Breaking News

รีวิว Honda e:N2 (2026) รถยนต์ไฟฟ้า 204 แรงม้า ขับดี ห้องโดยสารกว้าง แต่คุ้มค่าหรือไม่?

รถยนต์ไฟฟ้า Honda e:N2 ปี 2026 เต็มคัน มุมหน้าเฉียง ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 1,429,000 บาท

HONDA e:N2 (2026) รีวิว: EV สำหรับสาวก Honda! มีดีที่แฮนด์ลิงและภายในกว้างขวาง

สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque

ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ หรือชื่นชอบแฮนด์ลิงขับสนุกสไตล์ Honda และอยากได้รถ EV ที่มีขนาดและราคาอยู่กึ่งกลางระหว่าง Civic กับ Accord นี่คือรถของคุณ e:N2 มีตัวถังยาวใกล้เคียง Civic แต่ห้องโดยสารกว้างและช่วงล่างนุ่มระดับ Accord จึงได้ทั้งขับคล่องตัวและนั่งสบาย อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ ยังมี EV อีกมากมายในคลาสเดียวกันที่มีอุปกรณ์มาตรฐานใกล้เคียงในราคาต่ำกว่า หรืออุปกรณ์แน่นๆ พร้อมพลังแรงสะใจที่ราคาพอๆ กัน

Torque’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

8 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

7 / 10

ความอรรถประโยชน์

7 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

8 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

6 / 10

ควรซื้อถ้า…

คุณเป็นสาวก Honda และ/หรือ ให้ความสำคัญกับจำนวนศูนย์บริการเป็นสำคัญ ตลอดจนการบังคับควบคุมที่มั่นใจ แฮนด์ลิงดี และมีตัวถังขนาดใหญ่แต่ยังขับคล่องตัว รวมถึงการใช้เวลาชาร์จ DC นานกว่า EV รุ่นใหม่อื่นๆ ไม่ใช่ประเด็นของคุณ

ไม่ควรซื้อถ้า…

คุณไม่ยึดติดเรื่องแบรนด์ และเน้นความคุ้มค่า มีรถ EV อีกมากมายที่มีอุปกรณ์มาตรฐานใกล้เคียงกับ Honda e:N2 ในราคาที่ถูกกว่าหลายแสน หรือรถที่มีอุปกรณ์และพละกำลังมากกว่าในราคาใกล้เคียงกัน

เหมาะกับใคร?

  • สาวก Honda ที่อยากได้เก๋ง EV ขนาดใหญ่กำลังดี
  • ชอบแฮนด์ลิงขับสนุก ควบคุมมั่นใจ
  • ชาร์จที่บ้านเป็นประจำ
  • ไม่มีปัญหากับการชาร์จ DC นานขึ้นอีกหน่อย
  • คนที่ชอบกดปุ่มมากกว่าแตะหน้าจอ

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่เน้นความคุ้มค่า มากกว่าชื่อเสียงแบรนด์
  • ชอบเทคโนโลยีหวือหวา ลูกเล่นล้ำๆ
  • คนที่ต้องชาร์จ DC บ่อย และไม่ชอบรอนาน
  • เน้นแรงสะใจ

สมรรถนะและการขับขี่

Honda e:N2 ไม่ใช่ EV ที่แรงที่สุด แต่มีแฮนด์ลิงดี ขับสนุกตอนซอกแซกหรือเข้าโค้งต่อเนื่อง จุดเด่นสำคัญคือเก็บเสียงดีเยี่ยม ห้องโดยสารเงียบกริบแม้ขับเร็วกว่า 100 กม./ชม.

พละกำลัง: ไม่แรงขั้นเทพ แต่ยังเร่งแซงทันใจ

Honda e:N2 ขับเคลื่อนล้อหน้าโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และทำแรงบิดได้ 310 นิวตันเมตร นับเป็นพละกำลังที่ไม่หวือหวาอะไร แต่ในการขับจริงพบว่า การตอบสนองกระฉับกระเฉงทันใจมาก จนรู้สึกเหมือนมีแรงม้าและแรงบิดเยอะกว่านี้ แม้ในโหมด Normal ก็ตาม

จอแสดงผลส่วนกลางในห้องโดยสารของ Honda e:N2 แสดงเมนู การจัดการ EV จากการทดสอบขับจริงพบมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าตอบสนองกระฉับกระเฉงทันใจในโหมด Normal กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร

ปุ่มและสวิตช์เลือกตำแหน่งเกียร์อัตโนมัติ Single-speed บนคอนโซลกลางของรถยนต์ไฟฟ้า

 

แป้น Paddle หลังพวงมาลัยสำหรับเลือกรอบระดับการรีเจนเนอเรทีฟเบรกกิ้ง
Honda e:N2 ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Single-speed เลือกตำแหน่งเกียร์ด้วยการกดปุ่มบนคอนโซลกลาง ส่วนแพดเดิลหลังพวงมาลัยมีไว้สำหรับเลือกระดับการรีเจนฯ

การชาร์จและระยะทางที่วิ่งได้: ชาร์จ DC ช้ากว่าคู่แข่ง อัตราใช้พลังงานระดับกลางๆ

แบตเตอรี่ติดตั้งไว้ใต้ท้องรถ และห้อยต่ำลงมาจนมองเห็นได้ชัดเจน แต่รถมีระยะห่างใต้ท้อง 142 มม. เมื่อรวมกับการใช้คานเหล็กและแผ่นปิดป้องกันรอบแบตเตอรี ทำให้ลดโอกาสครูดจนเกิดความเสียหายหรือลุยน้ำท่วมได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่สูงเท่ากับรถกลุ่ม Crossover SUV ส่วนใหญ่

Honda เคลมว่า e:N2 วิ่งได้ไกลสูงสุด 530 กม. (NEDC) จากการทดสอบด้วยการขับขี่แบบปกติของ Torque Thailand พบว่ามีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.9kWh/100 กม. นั่นหมายถึง เมื่อชาร์จเต็ม 100% จะวิ่งได้ราว 384 กม. นับว่าอยู่ในระดับกลางๆ ของค่าเฉลี่ยรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ ส่วนการรองรับการชาร์จ DC สูงสุดที่เพียง 78kW ทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้นหากต้องชาร์จที่สถานีชาร์จต่างๆ แต่ถ้าคุณชาร์จ AC ที่บ้านเป็นหลัก (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะชาร์จข้ามคืน) ก็ไม่น่าเป็นปัญหาอะไร

ช่องเสียบหัวชาร์จไฟให้แบตเตอรี่ HV ของ Honda e:N2 รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 78kW และ AC สูงสุด 7kW วิ่งได้ไกลสูงสุด 530 กม. มาตรฐาน NEDC

แบตเตอรี่ HV ประเภท Ternary Lithium-ion ความจุ 68.8kWh ผลิตโดย CATL ติดตั้งไว้ใต้ท้องรถ มีโครงสร้างปกป้องโดยรอบและใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว
ใช้แบตเตอรี่ประเภท Ternary Lithium-ion (NMC) ความจุ 68.8kWh ผลิตโดย CATL ติดตั้งไว้ใต้ท้องรถ โดยมีการปกป้องโดยรอบ ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling System) เพื่อควบคุมอุณหภูมิระหว่างการชาร์จเร็วและการขับขี่ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 78kW และ AC สูงสุด 7kW ข้อมูลจาก Honda แจ้งว่าสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 530 กม. (NEDC)

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: ขับสนุก ควบคุมง่าย

บนถนนที่คดเคี้ยว e:N2 เผยให้เห็นข้อดีของการใช้แพลตฟอร์มที่ออกแบบใหม่สำหรับรถ EV โดยเฉพาะ และการติดตั้งแบตเตอรี่ไว้ต่ำ ส่งให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำจึงเอียงตัวไม่มากเมื่อเข้าโค้งสลับหรือเปลี่ยนทิศทางไปมา เมื่อรวมกับระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่ตอบสนองไวและให้น้ำหนักเหมาะสม ทำให้ e:N2 ควบคุมง่ายและให้ความมั่นใจในโค้งได้ดี

อัตราเร่งทันใจขึ้นเมื่อปรับมาใช้โหมด Sport และจากการที่รถตัดเสียงภายนอกได้ดีมาก ทำให้ระบบเสียงสังเคราะห์ (ซึ่งจะทำงานเมื่ออยู่โหมดนี้) ช่วยเพิ่มบรรยากาศ “ซิ่ง” ในการขับขี่ได้ แรงบิด 310 นิวตันเมตร เพียงพอที่จะส่ง e:N2 ได้ทันทีที่ออกจากโค้ง ส่วนระบบเบรกก็ทรงพลังและให้สัมผัสเป็นธรรมชาติขณะเหยียบ  

สวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ในรถยนต์ไฟฟ้า ประกอบด้วยรูปแบบ Eco, Normal, Sport, และ Snow

รถยนต์ไฟฟ้า Honda e:N2 เต็มคัน มุมหน้าเฉียง ขณะขับขี่ด้วยความเร็วในโหมด Sport ที่ให้อัตราเร่งทันใจขึ้น พร้อมระบบเสียงสังเคราะห์ทำงานร่วมกับการตัดเสียงภายนอกห้องโดยสาร
e:N2 ให้สัมผัสการบังคับควบคุมที่ดี มีความคล้ายรถเก๋งมากกว่า SUV ขับสนุกเมื่อเลือกโหมด Sport ที่คันเร่งตอบสนองไว

การขับขี่นอกเมือง: เงียบจนน่าทึ่ง

จุดเด่นของ Honda e:N2 เมื่อขับออกต่างจังหวัดคือการใช้วัสดุซับเสียงแบบ “จัดเต็ม” ร่วมกับกระจกหน้าต่าง 2 ชั้น ทั้งสี่บาน และระบบควบคุมเสียงเข้าห้องโดยสาร (ANC) ช่วยให้ e:N2 เดินทางไกลด้วยความเร็วระดับ 120 กม./ชม. ได้อย่างเงียบเชียบ แทบไม่มีเสียงลมหรือเสียงจากรถรอบข้างเข้ามาให้ได้ยินเลย

ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลดี สมกับเป็นรถ EV ระดับเรือธงของแบรนด์ สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะวิ่งผ่านช่วงถนนขรุขระตลอดจนขึ้นลงคอสะพานได้ “เนียน” แม้ไม่เทียบเท่ารถกลุ่ม Luxury Sedan/SUV แต่ก็นุ่มไม่ต่างจาก Accord เลยทีเดียว การทรงตัวขณะเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งกว้างที่ความเร็ว 100-120 กม./ชม. มีการเอียงเพียงเล็กน้อย ส่วนพวงมาลัยก็ให้สัมผัสหนักแน่นช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบังคับควบคุมได้ทุกย่านความเร็ว

เรื่องที่ควรพิจารณาคือ ระยะทางวิ่ง ในการใช้งานจริงเราทำได้ประมาณ 384 กม. ด้วยการขับปกติ แต่ถ้าขับเน้นประหยัดมีแนวโน้มสูงที่จะได้ถึง 400 กม. กว่าๆ ซึ่งไม่มีปัญหาหากไม่ได้ไปไกลมาก แต่ถ้าคุณเน้นขับไกลจนต้องแวะชาร์จ ต้องยอมรับว่าจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจาก e:N2 รองรับ DC สูงสุด น้อยกว่ารถ EV ส่วนใหญ่

พวงมาลัยระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าดีไซน์ใหม่สำหรับรถกลุ่ม EV ตัวอักษร HONDA แทนตราสัญลักษณ์ H สำหรับปรับน้ำหนักตามแต่ละย่านความเร็ว
ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าตอบสนองดีและให้น้ำหนักเหมาะสมตามแต่ละย่านความเร็ว พวงมาลัยดีไซน์ใหม่สำหรับรถกลุ่ม EV ของค่าย ใช้ตัวอักษร ‘HONDA’ แทนตราสัญลักษณ์ ‘H’
ล้อขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50 ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม
ล้อขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50 เท่ากันทั้งหมด ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังทอร์ชั่นบีม เซ็ตมานุ่มนวลแต่ก็เกาะถนนได้ดี ไม่นิ่มยวบยาบ

การขับขี่ในเมือง: ซอกแซกสะดวก จอดง่าย

ห้องโดยสารที่ตัดเสียงรบกวนได้ดีเมื่อขับต่างจังหวัด เป็นจุดเด่นของ e:N2 เมื่อใช้งานในเมืองด้วยเช่นกัน คุณจะรับรู้ถึงความเงียบได้ทันทีที่ปิดประตู เสียงการจราจรภายนอกดังเข้ามาให้ได้ยินเพียงเล็กน้อย ส่วนเสียงขอมอเตอร์ไฟฟ้าขณะเร่งความเร็วก็ต้องตั้งใจฟังจริงๆ จึงได้ยิน

แน่นอนว่าอัตราเร่งเหลือเฟือสำหรับทั้งออกตัวและแซง ถ้าคุณใช้งานในเมืองเป็นประจำ พละกำลังของ e:N2 เพียงพอต่อสภาพการจราจรในกรุงเทพฯ ทั้งบนนถนนปกติและทางด่วนแน่นอน นอกจากนั้น ในโหมด Normal ยังให้การตอบสนองคันเร่งนุ่มนวลแม้จะเหยียบลึกทันทีก็ตาม เนื่องจาก Honda ใช้สถาปัตยกรรมเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นเรื่องการขับเคลื่อนอย่างราบรื่นเป็นหลัก

จากประสบการณ์ตรงในการลองขับในเมือง พบว่า e:N2 สามารถซอกแซกไปตามกระแสจราจรได้คล่องตัว วงเลี้ยว 5.9 เมตร (แคบกว่า Accord (6.1 เมตร) เล็กน้อย) จึงยังคงกลับรถหรือเข้าจอดได้สบาย แม้ตัวถังยาวกว่า 4.78 เมตร ก็ตาม

รถยนต์ไฟฟ้า Honda e:N2 เต็มคัน มุมท้ายตรง มีมิติตัวถังยาว 4.78 เมตร และกว้าง 1.83 เมตร ใหญ่กว่า Civic แต่เล็กกว่า Accord ช่วยให้การถอยจอดหรือกลับรถในที่แคบมีความคล่องแคล่ว
การถอยจอดหรือกลับรถในที่แคบยังคงคล่องแคล่ว เพราะมีความยาว 4.78 เมตร และกว้าง 1.83 เมตร ใหญ่กว่า Civic แต่ก็เล็กกว่า Accord

ดีไซน์ภายนอก: Sweet Spot ระหว่างขนาดและความคล่องตัว

ถ้าคุณเป็นสาวก Honda และพบปัญหาว่า Civic เล็กไป แต่ Accord ก็ใหญ่ไป e:N2 เข้ามาแก้ Pain Point นี้ได้ตรงจุดแน่นอน ด้วยขนาดตัวถังยาว 4,788 มม. หรือยาวกว่า Civic 107 มม. แต่สั้นกว่า Accord 174 มม. ทว่ามีห้องโดยสารกว้างขวางพอกัน ทำให้ e:N2 สามารถขับขี่ในเมืองได้คล่องแคล่วในขณะเดียวกันก็นั่งสบายทั้งหน้าและหลัง

รถยนต์ไฟฟ้า Honda e:N2 เต็มคัน มุมหน้าตรง แสดงความกว้างตัวถัง 1,838 มม. มีความกว้างฐานล้อหน้า 1,549 มม. และล้อหลัง 1,550 มม.

รถยนต์ไฟฟ้า Honda e:N2 เต็มคัน มุมท้ายเฉียง มิติตัวถังยาว 4,788 มม. ฐานล้อยาว 2,733 มม. และมีความสูงใต้ท้องรถ 142 มม.

แถบตกแต่งข้างประตู ใต้กระจกมองข้าง ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แพลตฟอร์ม e:N Architecture F สำหรับระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและเน้นการกระจายน้ำหนักที่สมดุล
Honda e:N2 มีความยาวฐานล้อ 2,733 มม. ใช้แพลตฟอร์ม ‘e:N Architecture F’ ออกแบบเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้า เน้นการกระจายน้ำหนักที่สมดุลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว

มือเปิดประตูหน้าดีไซน์เรียบเนียนไปกับตัวถังรถยนต์ไฟฟ้า และจะกางออกเมื่อทำการปลดล็อก

มือเปิดประตูหลังติดตั้งไว้ที่ฐานล่างของกรอบกระจกบานประตูรถยนต์ไฟฟ้า

ห้องเครื่องใต้ฝากระโปรงหน้าของรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ด้านหน้า โดยไม่มีช่องเก็บของด้านหน้า
ประตูหน้าใช้มือเปิดแบบแนบไปกับตัวรถ และกางออกเมื่อปลดล็อก ส่วนประตูหลังติดตั้งไว้ที่เสาด้านบน ใต้ฝากระโปรงหน้าปิดเรียบ ไม่มีช่องเก็บของใดๆ

โคมไฟหน้าแบบ Full LED ของรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเปิดใช้งานระบบไฟหน้าและไฟเลี้ยว พร้อมระบบไฟสูงอัตโนมัติ

ตราสัญลักษณ์ H เรืองแสง ที่ด้านหน้ารถยนต์ไฟฟ้าเมื่อเปิดระบบไฟหรี่หรือไฟหน้า

ชุดไฟท้ายรถยนต์ไฟฟ้า แถบแนวตั้งด้านข้างทรงสามเหลี่ยม พร้อมแถบไฟหรี่คาดยาวตลอดแนวฝาท้าย
ชุดไฟหน้าออกแบบให้เส้นไฟและตราสัญลักษณ์ ‘H’ เรืองแสงเมื่อเปิดไฟหน้า ส่วนไฟท้ายใช้แถบแนวตั้งด้านข้างทรงสามเหลี่ยมสอดคล้องกับด้านหน้า และมีแถบไฟหรี่คาดยาวตลอดแนว

ห้องโดยสาร: กว้างใกล้เคียง Accord พร้อมอุปกรณ์เต็มพิกัด

จุดที่น่าสนใจคือพื้นที่ในห้องโดยสาร แม้ฐานล้อยาวเท่ากับ Civic แต่กลับมีความกว้างใกล้เคียง Accord นั่งสบายทั้งเบาะหน้าและหลัง ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายรถสามารถใส่กระเป๋าเดินทาง 5 ใบได้สบาย

จอแสดงผลส่วนกลางขนาดใหญ่ 12.8 นิ้ว ใช้สำหรับ Infotainment เป็นหลัก ร่วมด้วยเมนูควบคุมระบบหลักๆ ของรถ เช่น ระบบความปลอดภัย, การชาร์จ และการตั้งค่าพื้นฐาน ส่วนการควบคุมอื่นๆ ที่ใช้ขณะขับขี่ยังคงเป็นแบบเดียวกับรถยนต์รุ่นเครื่องยนต์หรือไฮบริดอื่นๆ ของ Honda ที่ใช้ปุ่ม Physical ทั้งหมด ต่างจากรถ EV ส่วนใหญ่ที่รวบรวมทุกอย่างไว้ในจอ

แดชบอร์ดในห้องโดยสารของ Honda e:N2 จากการทดสอบจริงพบพื้นที่ห้องโดยสารมีความกว้างขวางใกล้เคียง Accord และนั่งสบายทั้งเบาะหน้าและหลัง แม้มีฐานล้อยาวเท่า Civic

หลังคาซันรูฟสำหรับติดตั้งเพื่อเปิดรับแสงเฉพาะผู้โดยสารบริเวณเบาะหน้า
ห้องโดยสารกว้างขวางและโปรงโล่ง ออกแบบคอนโซลกลางให้เป็น Walk-through สไตล์ MPV สมัยก่อน ซันรูฟมีให้เฉพาะสำหรับผู้นั่งตอนหน้า

เบาะนั่งด้านหน้าขนาดใหญ่ปรับด้วยระบบไฟฟ้า โดยเบาะผู้ขับปรับได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งและระบบเลื่อนอัตโนมัติขณะขึ้นลงรถ

เบาะนั่งด้านหลังในห้องโดยสารรถยนต์ไฟฟ้า สามารถปรับเอนเพิ่มได้ 1 ระดับ ประมาณ 5 องศา พร้อมพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะ
เบาะหน้าขนาดใหญ่ปรับด้วยไฟฟ้าทั้งคู่ จัดวางในตำแหน่งที่นั่งสบายและควบคุมรถได้ถนัด ส่วนเบาะหลังก็มีขนาดใหญ่เช่นกัน สามารถปรับเอนได้ 1 ระดับ (เอนเพิ่มประมาณ 5 องศา) นั่งสบาย มีพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะเหลือเฟือสำหรับผู้ใหญ่
จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 9 นิ้ว ทรงยาว แสดงข้อมูลการขับขี่ด้านขวา ทำงานร่วมกับหน้าจอ HUD ขนาด 11 นิ้ว
ผู้ขับได้จอขนาด 9 นิ้ว ทรงยาว จัดวางการแสดงผลอ่านง่าย มองเห็นชัดเจน สามารถเรียกดูข้อมูลต่างๆ ได้ที่ด้านขวาของจอ มาพร้อม HUD ขนาด 11 นิ้ว
จอแสดงผลส่วนกลางขนาด 12.8 นิ้ว แสดงไอคอนขนาดใหญ่ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto
จอแสดงผลส่วนกลางขนาด 12.8 นิ้ว ให้ความคมชัดสูง และตอบสนองว่องไวเหมือนสมาร์ตโฟน ไอคอนต่างๆ มีขนาดใหญ่มาก จึงสามารถกดขณะขับขี่ได้ง่ายและแม่นยำ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto

จอแสดงผลส่วนกลาง แสดงเมนู การตั้งค่าปรับการกรองอากาศ ของระบบปรับอากาศแบบแยกอิสระ 2 โซน พร้อมฟีเจอร์กรองฝุ่น PM

จอแสดงผลส่วนกลาง แสดงเมนู การตั้งค่าน้ำหอมอโรมา สำหรับระบบเลือกเปิด-ปิด และปรับระดับการส่งกลิ่นหอมในรถยนต์ไฟฟ้า Honda
เป็นครั้งแรกที่ Honda ติดตั้งระบบ “น้ำหอมอโรมา” มาให้ โดยผู้ใช้สามารถเลือก เปิด/ปิด และระดับการส่งกลิ่นได้จากหน้าจอ ส่วนน้ำหอมมีให้เลือกหลายกลิ่น ซื้อได้จากโชว์รูม Honda ระบบปรับอากาศแบบแยก 2 โซน พร้อมฟีเจอร์กรองฝุ่น PM ที่สามารถเลือกระดับการกรองได้เช่นกัน

ปุ่มสั่งการระบบเบรกมือไฟฟ้า และปุ่มระบบ Auto Hold บริเวณคอนโซลกลางรถยนต์ไฟฟ้า

แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger และช่องเชื่อมต่อ USB ของ Honda e:N2 ใต้ส่วนกลางแดชบอร์ด ดีไซน์เปิด-ปิดแบบลิ้นชัก

ลำโพงเสียงแหลมจากชุดเครื่องเสียง Bose รวม 12 ตำแหน่ง ติดตั้งอยู่บนบริเวณเสา A ในห้องโดยสารรถยนต์ไฟฟ้า
ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้เพียงพอสำหรับการใช้งาน อาทิ เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, Wireless Charger, USB และชุดลำโพง 12 ตัว จาก Bose เป็นต้น 

ความปลอดภัย: กล้องคมชัด เพิ่ม Center Airbag

e:N2 มาพร้อมกล้อง 360 องศา ที่ให้ความคมชัดสูงกว่ารถรุ่นอื่นๆ ของ Honda (ซึ่งเป็นข้อเสียที่ Honda ไม่เคยแก้ไข) ทั้งยังสามารถแตะและลากที่หน้าจอเพื่อหมุนดูได้รอบคัน ทำให้การจอดหรือขับในที่แคบปลอดภัยยิ่งขึ้น จากการทดสอบพบว่าให้ภาพที่ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน

แน่นอนว่ามีระบบ ‘Honda SENSING’ ติดตั้งมาให้ เช่นเดียวกับ Honda รุ่นอื่นๆ แต่ที่พิเศษกว่าคือมีการติดตั้ง Center Airbag มาให้ด้วย เพื่อลดโอกาสบาดเจ็บจากการกระแทกกันเองระหว่างผู้นั่งเบาะหน้า  

สวิตช์และปุ่มกดบนก้านพวงมาลัยฝั่งขวา สำหรับควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนโทรล และระบบช่วยเหลือการขับขี่

กล้องของระบบความปลอดภัย ADAS บริเวณกระจกบังลมหน้าของ Honda e:N2 ที่ติดตั้งระบบความปลอดภัย Honda Sensing

ระบบ Blind-spot แสดงไฟเตือนจุดอับสายตาบนกระจกมองข้างรถยนต์ไฟฟ้า
ติดตั้งระบบ Honda SENSING มาให้เช่นเดียวกับรถรุ่นใหม่อื่นๆ ของ Honda ใช้ระบบ Blind-spot แจ้งเตือนที่กระจกมองข้าง ที่หลายคนบอกว่าใช้งานดีกว่าระบบ Lane Watch ส่วนระบบช่วยขับขี่ก็มีมาให้ครบทั้งระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และเคลื่อนตัวตามรถคันหน้า พร้อมระบบ Stop&Go

จอแสดงผลส่วนกลางในห้องโดยสารของ Honda e:N2 แสดงภาพจากกล้อง 360 องศา สามารถแตะลากหมุนดูรอบคันได้ โดยจากการทดสอบจริงให้ความคมชัดสูงทั้งกลางวันและกลางคืนช่วยให้จอดและขับในที่แคบปลอดภัยขึ้น

ผ้าระบุข้อความ CENTER AIRBAG ที่ขอบพนักพิงเบาะผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดโอกาสบาดเจ็บจากการกระแทกกันระหว่างผู้นั่งเบาะหน้า

ตราสัญลักษณ์ e:N2 โครเมียม บริเวณฝาท้ายรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อบอกชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการ
กล้องรอบทิศทางให้ความคมชัดดีมาก เมื่อเทียบกับ Honda รุ่นอื่นๆ มาพร้อมกระจกมองหลังแบบกล้อง ที่คมชัดเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ยังมี Center Airbag มาให้อีกด้วย

ฟันธง – Honda e:N2 น่าซื้อมั้ย?

น่าซื้อถ้าคุณชอบ Honda อยู่แล้ว และอยากได้รถซีดานที่มีขนาดใหญ่กำลังดี ยังใช้งานได้คล่องแคล่วในเมือง เพราะ e:N2 ยาว 4.7 เมตร แต่มีห้องโดยสารกว้างระดับ Accord ส่วนการใช้งานระบบต่างๆ ยังคงเหมือน Honda รุ่นเครื่องยนต์และไฮบริด จึงไม่ต้องปรับตัวมากถ้าคุณใช้แบรนด์นี้เป็นหลักอยู่แล้ว

แต่ e:N2 ไม่ใช่รถที่ Torque Thailand แนะนำ หากคุณเน้นรถ EV ราคาที่คุ้มค่า โดยไม่สนใจว่าต้องเป็นแบรนด์หลักหรือไม่ เนื่องจากยังมีรถที่ราคาถูกกว่านี้มากในขณะที่ให้อุปกรณ์มาตรฐานไม่ต่างกัน หรือที่ราคาใกล้เคียงกันให้เทคโนโลยีและพละกำลังมากกว่า นอกจากนั้น หากคุณใช้เดินทางไกลๆ เป็นหลัก ควรมองหารถที่มีแบตเตอรี่ใหญ่กว่านี้และชาร์จ DC ได้เร็วกว่านี้ จะให้ความสะดวกได้มากกว่า

SPECIFICATIONS: HONDA e:N2 (2026)

https://www.honda.co.th/en2

Price

  • 1,429,000 Baht

Powertrain

  • 8kWh NMC Battery, Single e-motor
  • 204ps
  • 310Nm

Transmission

  • Single-speed Automatic
  • Front-wheel drive

Performance

  • n/a sec 0-100km/h
  • n/a km/h top speed
  • 9kWh/100km, 384km range (at test, fully charged), 530km max range (Eco Sticker)

Weight

  • 1762kg

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Honda e:N2

ข้อดี ข้อเสีย ของ Honda e:N2 มีอะไรบ้าง?

ข้อดีคือ ขนาดตัวถังใหญ่กำลังดี จึงคล่องตัวแต่ได้ภายในกว้างใกล้เคียง Accord ทั้งยังใช้งานง่ายเพราะเน้นปุ่ม Physical แฮนด์ลิงดี ช่วงล่างนุ่มแต่ไม่ย้วย ข้อเสียคือ ราคาสูงกว่ารถในคลาสเดียวกันเมื่อเทียบกับสเปกและอุปกรณ์มาตรฐาน

สรุปจุดเด่น

  • ห้องโดยสารกว้างขวาง
  • แฮนด์ลิงดี ขับสนุกในโค้ง
  • ช่วงล่างนุ่มนวล นั่งสบาย
  • ใช้ง่าย ฟังก์ชั่นส่วนใหญ่ควบคุมผ่านปุ่มกด

สรุปจุดด้อย

  • พลัง, เทคโนโลยี และรายการอุปกรณ์ ยังสู้รถจีนราคาใกล้กันไม่ได้
  • ชาร์จ DC ช้ากว่ารถ EV ส่วนใหญ่
  • แบตเตอรี่เล็ก วิ่งได้จริง 400 กว่า กม.

คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ Honda e:N2?

คุ้มถ้าคุณเป็นสาวก Honda และต้องการรถขับคล่องแต่ภายในกว้าง เพราะ e:N2 ใช้การควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ เหมือน Honda รุ่นเครื่องยนต์หรือไฮบริด ถ้าใช้ Honda อยู่แล้วไม่ต้องปรับตัวมาก และตัวถังยาวกึ่งกลางระหว่าง Civic กับ Accord จึงขับคล่องในเมือง แต่ได้ภายในกว้าง

แต่ถ้าไม่ใช่แฟน Honda ควรนำรถแบรนด์อื่นมาพิจารณาร่วมด้วย เนื่องจากที่ราคาใกล้เคียงกัน ยังมีรถที่แรงกว่า, ชาร์จเร็วกว่า, เทคโนโลยีหวือหวากว่า และอุปกรณ์มาตรฐานเยอะกว่า ให้เลือกอีกหลายคัน

E:N2 ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?

จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า e:N2 มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบปกติ 17.9 kWh/100 กม. ขับใช้งานได้ 384 กม. (ชาร์จเต็ม 100%)

ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ใช้งานได้สูงสุด 530 กม./ชาร์จ (NEDC) รองรับ DC สูงสุด 78kW ชาร์จจาก 30-80% ได้ใน 40 นาที ส่วนชาร์จ AC รองรับสูงสุด 7kW จาก 5-100% ทำได้ใน 9.5 ชม.

โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราการใช้พลังงานที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

Honda e:N2 ราคาเท่าไหร่?

มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 1,429,000 บาท

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

คู่แข่งของ Honda e:N2 คือรถ Crossover EV ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น

  • Mazda 6e Exclusive ราคาปกติ1,199,000 บาท 258 แรงม้า, 290 นิวตันเมตร, 654 กม./ชาร์จ
  • Deepal S07 ราคาปกติ1,219,000 บาท 258 แรงม้า, 320 นิวตันเมตร, 485 กม./ชาร์จ
  • BYD Seal Premium ราคาปกติ 1,449,000 บาท 313 แรงม้า, 360 นิวตันเมตร, 650 กม./ชาร์จ
  • X Peng G6 AWD Performance ราคาปกติ 1,489,000 บาท 486 แรงม้า, 660 นิวตันเมตร, 575 กม./ชาร์จ

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีการรับประกันหรือไม่?

Honda e:N2 รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กม. รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบขับเคลื่อนทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?

Honda e:N2 เหมาะกับใช้งานในเมืองมากกว่าเดินทางไกล เพราะวิ่งจริงได้ประมาณ 400 กม. และรองรับการชาร์จ DC สูงสุดเพียง 78kW จึงต้องใช้เวลานานในการชาร์จ อาจไม่สะดวกหากขับต่างจังหวัดไกลๆ แต่ดีถ้าใช้ในเมือง เนื่องจากตัวถังไม่ใหญ่แต่ภายในกว้าง และชาร์จ AC รองรับสูงสุดที่ 7kW ช้าแต่ไม่เป็นปัญหาถ้าชาร์จข้ามคืน

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับใช้งานจริง
  • ระยะเวลารวม: 3 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 326 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก

Check Also

ภาพเต็มคันมุมหน้าเฉียงของ Volvo EX90 Twin Performance (2025) ขณะขับด้วยความเร็ว ซึ่งจากการใช้งานทั่วไปพบว่ามีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ย 19.7 kWh/100 กม. และแสดงระยะทางขับขี่ 542 กม. เมื่อชาร์จเต็ม 100%

รีวิว Volvo EX90 Ultra Twin Performance 2025 ตัวท็อป 4.89 ล้าน คุ้มไหม

Volvo EX90 Ultra Twin Performance (2025) รีวิว: อุปกรณ์และราคาในไทยสู้ได้! แรงสุด และถูกกว่าคู่แข่งหลักล้านบาท สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque Volvo EX90 …