Breaking News

รีวิว Toyota BZ4X FWD 2026 ทดลองขับจริง 433 กม. แฮนด์ลิงเด่น ช่วงล่างนุ่มหนึบ

Toyota bZ4X รุ่นปี 2026 รถยนต์ไฟฟ้า SUV สีขาว มุมเฉียงหน้าซ้าย มีจำหน่ายในรุ่น FWD และ AWD

TOYOTA BZ4X FWD (2026) รีวิว: พอสู้ได้! รุ่นอัพเดตล่าสุด ปรับใหม่หมดทั้งมอเตอร์ แบตฯ ช่วงล่าง แชสซีส์ และห้องโดยสาร เน้นแฮนด์ลิงขับสนุก

สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque

การอัพเดต (ไมเนอร์เชนจ์) ของ BZ4X รุ่นปี 2026 ครั้งนี้ คู่ควรกับคำว่า “Big Minor Change” ที่สุด ส่งให้ SUV ไฟฟ้าล้วนของ Toyota คันนี้ สามารถต่อกรกับคู่แข่งในคลาสได้สูสียิ่งขึ้น ไม่ใช่ลูกเล่นแพรวพราวแต่เป็นสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบังคับควบคุมที่เฉียบคมให้ความมั่นใจ และช่วงล่างนุ่มแต่เกาะหนึบ รวมถึงชาร์จผ่าน Wallbox รองรับถึง 22kW เหมาะกับคนชาร์จไฟที่บ้าน เมื่อรวมกับชื่อเสียงแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานและจำนวนศูนย์บริการ ทำให้ BZ4X เป็น C-SUV ไฟฟ้าล้วน ที่ควรอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ ของคุณ   

Torque’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

8 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

7 / 10

ความอรรถประโยชน์

7 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

7 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

7 / 10

ควรซื้อถ้า…

ชอบ SUV ไฟฟ้าล้วนที่ใช้งานง่าย เน้นการขับขี่นุ่มนวล แต่ทรงตัวดี ให้บังคับควบคุมมั่นใจ ขับสนุก และให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ มากกว่าจำนวนอุปกรณ์หรือลูกเล่นหวือหวา

ไม่ควรซื้อถ้า…

คุณอยากได้ SUV ไฟฟ้าที่มีลูกเล่นแพรวพราว อุปกรณ์มาตรฐานล้นๆ หรือเน้นแรงสะใจเป็นหลัก ควรนำตัวเลือกอย่าง MG IM6 Premium Long Range (RWD) สายแรง และ Kia EV5 Earth Long Range (FWD) สายวิ่งไกล มาเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ชอบรถแฮนด์ลิงมั่นใจ ควบคุมเชื่องมือ
  • ชอบรถใช้งานง่าย ไม่ต่างจากรถสันดาปฯ มากนัก
  • คนที่ชาร์จไฟรถที่บ้านเป็นประจำ
  • คนที่อยากได้ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง แต่ยังไม่มั่นใจแบรนด์จีน

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่เน้นเทคโนโลยีแพรวพราว
  • ชอบพลังแรง ซิ่งทางตรง
  • มีผู้ใหญ่ตัวสูงนั่งเบาะหลังประจำ
  • ชอบอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็ม

สมรรถนะและการขับขี่

ไฮไลต์คือระบบบังคับเลี้ยวที่เฉียบคมและช่วงล่างนุ่มแต่หนึบ  ไม่แรงสะใจ แต่ก็เร่งดี เพียงพอสำหรับทั้งขับในเมืองและออกต่างจังหวัด

พละกำลัง: แรงเพียงพอต่อการใช้งาน

คันทดสอบของเราเป็น 2026 Toyota BZ4X รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD – Front Wheel Drive) 224 แรงม้า และ 269 นิวตันเมตร หรือเพิ่มจากเดิมประมาณ 20 แรงม้า ในขณะที่แรงบิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 3 นิวตันเมตร

ดูจากตัวเลขอาจดูไม่หวือหวาอะไร แต่การขับขี่จริงกลับเร่งดีราวกับมีพลังมากกว่านั้น! จากการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ของ Torque Thailand พบว่าอยู่ในช่วง 7.5-8 วินาที ใกล้เคียงกับที่ Toyota เคลมไว้ ส่งให้ BZ4X สามารถแซงได้แบบตามสั่ง ถึงจะไม่ดึงหนักเหมือนรุ่นมอเตอร์คู่ หรือ MG IM6 RWD แต่ก็ยังเร็วกว่ากลุ่มรถไฮบริด C-SUV แบบคนละเรื่อง

BZ4X ไมเนอร์เชนจ์ ได้แบตเตอรี่ใหม่ขนาด 73.1 kWh จากการขับใช้งานจริงของเราพบว่า เมื่อชาร์จเต็ม 100% หน้าจอแสดงระยะทางที่วิ่งได้ 434 กม. และมีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ย 22.3 kWh/100 กม. เมื่อใช้ความเร็วช่วง 100-120 กม./ชม. และทำได้ 17.7 kWh/ 100 กม. หากขับเน้นประหยัด อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณให้ความสำคัญกับระยะทางวิ่ง ควรนำ Kia EV5 เกรด Earth Long Range ที่เคลมระยะทางไว้ 665 กม. (NEDC) หรือ 540 กม. (WLTP) มาพิจารณาร่วมด้วย

ห้องเครื่องยนต์มุมกว้างของ Toyota bZ4X รุ่น FWD แสดงตำแหน่งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 224 แรงม้า
BZ4X รุ่นปี 2026 (Minor Change) ส่วนขับเคลื่อนที่ Toyota เรียกรวมกันว่า “eAxles” ถูกเปลี่ยนใหม่หมด ด้วยการรวมเอาเพลาขับ, มอเตอร์ และอินเวอร์เตอร์ เข้าไว้ด้วยกันในยูนิตเดียว ช่วยลดน้ำหนักและขนาดโดยรวมลง ร่วมด้วยการใช้เซมิคอนดักเตอร์ชนิดซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) แทนชนิดซิลิคอนเดิม จึงจัดการแรงดันไฟฟ้าสูง, ทำงานที่อุณหภูมิสูง และให้กำลังขับที่สูงกว่า นอกจากนั้น ยังลดการสูญเสียพลังงานด้วยการใช้กระบวนการขัดเงาขั้นสูงกับพื้นผิวเฟืองเกียร์ และเปลี่ยนมาใช้ปั๊มน้ำมันหล่อลื่นระบบไฟฟ้า แทนแบบกลไลของเดิม เหล่านี้ทำให้ BZ4X ใหม่ มีกำลังเพิ่มเป็น 224 แรงม้า หรือเพิ่มขึ้นราว 20 แรงม้า เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2023

สวิตช์เลือกตำแหน่งเกียร์แบบหมุนและกดของ Toyota bZ4X สำหรับควบคุมเกียร์อัตโนมัติ Single-speed

แป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย Toyota bZ4X สำหรับปรับระดับระบบ Regenerative Braking ได้ 4 ระดับ

สวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ Eco Normal Snow และปุ่มเปิดปิดระบบควบคุมการลื่นไถลบนคอนโซลกลาง Toyota bZ4X
เกียร์ Single-speed สามารถเลือกความแรงของการรีเจนฯ ได้ 4 ระดับ ผ่านแป้นหลังพวงมาลัย โดยระบบจะคงระดับนั้นไว้ตลอดการขับขี่ และที่การรีเจนฯ สูงสุด จะทำงานคล้าย One pedal แต่ไม่หยุดสนิท (ไหลต่อเหมือนเกียร์ออโต้ปกติ) มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบคือ Eco / Normal / Snow
จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ Toyota bZ4X แสดงระดับแบตเตอรี่ใหม่ขนาด 73.1 kWh และระยะทางวิ่งคงเหลือ
ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนรุ่นใหม่ มีความจุ 73.1kWh (ใช้ได้จริง 69kWh) มากกว่า BZ4X รุ่นแรก (ปี 2023) ที่มีความจุ 71.4kWh (ใช้ได้จริง 64kWh) ผลิตโดย Prime Planet Energy & Solutions (PPES) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Toyota และ Panasonic ออกแบบให้มีเซลล์มากขึ้น 96 เซลล์ กลายเป็น 104 เซลล์ วิ่งได้ไกล 600 กม. (NEDC, เคลม) ส่วนการทดสอบจริงทำได้ 434 กม.
จอแสดงผลส่วนกลาง Toyota bZ4X แสดงเมนูการตั้งค่าระบบเตรียมความพร้อมแบตเตอรี่ Battery Pre-conditioning
แม้รองรับ DC สูงสุดที่ 150kW แต่ BZ4X ก็ใช้เวลาเพียง 28 นาที ในการชาร์จจาก 10-80% ที่ทำเช่นนี้ได้เพราะการปรับระบบควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ใหม่ ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำใช้สารทำความเย็นจากระบบปรับอากาศของรถยนต์เพื่อลดอุณหภูมิของสารหล่อเย็น ตัวระบายความร้อนทำงานจากด้านล่างของแบตเตอรี่เพื่อให้แต่ละเซลล์ได้รับการระบายความร้อนอย่างสม่ำเสมอ ระบบ Pre-Condition นี้ ทำงานอัตโนมัติ และผู้ขับยังสามารถเลือกเปิดใช้งานได้ด้วยตนเองผ่านหน้าจอในรถ เพื่อตั้งค่าให้เริ่มทำงานในเวลาที่กำหนด หรือระบบจะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อตั้งโปรแกรมจุดชาร์จเร็วเป็นจุดหมายปลายทางในระบบนำทางของรถยนต์

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: แฮนด์ลิ่งดีเกินคาด

การบังคับควบคุมคือจุดเด่นของ BZ4X ที่เหนือกว่าทั้ง MG IM6 และ Kia EV5 ด้วยระบบบังคับเลี้ยวที่ยอดเยี่ยม ทั้งตอบสนองฉับไว, กระชับ, ให้น้ำหนักดีขณะเลี้ยว และยังสื่อสารความเป็นไปของล้อหน้ามาสู่มือได้ชัดเจน ร่วมด้วยช่วงล่างที่แม้จะเซ็ตมานุ่มแต่กลับควบคุมให้รถไม่เอียงตัวมากนักขณะเข้าโค้ง เหล่านี้ส่งให้คุณควบคุม BZ4X ได้อย่างเชื่องมือ เปี่ยมความมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อขับบนถนนคดเคี้ยว หรือเปลี่ยนทิศทางที่ความเร็วสูง จนแทบไม่น่าเชื่อว่ากำลังขับ SUV ตัวสูงที่หนักเกือบ 2 ตันอยู่!

Toyota bZ4X ปี 2026 ขณะขับขี่ทดสอบประสิทธิภาพการเก็บเสียงห้องโดยสารบนถนน

พวงมาลัยและตำแหน่งผู้ขับขี่ Toyota bZ4X แสดงการออกแบบระบบบังคับเลี้ยวและการตอบสนองของพวงมาลัย
BZ4X ใหม่ มีให้การบังคับควบคุมที่ดี ด้วยการใช้ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่เปลี่ยนจุดยึดชุดเฟืองพวงมาลัยจากการใช้ลูกยางเป็นการยึดตายตัว เพื่อเพิ่มสัมผัสและการตอบสนองที่แม่นยำฉับไวขณะเลี้ยว นอกจากนั้น คานด้านหน้า (จุดที่ใช้ยึดด้านบนของแผงระบายความร้อนหน้า) ยังปรับให้มีความหนามากขึ้น เพื่อเพิ่มความแกร่งให้โครงสร้าง จึงลดการบิดของตัวถังขณะเข้าโค้งได้ยิ่งขึ้น
ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 และช่วงล่างหน้าปรับปรุงบุชปีกนกล่างใหม่ของ Toyota bZ4X
ให้ล้อขนาด 20 นิ้ว และยาง 235/50 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วงล่างมีการปรับเปลี่ยนบุชปีกนกล่างของช่วงล่างหน้าใหม่ เพื่อให้รถทรงตัวได้ดีขึ้นขณะขับบนถนนเปียกลื่น ส่วนแดมเปอร์และสปริงก็ปรับค่าใหม่ โดยเน้นไปที่การเพิ่มความนุ่มนวลให้กับช่วงล่างด้านหลัง

การขับขี่นอกเมือง: เงียบ นุ่มนวล เร่งแซงดี

จากการขับออกต่างจังหวัด โดยใช้ถนนมอเตอร์เวย์ เชื่อมไปยังถนนหลักเพื่อไปสู่จังหวัดนครนายก พบว่า Toyota BZ4X เด่นที่การเก็บเสียง แทบไม่ได้ยินเสียงรถคันอื่นบนถนนดังเข้ามา แต่เริ่มมีเสียงลมดังบริเวณหลังคาให้ได้ยินเล็กน้อยเมื่อขับเกิน 100 กม./ชม. ขึ้นไป

ช่วงล่างอิสระทั้งสี่ล้อ ให้ความนุ่มนวลได้ดีมาก สามารถซับแรงสั่นสะเทือนขณะตกหลุม, วิ่งผ่านช่วงขรุขระ และขึ้นลงสะพาน อย่างน่าพอใจ ไม่มีอาการดีด, กระโดด หรือนิ่มจนยุบสุด…. BZ4X ทำให้เรานึกถึง Toyota C-HR ที่ Torque Thailand เคยทดสอบไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะช่วงล่างและแฮนด์ลิ่งขณะขับทางไกลให้ความรู้ใกล้เคียงกันมาก ทั้งความนุ่มนวลและความคล่องตัว (แม้ BZ4X จะใหญ่กว่ามากก็ตาม)

Toyota bZ4X ปี 2026 ขณะขับขี่ทดสอบการทำงานของระบบช่วงล่างอิสระสี่ล้อและการซับแรงสั่นสะเทือน
Toyota BZ4X รุ่นปรับโฉม ขับขี่ทางไกลได้ดีด้วยห้องโดยสารที่เงียบกว่าเดิม จากการใช้กาวประสานตัวถังที่มีคุณสมบัติลดแรงสั่นสะเทือนสูงบริเวณในพื้นรถ บวกด้วยการติดตั้งกระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบลดเสียง และเพิ่มวัสดุโฟมในจุดสำคัญต่างๆ ของโครงสร้างตัวถังภายใน และเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงใหม่ในแผ่นบุบังโคลนหลัง นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงซีลของแผงกระจกข้างด้านหลังให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย

การขับขี่ในเมือง: กระฉับกระเฉง ชาร์จไฟบ้านได้ไวกว่าคู่แข่ง

เนื่องจาก BZ4X เป็น SUV ขนาดกลาง จึงมีมิติตัวถังที่ไม่ใหญ่โตเกินไปสำหรับการใช้งานในเมือง เมื่อรวมกับคุณสมบัติ Instant Torque ทำให้ออกตัวเร็ว, ซอกแซกไปมาท่ามกลางการจราจร หรือเร่งแซงขณะขับบนทางด่วนได้คล่องแคล่ว

ถ้าคุณใช้งานในเมืองเป็นหลัก BZ4X เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะรองรับการชาร์จ AC (3 เฟส) แรงถึง 22kW จึงใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ในการชาร์จจาก 10-80%  และเพิ่มอีกประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที หากชาร์จจาก 0-100% นั่นหมายถึง ถ้าคุณกลับถึงบ้านช่วงหัวค่ำ ก็สามารถชาร์จถึง 80% ได้ในราว 2 ชั่วโมง แล้วปลดปลั๊กก่อนขึ้นนอนได้เลย ไม่ต้องเสียบค้างไว้ถึงเช้าให้ต้องกังวลใจเรื่องช็อตหรือลัดวงจร ที่มักเห็นในข่าวบ่อยๆ

ดีไซน์ภายนอก: ไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่เล็ก

BZ4X ยาวร่วม 4.7 เมตร และกว้าง 1.8 เมตร จึงไม่ใหญ่จนจอดยากหรือซอกแซกลำบากในซอย แต่ก็ไม่เล็กจนห้องโดยสารแคบ ความยาวฐานล้อที่ 2,850 มม. อยู่กึ่งกลางระหว่าง Kia ที่ยาว 2,750 และ MG IM6 ซึ่งยาวถึง 2,950 มม. ดังนั้น ถ้าชอบขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปเลือก BZ4X เน้นคล่องตัวจอดง่ายไป EV5 แต่ถ้าอยากได้คันใหญ่ IM6 เหมาะสุด แลกกับความคล่องตัวที่น้อยกว่า

แพลตฟอร์ม eTNGA ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าโดยเฉพาะ ได้รับการปรับเล็กน้อยเพื่อคงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทดแทนการตัดคานขวางกลางหลังคาออกเพื่อขยายขนาดหลังคากระจก (Panoramic Roof) ร่วมด้วยการเพิ่มคานอลูมิเนียมใต้ตัวถังเพื่อปกป้องแบตเตอรี่ใหม่ที่มีความกว้างกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 170 มม. เมื่อรวมกับความสูงใต้ท้อง 200 มม. (สูงกว่าทั้ง IM6 ที่ 161 มม. และ EV5 ที่ 166 มม.) ทำให้คุณสามารถอุ่นใจได้มากขึ้นเมื่อต้องขับลุยน้ำท่วมระดับฟุตบาทหรือขณะ (บังเอิญ) อยู่บนเส้นทางทุรกันดาร

ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Hammerhead ของ Toyota bZ4X รุ่นปี 2026 มุมมองหน้าตรง

ตัวถังด้านข้างและท้ายรถ Toyota bZ4X บนแพลตฟอร์ม eTNGA สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

มิติตัวถังด้านท้ายของ Toyota bZ4X มีความยาว 4,690 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,650 มม. และฐานล้อ 2,850 มม.
ดีไซน์ภายนอกของ BZ4X รุ่นปี 2026 ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยที่ด้านหน้าเพื่อเพิ่มลุคแบบ ‘Hammerhead’ เช่นเดียวกับรถรุ่นใหม่อื่นๆ ของ Toyota ใช้แพลตฟอร์ม eTNGA ที่ออกแบบขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยเน้นไปที่จุดศูนย์ถ่วงต่ำและให้การตอบสนองตลอดจนการบังคับควบคุมที่ดีจากความแกร่งของโครงสร้าง (บิดตัวน้อยขณะเข้าโค้ง) และโครงสร้างนี้ยังถูกนำไปใช้ในรุ่น C-HR+ น้องเล็กกลุ่ม SUV ของ Toyota อีกด้วย
แผ่นปิดใต้ท้องรถและโครงสร้างเสริมแรงอะลูมิเนียม EA รอบแบตเตอรี่แรงดันสูงของ Toyota bZ4X
เนื่องจากแบตเตอรี่ใหม่มีความกว้างมากกว่าเดิมถึง 170 มม. จึงได้มีการปรับปรุงโครงสร้างรอบแบตฯ โดยเพิ่มชิ้นส่วนเสริมแรงอะลูมิเนียม EA (วัสดุอัดขึ้นรูป) เพื่อเพิ่มการป้องกันเป็นพิเศษในกรณีที่เกิดการชนด้านข้าง

สปอยเลอร์หลังยกขอบสูงขึ้น 5 มิลลิเมตร บนฝาท้าย Toyota bZ4X เพื่อเพิ่มแรงกดด้านท้าย

ดิฟฟิวเซอร์ใต้กันชนหลังและแผ่นปิดใต้ท้องรถ Toyota bZ4X ช่วยจัดการการไหลของอากาศตามหลักแอโรไดนามิกส์
แอโรไดนามิกส์ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยใช้ “ตูดเป็ด” แบบใหม่ที่ยกขอบสูงขึ้นกว่าเดิม 5 มม. ร่วมด้วยการเพิ่มส่วนปิดใต้ท้องให้มากขึ้น ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียงทาน (Cd) ลงลงจาก 0.29 เหลือ 0.27 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการขับขี่ดีขึ้นและระยะทางการขับขี่ไกลขึ้น

ชุดไฟหน้าโปรเจกเตอร์แยกส่วนและไฟ DRL LED ดีไซน์ทรงหัวค้อนของ Toyota bZ4X ปี 2026

ชุดไฟท้าย LED แบบพาแนลยาวคาดตลอดความกว้างตัวถังของ Toyota bZ4X
ชุดไฟหน้าปรับใหม่โดยแยกไฟส่องสว่าง (โปรเจคเตอร์) มาซ่อนไว้ที่ชิดขอบโป่งล้อหน้าสีดำเงา ส่วน DRL ซึ่งใช้เป็นไฟเลี้ยวในตัว ล้อมรอบส่วนปลายของ “หัวค้อน” และเชื่อมต่อไปหาแถบ LED ช่วงกลาง ซึ่งจะติดขึ้นเมื่อเปิดไฟหรี่หรือไฟหน้าเท่านั้น ขณะที่ชุดไฟท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้านี้

ห้องโดยสาร: เงียบกริบ ใช้งานง่าย

Toyota BZ4X มีห้องโดยสารที่เงียบยิ่งขึ้นจากการเพิ่มวัสดุซับเสียงตามส่วนต่างๆ ของห้องโดยสาร และเปลี่ยนมาใช้กระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบลดเสียงรบกวน (Acoustic Grass) จากการทดสอบขับขี่ทั้งในและนอกเมืองของ Torque Thailand พบว่ามีเสียงจากการจราจรภายนอกขณะรถติดและเสียงลมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. ดังเข้ามาให้ได้ยินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การจัดวางเบาะคู่หน้าไว้สูงช่วยให้มองเห็นได้ไกล แต่ทำให้ Headroom เหลือน้อยซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับคนที่ตัวสูง 180 ซม. ในขณะที่พนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้จึงนั่งสบายขณะเดินทางไกล แต่ก็มี Headroom เหลือไม่มากเช่นกันหากคุณตัวสูง ทำให้จุดนี้ Kia EV5 เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเป็นคันที่มีหลังคาส่วนหลังลาดเอียงน้อย

พื้นที่ใช้สอยทั้งด้านหน้าและหลังกว้างขวางสมน้ำสมเนื้อกับขนาดรถ ผู้ใหญ่ตัวสูงยังสามารถวางขาได้ ห้องเก็บของท้ายรถสามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานได้ 4 ใบ หากคุณมีสัมภาระยาวๆ ก็ยังวางได้เพราะเบาะหลังพับเกือบราบเสมอกับท้ายรถ ที่ดีมากคือ เมื่อยกพื้นท้ายรถขึ้นจะมีช่องเก็บของอีกชั้นด้านล่าง ที่ออกแบบมาให้ใส่แผ่นปิดห้องเก็บของ (ที่เป็นคานขวางหลังเบาะ) เข้าไปได้ ไม่ต้องวางเกะกะกินพื้นที่เก็บสัมภาระด้านบน

ดีไซน์คอนโซลหน้าและแดชบอร์ดสองชั้น พร้อมช่องแอร์แนวนอนภายในห้องโดยสาร Toyota bZ4X ปี 2026
แดชบอร์ดใหม่ ทรงแบนดีไซน์สองชั้น โดยชั้นบนเตี้ยเสมอกับขอบล่างของกระจกหน้าและเชื่อมต่อเข้ากับแผงประตู (ดีไซน์ใหม่เช่นกัน) ส่วนแดชบอร์ดชั้นที่สองลดทอนวอลลุ่มซับซ้อนของรุ่นก่อนปรับโฉมลง และใช้ช่องแอร์แนวนอนซ่อนเป็นส่วนหนึ่งของแถบกลาง จุดเด่นของห้องโดยสารคือ เต็มไปด้วยปุ่มกดแบบดั้งเดิม จึงใช้งานสะดวกขณะขับขี่
จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว ติดตั้งตำแหน่งสูงใกล้กระจกหน้าของ Toyota bZ4X
จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่มีขนาด 7 นิ้ว เกจวัดฝั่งขวาของจอไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ส่วนทางฝั่งซ้ายสามารถเรียกดูข้อมูลต่างๆ ได้ผ่านปุ่มกดบนก้านพวงมาลัย ตัวจอติดตั้งไว้ใกล้กับกระจกหน้าเพื่อลดการละสายตาจากถนน
จอแสดงผลระบบสัมผัสส่วนกลางขนาด 14 นิ้ว รองรับระบบนำทาง Apple CarPlay และ Android Auto ใน Toyota bZ4X
จอส่วนกลางสำหรับแสดงผลมัลติมีเดีย มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 14 นิ้ว (12.3 นิ้ว ในรุ่นก่อนหน้านี้) ใช้ซอฟต์แวร์เดียวกับรถรุ่นอื่นๆ ของ Toyota มาพร้อมระบบนำทางในตัว รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto น่าเสียดายที่แม้จะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่กลับมีเพียงพื้นที่ส่วนบนเท่านั้นที่ใช้สำหรับแสดงผลต่างๆ โดยส่วนล่างซึ่งกินพื้นที่สูงกว่า 1 ใน 3 ของจอ ถูกจัดสรรไว้สำหรับระบบปรับอากาศและ Shortcut แสดงหน้าไอคอนเมนูต่างๆ

เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ทั้งฝั่งผู้ขับและผู้โดยสารใน Toyota bZ4X

พนังพิงเบาะนั่งแถวหลังปรับเอนได้ พร้อมพื้นที่วางขาในห้องโดยสารตอนหลังของ Toyota bZ4X
เบาะหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ทั้งฝั่งผู้ขับและผู้นั่ง จัดวางไว้ค่อนข้างสูงจึงมองเห็นทัศนวิสัยโดยรอบชัดเจน แต่คนที่ตัวสูงกว่า 180 ซม. จะเหลือ Headroom น้อยมาก ส่วนเบาะหลังมีพนักพิงแบบปรับเอนได้ 1 ล็อค พื้นที่วางขาเหลือเฟือแต่มี Headroom ไม่มากนักหากตัวสูงๆ นั่ง

องเก็บสัมภาระท้ายรถ Toyota bZ4X ขนาดความจุ 452 ลิตร พร้อมฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า

ช่องเก็บของใต้แผ่นพื้นห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ Toyota bZ4X สำหรับจัดเก็บม่านปิดสัมภาระ
ฝาท้าย เปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ “เตะเปิด” ห้องเก็บสัมภาระมีความจุ 452 ลิตร และสามารถพับเบาะหลังเกือบรายเพื่อใส่สัมภาระยาวๆ ได้ โดยคุณสามารถเก็บชุดคานแผ่น (ม่าน) ปิดท้ายรถ ไว้ในช่องด้านล่างใต้พื้นได้อีกด้วย
หลังคากระจก Panoramic ดีไซน์ไร้คานขวางช่วงกลาง เพิ่มพื้นที่กระจกมองท้องฟ้าใน Toyota bZ4X
หลังคากระจก Panoramic ขยายพื้นที่มากขึ้น 20% ด้วยการถอดคานขวางช่วงกลางกระจกออก ด้วยวิธีนี้ทำให้ต้องใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงพิเศษและเสริมความแข็งแรงให้กับจุดเชื่อมต่อของหลังคา เพื่อให้โครงสร้างส่วนบนไม่บิดตัวและได้ความแข็งแกร่งกลับมาดังเดิม

เมนูควบคุมระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนและระบบทำความร้อนเบาะบนจอแสดงผลส่วนกลาง Toyota bZ4X

ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมสวิตช์ระบบอุ่นเบาะและพอร์ต USB-C 60W ใน Toyota bZ4X
ระบบปรับอากาศตอนหน้าทำงานโดยแยกส่งอากาศความชื้นต่ำขึ้นไปที่ส่วนบนของห้องโดยสารเพื่อป้องกันการเกิดฝ้าที่กระจก และอากาศที่เป่ารอบๆ เท้าจะเป็นลมอุ่นกว่าที่ออกจากช่องแอร์หลัก เพื่อสร้างความสบายให้กับผู้โดยสาร พร้อมระบบทำความ ร้อน/เย็น เบาะคู่หน้าและระบบทำความร้อนพวงมาลัย ส่วนช่องแอร์ด้านหลังปรับตำแหน่งให้ใกล้กับผู้นั่งมากขึ้น พร้อมระบบอุ่นเบาะและช่อง USB ที่คู่ที่เพิ่มกำลังไฟจาก 15 เป็น 60 วัตต์ จึงชาร์จอุปกรณ์ได้เร็วยิ่งขึ้น
แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย Wireless Charger คู่ บริเวณคอนโซลกลาง Toyota bZ4X
คอนโซลกลางปรับดีไซน์ใหม่ โดยขยับสวิตช์ควบคุมเกียร์ไปไว้ด้านหลัง แล้วแทนที่ด้วย Wireless Charger คู่ ที่มีพื้นที่กว้างจนอาจทำให้โทรศัพท์บางรุ่นที่มีขนาดเล็กกลิ้งไปมาได้ ที่แปลกคือ BZ4X ไม่มีกล่องเก็บของใต้แดชบอร์ดผู้นั่ง แต่ให้พื้นที่ใต้คอนโซลกลางนี้มาเพื่อให้คุณวางของต่างๆ แทน

กระจกมองหลังแบบดิจิทัลพร้อมระบบแสดงภาพจากกล้องและฟังก์ชั่นตัดแสงอัตโนมัติใน Toyota bZ4X

ปุ่มควบคุมกล้องมองรอบทิศทาง ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า และระบบ Auto Hold บนคอนโซลกลาง Toyota bZ4X

เลนส์กล้องบันทึกภาพด้านหลังสองตัวใต้มือเปิดฝาท้าย Toyota bZ4X สำหรับระบบถอยจอดและกระจกมองหลังดิจิทัล
มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งนั่นรวมถึงเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, กระจกมองหลังดิจิทัลและกล้องรอบทิศทาง เรื่อยไปถึงระบบช่วยจอดอัตโนมัติ นอกจากนั้นยังมีปุ่มให้กดเยอะพอสมควร เหมาะกับคนที่ไม่ถนัดใช้งานจากหน้าจอเป็นหลัก เพราะไม่ต้องปรับตัวมากนัก

ความปลอดภัย: ชาญฉลาด และอัพเดตแบบ OTA ได้

Toyota BZ4X มาพร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense เจนเนอเรชันล่าสุด ที่ทำงานได้ฉลาด, แม่นยำ และเป็นธรรมชาติมากขึ้น เราทดสอบด้วยการใช้ ACC (Adaptive Cruise Control) ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ระบบสามารถตรวจจับรถที่จอดล้ำเข้ามาในถนน พร้อมแจ้งเตือนและช่วยหักหลบเล็กน้อย (ผู้ขับต้องเพิ่มการหมุนพวงมาลัยเอง) และยังลดความเร็วให้สัมพันธ์กับทางโค้งกว้างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนั้น BZ4X ยังสามารถอัพเดตระบบความปลอดภัยใหม่ๆ และ Infotainment ได้แบบ OTA (Over The Air) ได้อีกด้วย นั่นหมายถึง คุณจะได้ใช้ระบบที่ถูกพัฒนาล่าสุดเสมอ สะดวกสบายเพราะสามารถทำได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าศูนย์บริการเพื่อรับการอัพเดต

หน้าจอแสดงเมนูการทำงานของระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense บนจอมัลติมีเดียส่วนกลาง

ปุ่มควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control บนก้านพวงมาลัย Toyota bZ4X

กล้องตรวจจับภาพด้านหน้ารถสำหรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ บริเวณด้านบนของกระจกหน้า Toyota bZ4X
BZ4X มาพร้อมระบบ Toyota Safety Sense เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่สามารถตรวจจับสถานการณ์ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้หลากหลายมากขึ้น อาทิ ตรวจจับคนข้ามถนนในถนนหรือซอยที่คุณกำลังเลี้ยวเข้าไป หากตรวจพบ ระบบเตือนการชนล่วงหน้า (PCS – Pre-Collision System) จะแจ้งเตือนหรือเบรกฉุกเฉิน เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีระบบช่วยหักหลบอัตโนมัติเมื่อพบคนก้าวจากฟุตบาทลงมาบนถนน, ระบบช่วยจอดฉุกเฉินเมื่อผู้ขับหมดสติ และระบบ ACC ที่สามารถลดความเร็วให้สัมพันธ์กับทางโค้งอัตโนมัติ และอีกมากมาย

สรุป – Toyota BZ4X ควรอยู่ในลิสต์ของคุณหรือไม่?

ถ้าคุณชอบขับรถที่ควบคุมแม่นยำ เชื่องมือ และไม่อยากปวดหัวกับการดำดิ่งควานหาฟังก์ชั่นต่างๆ จากหน้าจอ เพื่อปรับอะไรง่ายๆ สักอย่าง เช่น แอร์, กระจกมองข้าง หรือพวงมาลัย ตลอดจนต้องการความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota BZ4X คือตัวเลือกที่ควรอยู่ในลิสต์ของคุณ ร่วมกับ C-SUV อย่าง MG IM6 และ Kia EV5 ซึ่งเป็นแบรนด์ใหญ่ ให้ความมั่นใจด้านอะไหล่และบริการหลังการขายได้

หากใช้ในเมืองเป็นหลัก และไม่เน้นซิ่งจริงจัง ตัวเลือกที่ Torque Thailand คือ BZ4X FWD “ขับสอง” ซึ่งคุ้มค่ากว่ารุ่น AWD มาก เพราะนอกจากความต่างที่พละกำลัง, โหมดการขับขี่ และจำนวนลำโพง แล้ว อุปกรณ์อื่นๆ เหมือนกันหมด ในราคาที่ถูกกว่าถึง 120,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง MG IM6 Premium Long Range ขับเคลื่อนล้อหลัง หากคุณเน้นภายในกว้าง และแรงสะใจกว่า แต่เป็นรองเรื่องแฮนด์ลิงเล็กน้อย (พวงมาลัยไม่คมเท่า, ช่วงล่างติดนิ่มย้วย) และวิ่งได้น้อยกว่า ส่วนอีกคู่แข่งคือ Kia EV5 Earth Long Range กะทัดรัดกว่า, ทัศนวิสัยดี และ Headroom เหลือเฟือ ทั้งยังวิ่งได้ไกลสุด พลังแรงสูสี Toyota BZ4X เมื่อขับจริง แต่แฮนด์ลิงเสียเปรียบ และชาร์จ DC ช้าที่สุดในกลุ่ม

SPECIFICATIONS: TOYOTA BZ4X FWD (2026)

https://www.toyota.co.th/model/bz4x

Price

  • 1,529,000 Baht

Powertrain

  • 1kWh NMC Battery (69kWh useable), Single e-motor
  • 224ps
  • 269Nm

Transmission

  • Single-speed Automatic
  • Front-wheel drive

Performance

  • 4sec 0-100km/h (Claimed)
  • n/a km/h top speed
  • 600km max range (NEDC, Eco Sticker), 17.7kWh/100km, 434km range (at test, fully charged)

Weight

  • 1960kg (Claimed, Eco Sticker)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Toyota BZ4X

ข้อดี ข้อเสีย ของ Toyota BZ4X มีอะไรบ้าง?

ข้อดีคือ การบังคับควบคุมที่ยอดเยี่ยม ทั้งพวงมาลัยที่คมกริบและสื่อสาร ร่วมด้วยช่างล่างที่นุ่มนวลแต่ยังให้การเกาะถนนที่ดี เข้าโค้งมั่นใจ ไม่เอียงตัวมาก นอกจากนั้นยังชาร์จ AC ได้เร็ว เพราะรองรับ 22kW เหมาะกับคนเมือง ชาร์จไฟบ้าน ข้อเสียคือเทคโนโลยีไม่หวือหวาเท่ารถรุ่นอื่นในคลาสเดียวกัน

สรุปจุดเด่น

  • แฮนด์ลิงยอดเยี่ยม ควบคุมง่าย
  • ช่วงล่างนุ่มแต่หนึบ
  • ห้องโดยสารเงียบ
  • รองรับ AC Charging 22kW
  • ความน่าเชื่อถือของแบรนด์

สรุปจุดด้อย

  • อุปกรณ์และเทคโนโลยีน้อยกว่ารถจีนในราคาเดียวกัน
  • ห้องโดยสารไม่เหมาะกับคนตัวสูงกว่า 180 ซม.
  • คู่แข่งรองรับการชาร์จ DC ได้แรงกว่ามาก

คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ BZ4X?

คุ้มค่ามาก ถ้าชอบรถแฮนด์ลิงดี เข้าโค้งสนุก ควบคุมมั่นใจ และชาร์จไฟที่บ้านเป็นประจำ เพราะรองรับ AC 22kW แต่ไม่คุ้มถ้าคุณไม่เน้นการขับขี่ และ/หรือ ให้ความสำคัญกับจำนวนอุปกรณ์และเทคโนโลยีแพรวพราว

Toyota BZ4X ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?

จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า  มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบประหยัด 17.7 kWh/100 และขับเน้นเร็ว 22.3 kWh/100 กม. ชาร์จเต็ม 100% ขับใช้งานได้ 434 กม.

ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ใช้งานได้สูงสุด 600 กม./ชาร์จ (NEDC) รองรับ DC สูงสุด 150kW ส่วนชาร์จ AC รองรับ 22kW (ระบบไฟฟ้า 3 เฟส)

โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราการใช้พลังงานที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

ราคา Toyota BZ4X

รถคันทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand คือ BZ4X FWD ขับเคลื่อนสองล้อ มีราคาจำหน่ายในไทยที่ 1,529,000 บาท

นอกจากนี้ยังมี Toyota BZ4X AWD ขับเคลื่อนสี่ ราคา 1,649,000 บาท ต่างจาก BZ4X ขับสอง ในวงเล็บ คือ

  • กำลังสูงสุด 343 แรงม้า, 770 นิวตันเมตร (224 แรงม้า)
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อม X-Mode และ MTM (Eco / Normal)
  • เครื่องเสียง JBL ลำโพง 9 ตัว (มาตรฐาน ลำโพง 6 ตัว)

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

คู่แข่งของ Toyota BZ4X คือรถ C- SUV ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ดังนี้

  • MG IM6 Premium Long Range (RWD) ราคา1,599,900 บาท 295 แรงม้า, 450 นิวตันเมตร, 550 กม. (NEDC)
  • Kia EV5 Earth Long Range (FWD) ราคา 1,590,000 บาท 217 แรงม้า, 310 นิวตันเมตร, 665 กม. (NEDC)

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีการรับประกันหรือไม่?

Toyota BZ4X รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?

BZ4X ใช้งานเมืองได้ดีเพราะมีขนาดตัวถังไม่ใหญ่ และมอเตอร์ไฟฟ้าให้อัตราเร่งแซงและออกตัวดีเพราะแรงบิดแบบ Instant สามารถขับออกต่างจังหวัดได้เนื่องจากมีพละกำลัง 224 แรงม้า เพียงพอต่อการขับทั่วไปทั้งแซงและทำความเร็ว นอกจากนั้น ยังตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดี ขับต่ำกว่า 100 กม./ชม. แทบไม่ได้ยินเสียงลม

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับใช้งานจริง
  • ระยะเวลารวม: 3 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 433 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก

Check Also

รถยนต์ Nissan Kicks e-Power SV ปี 2026 เต็มคัน มุมหน้าเฉียง ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว ทดสอบพวงมาลัยและช่วงล่างที่เซ็ตมาโทนกลางๆ ให้ความมั่นใจในการบังคับควบคุมได้ดี

รีวิว Nissan Kicks e-POWER 2026 ขับเหมือนรถ EV ประหยัดจริง แต่คุ้มแค่ไหน?

NISSAN KICKS e-POWER (2026) รีวิว: ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอก, ภายใน และเพิ่มอุปกรณ์ แต่จุดเด่นยังอยู่ที่อัตราเร่งฟีลลิงคล้ายรถไฟฟ้า มากกว่าปริมาณออปชั่น สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque Thailand การปรับโฉมและเพิ่มอุปกรณ์ของ …