HONDA CR-V (2026) รีวิว: ถูกใจคนไทย? รุ่นอัพเดตล่าสุด ใส่เบาะทำความเย็น เพิ่ม Google Built-in และฟีเจอร์ใหม่เล็กน้อย ใครอยากได้รถใช้ยาวๆ ต้องคันนี้
ความเห็นจาก Torque
CR-V คือรถที่ Honda ร่ายมนต์วิเศษบางอย่างเข้าไป ไม่หวือหวาหรือโดดเด่นด้านใดแบบชัดเจน แต่กลับ “เป็นทุกอย่างให้คุณ” จนกลายเป็นรถคันโปรดของทุกคนในครอบครัว การเปลี่ยนจากระบบ Lane Watch มาเป็น Blind-Spot แบบรถทั่วไปที่ผู้ใช้รถคุ้นชินกว่า ร่วมด้วยการติดตั้ง Google Built-in ทำให้รถรุ่นนี้ยิ่งใช้งานได้ง่ายและสะดวกขึ้น นอกจากนั้น ฟีเจอร์เบาะระบายความร้อนยังแก้ปัญหาจากแดดเมืองไทยได้ตรงจุด เมื่อรวมกับคุณสมบัติด้านความประหยัดเชื้อเพลิงของระบบ e:HEV และห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นทุนเดิม ทำให้ได้ความคุ้มค่ายิ่งขึ้น สำหรับคนที่อยากได้รถไว้ใช้ยาวๆ เกิน 5 ปี, ยังไม่พร้อมใช้ EV หรือยังไม่แน่ใจแบรนด์จากเอเชียประเทศอื่นๆ CR-V ถือว่าเป็นรถยนต์ไฮบริดที่ควรอยู่อันดับ 1 ในลิสต์ ของคุณ
Torque’s Rating
|
หมวด |
คะแนน |
|
การบังคับควบคุม |
7 / 10 |
|
พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน |
8 / 10 |
|
ความอรรถประโยชน์ |
8 / 10 |
|
ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน |
8 / 10 |
|
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา |
7 / 10 |
ควรซื้อถ้า…
คุณต้องการ C-SUV ไว้ใช้งานยาวๆ เพราะการเพิ่ม Google Built-in เข้าไป ช่วยให้สามารถใช้งาน CR-V ได้ง่ายและหลากหลายคุณสมบัติยิ่งขึ้นทั้งปัจจุบันและในอนาคตเมื่อ Google อัพเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบของรถได้โดยตรงเพิ่มเข้าไป คุณจึงสามารถใช้รถคันนี้ได้นานหลายปี แถมยังอัพเดตระบบล้ำๆ ได้ต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย
ไม่ควรซื้อถ้า…
คุณให้ความสำคัญกับความกว้างแบบสุดๆ ลองพิจารณา Hyundai Santa Fe HEV แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความกระฉับกระเฉงของอัตราเร่งและความคล่องตัวในเมืองที่น้อยกว่า หรือถ้าเน้นแรงๆ เร่งทันใจ Nissan X-Trail e-Power ตอบโจทย์สุด อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคันยังเสียเปรียบ CR-V เรื่องราคาขายต่อและจำนวนศูนย์บริการ
เหมาะกับใคร?
- คนที่ต้องการ C-SUV ภายในกว้าง
- คนที่เน้นประหยัดน้ำมัน แต่ยังชอบฟิลลิงแบบเครื่องยนต์
- คนที่ชอบหรือคุ้นชินกับการใช้ Google
- เน้นราคาไม่ตกมากตอนขายต่อ
- ให้ความสำคัญกับจำนวนศูนย์บริการ
ไม่เหมาะกับใคร?
- คนที่เน้นห้องโดยสารกว้างสุดในคลาสนี้
- ชอบรถที่มีจอส่วนกลางใหญ่ๆ รวมทุกฟังก์ชั่นไว้ในจอ
- ขับซิ่ง เน้นอัตราเร่งจัดจ้าน
สมรรถนะและการขับขี่
พละกำลังมากพอสำหรับทุกการใช้งาน ช่วงล่างนุ่มนวลสำหรับขับในชีวิตประจำวัน เหมาะทั้งใช้ในกรุงเทพฯ และออกต่างจังหวัดในคันเดียวกัน
พละกำลัง: ประหยัด แต่ยังแซงได้ไม่ต้องลุ้น
ปัจจุบัน CR-V มีให้เลือกเฉพาะขุมพลังไฮบริด ‘e:HEV’ เท่านั้น ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก โดยมีเครื่องยนต์ไว้ปั่นไฟและขับเคลื่อนขณะความเร็วใช้ความเร็วคงที่ ให้กำลังรวมสูงสุด 207 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ e-CVT โดยคันทดสอบของเราเป็นแบบขับเคลื่อนสองล้อหน้า นอกจากนั้น ยังมีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกด้วย
อัตราเร่งช่วงออกตัวไปจนถึงความเร็ว 60 กม./ชม. เร็วทันใจสำหรับรถที่หนักกว่า 1.7 ตัน ต้องขอบคุณแรงบิด 335 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้า นอกจากนั้น จากการทดสอบของเรา CR-V ไฮบริดยังเร่งจากจุดหยุดนิ่งสู่ 100 กม./ชม. ได้ในเวลาราว 7.4-7.6 วินาที ไม่เลวสำหรับ C-SUV
จุดเด่นของขุมพลังนี้อยู่ที่อัตราสิ้นเปลือง จากการขับแบบหนักหน่วงของเรา ด้วยความเร็วระดับ 120-140 กม./ชม. ขึ้นไป CR-V e:HEV ยังการกินน้ำมันที่ 12.3 กม./ลิตร และเมื่อเปลี่ยนมาขับแบบปกติจะอยู่ที่ 18.1 กม./ลิตร โดยไม่ต้องพยายาม “เนียนคันเร่ง” ช่วยแต่อย่างใด ส่วนการทดลองขับแบบเน้นประหยัดด้วยโหมด Eco บวกกับการขับแบบประนีประนอม ทำได้ถึง 21.7 กม./ชม. ทีเดียว!
ดังนั้น ถ้าคุณให้ความสำคัญกับอัตราสิ้นเปลืองแบบไม่ต้องพยายาม Honda CR-V ตรงกับความต้องการของคุณแน่นอน


การขับขี่เน้นสมรรถนะ: แฮนด์ลิงดีเกินคาด
เราปรับโหมดการขับขี่มาที่ ‘SPORT’ ซึ่งรู้สึกได้ทันทีว่าคันเร่งตอบสนองไวขึ้นมาก ที่โหมดนี้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถผลิตกำลังได้สูงสุดเพราะเครื่องยนต์เข้ามาปั่นไฟให้เต็มที่ จึงได้อัตราเร่งทันใจยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังเข้ามาในห้องโดยสารตลอดเวลา ร่วมด้วยเสียงสังเคราะห์เลียนแบบเสียงท่อไอเสีย ซึ่งติดตั้งเพิ่มมาให้ในเวอร์ชันอัพเดตนี้ น่าเสียดายที่ตั้งระดับเสียงมาเบามากจนแทบไม่ได้ยิน
แฮนด์ลิงขณะเข้าโค้ง ช่วงล่างควบคุมการเอียงตัวได้ดีเมื่อเทียบกับการเป็นรถ SUV ที่มีระยะห่างใต้ท้องสูงถึง 198 มม. เช่นเดียวกับระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่ให้น้ำหนักพอเหมาะและตอบสนองฉับไว จึงบังคับทิศทางของรถได้ง่าย


การขับขี่นอกเมือง: นุ่มนวลนั่งสบาย เร่งแซงไม่อืด
เช่นเดียวกับระบบ e:HEV ในรถรุ่นอื่นของ Honda… CR-V จะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนรถเพียงอย่างเดียวเมื่อใช้ความเร็วคงที่ (ส่วนใหญ่ที่ราว 100 กม./ชม. ขึ้นไป) โดย Honda กล่าวว่า วิธีนี้ช่วยประหยัดน้ำมันมากกว่าการใช้เครื่องยนต์มาปั่นไฟแล้วขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
เมื่อเร่งแซง ระบบจะสลับมาใช้มอเตอร์เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงบิด ส่งให้ CR-V มีอัตราเร่งแซงเพียงพอช่วง 80 สู่ 100 กม./ชม. แต่ต้องเหยียบคันเร่งลึกถ้าแซงในช่วง 120 กม./ชม. ขึ้นไป นอกจากนั้น ยังมีเสียงเครื่องยนต์ดังเข้ามาพอสมควร แต่ถูกก็ชดเชยด้วยระบบ Linear Shift Control ซึ่งสั่งการให้เครื่องยนต์เร่งและลดรอบเครื่องเลียนแบบเกียร์อัตโนมัติปกติ (ที่มีหลายเกียร์) จึงลดเสียงค้างรอบสูงที่น่ารำคาญหูของเกียร์ CVT ทั่วไปลงได้
ถ้าคุณขับแบบ “เนียนคันเร่ง” หรือไม่รีบร้อน สามารถเห็นตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง 20 กม./ลิตรได้แน่นอน นั่นหมายถึง น้ำมัน 1 ถังสามารถขับได้ 1,000 กม.++ แบบไม่ต้องลุ้น หรือออกจากกรุงเทพฯ ไปเที่ยวไกลถึงเขาค้อ (พลังพอขึ้นเขาสำหรับ นั่งเต็ม 5 คน + สัมภาระครบทุกคน แน่นอน) แล้วกลับบ้าน ได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันแม้แต่ครั้งเดียว!
ด้านการบังคับควบคุม ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลดี ใขณะเดียวกันก็ยังทรงตัวได้มั่นคง ไม่โยกไปมาเมื่อโดนลมปะทะจากด้านข้าง ส่วนระบบบังคับเลี้ยวไม่มีอาการส่ายไปมาเมื่อวิ่งผ่านช่วงถนนขรุขระ
ในการขับขี่ทางไกลแบบนี้ ห้องโดยสารมีเสียงภายนอกและเสียงลมเข้ามาเล็กน้อยหากขับที่ 120 กม./ชม. ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ความเร็วคงที่ซึ่งรถจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ก็ยังมีเสียงการทำงานดังเข้ามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จุดเด่นเรื่องพื้นที่ใช้สอยทำให้ CR-V เหมาะเป็นรถท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว เพราะมี Legroom กว้างทุกที่นั่ง และห้องเก็บสัมภาระท้ายรถก็กว้างพอใส่กระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานได้ 4-5 ใบ ได้สบายๆ ด้วยความจุกว่า 580 ลิตร หรือมากถึงกว่า 1,600 ลิตร หากพับเบาะแถวสอง

การขับขี่ในเมือง: คล่องตัว ขับเคลื่อนนุ่มนวล
รถที่ยาว 4.7-5 เมตร ถือว่าใหญ่สุดสำหรับสภาพเส้นทางในกรุงเทพฯ (เกินกว่า 5 เมตร เริ่มไม่คล่องตัว) ที่ยังซอกแซกและเข้าจอดได้สะดวก และ CR-V ซึ่งยาวเกือบ 4.7 เมตร ก็อยู่ในรถกลุ่มนี้ คุณจึงยังสามารถขับมันไปได้ครอบคลุมทุกถนนในเมือง
จุดเด่นของ CR-V เมื่อขับในเมือง คือการขับเคลื่อนที่ราบรื่นไร้รอยต่อ Honda ทำได้ดีมากในเรื่องของการ ติด/ดับ เครื่องยนต์ที่นุ่มนวลจนคุณแทบไม่ทันสังเกต ไม่ว่าขณะขับหรือจอดนิ่ง แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่เชื่อเถอะว่าส่งผลต่อความรู้สึก “Comfort” อย่างมาก
อัตราเร่งดีขณะออกตัวและความเร็วต่ำ ซึ่งเป็นช่วงความเร็วที่มักใช้ในชั่วโมงเร่งด่วน เพราะแรงบิด 335 นิวตันเมตรจากมอเตอร์ไฟฟ้า และคุณยังกดคันเร่งได้ลึกมากกว่าเครื่องยนต์ติดขึ้นเพื่อปั่นไฟ ส่วนการขับที่ความเร็ว 80-100 กม./ชม. บนทางด่วน สามารถเร่งแซงได้แบบไม่ต้องลุ้นเช่นกัน

ดีไซน์ภายนอก: ไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆ
เนื่องจากเป็นเพียงเวอร์ชั่นอัพเดตอุปกรณ์เท่านั้น จึงไม่มีการปรับปรุงตัวถังภายนอกแต่อย่างใด มีเพียงการเพิ่มตัวเลือกสีใหม่ เทาเออร์เบิน (มุก) ในเกรด RS เท่านั้น
CR-V มีระยะห่างใต้ท้องถึงพื้นมากที่สุด ที่ 198 มม. (208 มม. ในเกรด RS 4WD) หรือมากกว่า X-Trail 2 มม. และ 21 มม. หากเทียบกับ Santa FE ซึ่งมีตัวถังใหญ่สุดในกลุ่ม หมายถึง CR-V สามารถลุยน้ำท่วมระดับฟุตบาท หรือขับขี่บนทางทุรกันดาร (ที่ไม่ถึงขั้นลุยหนัก) ได้ดี
จุดที่ควรพิจารณาถ้าคุณเป็นคนรักรถไม่ชอบเห็นรถเป็นรอย คือการใช้สีดำเงาในชิ้นส่วนตัวถังส่วนล่างรอบคันทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายมาก ในขณะที่ X-Trail ใช้สีดำเงาน้อยกว่าและมีบันไดกันชายล่างด้านข้างรถไว้ได้บ้าง และ Santa Fe ใช้สีดำเงาซึ่งทนการขีดข่วนได้ดีกว่ามาก



ห้องโดยสาร: กว้างขวาง เพิ่มฟีเจอร์ใหม่
จุดสำคัญของ CR-V เวอร์ชั่นอัพเดตนี้ การใช้ Google แบบ Built-in เข้าไปในระบบ ทำให้ใช้งานแอปฯ และฟีเจอร์ต่างๆ ของ Google ได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน (แต่ต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต) ซึ่งใช้ประโยชน์ได้มากกว่า Apple CarPlay หรือ Android Auto เพราะชิปประมวลผลในรถจะทำการคำนวณและดึงคำสั่งบางส่วนผ่านระบบออนบอร์ดของรถโดยตรง จากการทดลองใช้จริงของ Torque Thailand พบว่าการโต้ตอบคำสั่งมีความลื่นไหล และทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันความบันเทิงในรถได้นิ่งกว่าตอนเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน และตัดปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อ (โทรศัพท์) ไม่เสถียรไปได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น มีโอกาสสูงมากที่ในอนาคตอันใกล้จะสามารถใช้ฟีเจอร์ที่เปิดทางให้ Gemini เข้าถึงข้อมูลตัวรถ เพราะ CR-V รุ่นปี 2026 มีระบบ ‘Honda CONNECT’ ที่เชื่อมต่อข้อมูลสัญญาณตัวรถ (เช่น ปริมาณน้ำมัน, สถานะแบตเตอรี่, ไฟแจ้งเตือนหน้าปัด) ส่งขึ้นระบบคลาวด์อยู่แล้ว หากฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานในไทยจะทำให้ Gemini ดึงข้อมูลจากคู่มือรถ (แบบดิจิทัล) มาตอบคำถามผู้ขับขี่ อาทิ แนะนำวิธีการแก้ไขเบื้องต้นเมื่อมีไฟเตือนขึ้น หรือใช้คำสั่งเสียงสั่งเปิดแอร์, ถามสถานะรถได้ เป็นต้น
จุดเด่นที่มีอยู่แล้วของ CR-V คือพื้นที่ Legroom เบาะหลังที่กว้างขวางมาก ร่วมด้วยฟีเจอร์พับเบาะได้หลากหลายรูปแบบซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ Honda เบาะคู่หน้าใหม่ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากเบาะได้เร็วขึ้น ซึ่งจากการทดสอบของเราพบว่าเบาะสามารถไล่ความร้อนออกไปได้เร็วหลังจากจอดรถตากแดดแรงๆ เมืองไทยเป็นเวลานาน แต่ข้อสังเกตจากการใช้งานจริงของเราพบว่า มีไอร้อนจากหลังคากระจกแผ่ลงมาจนสัมผัสได้แม้ปิดม่านก็ตาม
ข้อเสียอื่นๆ นอกจากเรื่องความร้อนจากหลังคา คือจอส่วนกลางขนาดเล็กเพียง 9 นิ้ว เมื่อเทียบกับ X-Trail และ Santa Fe ที่ให้ขนาด 12.3 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนจอสำหรับผู้ขับก็เปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลไม่ได้ (เปลี่ยนได้เฉพาะการเรียกดูข้อมูล)





ความปลอดภัย: เปลี่ยนมาใช้ BSI และเพิ่มระบบเตือนขณะถอยหลัง
เปลี่ยนจากระบบ ‘Lane Watch’ ที่ใช้กล้องบริเวณกระจกมองข้าง แสดงภาพด้านข้างขึ้นบนจอส่วนกลาง มาใช้ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา (BSI – Blind Spot Information) แบบรถทั่วไป เมื่อเปรียบเทียบกับ Lane Watch ซึ่งเราเคยทดสอบไปกับ CR-V รุ่นก่อนหน้านี้ และน่าผิดหวังมาก เพราะการแสดงผลด้านข้าง (เฉพาะฝั่งซ้าย) ของกล้องมีความละเอียดต่ำมากๆ และไร้ประโยชน์เมื่อใช้งานตอนแสงน้อยหรือกลางคืน การ “หยุดดื้อ” กลับมาใช้ BSI ที่แม้จะไม่หวือหวา แต่ในแง่การใช้งานจริงนั้น ดีกว่า Lane Watch มาก

สรุป – Honda CR-V ควรอยู่ในลิสต์ของคุณหรือไม่?
CR-V รุ่นปี 2026 ควรอยู่อันดับ 1 ในลิสต์ของคุณ โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเปลี่ยนเกมอย่าง Google Built-in ซึ่งมีฟีเจอร์เด็ดๆ ตามออกมาให้ใช้อีกแน่นอนในอนาคต ประกอบกับจุดเด่นเรื่องความกว้างห้องโดยสาร และเป็น “C-SUV มหาชน” ทำให้ราคาขายต่อดี และหาอะไหล่ง่าย นี่จึงเป็นรถที่น่าสนใจที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดอย่าง Hyundai Santa Fe และ Nissan X-Trail e-Power
แต่ถ้าคุณไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็น HEV เท่านั้น, ไม่สนราคาขายต่อ หรือ Google Built-in ยังมีทางเลือกอีกมากมายในคลาสนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มีราคาถูกกว่า CR-V มาก นั่นรวมถึงรถไฟฟ้าและ PHEV จากจีนซึ่งมีให้เลือกจนตาลาย
037 ภาพปิด
SPECIFICATIONS: HONDA CR-V e:HEV RS 2WD
Price
- 1,669,000 Baht
Powertrain
Engine
- 1993cc 4-cyl
- 148ps @ 6100rpm
- 183Nm @ 4500rpm
Electric Motor
- 184ps @ 5000-8000rpm
- 335Nm @ 0-2000rpm
Combine output
- 207ps
Transmission
- e-CVT Automatic
- Front-wheel drive
Performance
- n/a 0-100km/h
- n/a top speed
- 6km/l (Claimed, Eco Sticker), 18.1km/l at tested, 117g/km CO2
Weight
- 1764kg
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Honda CR-V
ข้อดี ข้อเสีย ของ Honda CR-V e:HEV (2026) มีอะไรบ้าง?
ข้อดีคือ มี Google Built-in จึงงานฟีเจอร์ต่างๆ ของ Google ได้มากขึ้น เร็ว และเสถียรกว่าต่อกับสมาร์ตโฟน อาจได้ฟีเจอร์จาก Gemini และตัวช่วยการขับขี่เพิ่มขึ้นในอนาคต ทำให้ Up-to-date เสมอ จึงใช้รถได้ยาวหลายปี ห้องโดยสารที่กว้างขวางทุกที่นั่ง ขายต่อราคาดี ศูนย์บริการเยอะ อะไหล่หาง่าย ข้อเสียคือ จอส่วนกลางขนาดเล็ก และมีไอร้อนผ่านหลังคากระจกแม้ปิดม่านก็ตาม
สรุปจุดเด่น
- มี Google Built-in
- ห้องโดยสารกว้างทุกที่นั่ง ท้ายรถจุเยอะ
- คันเดียว ใช้งานได้ครอบคลุม
- ประหยัดน้ำมัน ระบบไฮบริดทำงานดีเยี่ยม
- ราคาขายต่อดี ศูนย์ฯ เยอะ
สรุปจุดด้อย
- จอส่วนกลางขนาดเล็ก
- จอผู้ขับลูกเล่นน้อยมาก
- ไม่ถึงขั้นแรงสะใจ
- มีความร้อนส่งผ่านหลังคากระจก
คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ CR-V?
คุ้มค่าถ้าคุณอยากได้รถคันเดียวที่ใช้ได้ยาวๆ ครอบคลุมทุกการใช้งานทั้งในและนอกเมือง ทั้งยังขายต่อได้ราคาดี มีศูนย์บริการหาง่ายทั่วประเทศ แต่ต้องทำใจเรื่องจอส่วนกลางขนาดเล็ก และไม่แรงแบบหลังติดเบาะ
อัตราสิ้นเปลืองประมาณกี่ กม./ลิตร?
จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand Honda CR-V e:HEV RS 2WD มีอัตราสิ้นเปลืองเมื่อขับแบบปกติ 18.1 กม./ลิตร, ขับแบบหนักหน่วงอยู่ที่ 12.3 กม./ลิตร และขับแบบเน้นประหยัดทำได้ถึง 21.7 กม./ชม.
ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 19.6 กม./ลิตร (5.1 ลิตร/100 กม.)
โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
Honda CR-V ราคาเท่าไหร่?
รถที่เราใช้ในการขับทดสอบและใช้งานจริง คือเกรดรองท้อป e:HEV RS 2WD มีราคาจำหน่ายในไทยที่ 1,669,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีเกรดอื่นๆ ให้เลือก คือ
- e:HEV RS 4WD ราคา 1,749,000 บาท (ตัวท้อป)
- e:HEV HuNT ราคา 1,609,000 บาท (ตกแต่งพิเศษ)
- e:HEV ES ราคา 1,559,000 บาท
- e:HEV S ราคา 1,409,000 บาท (เกรดเริ่มต้น)
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?
คู่แข่งของ Honda CR-V e:HEV RS 2WD คือรถ C-SUV ที่มีระบบส่งกำลังชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ดังนี้
- Hyundai Santa FE Prestige ราคา1,664,000 บาท
- Nissan X-Trail e-Power ราคา 1,699,000 บาท
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีการรับประกันหรือไม่?
Honda CR-V รับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กม. รับประกันทั้งระบบไฮบริด นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันเฉพาะแบตเตอรี่ไฮบริด (Lithium-ion) นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?
Honda CR-V เหมาะทั้งใช้ในเมืองและขับต่างจังหวัด เพราะมีขนาดตัวถัง 4.7 เมตร ซึ่งเป็น Sweet Spot คือใหญ่พอสำหรับครอบครัว 4-5 คน พร้อมสัมภาระจัดเต็ม แต่ก็ไม่ใหญ่เกินไปเมื่อใช้งานในกรุงเทพฯ และยังมีพละกำลังเพียงพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบอีกด้วย
ข้อมูลการทดสอบ
ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque
- ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
- รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับจริง
- ระยะเวลารวม: 4 วัน
- ระยะทางที่ทดสอบรวม: 4 กม.
- สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก
TorqueThailand.com
























