก้านทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดีไซน์ก้านใหม่ของ XPeng X9 รุ่นปี 2026

สัญลักษณ์แตะการ์ด NFC บนฝาครอบกระจกมองข้าง สำหรับระบบล็อกและปลดล็อกรถใน XPeng X9 ปี 2026
ภาพรวมของดีไซน์ภายในของ X9 รุ่นปรับโฉม ยังคงเดิม จุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดคือพวงมาลยัดีไซน์ช่วงก้านใหม่ และตกแต่งด้วย (โทนสี) โลหะคล้ายอลูมิเนียมปัดเงา แทนสีดำเงา พื้นที่โดยรวมของห้องโดยสารมีขนาด 7.7 ตารางเมตร ใกล้เคียงกับห้องนอนขนาดเล็กเลยทีเดียว ทำให้มีความกว้างขวางทุกที่นั่ง ส่วนการ ล็อก/ปลดล็อก ด้วยการ์ด NFC ก็เป็นอุปกรณ์ใหม่ของ X9 ปี 2026 เช่นกัน
จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่และปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้
จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขนาด 10.25 นิ้ว พร้อม HUD ที่ควรเรียกว่าเป็นจอแสดงผลแบบสะท้อนขึ้นกระจกมากกว่า เพราะนอกจากแสดงข้อมูลแบบที่ HUD ทั่วไปทำได้แล้ว ยังสามารถแสดงภาพกล้องถอยและสื่อบันเทิงของจอส่วนกลางได้อีกด้วย

จอแสดงผลส่วนกลางระบบสัมผัสขนาด 17.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ XOS Tianji ประมวลผลด้วยชิพ SA8295P

หน้าจอส่วนกลางแสดงเมนูผู้ช่วยอัจฉริยะ ควบคุมคำสั่งเสียง AI แบบ Multi-zone รองรับภาษาไทย สั่งงานเปิดม่านหลังคา ปรับอุณหภูมิ เปิด/ปิดลิ้นชักตู้เย็น และปรับช่วงล่าง
ทั้งจอผู้ขับ, HUD รวมถึงจอส่วนกลางขนาด 17.3 นิ้ว และจอทีวีขนาด 21.4 นิ้วบนเพดาน ทำงานบนระบบปฏิบัติการ XOS Tianji โดยมีชิพ SA8295P ซึ่งเป็นตัวท้อปสุดของ Snapdragon Cockpit Platform Generation 4 ทำหน้าที่ประมวลผลระบบสารบันเทิงและห้องโดยสารอัจฉริยะ (Cockpit SoC) เหนือกว่ารุ่นยอดนิยมเดิมอย่าง SA8155P ในแง่ของประสิทธิภาพการประมวลผลและลดการใช้พลังงานตลอดจนความร้อนสะสม ทั้งยังประมวลผลผลลัพธ์ของ AI สูงถึง 30 TOPS (สูงกว่าถึงเกือบ 8 เท่า) เหล่านี้ส่งให้ X9 รองรับภาระงานประมวลผลหนักๆ ได้ทั้งการทำงานพร้อมกัน 4 หน้าจอในรถ, การแสดงผลแบบแอปฯ พร้อมกันในจอเดียว, เรนเดอร์จำลองสภาพแวดล้อมกราฟิก 3D แบบ Real-time (SR Environment Rendering) และที่สำคัญคือ ขับเคลื่อนคำสั่งเสียง AI แบบ Multi-zone ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถตรวจจับตำแหน่งผู้นั่งของผู้ออกคำสั่งได้ รองรับภาษาไทย และไม่เพียงคำสั่งพื้นฐาน เช่น เปิดม่านหลังคา, ปรับอุณหภูมิ เท่านั้น แต่ยังสั่งให้ทำงานอื่นๆ เช่น เปิด/ปิด ลิ้นชักตู้เย็น, ปรับช่วงล่าง และอีกมากมาย

ลำโพงทวีตเตอร์บนแดชบอร์ดหน้า ส่วนหนึ่งของชุดเครื่องเสียง XOPERA

ลำโพงบนแผงประตูหน้า ของระบบเครื่องเสียง XOPERA พัฒนา In-house รวม 27 ตำแหน่ง ใน XPeng X9 รุ่นปรับโฉม

จอทีวีเพดานระบบสัมผัสขนาด 21.4 นิ้ว ปรับเอียงได้ 0-75 องศา พร้อมรีโมทคอนโทรลสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบเครื่องเสียง XOPERA ลำโพง 27 ตำแหน่ง พัฒนา In-house โดย XPeng เอง เป็นของใหม่ใน X9 รุ่นปรับโฉม ส่วนจอขนาด 21.4 นิ้ว ระบบสัมผัส พร้อมรีโมทคอนโทรล สามารถปรับการเอียงได้ 0-75 องศา เพื่อให้ได้มุมมองที่ชัดเจนที่สุด ทั้งยังใช้แสดงผลและควบคุมบางฟีเจอร์ร่วมกับจอส่วนกลางได้อีกด้วย

หน้าจอแสดงผลส่วนกลาง แสดงเมนูระบบปรับอากาศแยก 5 โซน พร้อมระบบตรวจจับ PM2.5 แผ่นกรอง CN95 และการปรับทิศทางลม

ช่องแอร์ดีไซน์ทรงตะแกรงบนแดชบอร์ดฝั่งผู้โดยสารหน้า ช่วยกระจายกระแสลมภายในห้องโดยสาร
ระบบปรับอากาศแบบแยก 5 โซน สามารถควบคุมผ่านจอส่วนกลางได้ มาพร้อมระบบตรวจจับและแสดงผล PM2.5 และระบบกรองอากาศมาตรฐาน CN95 การปรับทิศทางลมตั้งค่าได้หลายรูปแบบ หรือใช้การเลื่อนตำแหน่งผ่านหน้าจอได้

แผงควบคุมระบบปรับอากาศแบบสัมผัส Haptic บนคอนโซลกลาง สำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง

ตู้แช่ความจุ 10.8 ลิตร บนคอนโซลกลางด้านล่าง ปรับอุณหภูมิได้ 0-50 องศาเซลเซียส รองรับการสั่งเปิด-ปิดลิ้นชักด้วยเสียง
แผงควบคุมระบบปรับอากาศของผู้นั่งแถวสองเป็นระบบสัมผัสแบบ Haptic ด้านล่างเป็นตู้แช่ความจุ 10.8 ลิตร เก็บได้ทั้งร้อนและเย็น ตั้งอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 0-50 องศาเซลเซียส สามารถสั่งเปิดปิดลิ้นชักด้วยเสียงได้ด้วย

แท่นชาร์จ Wireless Charger กำลังไฟ 50W แบบคู่ บนคอนโซลกลางสำหรับผู้โดยสารเบาะหน้า

ช่องต่อ USB-A, USB-C และ Socket 12V รองรับกำลังไฟสูงสุด 180W ใต้คอนโซลกลาง

แท่นชาร์จไร้สาย Wireless Charger กำลังไฟ 50W บริเวณที่วางแขนของเบาะแถวที่สอง

ช่องเสียบ USB-C ข้างเบาะแถวที่สอง รองรับกำลังไฟสูงสุด 60W
มีช่อง USB ทั่วทั้งคัน เหลือเฟือสำหรับทุกที่นั่ง พร้อม Wireless Charger กำลังสูงสุด 50W ให้สำหรับผู้นั่งตอนหน้าและเบาะแถวสอง รวม 4 จุดด้วยกัน นอกจากนั้น ยังมีรายการอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอีกยาวเป็นหางว่าว สามารถดาวน์โหลดโบรชัวร์ของ XPeng X9 ได้จากลิงก์ในช่อง Specification ท้ายบทความ

เบาะคู่หน้าหุ้มหนังแท้ Nappa ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ดันหลัง 4 ทิศทาง พร้อมระบบทำความร้อน/เย็น และระบบนวด

จอแสดงผลส่วนกลาง แสดงหน้าเมนูตั้งค่าระบบทำความร้อนและระบบระบายอากาศของเบาะคู่หน้าและเบาะแถวสอง

จอแสดงผลส่วนกลาง แสดงหน้าเมนูตั้งค่าแพทเทิร์นและระดับความแรงของระบบนวดเบาะคู่หน้าและแถวสอง
เบาะหน้าทั้งฝั่งผู้ขับและผู้นั่งหุ้มหนังแท้ Nappa ปรับได้ 8 ทิศทาง และปรับดันหลัง 4 ทิศทาง พร้อมระบบทำความร้อน/เย็น และระบบนวด จัดวางไว้สูงตามสไตล์รถ MPV ช่วยให้นั่งสบายขณะเดินทางไกล แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการบังคับควบคุมที่ไม่ถนัดนัก

เบาะแยกแถวที่สองหุ้มหนัง Nappa ใน XPeng X9 2026 มีช่องว่างตรงกลาง 180 มม. และระยะเลื่อนหน้า-หลัง 560 มม.

สวิตช์ปรับเบาะนั่งไฟฟ้า 18 ทิศทาง และปุ่มปรับเอนนอนโหมด Zero Gravity ข้างที่วางแขนเบาะแถวที่สอง

เบาะนั่งแถวที่สองของ XPeng X9 รุ่นใหม่ ขณะปรับเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย Zero Gravity

เบาะนั่งแถวที่สาม ปรับเอนพนักพิงและปรับหมอนรองศีรษะด้วยระบบไฟฟ้า
เบาะแถวที่สองเป็นตำแหน่งที่นั่งสบายมาก ในเกรด Premium และ Executive เป็นเบาะแยกขนาดเล็กกว่าเกรดสูงสุด Luxury แต่ก็ได้พื้นที่ว่างช่วงกลาง 180 มม. เพื่อให้เดินไปเบาะแถวสาม (ซึ่งปรับเอนและปรับหมอนรองศีรษะด้วยไฟฟ้าเช่นกัน) ได้สะดวก หุ้มด้วยหนัง Nappa ทุกตัวเช่นกัน โดยเบาะแถวสองสามารถปรับได้ 18 ทิศทาง รวมถึงปรับเอนนอนโหมด Zero Gravity ด้วย สามารถเลื่อน เดินหน้า-ถอยหลัง ได้มากถึงกว่าครึ่งเมตร (560 มม.)

กล้องคู่บริเวณกระจกหน้า สำหรับระบบช่วยขับขี่ XNGP ADAS ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ XOS Tianji และชิพ Snapdragon 8295

กล้องตรวจจับภาพด้านข้าง-หลัง บริเวณแก้มซุ้มล้อ ส่วนหนึ่งของระบบช่วยขับขี่ XNGP ADAS

กล้องตรวจจับภาพด้านข้าง-หน้า บนก้านกระจกมองข้าง สำหรับระบบช่วยขับขี่ XNGP ADAS

กล้องบันทึกภาพภายในห้องโดยสารรองรับอินฟราเรด ติดตั้งร่วมกับกระจกมองหลังดิจิทัลสตรีมภาพจากกล้องหลัง
XPeng X9 มีกล้องทั้งหมดมากถึง 13 ตัว! โดยแยกเป็นกล้องสำหรับระบบช่วยขับขี่ 11 ตัว กระจายอยู่รอบคัน ร่วมด้วยรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด และเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 จุด นอกจากนั้น ยังมีกล้องของระบบตรวจจับสถานะผู้ขับขี่ (Driver State Monitoring – DSM) และกล้องบันทึกภาพภายในรถ อีกอย่างละ 1 ตัว สามารถบันทึกภาพนิ่งและวีดีโอแบบปกติและอินฟาเรดได้นานสูงสุด 10 นาที

หน้าจอแสดงผลส่วนกลาง แสดงเมนูตั้งค่าระบบช่วยเหลือการขับขี่ XNGP ADAS

หน้าจอแสดงผลส่วนกลาง แสดงภาพจำลองสภาพแวดล้อม 3D SR Environment Rendering จากการประมวลผลของชิพ Snapdragon

สวิตช์ควบคุมบนพวงมาลัยสำหรับกดเปิดใช้งานระบบช่วยขับขี่ LLC และระบบ XNGP ADAS
ระบบช่วยขับขี่ XNGP ADAS ที่รันบนระบบปฏิบัติการ XOS Tianji และชิพ Snapdragon 8295 ซึ่งขับให้ AI ประมวลผลได้รวดเร็ว จึงทำงานได้หลากหลายฉากทัศน์การขับขี่พร้อมกัน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น คุณสามารถเข้าสู่ระบบได้ทันทีที่สวิตช์ควบคุมบนพวงมาลัยหรือกดลงที่คันเกียร์ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังจำเป็นต้องจับพวงมาลัยเพื่อความปลอดภัย หากผู้ขับไม่ปฏิบัติตามระบบจะแจ้งเตือนและออกจากการทำงานไปในที่สุด… คุณจะถูก X9 ทำโทษด้วยการไม่อนุญาตให้ใช้ระบบอีกเลยตลอดทาง จนกว่าคุณจะจอดและเข้าเกียร์ P จึงกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ฟันธง – XPeng X9 น่าซื้อมั้ย?

น่าซื้อถ้าคุณชอบรถที่มีเทคโนโลยีอลังการ และต้องการ MPV ขนาดใหญ่สำหรับเดินทางไกลครอบครัว พร้อมสัมภาระจำนวนมาก เพราะ XPeng X9 มีพละกำลังมากพอที่จะแบกน้ำหนักกว่า 2.8 ตันของตัวมันเอง บวกด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 475 กก. (น้ำหนักรถรวมบรรทุกสูงสุด (GVM) ระบุไว้ที่ 3,325 กก.) ได้แบบเหลือๆ

แต่ก็มีเรื่องที่คุณควรพิจารณา โดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้งานในเมืองเป็นส่วนใหญ่ เพราะตัวถังมีขนาดทั้งความกว้างและยาวพอๆ กับรถกระบะ แม้จะมีระบบเลี้ยวล้อหลังและช่วยจอด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่นอนเมื่อต้องขับในซอย นอกจากนั้น หากคุณชอบรถที่บังคับควบคุมมั่นใจหรือเป็นคนเมารถง่าย XPeng X9 อาจยังไม่ตอบโจทย์ ควรหาโอกาสไปทดลองขับด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ

สัญลักษณ์ชื่อรุ่น 'X9' บริเวณฝาท้ายรถยนต์ไฟฟ้า XPeng X9

SPECIFICATIONS: XPENG X9 PREMIUM (2026)

https://microsite.xpeng.co.th/

Price

  • 2,399,000 Baht

Powertrain

  • 8kWh LFP Battery, Single e-motor
  • 346ps
  • 450Nm

Transmission

  • Single-speed Automatic
  • Front-wheel drive

Performance

  • 2 sec 0-100km/h
  • 200 km/h top speed
  • 3kWh/100km, 535km max range (Eco Sticker)

Weight

  • 2850kg

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ XPeng X9

ข้อดี ข้อเสีย ของ XPeng X9 มีอะไรบ้าง?

ข้อดีคือ เทคโนโลยีมากมาย ลูกเล่นเยอะ และมีขนาดตัวถังใหญ่จึงนั่งได้ 7 คนจริง พร้อมสัมภาระ พละกำลังเพียงพอสำหรับการใช้งาน ข้อเสียคือ ฟีเจอร์ต่างๆ ต้องพึ่งพาหน้าจอเป็นหลัก ช่วงล่างนิ่มและระบบบังคับเลี้ยวเบาและไว แต่ไม่สื่อสาร ทำให้การบังคับควบคุมไม่ดี

สรุปจุดเด่น

  • ไฮเทค ลูกเล่นแพรวพราว
  • ช่องแอร์ส่วนกลางบนหลังคา ให้ความเย็นสบาย
  • ระบบช่วยจอดใช้งานง่าย ทำงานแม่นยำ
  • ภายในและพื้นที่เก็บของกว้างขวาง
  • พละกำลังเหลือเฟือ อัตราเร่งดี

สรุปจุดด้อย

  • พวงมาลัยเบา ไว และไม่สื่อสาร
  • ช่วงล่างนุ่มนิ่ม ควบคุมการเอียงของรถไม่ได้
  • ปรับทิศทางลมแอร์ผ่านหน้าจอ ใช้งานยากมาก
  • ฟีเจอร์เกือบทั้งหมด ต้องเลือกผ่านหน้าจอ

คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ X9 ไมเนอร์เชนจ์ 2026?

คุ้มถ้าคุณเน้นปริมาณอุปกรณ์ต่อราคา และต้องการรถที่ไฮเทค ช่วงล่างนิ่ม ขับเรื่อยๆ มากกว่าขับเร็ว

แต่ควรพิจารณาถ้าใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรือชอบรถที่การบังคับควบคุมดี ตลอดจนเน้นราคาขายต่อไม่ตกมาก

XPeng X9 ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?

จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า X9 2026  มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบปกติ 19.5 kWh/100 กม. ชาร์จ 85% วิ่งได้ 454 กม. (WLTP)

ข้อมูลจากโบรชัวร์ของ XPeng X9 ระบุว่า รถรุ่นนี้ใช้งานได้สูงสุด 535 กม./ชาร์จ (WLTP) หรือ 620 กม. (NEDC) รองรับ DC สูงสุด 537kW ชาร์จจาก 10-80% ได้ใน 12 นาที ส่วนชาร์จ AC รองรับสูงสุด 11kW จาก 5-100% ทำได้ใน 9.5 ชม.

โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราการใช้พลังงานที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

2026 XPeng X9 Minor Change ราคาเท่าไหร่?

คนทดสอบของเราเป็นเกรดเริ่มต้น ‘Premium’ มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 2,399,000 บาท

นอกจากนั้น XPeng X9 รุ่นปรับโฉมปี 2026 ยังมีเกรดอื่นๆ ให้เลือกดังนี้

  • ‘Executive’ ราคา 2,599,000 บาท
  • ‘Luxury AWD’ ราคา 2,799,000 บาท

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

คู่แข่งของ XPeng X9 Premium คือรถ MPV EV ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น

  • MG Maxus 9 V Plus ราคาปกติ 1,849,900 บาทบาท 245 แรงม้า, 373 นิวตันเมตร, 540 กม./ชาร์จ (NEDC)
  • Zeekr 009 Standard 2WD ราคาปกติ2,339,000 บาท 340 แรงม้า, 320 นิวตันเมตร, 712 กม./ชาร์จ (NEDC)
  • BYD Denza D9 Premium ราคาปกติ 2,249,900 บาท 313 แรงม้า, 360 นิวตันเมตร, 600 กม./ชาร์จ (NEDC)

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีการรับประกันหรือไม่?

XPeng X9 รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 120,000 กม. รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงและมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?

XPeng X9 ใหม่ ปี 2026 เหมาะกับใช้งานนอกเมืองหรือเดินทางไกลเพราะมีอุปกรณ์อำวนยความบันเทิงและเพิ่มความสบายในรถครบครัน ทั้งยังมีพละกำลังเพียงพอ เร่งแซงดี ใช้งานในเมืองได้แต่ควรพิจารณาเรื่องตัวถังขนาดใหญ่ทำให้ไม่คล่องตัวนัก

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยนักขับทดสอบของ Torque Thailand

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับ ใช้งานจริง
  • ระยะเวลารวม: 1 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 6 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, พระนครศรีอยุธยา

Check Also

Ford Ranger Wildtrak X เต็มคันหน้าเฉียงขณะวิ่งด้วยความเร็วเดินทางไกล 100-120 กม./ชม. ซึ่งเกียร์จะเปลี่ยนสู่เกียร์ 10 เพื่อประหยัดน้ำมัน โดยช่วงล่างให้ฟีลแน่นหนึบสไตล์รถสปอร์ตแต่ช่วงล่างหลังจะแข็งขึ้นมาก ไม่เน้นความนุ่มนวล

รีวิว Ford Ranger Wildtrak X 2026 กระบะดีเซล V6 พร้อมช่วงล่าง Bilstein และแร็ค FRS

FORD RANGER WILDTRAK X (2026) รีวิว: ออฟโรดแต่งเสร็จจากโรงงาน พร้อมขุมพลังดีเซล V6 ตัวแรง และบรรทุกได้มากขึ้นด้วย Flexible Rack System (FRS) …