Breaking News

รีวิว Nissan Kicks e-POWER 2026 ขับเหมือนรถ EV ประหยัดจริง แต่คุ้มแค่ไหน?

รถยนต์ Nissan Kicks e-Power SV ปี 2026 เต็มคัน มุมหน้าเฉียง ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว ทดสอบพวงมาลัยและช่วงล่างที่เซ็ตมาโทนกลางๆ ให้ความมั่นใจในการบังคับควบคุมได้ดี

NISSAN KICKS e-POWER (2026) รีวิว: ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอก, ภายใน และเพิ่มอุปกรณ์ แต่จุดเด่นยังอยู่ที่อัตราเร่งฟีลลิงคล้ายรถไฟฟ้า มากกว่าปริมาณออปชั่น

สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque Thailand

การปรับโฉมและเพิ่มอุปกรณ์ของ Nissan Kicks MY 2026 เป็นการต่อลมหายใจให้กับตัวเองเพื่อไม่ให้ตกขบวน ต้องยอมรับว่าถ้าวัดเรื่องความ “แน่น” ของอุปกรณ์ ยังสู้คู่แข่งทั้ง Yaris Cross และ ORA 5 HEV ไม่ได้ แต่ที่เหนือกว่าคือคุณสมบัติดั้งเดิมเรื่องการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน จึงให้สัมผัสขณะขับขี่คล้ายรถ EV มากที่สุดในกลุ่ม โดยเฉพาะเมื่อขับในช่วงรถติด ซึ่งระบบจะทำงานด้วยไฟฟ้าล้วนได้นานกว่ารถไฮบริดใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนร่วมกับมอเตอร์มาก

Torque Thailand’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

6 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

6 / 10

ความอรรถประโยชน์

7 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

7 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

6 / 10

ควรซื้อถ้า…

อยากได้ความรู้สึกการขับขี่ โดยเฉพาะอัตราเร่ง แบบรถ EV แต่ไม่อยากวุ่นวายและเสียเวลากับการชาร์จไฟ เพราะ Nissan Kicks ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อน ส่วนเครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟให้กับแบตเตอรี HV เท่านั้น สามารถขับด้วยไฟฟ้าได้นานที่สุดในคลาส (ก่อนที่เครื่องยนต์จะติดขึ้น)

ไม่ควรซื้อถ้า…

คุณวัดความคุ้มค่าจากจำนวนอุปกรณ์มาตรฐานเป็นหลัก

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการฟีลลิงแบบรถ EV แต่ไม่อยากชาร์จไฟ
  • คนที่เน้นประหยัดน้ำมัน
  • ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ออกนอกเมืองขับไม่เร็ว
  • คนที่กังวลอุบัติเหตุขณะถอยหลังหรือเปลี่ยนเลน

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่วัดความคุ้มค่าจากจำนวนอุปกรณ์
  • คนที่เน้นราคาขายต่อไม่ตกมาก

สมรรถนะและการขับขี่

อัตราเร่งดีเพราะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ช่วงล่างเซ็ตมากลางๆ ไม่ถึงกับนุ่มนวลแต่ก็ไม่แข็งแบบสปอร์ต เครื่องยนต์สั่นสะเทือนกว่าคู่แข่งเพราะเป็นแบบ 3 สูบ

พละกำลัง: เร่งทันใจ เพราะแรงบิด Instant

Nissan Kicks (นิสสัน คิกส์) ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ในการขับเคลื่อน ทำให้ได้เปรียบเรื่อง Instant Torque ที่มีให้ใช้เต็มพิกัดตั้งแต่เริ่มออกตัว รถจึงเร่งทันใจกว่าเมื่อเทียบกับรถไฮบริดที่พึ่งพาแรงบิดจากเครื่องยนต์เป็นหลักแล้วเสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า นอกจากนั้น การวิ่งด้วยไฟฟ้าของ Kicks ยังทำได้นานกว่า เพราะแบตเตอรี HV มีความจุมากกว่า ทำให้ได้อรรถรสแบบรถ EV มากยิ่งขึ้น

ระบบ e-Power ยังคงเป็นเจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเพิ่มขนาดแบตเตอรีจาก 1.57 เป็น 2.06 kWh ขับขี่ในโหมด Eco ให้อัตราเร่งนุ่มนวลสุด และเริ่มตอบสนองฉับไวขึ้นเมื่อใช้โหมด Normal และให้สัมผัสแบบ EV ได้ใกล้เคียงที่สุดหากขับด้วยโหมด Sport

อัตราสิ้นเปลืองจากการใช้งานจริง ด้วยการขับขี่แบบปกติในโหมด Sport โดยใช้ความเร็วหลากหลายตั้งแต่ 60-140 กม./ชม. Torque Thailand ทำได้ 16.7 กม./ลิตร และดียิ่งขึ้นเมื่อขับเน้นประหยัดที่ 18.8 กม./ลิตร แต่ถ้าใช้โหมด Eco และขับในเมืองเน้นประหยัดเราทำได้ถึง 22.7 กม./ลิตร

นั่นหมายถึง Kicks กินน้ำมันเฉลี่ยใกล้เคียงกับคู่แข่งในคลาสซึ่งใช้ระบบไฮบริดแบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนประสานกัน ดังนั้น ถ้าคุณชอบการขับเคลื่อนแบบเงียบๆ เร่งดีๆ สไตล์ EV รถคันนี้ตอบโจทย์

ตราสัญลักษณ์ e-POWER บนฝาท้าย บ่งบอกชนิดระบบขับเคลื่อนซึ่งเป็นระบบไฮบริด

ห้องเครื่องยนต์ระบบไฮบริด มอเตอร์ไฟฟ้า EM47 กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์เบนซิน HR12DE กำลังสูงสุด 82 แรงม้า ปั่นไฟเข้าแบตเตอรี HV ความจุ 2.06kWh

จอแสดงผลของผู้ขับขี่ แสดงกราฟฟิกการทำงานของระบบไฮบริดใน Nissan Kicks ที่รองรับการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้นานจากแบตเตอรี HV ความจุสูง
Nissan Kicks ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส EM47 ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า (PS) ที่ 3,410-9,697 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 0-3,410 รอบ/นาที โดยใช้เครื่องยนต์รหัส HR12DE ชนิดเบนซิน ไม่มีระบบอัดอากาศ ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า (PS) ที่6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตร ที่4,800 รอบ/นาที ทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าแบตเตอรี HV ความจุ 2.06kWh นี่เป็นระบบ e-Power เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งรวมเอาคอนเวอร์เตอร์เข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ลดน้ำหนักลงได้ถึง 30%

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: สนกุที่ความเร็วต่ำถึงกลาง

แฮนด์ลิงของ Nissan Kicks เซ็ตมาโทนกลางๆ ทั้งการตอบสนองพวงมาลัยและช่วงล่าง จึงไม่โดดเด่นขณะเข้าโค้ง แต่ก็ยังให้ความมั่นใจในการบังคับควบคุมได้ดี ควบคุมการเอียงของตัวถังได้ แต่มีอาการอันเดอร์สเตียร์ชัดเพราะน้ำหนักเครื่องยนต์รวมมอเตอร์และยางหน้าแคบ

คุณสามารถสนุกกับการขับขี่ได้ที่ความเร็วต่ำถึงกลาง จากข้อได้เปรียบของ Instant Torque ซึ่งช่วยให้รถเร่งออกจากโค้งได้ทันใจ แต่ที่ความเร็วสูงกว่า 120 กม./ชม. Kicks เริ่มมีอัตราเร่งตอบสนองช้า และเสียงเครื่องยนต์ที่ครวญครางรอบสูงดังเข้ามาในห้องโดยสารมากจนทำลายอรรถรสการขับขี่ไปหมด

สรุปคือ Kicks ให้ความบันเทิงได้ที่ความเร็วต่ำถึงกลาง แต่ต้องระวังเรื่องอันเดอร์สเตียร์ ส่วนการขับด้วยความเร็วสูงยังบังคับควบคุมไม่น่ากลัว แต่เสียงเครื่องยนต์ดังน่ารำคาญจนคุณไม่อยาก “ซิ่ง” ไปเอง

รถยนต์ Nissan Kicks เต็มคัน มุมท้ายเฉียง ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว ทดสอบการตอบสนองของ Instant Torque ที่ความเร็วต่ำถึงกลาง และอัตราเร่งที่ช้าลงที่ความเร็วสูงกว่า 120 กม./ชม.
Kicks ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจึงได้เปรียบจากการได้แรงบิดสูงสุดทันทีที่เหยียบคันเร่ง ทำให้อัตราเร่งมาไว ขับสนุกที่ความเร็วต่ำถึงกลาง แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักเครื่องยนต์และยางหน้าแคบทำให้อันเดอร์สเตียร์ชัดถ้าเข้าโค้งแรงๆ
พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าให้น้ำหนักกำลังดี ตอบสนองกลางๆ และสื่อสารความเป็นไปของล้อหน้ามาสู่มือ
ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าให้น้ำหนักกำลังดี ตอบสนองกลางๆ ไม่คมแต่ก็ยังสื่อสารความเป็นไปของล้อหน้ามาสู่มือได้ พวงมาลัยจับถนัดและปรับได้ 4 ทิศทาง

การขับขี่นอกเมือง: พลังเพียงพอ แต่เบาะหลังนั่งนานอาจเมื่อย

อัตราเร่งเพียงพอสำหรับแซงช่วง 80-120 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่คนไทยมักใช้ขับระหว่างจังหวัด แต่ต้องเข้าใจว่าที่ความเร็วระดับนี้ เครื่องยนต์จะติดขึ้นบ่อยเนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าต้องดึงไฟจากแบตเตอรี HV มาใช้เยอะ จึงไม่ค่อยต่างจากรถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนร่วมด้วยนัก

ช่วงล่างไม่ถึงกับขึงตึงแต่ก็ไม่นุ่มนวลแบบเอาศีรษะพิงหมอนเบาะได้ตลอดทาง ดูดซับแรงสั่นสะเทือนบนถนนขรุขระเล็กน้อยได้ แต่มีอาการกระเด้งเมื่อวิ่งผ่านหลุมหรือขึ้นลงคอสะพาน

สิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนซื้อ หากต้องเดินทางไกลโดยมีผู้นั่งเบาะหลังเป็นประจำ (โดยเฉพาะไซส์ผู้ใหญ่) คือเบาะหลังและที่เก็บของท้ายรถ เนื่องจากพนักพิงเบาะหลังค่อนข้างชันและปรับเอนไม่ได้ ทั้งยังมี Legroom ไม่มากนักและกระจกประตูหลังแคบ อาจนั่งนานๆ แล้วเมื่อยหรือเมารถ ส่วนที่เก็บของใส่กระเป๋าเดินทางมาตรฐาน 4 ใบได้ แต่ถ้ามีสัมภาระมากกว่านี้อาจใส่ไม่พอ ดังนั้น ไปลองนั่งและสำรวจที่เก็บของอีกครั้งว่าเหมาะกับทุกคนหรือไม่

ล้อขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ คู่กับยาง 205/55-17 และระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชันบีม ทำงานร่วมกับสปริงขด
ล้อขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ คู่กับยาง 205/55-17 ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชันบีม ทำงานร่วมกับสปริงขด เซ็ตมากลางๆ ไม่แน่นแบบสปอร์ตแต่ก็ยังไม่นุ่มนวลแบบรถซีดาน จึงรับมือกับการเดินทางไกลที่ต้องพบกับสภาพถนนหลายรูปแบบได้

เบาะหลังรถยนต์ Nissan Kicks แสดงลักษณะพนักพิงเบาะหลังค่อนข้างชันและปรับเอนไม่ได้ พร้อมพื้นที่ Legroom และกระจกประตูหลังแคบ

พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ขณะจัดวางใส่กระเป๋าเดินทางมาตรฐาน 4 ใบ
เบาะหลังปรับปรุงใหม่โดยเพิ่มขนาดหมอนรองศีรษะและเพิ่มองศาเอียงพนักพิง แต่ก็ยังค่อนข้างตั้งตรงและมีพื้นที่จำกัด เช่นเดียวกับส่วนเก็บของท้ายรถที่ไม่ใหญ่นัก หากต้องออกต่างจังหวัดโดยมีผ็ใหญ่นั่งเบาะหลังด้วยบ่อย ควรไปทดลองนั่งรถจริงก่อนตัดสินใจ

การขับขี่ในเมือง: คล่องตัว วิ่งเงียบสไตล์ EV

Nissan Kicks จะแสดงจุดเด่นของรถออกมาได้ชัดเจนเมื่อใช้งานในเมือง โดยเฉพาะด้านการขับขี่ที่เงียบ, ไร้แรงสั่นสะเทือน และเร่งออกตัวทันใจ คล้ายกำลังขับรถ EV โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้โหมด Eco ที่มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำงานลำพังได้นานขึ้น ถ้าคุณต้องขับรถในชั่วโมงเร่งด่วนหรือใช้งานย่านรถติดเป็นประจำ ต้องชอบ Kicks แน่นอน อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่เคยขับขี่รถ EV มาก่อน อาจต้องปรับวิธีการยกคันเร่งเล็กน้อย เพราะระบบ e-Pedal Step (ที่สามารถชะลอความเร็วได้ด้วยการถอนคันเร่ง) ลดความเร็วค่อนข้างแรงเหมือนกำลังเหยียบเบรก จึงต้องค่อยๆ ถอนคันเร่ง หากไม่คุ้นชินอาจทำให้รู้สึกเมารถหรือเวียนหัวได้

ความยาวรวมตัวถังใกล้เคียงกับ Toyota Yaris Cross คือ 4.3 เมตร จึงซอกแซก, กลับรถ และเข้าจอดที่แคบ ได้คล่องแคล่วสไตล์ City Car ถ้าอยากได้ยาวกว่านี้ต้องไป ORA 5 ซึ่งยาวกว่าประมาณ 17 ซม. แต่ต้องแลกมาด้วยความคล่องตัวที่ลดลงเล็กน้อย

การตัดเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ใกล้เคียงกับคู่แข่งในคลาส แต่จุดที่ด้อยกว่าคือแรงสั่นสะเทือนเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน เนื่องจาก Kicks ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบ จึงเดินเบาได้ไม่เรียบเท่าแบบ 4 สูบ ทำให้มีอรรถรส “ตัดกัน” แรงหน่อย ระหว่างความราบเรียบแบบ EV และความสั่นสะเทือนแบบ ICE

คันเกียร์แบบจอยสติกของระบบเกียร์ Single-speed พร้อมระบบ e-Pedal Step ถอนคันเร่งเพื่อลดความเร็วคล้ายแตะเบรก

ปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบคือ Eco, Normal, Sport และสวิตช์เลือกโหมด EV เพื่อวิ่งด้วยไฟฟ้านานขึ้นบนคอนโซลกลาง
ใช้เกียร์ Single-speed ตามแบบฉบับรถไฟฟ้า พร้อมระบบ e-Pedal Step ถอนคันเร่งเพื่อลดความเร็วคล้ายแตะเบรก มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบคือ Eco, Normal และ Sport บวกด้วยโหมด EV ที่จะวิ่งด้วยไฟฟ้านานขึ้นเล็กน้อยก่อนปลุกเครื่องยนต์ขึ้นมาปั่นไฟ

รถยนต์ Nissan Kicks e-Power SV ปี 2026 เต็มคัน มุมหน้าเฉียง ขณะจอด แสดงความยาวตัวถัง 4.3 เมตร สไตล์ City Car ที่คล่องแคล่วในที่แคบ

รถยนต์ Nissan Kicks เต็มคัน มุมท้ายตรง ขณะจอด แสดงมิติตัวถังความกว้าง 1.76 เมตร ความยาว 4.3 เมตร ความสูงใต้ท้อง 175 มม. และวงเลี้ยว 5.1 เมตร
Kicks กว้าง 1.76 เมตร และยาวเพียง 4.3 เมตร ความสูงใต้ท้อง 175 มม. และมีวงเลี้ยว 5.1 เมตร จึงขับขี่ในเมืองได้คล่อง

ดีไซน์ภายนอก: ปรับใหม่หมดทั้งหน้าและท้าย

การปรับโฉมครั้งใหญ่นี้ ทำให้ Kicks แทบดูเหมือนรถรุ่นใหม่ทั้งหมด (All New) เพราะมีดีไซน์ที่แตกต่างไปจากโฉมก่อนหน้านี้แบบคนละขั้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

Kicks มีความสูงใต้ท้อง 175 มม. เท่ากับ ORA 5 เพียงพอต่อการลุยน้ำท่วมระดับ “ปริ่ม” ฟุตบาท แต่ถ้าต้อง (หรือบังเอิญ) ขับทางวิบาก ควรให้ความระมัดระวังเพราะแบตเตอรี HV วางไว้ใต้ท้องรถบริเวณใต้เบาะหน้า ถ้าคุณอยากได้รถใต้ท้องสูงๆ Yaris Cross ตอบโจทย์กว่า เพราะห่างพื้นถึง 210 มม.

รถยนต์ Nissan Kicks เต็มคัน มุมหน้าตรง ขณะจอด ดีไซน์ปรับโฉมครั้งใหญ่ที่แตกต่างไปจากโฉมก่อนหน้านี้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

รถยนต์ Nissan Kicks เต็มคัน มุมท้ายเฉียง ขณะจอด แสดงระดับความสูงใต้ท้องรถ 175 มม. และตำแหน่งการวางแบตเตอรี HV ไว้ใต้ท้องรถบริเวณใต้เบาะหน้า
Kicks MY 2026 ยังคงใช้โครงสร้างเดิมที่เริ่มออกขายในตลาดโลกมาตั้งแต่ปี 2017 หรือ 9 ปีที่แล้ว แต่เปลี่ยนด้านหน้าและหลังใหม่หมดจนแทบไม่เหลือกลิ่นอายของโฉมก่อนหน้านี้ ฝากระโปรงหน้าที่ยกสูงและไม่มีกระจังหน้าทำให้ดูเป็นสไตล์เดียวกับรถ EV มากขึ้น ส่วนด้านหลังเปลี่ยนจุดติดแผ่นป้ายทะเบียนจากบนฝาท้ายมาไว้ที่กันชนแทน

ชุดไฟหน้าดีไซน์ใหม่ทรงเพรียวบาง ขณะเปิดไฟหน้าและไฟเลี้ยวเพื่อส่องแสงออกด้านข้าง

ไฟ DRL แบบ 3 แถบ แยกติดตั้งไว้บนกันชน ขณะเปิดใช้งาน
ชุดไฟหน้าดีไซน์ใหม่ทรงเพรียวบางและยาวมากทำให้แสงไฟส่องออกด้านข้างได้มากขึ้น ส่วนไฟ DRL แบบ 3 แถบ แยกติดตั้งไว้บนกันชน จะดับไปเลยเมื่อเปิดไฟหน้า

ชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ขณะเปิดไฟ แสดงแถบสีดำคาดระหว่างกลางพาดผ่านท้ายรถ

ตัวอักษร K I C K S ขนาดใหญ่สีคล้ายไทเทเนียม และตราสัญลักษณ์ NISSAN ดีไซน์ใหม่บนฝาท้าย พร้อมตำแหน่งปุ่มกดเปิดฝาท้ายที่ย้ายมาไว้ด้านบน
ชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่เช่นกัน ใช้แถบสีดำคาดระหว่างกลางเพื่อหลอกตาให้ภาพรวมท้ายรถดูกว้างขึ้น ดีไซน์ส่วนท้ายเน้นเหลี่ยมสันชัดเจน มาพร้อมอักษร ‘KICKS’ ขนาดใหญ่สีคล้ายไทเทเนียม และตราสัญลักษณ์ Nissan ดีไซน์ใหม่ ย้ายปุ่มกดเปิดฝาท้ายมาไว้เนบน จึงเปื้อนโคลนน้อยกว่าโฉมก่อนหน้านี้ น่าเสียดายที่ไม่มีระบบเปิดปิดด้วยไฟฟ้า

ห้องโดยสาร: ปรับใหม่ น่าใช้ขึ้น

ส่วนบนของแดชบอร์ดปรับดีไซน์ใหม่ เช่นเดียวกับแผงประตูที่เปลี่ยนจากการใช้ส่วนเว้าส่วนโค้งเป็นแบบแบนเรียบ ให้ความรู้สึกกว้างขึ้นเล็กน้อย

เบาะทั้งหน้าและหลังเป็นของใหม่เช่นกัน โดยเบาะหน้ามีการปรับส่วนรองรับแผ่นหลังใหม่และนั่งนุ่มกว่าเดิม แต่จากการทดสอบแบบใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า เมื่อนั่งนานเกือบ 2 ชม. ยังเมื่อยและไม่สบายเท่าเบาะของรุ่นก่อนหน้านี้ที่แข็งกว่าเล็กน้อย ส่วนเบาะหลังปรับพนักพิงใหม่ให้เอนมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สบายถ้านั่งนานๆ

 จุดเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือจอแสดงผล โดยมาตรวัดสำหรับผู้ขับที่ใช้แบบดิจิทัลแทนมาตรวัดความเร็วแบบเข็ม ส่วนจอแสดงข้อมูลเป็นชนิด TFT ขนาด 7 นิ้ว เพิ่มเมนูแสดงแรงดันลมยางมาให้ จอแสดงผลส่วนกลางใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 12.3 นิ้ว สำหรับใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนเพื่อเล่นสื่อต่างๆ ไม่มีแผนที่ในตัว จากการทดสอบพบว่าระบบสัมผัสตอบสนองรวดเร็ว และเชื่อมต่อไม่มีสัญญาณหลุดหรือไม่สมบูรณ์

แดชบอร์ดห้องโดยสาร ดีไซน์ส่วนบนใหม่รองรับจอส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแผงประตูที่ปรับให้เรียบแบนยิ่งขึ้น

เบาะหน้าดีไซน์ปรับส่วนรองรับแผ่นหลังใหม่ ทดสอบใช้งานจริงโดย Torque Thailand ในการขับขี่ระยะเวลาเกือบ 2 ชม.
ห้องโดยสารปรับดีไซน์ส่วนบนของแดชบอร์ดใหม่เพื่อรองรับจอส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้น แผงประตูก็ปรับให้เรียบแบนยิ่งขึ้นช่วยเพิ่มสัมผัสโปร่งโล่งได้อีกเล็กน้อย เบาะคู่หน้าใหม่ ปรับไฟฟ้าเฉพาะฝั่งผู้ขับ มีความนุ่มมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ แต่นั่งนานๆ ยังเมื่อยอยู่

ชุดมาตรวัดสำหรับผู้ขับขี่แบบดิจิทัลแทนมาตรวัดความเร็วแบบเข็ม ร่วมกับหน้าจอแสดงข้อมูลชนิด TFT ขนาด 7 นิ้ว

จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขณะแสดงกราฟฟิกข้อมูลระบบแจ้งแรงดันลมยาง ของรุ่นปี 2026

ชุดปุ่มควบคุมบนก้านพวงมาลัยฝั่งซ้าย สำหรับควบคุมการแสดงผลหน้าจอของผู้ขับขี่และระบบอินโฟเทนเมนต์
เปลี่ยนมาตรวัดฝั่งขวาจากแบบเข็มดั้งเดิมเป็นตัวเลขดิจิทัล ส่วนจอ TFT ด้านซ้ายสำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่และตั้งค่าต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวรถ มีขนาด 7 นิ้ว จุดที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือระบบแจ้งแรงดันลมยาง โดยผู้ขับสามารถเรียกดูข้อมูลได้จากปุ่มควบคุมฝั่งซ้ายของพวงมาลัย
จอแสดงผลส่วนกลางบนแดชบอร์ดขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Apple CarPlay และ Android Auto โดยใช้ฟังวิทยุเมื่อไม่ต่อกับสมาร์ตโฟน
จอแสดงผลส่วนกลางมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ไม่มีแผนที่ในตัว, การแสดงข้อมูลรถ หรือลูกเล่นใดๆ แค่ใช้ฟังวิทยุได้เท่านั้นถ้าคุณไม่ต่อกับสมาร์ตโฟน

จอแสดงผลส่วนกลาง ขณะแสดงภาพรอบตัวรถจากระบบกล้องมองภาพรอบคันที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

กระจกมองหลัง พร้อมฟังก์ชั่นแสดงภาพแบบ Real-time จากกล้องหลังของรถยนต์

แท่นชาร์จ Wireless Charger ช่องเชื่อมต่อ USB และปุ่มควบคุมระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold บนคอนโซลกลาง
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่หวือหวาหรือมีเทคโนโลยีแพรวพราว แต่ก็ติดตั้งมาให้เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน อาทิ กล้องมองรอบทิศทาง, กระจกมองหลังแบบแสดงภาพผ่านกล้องได้, Wireless พร้อมช่อง USB, เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold เป็นต้น

ความปลอดภัย: เหนือกว่าคู่แข่งที่ระบบช่วยเบรก

Nissan Kicks MY 2026 เพิ่มฟีเจอร์ระบบความปลอดภัยเข้าไปมากมาย ที่โดดเด่นคือระบบเตือนและควบคุมรถเมื่ออกนอกเลน ที่สามารถเบรกเพื่อลดความเร็ว (และโอกาสเกิดอุบัติเหตุ) ได้อัตโนมัติ ซึ่งทำงานได้แม่นยำ แต่จากการลองขับของเราพบว่าระบบจะยังดึงกลับหากเปิดไฟเลี้ยวด้วยการ “แตะ” ก้านไฟเลี้ยว (กะพริบ 3 ครั้ง) และตรวจเจอว่ามีรถในระยะทำงาน คุณต้องเปิดไฟเลี้ยวโดย “กด” ก้านไฟเลี้ยวให้ค้างไว้ ระบบจึงแค่เตือนแต่ไม่ดึงกลับ

อีกระบบหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาและดีกว่าคู่แข่งคือ ระบบเตือนขณะถอยรถ (RCTA) ที่สามารถเบรกอัตโนมัติได้ด้วย ในขณะที่รุ่นอื่นในคลาสมีแค่การแจ้งเตือนอย่างเดียว

ส่วนระบบช่วยขับขี่ ProPILOT ซึ่งเป็นของใหม่เช่นกัน ควบคุมรถเมื่อเปิดใช้ ACC ได้อย่างเป็นธรรมชาติทั้งการควบคุมพวงมาลัยและชะลอหรือเบรกได้นุ่มนวลที่ความเร็วต่ำถึงกลาง แต่ที่ความเร็วระดับ 120 กม./ชม. ระบบควบคุมพวงมาลัยไม่สามารถหักเลี้ยวไปตามโค้งได้จริง ควรบังคับด้วยตัวเองช่วยด้วยเสมอเพื่อความปลอดภัย

จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ ขณะแสดงกราฟฟิกของยานพาหนะรอบรถยนต์ระหว่างเปิดใช้งานระบบครูสคอนโทรล

ปุ่มเปิดปิดระบบควบคุมพวงมาลัยรถให้อยู่ในเลนอัตโนมัติ ซึ่งเป็นคุณสมบัติร่วมของระบบ Adaptive Cruise Control

ชุดปุ่มควบคุมบนก้านพวงมาลัยฝั่งขวา สำหรับควบคุมระบบ Adaptive Cruise Control ระบบสั่งการด้วยเสียง และการรับหรือวางสายโทรศัพท์
ใน Kicks รุ่นปี 2026 เพิ่มระบบช่วยขับ ‘ProPILOT’ เข้าไปในระบบ Adaptive Cruise Control มีคุณสมบัติควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติเพื่อให้รถให้อยู่ในเลนเสมอ (โดยผู้ขับยังคงต้องช่วยจับพวงมาลัย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด) พร้อมระบบ Stop&Go หากรถหยุดอยู่กับที่ไม่เกิน 3 วินาที จะเคลื่อนตัวออกรถเองอัตโนมัติ

จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ ขณะแสดงกราฟฟิกระบบช่วยเหลือเตือนและควบคุมรถเมื่อออกนอกเลนพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ

ตัวกล้องของระบบ ADAS ติดตั้งบนกระจกหน้า สำหรับตรวจจับวัตถุด้านหน้าเพื่อนำข้อมูลส่งต่อให้ระบบช่วยเหลือขณะขับขี่
นอกจาก ProPilot แล้ว Kicks ใหม่ 2026 ยังเพิ่มระบบช่วยเบรกที่จะทำงานร่วมกับระบบเตือนจุดอับสายตาด้านข้างเมื่อตรวจพบโอกาสเกิดอุบัติเหตุขณะกำลังเปลี่ยนเลน และระบบแจ้งเตือนขณะถอยหลังที่สามารถเบรกอัตโนมัติได้เช่นกัน

ฟันธง – Nissan Kicks น่าซื้อมั้ย?

น่าซื้อถ้าคุณอยากได้ให้ความรู้สึกการขับขี่คล้ายรถ EV และ Torque Thailand จะเชียร์ให้ซื้อยิ่งขึ้นหากคุณขับใช้งานช่วงรถติดเป็นประจำ เพราะ Nissan Kicks ขับเคลื่อนและจอดนิ่งนานๆ ด้วยไฟฟ้าล้วนได้นานกว่าคู่แข่งในคลาสมาก จึงให้ความเงียบสงบได้ดี นอกจากนั้น ด้วย Instant Torque หรือ “แรงบิดเต็มพิกัด ตั้งแต่ออกตัว” ยังช่วยให้ขับในการจราจรเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่งดีทั้งออกตัวและแซงความเร็วต่ำอีกด้วย

แต่ถ้าความ EV-like ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ และ/หรือ คุณวัดความคุ้มค่าจากจำนวนอุปกรณ์มาตรฐาน Nissan Kicks ไม่ใช่รถของคุณ ตัวเลือกอย่าง Toyota Yaris Cross และ ORA 5 HEV ตอบโจทย์คุณมากกว่า แต่ทั้งคู่ก็มีจุดให้พิจารณา อาทิ Yaris Cross ไม่ค่อยแรง และเสียงเครื่องยนต์ดัง, ORA อาจไม่เหมาะถ้าคุณกังวลเรื่องความทนทานระยะยาว เนื่องจากเป็นแบรนด์ใหม่ในไทย จึงยังไม่มีข้อสรุปชัดๆ เป็นต้น

SPECIFICATIONS: NISSAN KICKS e-POWER SV (2026)

https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/kicks-epower/specifications.html

Price

  • 929,000 Baht

Powertrain

Engine

  • 1198cc 3-cyl petrol
  • 82ps @ 6000rpm
  • 103Nm @ 4800rpm

Electric Motor

  • 136ps @ 3410-9697rpm
  • 280Nm @ 0-3410rpm

Transmission

  • Single-speed Automatic
  • Front-wheel drive

Performance

  • n/a 0-100km/h
  • n/a top speed
  • 7km/l (Claimed, Eco Sticker), 16.7km/l at tested, 100g/km CO2

Weight

  • 1360kg (Claimed, Eco Sticker)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nissan Kicks e-Power

ข้อดี ข้อเสีย ของ Nissan Kicks (2026) มีอะไรบ้าง?

ข้อดีคือ ให้ความรู้สึกขณะขับขี่คล้ายรถ BEV ทำงานด้วยไฟฟ้าล้วนได้นานกว่ารถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเป็นหลัก ปรับโฉมและเพิ่มอุปกรณ์จึงคุ้มค่ากว่ารุ่นก่อนหน้านี้ ข้อเสียคือ มีรายการอุปกรณ์มาตรฐานมาให้น้อยกว่าคู่แข่งในคลาส

สรุปจุดเด่น

  • ขับได้ฟีลลิงคล้ายรถ EV
  • วิ่งไฟฟ้าล้วนได้นานกว่าคู่แข่ง
  • BSM และ RCTA มีระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ
  • ประหยัดน้ำมัน

สรุปจุดด้อย

  • อุปกรณ์มาตรฐานน้อยกว่าคู่แข่งคลาสเดียวกัน
  • เบาะนั่งนานๆ ไม่สบาย
  • เครื่องยนต์สั่นกว่า เพราะเป็นแบบ 3 สูบ

คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ Kicks ปี 2026?

คุ้มค่าถ้าคุณใช้รถช่วงชั่วโมงเร่งด่วนหรือย่านรถติดหนักเป็นประจำและให้ความสำคัญกับความราบรื่นเงียบสงบในการขับขี่ เพราะ Nissan Kicks ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าได้นานที่สุดในคลาส แต่ไม่คุ้มถ้าคุณเน้นรถที่มีอุปกรณ์มาตรฐานเยอะๆ

Nissan Kicks กินน้ำมันจริงกี่ กม./ลิตร?

จากการทดสอบและประสบการณ์ใช้งานจริงของ Torque Thailand พบว่า Nissan Kicks e-Power 2026 มีอัตราสิ้นเปลืองเมื่อขับแบบปกติโหมด Sport 16.7 กม./ลิตร, ขับแบบประหยัดโหมด Normal ที่ 18.8 กม./ลิตร และขับแบบเน้นประหยัดโหมด Eco ทำได้ถึง 22.7 กม./ลิตร

ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 22.7 กม./ลิตร (4.4 ลิตร/100 กม.)

โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

2026 Nissan Kicks ราคาเท่าไหร่?

รถที่เราใช้ในการขับทดสอบและใช้งานจริง คือรุ่นท้อป ‘SV’ มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยที่ 929,000 บาท โดยมีราคาช่วงเปิดตัว 899,900 บาท

นอกจากนี้ยังมีเกรดอื่นๆ ให้เลือก คือ

  • รุ่นรองท้อป ‘VL’ ราคา 899,000 บาท (ราคาช่วงเปิดตัว 849,900 บาท) *เพิ่ม 12,000 บาท หากต้องการระบบ ‘NissanConnect Services’
  • รุ่นเริ่มต้น ‘V’ ราคา 839,000 บาท (ราคาช่วงเปิดตัว 789,900 บาท)

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

คู่แข่งของ Nissan Kicks e-Power คือรถที่มีขนาดและระบบส่งกำลังชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ดังนี้

  • Toyota Yaris Cross ราคาปกติ เริ่มต้น 809,000 บาท จนถึง909,000 บาท
  • GWM ORA 5 HEV ราคาปกติ เริ่มต้น 729,000 บาท จนถึง 799,000 บาท

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีการรับประกันหรือไม่?

Nissan Kicks รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และรับประกันแบตเตอรี่ Lithium-ion นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ขับดีมั้ย ออกต่างจังหวัดได้หรือเปล่า?

Nissan Kicks e-Power ขับดีในเมืองและที่ความเร็วต่ำถึงกลางเพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนจึงมีอัตราเร่งดีและทำงานเงียบ พละกำลังเพียงพอออกต่างจังหวัดได้แต่ถ้านั่งเบาะหลังเป็นประจำควรไปทดลองนั่งรถคันจริงก่อนตัดสินใจเนื่องจากพนักพิงตั้งตรงและพื้นที่จำกัด อาจไม่เหมาะหากนั่งนานๆ ตอนเดินทางไกล

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับจริง
  • ระยะเวลารวม: 5 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 2 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก

Check Also

รถยนต์ Mercedes-Benz E 350 e มุมมองหน้าเฉียงขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ซึ่งพละกำลังจากโหมดไฟฟ้าล้วนเพียงพอต่อการเร่งแซงที่ความเร็ว 100-140 กม./ชม. และจะตอบสนองทันใจยิ่งขึ้นเมื่อทำงานในโหมด Hybrid หรือ Sport

รีวิว Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic 2025 ขับไฟฟ้าได้ 97 กม. ประหยัด 21.2 กม./ลิตร

MERCEDES-BENZ E 350 e AMG DYNAMIC (2025) รีวิว: PHEV กินน้ำมันเท่า Eco Car และวิ่งไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 100 กม.! …