NISSAN KICKS e-POWER (2026) รีวิว: ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอก, ภายใน และเพิ่มอุปกรณ์ แต่จุดเด่นยังอยู่ที่อัตราเร่งฟีลลิงคล้ายรถไฟฟ้า มากกว่าปริมาณออปชั่น
สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque Thailand
การปรับโฉมและเพิ่มอุปกรณ์ของ Nissan Kicks MY 2026 เป็นการต่อลมหายใจให้กับตัวเองเพื่อไม่ให้ตกขบวน ต้องยอมรับว่าถ้าวัดเรื่องความ “แน่น” ของอุปกรณ์ ยังสู้คู่แข่งทั้ง Yaris Cross และ ORA 5 HEV ไม่ได้ แต่ที่เหนือกว่าคือคุณสมบัติดั้งเดิมเรื่องการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน จึงให้สัมผัสขณะขับขี่คล้ายรถ EV มากที่สุดในกลุ่ม โดยเฉพาะเมื่อขับในช่วงรถติด ซึ่งระบบจะทำงานด้วยไฟฟ้าล้วนได้นานกว่ารถไฮบริดใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนร่วมกับมอเตอร์มาก
Torque Thailand’s Rating
|
หมวด |
คะแนน |
|
การบังคับควบคุม |
6 / 10 |
|
พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน |
6 / 10 |
|
ความอรรถประโยชน์ |
7 / 10 |
|
ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน |
7 / 10 |
|
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา |
6 / 10 |
ควรซื้อถ้า…
อยากได้ความรู้สึกการขับขี่ โดยเฉพาะอัตราเร่ง แบบรถ EV แต่ไม่อยากวุ่นวายและเสียเวลากับการชาร์จไฟ เพราะ Nissan Kicks ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อน ส่วนเครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟให้กับแบตเตอรี HV เท่านั้น สามารถขับด้วยไฟฟ้าได้นานที่สุดในคลาส (ก่อนที่เครื่องยนต์จะติดขึ้น)
ไม่ควรซื้อถ้า…
คุณวัดความคุ้มค่าจากจำนวนอุปกรณ์มาตรฐานเป็นหลัก
เหมาะกับใคร?
- คนที่ต้องการฟีลลิงแบบรถ EV แต่ไม่อยากชาร์จไฟ
- คนที่เน้นประหยัดน้ำมัน
- ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ออกนอกเมืองขับไม่เร็ว
- คนที่กังวลอุบัติเหตุขณะถอยหลังหรือเปลี่ยนเลน
ไม่เหมาะกับใคร?
- คนที่วัดความคุ้มค่าจากจำนวนอุปกรณ์
- คนที่เน้นราคาขายต่อไม่ตกมาก
สมรรถนะและการขับขี่
อัตราเร่งดีเพราะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ช่วงล่างเซ็ตมากลางๆ ไม่ถึงกับนุ่มนวลแต่ก็ไม่แข็งแบบสปอร์ต เครื่องยนต์สั่นสะเทือนกว่าคู่แข่งเพราะเป็นแบบ 3 สูบ
พละกำลัง: เร่งทันใจ เพราะแรงบิด Instant
Nissan Kicks (นิสสัน คิกส์) ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ในการขับเคลื่อน ทำให้ได้เปรียบเรื่อง Instant Torque ที่มีให้ใช้เต็มพิกัดตั้งแต่เริ่มออกตัว รถจึงเร่งทันใจกว่าเมื่อเทียบกับรถไฮบริดที่พึ่งพาแรงบิดจากเครื่องยนต์เป็นหลักแล้วเสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า นอกจากนั้น การวิ่งด้วยไฟฟ้าของ Kicks ยังทำได้นานกว่า เพราะแบตเตอรี HV มีความจุมากกว่า ทำให้ได้อรรถรสแบบรถ EV มากยิ่งขึ้น
ระบบ e-Power ยังคงเป็นเจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเพิ่มขนาดแบตเตอรีจาก 1.57 เป็น 2.06 kWh ขับขี่ในโหมด Eco ให้อัตราเร่งนุ่มนวลสุด และเริ่มตอบสนองฉับไวขึ้นเมื่อใช้โหมด Normal และให้สัมผัสแบบ EV ได้ใกล้เคียงที่สุดหากขับด้วยโหมด Sport
อัตราสิ้นเปลืองจากการใช้งานจริง ด้วยการขับขี่แบบปกติในโหมด Sport โดยใช้ความเร็วหลากหลายตั้งแต่ 60-140 กม./ชม. Torque Thailand ทำได้ 16.7 กม./ลิตร และดียิ่งขึ้นเมื่อขับเน้นประหยัดที่ 18.8 กม./ลิตร แต่ถ้าใช้โหมด Eco และขับในเมืองเน้นประหยัดเราทำได้ถึง 22.7 กม./ลิตร
นั่นหมายถึง Kicks กินน้ำมันเฉลี่ยใกล้เคียงกับคู่แข่งในคลาสซึ่งใช้ระบบไฮบริดแบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนประสานกัน ดังนั้น ถ้าคุณชอบการขับเคลื่อนแบบเงียบๆ เร่งดีๆ สไตล์ EV รถคันนี้ตอบโจทย์

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: สนกุที่ความเร็วต่ำถึงกลาง
แฮนด์ลิงของ Nissan Kicks เซ็ตมาโทนกลางๆ ทั้งการตอบสนองพวงมาลัยและช่วงล่าง จึงไม่โดดเด่นขณะเข้าโค้ง แต่ก็ยังให้ความมั่นใจในการบังคับควบคุมได้ดี ควบคุมการเอียงของตัวถังได้ แต่มีอาการอันเดอร์สเตียร์ชัดเพราะน้ำหนักเครื่องยนต์รวมมอเตอร์และยางหน้าแคบ
คุณสามารถสนุกกับการขับขี่ได้ที่ความเร็วต่ำถึงกลาง จากข้อได้เปรียบของ Instant Torque ซึ่งช่วยให้รถเร่งออกจากโค้งได้ทันใจ แต่ที่ความเร็วสูงกว่า 120 กม./ชม. Kicks เริ่มมีอัตราเร่งตอบสนองช้า และเสียงเครื่องยนต์ที่ครวญครางรอบสูงดังเข้ามาในห้องโดยสารมากจนทำลายอรรถรสการขับขี่ไปหมด
สรุปคือ Kicks ให้ความบันเทิงได้ที่ความเร็วต่ำถึงกลาง แต่ต้องระวังเรื่องอันเดอร์สเตียร์ ส่วนการขับด้วยความเร็วสูงยังบังคับควบคุมไม่น่ากลัว แต่เสียงเครื่องยนต์ดังน่ารำคาญจนคุณไม่อยาก “ซิ่ง” ไปเอง


การขับขี่นอกเมือง: พลังเพียงพอ แต่เบาะหลังนั่งนานอาจเมื่อย
อัตราเร่งเพียงพอสำหรับแซงช่วง 80-120 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่คนไทยมักใช้ขับระหว่างจังหวัด แต่ต้องเข้าใจว่าที่ความเร็วระดับนี้ เครื่องยนต์จะติดขึ้นบ่อยเนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าต้องดึงไฟจากแบตเตอรี HV มาใช้เยอะ จึงไม่ค่อยต่างจากรถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนร่วมด้วยนัก
ช่วงล่างไม่ถึงกับขึงตึงแต่ก็ไม่นุ่มนวลแบบเอาศีรษะพิงหมอนเบาะได้ตลอดทาง ดูดซับแรงสั่นสะเทือนบนถนนขรุขระเล็กน้อยได้ แต่มีอาการกระเด้งเมื่อวิ่งผ่านหลุมหรือขึ้นลงคอสะพาน
สิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนซื้อ หากต้องเดินทางไกลโดยมีผู้นั่งเบาะหลังเป็นประจำ (โดยเฉพาะไซส์ผู้ใหญ่) คือเบาะหลังและที่เก็บของท้ายรถ เนื่องจากพนักพิงเบาะหลังค่อนข้างชันและปรับเอนไม่ได้ ทั้งยังมี Legroom ไม่มากนักและกระจกประตูหลังแคบ อาจนั่งนานๆ แล้วเมื่อยหรือเมารถ ส่วนที่เก็บของใส่กระเป๋าเดินทางมาตรฐาน 4 ใบได้ แต่ถ้ามีสัมภาระมากกว่านี้อาจใส่ไม่พอ ดังนั้น ไปลองนั่งและสำรวจที่เก็บของอีกครั้งว่าเหมาะกับทุกคนหรือไม่


การขับขี่ในเมือง: คล่องตัว วิ่งเงียบสไตล์ EV
Nissan Kicks จะแสดงจุดเด่นของรถออกมาได้ชัดเจนเมื่อใช้งานในเมือง โดยเฉพาะด้านการขับขี่ที่เงียบ, ไร้แรงสั่นสะเทือน และเร่งออกตัวทันใจ คล้ายกำลังขับรถ EV โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้โหมด Eco ที่มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำงานลำพังได้นานขึ้น ถ้าคุณต้องขับรถในชั่วโมงเร่งด่วนหรือใช้งานย่านรถติดเป็นประจำ ต้องชอบ Kicks แน่นอน อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่เคยขับขี่รถ EV มาก่อน อาจต้องปรับวิธีการยกคันเร่งเล็กน้อย เพราะระบบ e-Pedal Step (ที่สามารถชะลอความเร็วได้ด้วยการถอนคันเร่ง) ลดความเร็วค่อนข้างแรงเหมือนกำลังเหยียบเบรก จึงต้องค่อยๆ ถอนคันเร่ง หากไม่คุ้นชินอาจทำให้รู้สึกเมารถหรือเวียนหัวได้
ความยาวรวมตัวถังใกล้เคียงกับ Toyota Yaris Cross คือ 4.3 เมตร จึงซอกแซก, กลับรถ และเข้าจอดที่แคบ ได้คล่องแคล่วสไตล์ City Car ถ้าอยากได้ยาวกว่านี้ต้องไป ORA 5 ซึ่งยาวกว่าประมาณ 17 ซม. แต่ต้องแลกมาด้วยความคล่องตัวที่ลดลงเล็กน้อย
การตัดเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ใกล้เคียงกับคู่แข่งในคลาส แต่จุดที่ด้อยกว่าคือแรงสั่นสะเทือนเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน เนื่องจาก Kicks ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบ จึงเดินเบาได้ไม่เรียบเท่าแบบ 4 สูบ ทำให้มีอรรถรส “ตัดกัน” แรงหน่อย ระหว่างความราบเรียบแบบ EV และความสั่นสะเทือนแบบ ICE


ดีไซน์ภายนอก: ปรับใหม่หมดทั้งหน้าและท้าย
การปรับโฉมครั้งใหญ่นี้ ทำให้ Kicks แทบดูเหมือนรถรุ่นใหม่ทั้งหมด (All New) เพราะมีดีไซน์ที่แตกต่างไปจากโฉมก่อนหน้านี้แบบคนละขั้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
Kicks มีความสูงใต้ท้อง 175 มม. เท่ากับ ORA 5 เพียงพอต่อการลุยน้ำท่วมระดับ “ปริ่ม” ฟุตบาท แต่ถ้าต้อง (หรือบังเอิญ) ขับทางวิบาก ควรให้ความระมัดระวังเพราะแบตเตอรี HV วางไว้ใต้ท้องรถบริเวณใต้เบาะหน้า ถ้าคุณอยากได้รถใต้ท้องสูงๆ Yaris Cross ตอบโจทย์กว่า เพราะห่างพื้นถึง 210 มม.



ห้องโดยสาร: ปรับใหม่ น่าใช้ขึ้น
ส่วนบนของแดชบอร์ดปรับดีไซน์ใหม่ เช่นเดียวกับแผงประตูที่เปลี่ยนจากการใช้ส่วนเว้าส่วนโค้งเป็นแบบแบนเรียบ ให้ความรู้สึกกว้างขึ้นเล็กน้อย
เบาะทั้งหน้าและหลังเป็นของใหม่เช่นกัน โดยเบาะหน้ามีการปรับส่วนรองรับแผ่นหลังใหม่และนั่งนุ่มกว่าเดิม แต่จากการทดสอบแบบใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า เมื่อนั่งนานเกือบ 2 ชม. ยังเมื่อยและไม่สบายเท่าเบาะของรุ่นก่อนหน้านี้ที่แข็งกว่าเล็กน้อย ส่วนเบาะหลังปรับพนักพิงใหม่ให้เอนมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สบายถ้านั่งนานๆ
จุดเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือจอแสดงผล โดยมาตรวัดสำหรับผู้ขับที่ใช้แบบดิจิทัลแทนมาตรวัดความเร็วแบบเข็ม ส่วนจอแสดงข้อมูลเป็นชนิด TFT ขนาด 7 นิ้ว เพิ่มเมนูแสดงแรงดันลมยางมาให้ จอแสดงผลส่วนกลางใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 12.3 นิ้ว สำหรับใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนเพื่อเล่นสื่อต่างๆ ไม่มีแผนที่ในตัว จากการทดสอบพบว่าระบบสัมผัสตอบสนองรวดเร็ว และเชื่อมต่อไม่มีสัญญาณหลุดหรือไม่สมบูรณ์




ความปลอดภัย: เหนือกว่าคู่แข่งที่ระบบช่วยเบรก
Nissan Kicks MY 2026 เพิ่มฟีเจอร์ระบบความปลอดภัยเข้าไปมากมาย ที่โดดเด่นคือระบบเตือนและควบคุมรถเมื่ออกนอกเลน ที่สามารถเบรกเพื่อลดความเร็ว (และโอกาสเกิดอุบัติเหตุ) ได้อัตโนมัติ ซึ่งทำงานได้แม่นยำ แต่จากการลองขับของเราพบว่าระบบจะยังดึงกลับหากเปิดไฟเลี้ยวด้วยการ “แตะ” ก้านไฟเลี้ยว (กะพริบ 3 ครั้ง) และตรวจเจอว่ามีรถในระยะทำงาน คุณต้องเปิดไฟเลี้ยวโดย “กด” ก้านไฟเลี้ยวให้ค้างไว้ ระบบจึงแค่เตือนแต่ไม่ดึงกลับ
อีกระบบหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาและดีกว่าคู่แข่งคือ ระบบเตือนขณะถอยรถ (RCTA) ที่สามารถเบรกอัตโนมัติได้ด้วย ในขณะที่รุ่นอื่นในคลาสมีแค่การแจ้งเตือนอย่างเดียว
ส่วนระบบช่วยขับขี่ ProPILOT ซึ่งเป็นของใหม่เช่นกัน ควบคุมรถเมื่อเปิดใช้ ACC ได้อย่างเป็นธรรมชาติทั้งการควบคุมพวงมาลัยและชะลอหรือเบรกได้นุ่มนวลที่ความเร็วต่ำถึงกลาง แต่ที่ความเร็วระดับ 120 กม./ชม. ระบบควบคุมพวงมาลัยไม่สามารถหักเลี้ยวไปตามโค้งได้จริง ควรบังคับด้วยตัวเองช่วยด้วยเสมอเพื่อความปลอดภัย


ฟันธง – Nissan Kicks น่าซื้อมั้ย?
น่าซื้อถ้าคุณอยากได้ให้ความรู้สึกการขับขี่คล้ายรถ EV และ Torque Thailand จะเชียร์ให้ซื้อยิ่งขึ้นหากคุณขับใช้งานช่วงรถติดเป็นประจำ เพราะ Nissan Kicks ขับเคลื่อนและจอดนิ่งนานๆ ด้วยไฟฟ้าล้วนได้นานกว่าคู่แข่งในคลาสมาก จึงให้ความเงียบสงบได้ดี นอกจากนั้น ด้วย Instant Torque หรือ “แรงบิดเต็มพิกัด ตั้งแต่ออกตัว” ยังช่วยให้ขับในการจราจรเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่งดีทั้งออกตัวและแซงความเร็วต่ำอีกด้วย
แต่ถ้าความ EV-like ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ และ/หรือ คุณวัดความคุ้มค่าจากจำนวนอุปกรณ์มาตรฐาน Nissan Kicks ไม่ใช่รถของคุณ ตัวเลือกอย่าง Toyota Yaris Cross และ ORA 5 HEV ตอบโจทย์คุณมากกว่า แต่ทั้งคู่ก็มีจุดให้พิจารณา อาทิ Yaris Cross ไม่ค่อยแรง และเสียงเครื่องยนต์ดัง, ORA อาจไม่เหมาะถ้าคุณกังวลเรื่องความทนทานระยะยาว เนื่องจากเป็นแบรนด์ใหม่ในไทย จึงยังไม่มีข้อสรุปชัดๆ เป็นต้น
SPECIFICATIONS: NISSAN KICKS e-POWER SV (2026)
https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/kicks-epower/specifications.html
Price
- 929,000 Baht
Powertrain
Engine
- 1198cc 3-cyl petrol
- 82ps @ 6000rpm
- 103Nm @ 4800rpm
Electric Motor
- 136ps @ 3410-9697rpm
- 280Nm @ 0-3410rpm
Transmission
- Single-speed Automatic
- Front-wheel drive
Performance
- n/a 0-100km/h
- n/a top speed
- 7km/l (Claimed, Eco Sticker), 16.7km/l at tested, 100g/km CO2
Weight
- 1360kg (Claimed, Eco Sticker)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nissan Kicks e-Power
ข้อดี ข้อเสีย ของ Nissan Kicks (2026) มีอะไรบ้าง?
ข้อดีคือ ให้ความรู้สึกขณะขับขี่คล้ายรถ BEV ทำงานด้วยไฟฟ้าล้วนได้นานกว่ารถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเป็นหลัก ปรับโฉมและเพิ่มอุปกรณ์จึงคุ้มค่ากว่ารุ่นก่อนหน้านี้ ข้อเสียคือ มีรายการอุปกรณ์มาตรฐานมาให้น้อยกว่าคู่แข่งในคลาส
สรุปจุดเด่น
- ขับได้ฟีลลิงคล้ายรถ EV
- วิ่งไฟฟ้าล้วนได้นานกว่าคู่แข่ง
- BSM และ RCTA มีระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ
- ประหยัดน้ำมัน
สรุปจุดด้อย
- อุปกรณ์มาตรฐานน้อยกว่าคู่แข่งคลาสเดียวกัน
- เบาะนั่งนานๆ ไม่สบาย
- เครื่องยนต์สั่นกว่า เพราะเป็นแบบ 3 สูบ
คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ Kicks ปี 2026?
คุ้มค่าถ้าคุณใช้รถช่วงชั่วโมงเร่งด่วนหรือย่านรถติดหนักเป็นประจำและให้ความสำคัญกับความราบรื่นเงียบสงบในการขับขี่ เพราะ Nissan Kicks ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าได้นานที่สุดในคลาส แต่ไม่คุ้มถ้าคุณเน้นรถที่มีอุปกรณ์มาตรฐานเยอะๆ
Nissan Kicks กินน้ำมันจริงกี่ กม./ลิตร?
จากการทดสอบและประสบการณ์ใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า Nissan Kicks e-Power 2026 มีอัตราสิ้นเปลืองเมื่อขับแบบปกติโหมด Sport 16.7 กม./ลิตร, ขับแบบประหยัดโหมด Normal ที่ 18.8 กม./ลิตร และขับแบบเน้นประหยัดโหมด Eco ทำได้ถึง 22.7 กม./ลิตร
ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 22.7 กม./ลิตร (4.4 ลิตร/100 กม.)
โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
2026 Nissan Kicks ราคาเท่าไหร่?
รถที่เราใช้ในการขับทดสอบและใช้งานจริง คือรุ่นท้อป ‘SV’ มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 929,000 บาท โดยมีราคาช่วงเปิดตัว 899,900 บาท
นอกจากนี้ยังมีเกรดอื่นๆ ให้เลือก คือ
- รุ่นรองท้อป ‘VL’ ราคา 899,000 บาท (ราคาช่วงเปิดตัว 849,900 บาท) *เพิ่ม 12,000 บาท หากต้องการระบบ ‘NissanConnect Services’
- รุ่นเริ่มต้น ‘V’ ราคา 839,000 บาท (ราคาช่วงเปิดตัว 789,900 บาท)
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?
คู่แข่งของ Nissan Kicks e-Power คือรถที่มีขนาดและระบบส่งกำลังชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ดังนี้
- Toyota Yaris Cross ราคาปกติ เริ่มต้น 809,000 บาท จนถึง909,000 บาท
- GWM ORA 5 HEV ราคาปกติ เริ่มต้น 729,000 บาท จนถึง 799,000 บาท
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีการรับประกันหรือไม่?
Nissan Kicks รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และรับประกันแบตเตอรี่ Lithium-ion นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
ขับดีมั้ย ออกต่างจังหวัดได้หรือเปล่า?
Nissan Kicks e-Power ขับดีในเมืองและที่ความเร็วต่ำถึงกลางเพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนจึงมีอัตราเร่งดีและทำงานเงียบ พละกำลังเพียงพอออกต่างจังหวัดได้แต่ถ้านั่งเบาะหลังเป็นประจำควรไปทดลองนั่งรถคันจริงก่อนตัดสินใจเนื่องจากพนักพิงตั้งตรงและพื้นที่จำกัด อาจไม่เหมาะหากนั่งนานๆ ตอนเดินทางไกล
ข้อมูลการทดสอบ
ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque
- ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
- รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับจริง
- ระยะเวลารวม: 5 วัน
- ระยะทางที่ทดสอบรวม: 2 กม.
- สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก
TorqueThailand.com
















