HONDA e:N2 (2026) รีวิว: EV สำหรับสาวก Honda! มีดีที่แฮนด์ลิงและภายในกว้างขวาง
สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque
ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ หรือชื่นชอบแฮนด์ลิงขับสนุกสไตล์ Honda และอยากได้รถ EV ที่มีขนาดและราคาอยู่กึ่งกลางระหว่าง Civic กับ Accord นี่คือรถของคุณ e:N2 มีตัวถังยาวใกล้เคียง Civic แต่ห้องโดยสารกว้างและช่วงล่างนุ่มระดับ Accord จึงได้ทั้งขับคล่องตัวและนั่งสบาย อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ ยังมี EV อีกมากมายในคลาสเดียวกันที่มีอุปกรณ์มาตรฐานใกล้เคียงในราคาต่ำกว่า หรืออุปกรณ์แน่นๆ พร้อมพลังแรงสะใจที่ราคาพอๆ กัน
Torque’s Rating
|
หมวด |
คะแนน |
|
การบังคับควบคุม |
8 / 10 |
|
พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน |
7 / 10 |
|
ความอรรถประโยชน์ |
7 / 10 |
|
ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน |
8 / 10 |
|
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา |
6 / 10 |
ควรซื้อถ้า…
คุณเป็นสาวก Honda และ/หรือ ให้ความสำคัญกับจำนวนศูนย์บริการเป็นสำคัญ ตลอดจนการบังคับควบคุมที่มั่นใจ แฮนด์ลิงดี และมีตัวถังขนาดใหญ่แต่ยังขับคล่องตัว รวมถึงการใช้เวลาชาร์จ DC นานกว่า EV รุ่นใหม่อื่นๆ ไม่ใช่ประเด็นของคุณ
ไม่ควรซื้อถ้า…
คุณไม่ยึดติดเรื่องแบรนด์ และเน้นความคุ้มค่า มีรถ EV อีกมากมายที่มีอุปกรณ์มาตรฐานใกล้เคียงกับ Honda e:N2 ในราคาที่ถูกกว่าหลายแสน หรือรถที่มีอุปกรณ์และพละกำลังมากกว่าในราคาใกล้เคียงกัน
เหมาะกับใคร?
- สาวก Honda ที่อยากได้เก๋ง EV ขนาดใหญ่กำลังดี
- ชอบแฮนด์ลิงขับสนุก ควบคุมมั่นใจ
- ชาร์จที่บ้านเป็นประจำ
- ไม่มีปัญหากับการชาร์จ DC นานขึ้นอีกหน่อย
- คนที่ชอบกดปุ่มมากกว่าแตะหน้าจอ
ไม่เหมาะกับใคร?
- คนที่เน้นความคุ้มค่า มากกว่าชื่อเสียงแบรนด์
- ชอบเทคโนโลยีหวือหวา ลูกเล่นล้ำๆ
- คนที่ต้องชาร์จ DC บ่อย และไม่ชอบรอนาน
- เน้นแรงสะใจ
สมรรถนะและการขับขี่
Honda e:N2 ไม่ใช่ EV ที่แรงที่สุด แต่มีแฮนด์ลิงดี ขับสนุกตอนซอกแซกหรือเข้าโค้งต่อเนื่อง จุดเด่นสำคัญคือเก็บเสียงดีเยี่ยม ห้องโดยสารเงียบกริบแม้ขับเร็วกว่า 100 กม./ชม.
พละกำลัง: ไม่แรงขั้นเทพ แต่ยังเร่งแซงทันใจ
Honda e:N2 ขับเคลื่อนล้อหน้าโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และทำแรงบิดได้ 310 นิวตันเมตร นับเป็นพละกำลังที่ไม่หวือหวาอะไร แต่ในการขับจริงพบว่า การตอบสนองกระฉับกระเฉงทันใจมาก จนรู้สึกเหมือนมีแรงม้าและแรงบิดเยอะกว่านี้ แม้ในโหมด Normal ก็ตาม

การชาร์จและระยะทางที่วิ่งได้: ชาร์จ DC ช้ากว่าคู่แข่ง อัตราใช้พลังงานระดับกลางๆ
แบตเตอรี่ติดตั้งไว้ใต้ท้องรถ และห้อยต่ำลงมาจนมองเห็นได้ชัดเจน แต่รถมีระยะห่างใต้ท้อง 142 มม. เมื่อรวมกับการใช้คานเหล็กและแผ่นปิดป้องกันรอบแบตเตอรี ทำให้ลดโอกาสครูดจนเกิดความเสียหายหรือลุยน้ำท่วมได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่สูงเท่ากับรถกลุ่ม Crossover SUV ส่วนใหญ่
Honda เคลมว่า e:N2 วิ่งได้ไกลสูงสุด 530 กม. (NEDC) จากการทดสอบด้วยการขับขี่แบบปกติของ Torque Thailand พบว่ามีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.9kWh/100 กม. นั่นหมายถึง เมื่อชาร์จเต็ม 100% จะวิ่งได้ราว 384 กม. นับว่าอยู่ในระดับกลางๆ ของค่าเฉลี่ยรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ ส่วนการรองรับการชาร์จ DC สูงสุดที่เพียง 78kW ทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้นหากต้องชาร์จที่สถานีชาร์จต่างๆ แต่ถ้าคุณชาร์จ AC ที่บ้านเป็นหลัก (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะชาร์จข้ามคืน) ก็ไม่น่าเป็นปัญหาอะไร

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: ขับสนุก ควบคุมง่าย
บนถนนที่คดเคี้ยว e:N2 เผยให้เห็นข้อดีของการใช้แพลตฟอร์มที่ออกแบบใหม่สำหรับรถ EV โดยเฉพาะ และการติดตั้งแบตเตอรี่ไว้ต่ำ ส่งให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำจึงเอียงตัวไม่มากเมื่อเข้าโค้งสลับหรือเปลี่ยนทิศทางไปมา เมื่อรวมกับระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่ตอบสนองไวและให้น้ำหนักเหมาะสม ทำให้ e:N2 ควบคุมง่ายและให้ความมั่นใจในโค้งได้ดี
อัตราเร่งทันใจขึ้นเมื่อปรับมาใช้โหมด Sport และจากการที่รถตัดเสียงภายนอกได้ดีมาก ทำให้ระบบเสียงสังเคราะห์ (ซึ่งจะทำงานเมื่ออยู่โหมดนี้) ช่วยเพิ่มบรรยากาศ “ซิ่ง” ในการขับขี่ได้ แรงบิด 310 นิวตันเมตร เพียงพอที่จะส่ง e:N2 ได้ทันทีที่ออกจากโค้ง ส่วนระบบเบรกก็ทรงพลังและให้สัมผัสเป็นธรรมชาติขณะเหยียบ

การขับขี่นอกเมือง: เงียบจนน่าทึ่ง
จุดเด่นของ Honda e:N2 เมื่อขับออกต่างจังหวัดคือการใช้วัสดุซับเสียงแบบ “จัดเต็ม” ร่วมกับกระจกหน้าต่าง 2 ชั้น ทั้งสี่บาน และระบบควบคุมเสียงเข้าห้องโดยสาร (ANC) ช่วยให้ e:N2 เดินทางไกลด้วยความเร็วระดับ 120 กม./ชม. ได้อย่างเงียบเชียบ แทบไม่มีเสียงลมหรือเสียงจากรถรอบข้างเข้ามาให้ได้ยินเลย
ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลดี สมกับเป็นรถ EV ระดับเรือธงของแบรนด์ สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะวิ่งผ่านช่วงถนนขรุขระตลอดจนขึ้นลงคอสะพานได้ “เนียน” แม้ไม่เทียบเท่ารถกลุ่ม Luxury Sedan/SUV แต่ก็นุ่มไม่ต่างจาก Accord เลยทีเดียว การทรงตัวขณะเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งกว้างที่ความเร็ว 100-120 กม./ชม. มีการเอียงเพียงเล็กน้อย ส่วนพวงมาลัยก็ให้สัมผัสหนักแน่นช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบังคับควบคุมได้ทุกย่านความเร็ว
เรื่องที่ควรพิจารณาคือ ระยะทางวิ่ง ในการใช้งานจริงเราทำได้ประมาณ 384 กม. ด้วยการขับปกติ แต่ถ้าขับเน้นประหยัดมีแนวโน้มสูงที่จะได้ถึง 400 กม. กว่าๆ ซึ่งไม่มีปัญหาหากไม่ได้ไปไกลมาก แต่ถ้าคุณเน้นขับไกลจนต้องแวะชาร์จ ต้องยอมรับว่าจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจาก e:N2 รองรับ DC สูงสุด น้อยกว่ารถ EV ส่วนใหญ่


การขับขี่ในเมือง: ซอกแซกสะดวก จอดง่าย
ห้องโดยสารที่ตัดเสียงรบกวนได้ดีเมื่อขับต่างจังหวัด เป็นจุดเด่นของ e:N2 เมื่อใช้งานในเมืองด้วยเช่นกัน คุณจะรับรู้ถึงความเงียบได้ทันทีที่ปิดประตู เสียงการจราจรภายนอกดังเข้ามาให้ได้ยินเพียงเล็กน้อย ส่วนเสียงขอมอเตอร์ไฟฟ้าขณะเร่งความเร็วก็ต้องตั้งใจฟังจริงๆ จึงได้ยิน
แน่นอนว่าอัตราเร่งเหลือเฟือสำหรับทั้งออกตัวและแซง ถ้าคุณใช้งานในเมืองเป็นประจำ พละกำลังของ e:N2 เพียงพอต่อสภาพการจราจรในกรุงเทพฯ ทั้งบนนถนนปกติและทางด่วนแน่นอน นอกจากนั้น ในโหมด Normal ยังให้การตอบสนองคันเร่งนุ่มนวลแม้จะเหยียบลึกทันทีก็ตาม เนื่องจาก Honda ใช้สถาปัตยกรรมเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นเรื่องการขับเคลื่อนอย่างราบรื่นเป็นหลัก
จากประสบการณ์ตรงในการลองขับในเมือง พบว่า e:N2 สามารถซอกแซกไปตามกระแสจราจรได้คล่องตัว วงเลี้ยว 5.9 เมตร (แคบกว่า Accord (6.1 เมตร) เล็กน้อย) จึงยังคงกลับรถหรือเข้าจอดได้สบาย แม้ตัวถังยาวกว่า 4.78 เมตร ก็ตาม

ดีไซน์ภายนอก: Sweet Spot ระหว่างขนาดและความคล่องตัว
ถ้าคุณเป็นสาวก Honda และพบปัญหาว่า Civic เล็กไป แต่ Accord ก็ใหญ่ไป e:N2 เข้ามาแก้ Pain Point นี้ได้ตรงจุดแน่นอน ด้วยขนาดตัวถังยาว 4,788 มม. หรือยาวกว่า Civic 107 มม. แต่สั้นกว่า Accord 174 มม. ทว่ามีห้องโดยสารกว้างขวางพอกัน ทำให้ e:N2 สามารถขับขี่ในเมืองได้คล่องแคล่วในขณะเดียวกันก็นั่งสบายทั้งหน้าและหลัง



ห้องโดยสาร: กว้างใกล้เคียง Accord พร้อมอุปกรณ์เต็มพิกัด
จุดที่น่าสนใจคือพื้นที่ในห้องโดยสาร แม้ฐานล้อยาวเท่ากับ Civic แต่กลับมีความกว้างใกล้เคียง Accord นั่งสบายทั้งเบาะหน้าและหลัง ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายรถสามารถใส่กระเป๋าเดินทาง 5 ใบได้สบาย
จอแสดงผลส่วนกลางขนาดใหญ่ 12.8 นิ้ว ใช้สำหรับ Infotainment เป็นหลัก ร่วมด้วยเมนูควบคุมระบบหลักๆ ของรถ เช่น ระบบความปลอดภัย, การชาร์จ และการตั้งค่าพื้นฐาน ส่วนการควบคุมอื่นๆ ที่ใช้ขณะขับขี่ยังคงเป็นแบบเดียวกับรถยนต์รุ่นเครื่องยนต์หรือไฮบริดอื่นๆ ของ Honda ที่ใช้ปุ่ม Physical ทั้งหมด ต่างจากรถ EV ส่วนใหญ่ที่รวบรวมทุกอย่างไว้ในจอ






ความปลอดภัย: กล้องคมชัด เพิ่ม Center Airbag
e:N2 มาพร้อมกล้อง 360 องศา ที่ให้ความคมชัดสูงกว่ารถรุ่นอื่นๆ ของ Honda (ซึ่งเป็นข้อเสียที่ Honda ไม่เคยแก้ไข) ทั้งยังสามารถแตะและลากที่หน้าจอเพื่อหมุนดูได้รอบคัน ทำให้การจอดหรือขับในที่แคบปลอดภัยยิ่งขึ้น จากการทดสอบพบว่าให้ภาพที่ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน
แน่นอนว่ามีระบบ ‘Honda SENSING’ ติดตั้งมาให้ เช่นเดียวกับ Honda รุ่นอื่นๆ แต่ที่พิเศษกว่าคือมีการติดตั้ง Center Airbag มาให้ด้วย เพื่อลดโอกาสบาดเจ็บจากการกระแทกกันเองระหว่างผู้นั่งเบาะหน้า


ฟันธง – Honda e:N2 น่าซื้อมั้ย?
น่าซื้อถ้าคุณชอบ Honda อยู่แล้ว และอยากได้รถซีดานที่มีขนาดใหญ่กำลังดี ยังใช้งานได้คล่องแคล่วในเมือง เพราะ e:N2 ยาว 4.7 เมตร แต่มีห้องโดยสารกว้างระดับ Accord ส่วนการใช้งานระบบต่างๆ ยังคงเหมือน Honda รุ่นเครื่องยนต์และไฮบริด จึงไม่ต้องปรับตัวมากถ้าคุณใช้แบรนด์นี้เป็นหลักอยู่แล้ว
แต่ e:N2 ไม่ใช่รถที่ Torque Thailand แนะนำ หากคุณเน้นรถ EV ราคาที่คุ้มค่า โดยไม่สนใจว่าต้องเป็นแบรนด์หลักหรือไม่ เนื่องจากยังมีรถที่ราคาถูกกว่านี้มากในขณะที่ให้อุปกรณ์มาตรฐานไม่ต่างกัน หรือที่ราคาใกล้เคียงกันให้เทคโนโลยีและพละกำลังมากกว่า นอกจากนั้น หากคุณใช้เดินทางไกลๆ เป็นหลัก ควรมองหารถที่มีแบตเตอรี่ใหญ่กว่านี้และชาร์จ DC ได้เร็วกว่านี้ จะให้ความสะดวกได้มากกว่า
SPECIFICATIONS: HONDA e:N2 (2026)
Price
- 1,429,000 Baht
Powertrain
- 8kWh NMC Battery, Single e-motor
- 204ps
- 310Nm
Transmission
- Single-speed Automatic
- Front-wheel drive
Performance
- n/a sec 0-100km/h
- n/a km/h top speed
- 9kWh/100km, 384km range (at test, fully charged), 530km max range (Eco Sticker)
Weight
- 1762kg
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Honda e:N2
ข้อดี ข้อเสีย ของ Honda e:N2 มีอะไรบ้าง?
ข้อดีคือ ขนาดตัวถังใหญ่กำลังดี จึงคล่องตัวแต่ได้ภายในกว้างใกล้เคียง Accord ทั้งยังใช้งานง่ายเพราะเน้นปุ่ม Physical แฮนด์ลิงดี ช่วงล่างนุ่มแต่ไม่ย้วย ข้อเสียคือ ราคาสูงกว่ารถในคลาสเดียวกันเมื่อเทียบกับสเปกและอุปกรณ์มาตรฐาน
สรุปจุดเด่น
- ห้องโดยสารกว้างขวาง
- แฮนด์ลิงดี ขับสนุกในโค้ง
- ช่วงล่างนุ่มนวล นั่งสบาย
- ใช้ง่าย ฟังก์ชั่นส่วนใหญ่ควบคุมผ่านปุ่มกด
สรุปจุดด้อย
- พลัง, เทคโนโลยี และรายการอุปกรณ์ ยังสู้รถจีนราคาใกล้กันไม่ได้
- ชาร์จ DC ช้ากว่ารถ EV ส่วนใหญ่
- แบตเตอรี่เล็ก วิ่งได้จริง 400 กว่า กม.
คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ Honda e:N2?
คุ้มถ้าคุณเป็นสาวก Honda และต้องการรถขับคล่องแต่ภายในกว้าง เพราะ e:N2 ใช้การควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ เหมือน Honda รุ่นเครื่องยนต์หรือไฮบริด ถ้าใช้ Honda อยู่แล้วไม่ต้องปรับตัวมาก และตัวถังยาวกึ่งกลางระหว่าง Civic กับ Accord จึงขับคล่องในเมือง แต่ได้ภายในกว้าง
แต่ถ้าไม่ใช่แฟน Honda ควรนำรถแบรนด์อื่นมาพิจารณาร่วมด้วย เนื่องจากที่ราคาใกล้เคียงกัน ยังมีรถที่แรงกว่า, ชาร์จเร็วกว่า, เทคโนโลยีหวือหวากว่า และอุปกรณ์มาตรฐานเยอะกว่า ให้เลือกอีกหลายคัน
E:N2 ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?
จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า e:N2 มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบปกติ 17.9 kWh/100 กม. ขับใช้งานได้ 384 กม. (ชาร์จเต็ม 100%)
ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ใช้งานได้สูงสุด 530 กม./ชาร์จ (NEDC) รองรับ DC สูงสุด 78kW ชาร์จจาก 30-80% ได้ใน 40 นาที ส่วนชาร์จ AC รองรับสูงสุด 7kW จาก 5-100% ทำได้ใน 9.5 ชม.
โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราการใช้พลังงานที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
Honda e:N2 ราคาเท่าไหร่?
มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 1,429,000 บาท
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?
คู่แข่งของ Honda e:N2 คือรถ Crossover EV ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น
- Mazda 6e Exclusive ราคาปกติ1,199,000 บาท 258 แรงม้า, 290 นิวตันเมตร, 654 กม./ชาร์จ
- Deepal S07 ราคาปกติ1,219,000 บาท 258 แรงม้า, 320 นิวตันเมตร, 485 กม./ชาร์จ
- BYD Seal Premium ราคาปกติ 1,449,000 บาท 313 แรงม้า, 360 นิวตันเมตร, 650 กม./ชาร์จ
- X Peng G6 AWD Performance ราคาปกติ 1,489,000 บาท 486 แรงม้า, 660 นิวตันเมตร, 575 กม./ชาร์จ
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีการรับประกันหรือไม่?
Honda e:N2 รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กม. รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบขับเคลื่อนทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?
Honda e:N2 เหมาะกับใช้งานในเมืองมากกว่าเดินทางไกล เพราะวิ่งจริงได้ประมาณ 400 กม. และรองรับการชาร์จ DC สูงสุดเพียง 78kW จึงต้องใช้เวลานานในการชาร์จ อาจไม่สะดวกหากขับต่างจังหวัดไกลๆ แต่ดีถ้าใช้ในเมือง เนื่องจากตัวถังไม่ใหญ่แต่ภายในกว้าง และชาร์จ AC รองรับสูงสุดที่ 7kW ช้าแต่ไม่เป็นปัญหาถ้าชาร์จข้ามคืน
ข้อมูลการทดสอบ
ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque
- ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
- รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับใช้งานจริง
- ระยะเวลารวม: 3 วัน
- ระยะทางที่ทดสอบรวม: 326 กม.
- สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก
TorqueThailand.com



















