Breaking News

รีวิว Volvo EX90 Ultra Twin Performance 2025 ตัวท็อป 4.89 ล้าน คุ้มไหม

ภาพเต็มคันมุมหน้าเฉียงของ Volvo EX90 Twin Performance (2025) ขณะขับด้วยความเร็ว ซึ่งจากการใช้งานทั่วไปพบว่ามีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ย 19.7 kWh/100 กม. และแสดงระยะทางขับขี่ 542 กม. เมื่อชาร์จเต็ม 100%

Volvo EX90 Ultra Twin Performance (2025) รีวิว: อุปกรณ์และราคาในไทยสู้ได้! แรงสุด และถูกกว่าคู่แข่งหลักล้านบาท

สรุปสั้นๆ: ความเห็นจาก Torque

Volvo EX90 คุ้มค่าหากคุณเลือกเกรดสูงสุด Ultra “Twin Performance” ราคาจำหน่ายในไทย 4.89 ล้านบาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งแบรนด์ยุโรปคลาสเดียวกันอย่าง BMW iX ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกเฉพาะรุ่น xDrive45 M Sport และ Mercedes-Benz ซึ่งก็มีให้เลือกเพียง EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic (ทั้งสองราคา 5.99 ล้านบาท) เท่ากัน เพราะคุณได้ถึง 517 แรงม้า พร้อมอุปกรณ์จัดเต็มไม่ต่างกันนัก ในราคาถูกกว่า 1 ล้านบาทเต็มๆ อย่างไรก็ตาม หากคุณให้ความสำคัญกับราคาขายต่อและจำนวนศูนย์บริการ EX90 ยังสู้ไม่ได้ นอกจากนั้น จุดที่ Torque แนะนำให้ลองของจริงก่อนตัดสินใจ คือเรื่องระบบ Digital Key และระบบพับแถวสาม ที่เราพบว่าทำงานไม่เสถียร

Torque’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

8 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

10 / 10

ความอรรถประโยชน์

9 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

9 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

9 / 10

ควรซื้อถ้า…

อยากได้ Full-size SUV ที่แรงและอุปกรณ์ครบครันจากยุโรป ในราคาเอื้อมถึงง่ายที่สุดในคลาส

ไม่ควรซื้อถ้า…

คุณไม่มีศูนย์บริการ Volvo ที่ใกล้หรือสะดวกเดินทางสำหรับคุณ ตลอดจนกังวลเรื่องราคาขายต่อ

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการ Full-size SUV ยุโรป ราคาเข้าถึงง่าย
  • ชอบอัตราเร่งดึงหลังติดเบาะ
  • ขับเร็วบนทางตรง มากกว่าถนนโค้งเยอะ
  • ชอบห้องโดยสารคลีนๆ ปุ่มน้อยๆ
  • ชอบใช้ฟีเจอร์ Google มากกว่าฟีเจอร์ในสมาร์ตโฟน

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่เน้นราคาขายต่อ
  • ไม่ถนัดควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ผ่านจอสัมผัส
  • กังวลเรื่องความเสถียรของระบบเทคโนโลยี
  • เน้นขับสนุกในทางโค้ง

สมรรถนะและการขับขี่

แรงสุดในคลาส! ให้พลังเหลือเฟือ ช่วงล่างนุ่มนวลแม้ในโหมด ‘Firm’ นั่งสบาย แต่นิ่มไปในโค้งสลับต่อเนื่อง ตัวถังใหญ่จึงไม่คล่องตัวเมื่อใช้ในเมือง แต่ได้ระบบช่วยจอดที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ช่วยได้มากขณะจอดที่แคบ

พละกำลัง: แรงระดับหัวแถวของกลุ่ม

EX90 คันทดสอบของเรา เป็นเกรดสูงสุด ‘Twin Performance’ ให้กำลังสูงสุด 517 แรงม้า เหนือกว่าคู่แข่งทั้ง BMW iX xDrive45 M Sport ซึ่งทำได้ 408 แรงม้า และ 360 แรงม้าของ Merc EQS 450 4Matic AMG Dynamic (ปัจจุบันทั้ง BMW และ Merc ไม่มีเกรดอื่นๆ ให้เลือกแล้ว) ส่งให้ Full-size SUV จาก Volvo รุ่นนี้ เป็นตัวเลือกอันดับ 1 หากคุณเน้นเรื่องความแรงและอัตราเร่ง (0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที – เร็วที่สุดในกลุ่ม) มากกว่าความเร็วปลาย ซึ่ง Volvo จำกัดไว้ที่ 180 กม./ชม. ในขณะที่คู่แข่งทั้งสองทำได้ทะลุ 200 กม./ชม.

EX90 Twin Performance ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แยกขับเคลื่อนล้อคู่หน้าและหลังอย่างละตัว (245 แรงม้าและ 272 แรงม้า ตามลำดับ) โดยในการใช้งานปกติระบบจะขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นหลัก และใช้พลังจากล้อหลังเสริมเมื่อจำเป็น เช่น ขณะคุณเหยียบคันเร่งลึก หรือต้องการปรับการยึดเกาะเมื่อเข้าโค้ง พละกำลัง “เกินพอ” สำหรับการใช้งานทั่วไปทั้งในและนอกเมือง และ “พอตัว” เมื่อต้องการอรรถรสในการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อเลือกไปที่โหมด ‘Performance AWD’ ซึ่งระบบจะเรียกพลังออกมาครบทุกหยด และย้ายการขับเคลื่อนหลักมาที่ล้อหลัง

จากประสบการณ์ใช้งานจริงของ Torque พบว่า เมื่อขับแบบปกติใช้งานทั่วไป (โดยไม่เน้นรีดความประหยัด) มีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยที่ 19.7 kWh/100 กม. โดยชาร์จเต็ม 100% ระบบแสดงระยะทางที่ขับใช้งานได้ 542 กม. ใกล้เคียงกับสเปคที่เคลมตามมาตรฐาน WLTP ถือว่าทำได้ดีมากสำหรับรถที่หนักระดับ 2.7 ตัน

โลโก้ EX90 TWIN PERFORMANCE บนฝาท้าย บ่งบอกถึงรุ่นที่ใช้มอเตอร์หน้า 245 แรงม้าและมอเตอร์หลัง 272 แรงม้า รวมกำลังสูงสุด 517 แรงม้า และแรงบิด 910 นิวตันเมตร
ในเกรด ‘Twin Performance’ ใช้มอเตอร์หน้าขนาด 245 แรงม้า, 420 นิวตันเมตร และมอเตอร์หลัง 272 แรงม้า, 490 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลัง 517 แรงม้า และแรงบิด 910 นิวตันเมตร

คันเกียร์บนคอพวงมาลัยของเกียร์แบบอัตราทดเดียว ซึ่งรองรับการขับเคลื่อนล้อหน้าในโหมด Normal และขับเคลื่อนล้อหลังเป็นหลักในโหมด Performance AWD รวมถึงโหมด Offroad ที่ช่วงล่างถุงลมจะยกสูงขึ้น

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนู DRIVING DYNAMICS สำหรับเลือกโหมดการขับขี่และปรับตั้งค่าการขับขี่ผ่านระบบทัชสกรีน

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงไอคอน Shortcut สำหรับการเลือกโหมดการขับขี่ได้รวดเร็วขึ้น
EX90 ใช้เกียร์แบบอัตราทดเดียว ขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นหลักในโหมด Normal และสลับมาขับเคลื่อนล้อหลังเป็นหลักและเสริมด้วยล้อหน้าเมื่อใช้โหมด Performance AWD นอกจากนั้น ยังมีโหมด Offroad ที่ช่วงล่างถุงลมจะยกสูงขึ้น และปรับการทำงานของมอเตอร์โดยเน้นการยึดเกาะเป็นหลัก คุณสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้จากไอคอน Shortcut บนหน้าจอ

ช่องเสียบชาร์จไฟสำหรับแบตเตอรี่ HV ชนิด NMC ความจุ 111kWh ที่รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 250kW และให้ระยะทางวิ่ง 745 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนู Charging สำหรับปรับแต่งการชาร์จไฟ ซึ่งรองรับการชาร์จ DC 10-80% ได้เร็วสุดใน 30 นาที และชาร์จ AC 0-100% ใน 10 ถึง 15 ชั่วโมง

จอแสดงผลส่วนกลางในหน้าเมนูตั้งค่าการชาร์จไฟ สำหรับเลือกกำหนดให้ระบบหยุดชาร์จเมื่อถึงเปอร์เซ็นต์ที่ต้องการ
ทั้งเกรดเริ่มต้น ‘Twin Power’ และเกรดสูงสุด ‘Twin Performance’ ใช้แบตเตอรี HV ชนิด NMC เหมือนกัน มีความจุ 111kWh และใช้งานจริงได้ 107kWh ใหญ่สุดในคลาสเดียวกัน และเฉพาะแบตฯ หนักถึงราว 600 กก. Volvo เคลมว่าวิ่งได้ไกล 745 กม. รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 250kW (แรงสุดในคลาสเช่นกัน) คุณสามารถเลือกปรับแต่งการชาร์จได้หลากหลายรูปแบบจากหน้าจอ

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: ทรงตัวดี แต่เอียงมากในโค้งต่อเนื่อง

การบังคับควบคุมเมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 140 กม./ชม. ขึ้นไป ให้ความรู้สึกมั่นคงที่ทางตรงและขณะเข้าโค้งกว้างๆ ด้วยระบบบังคับเลี้ยวที่ Direct และมีน้ำหนักกำลังพอดีมือ ทั้งยังเร่งเร็วเป็นพายุอีกด้วย! แต่เราหักคะแนนการทรงตัวเมื่อ EX90 ต้องเจอกับเส้นทางที่มีโค้งสลับ ซ้าย-ขวา ต่อเนื่อง เพราะรถเอียงมากเนื่องจากช่วงล่างเซ็ตมาโทนนุ่มนวลแม้ใช้โหมด ‘Firm’ ก็ตาม เมื่อเจอกับน้ำหนักรถกว่า 2.7 ตัน (บางแหล่งข้อมูลระบุ 2.8 ตัน+) ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงสูง จนช่วงล่างไม่สามารถจัดการได้ทั้งหมดเมื่อต้องเปลี่ยนทิศทางแบบฉับพลัน

ล้อขนาด 21 นิ้วและยางต่างขนาดของ Volvo EX90 Twin Performance ทำงานร่วมกับช่วงล่างถุงลมที่ให้ความนุ่มนวล แต่พบอาการตัวถังเอียงตัวขณะเข้าโค้งสลับซ้ายขวาแม้จะใช้โหมด Firm ก็ตาม
เกรด Twin Performance ให้ล้อขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางต่างขนาด หน้า 265/45 และหลัง 295/40 รวมถึงช่วงล่างถุงลมที่ให้ความนุ่มนวลทุกย่านความเร็ว แต่ต้องแลกมาด้วยอาการเอียงตัวขณะเข้าโค้ง โดยเฉพาะโค้งสลับซ้ายขวา แม้ปรับไปใช้ช่วงล่างโหมด ‘Firm’ ที่แข็งขึ้นแล้วก็ตาม
พวงมาลัยของ Volvo EX90 (2025) ที่มีระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าให้น้ำหนักพอดีมือ ตอบสนองฉับไวในโหมด Firm และให้ความรู้สึกเบามือหมุนคล่องตัวในโหมด Soft
ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าให้น้ำหนักพอดีมือ และตอบสนองฉับไว เป็นธรรมชาติ ในโหมด Firm และเบามือหมุนคล่องเมื่อใช้โหมด Soft

การขับขี่นอกเมือง: เงียบกริบ นุ่มนวล

แน่นอนว่าห้องโดยสารของรถ EV มักจะเงียบกว่ารถเครื่องยนต์ แต่ EX90 ทำได้เงียบกว่านั้นอีก! ที่ความเร็วเดินทางระดับ 110-120 กม./ชม. แทบไม่มีเสียงลมหรือยางดังเข้ามาในห้องโดยสาร แม้กระทั่งเสียงฮัมของมอเตอร์ยังถูกตัดออกไปจนต้องตั้งใจฟังจึงได้ยิน

จากการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดนครนายกช่วงเที่ยง ซึ่งมีแดดแรงจัด ระบบปรับอากาศยังให้ความเย็นทั่วถึงทุกที่นั่ง แม้คันทดสอบของเราไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง และเป็นรุ่นปี 2024-2025 กระจกหลังคาจึงไม่มีฟีเจอร์ Electrochromic (ฝ้าลดแสงแบบเลือกระดับความทึบแสงได้) ก็ตาม

ด้านการขับขี่ การเร่งแซงทำได้แบบไม่ต้องลุ้น สิ่งนี้พิสูจน์ได้จากแรงบิดสูงสุดที่มากถึง 910 นิวตันเมตร หรือมากกว่ารถกระบะเครื่องดีเซลถึง 2 เท่า! ช่วงล่างถุงลมให้ความนุ่มนวลระดับ First-class ในโหมด ’Soft’ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีมากแม้บนถนนขรุขระ แต่ก็โคลงเคลงจนทำให้เมารถ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเป็น “สายสปอร์ต” อาจไม่ถูกใจนัก เพราะถึงจะใช้โหมด ‘Firm’ ก็ยังไม่ทิ้งความนุ่มอยู่ดี… เสียใจด้วยครับ

ระบบ One-pedal ในโหมดอัตโนมัติ ทำงานได้เนียนเป็นธรรมชาติมาก สามารถปล่อยให้รถไหลต่อไปหากไม่มีรถคันหน้า และค่อยๆ ลดความเร็วอย่างนุ่มนวลหากระบบตรวจจับพบรถในระยะ จนกระทั่งเหลือความเร็วใกล้เคียงกันและคงความเร็วนั้นไว้ (จนกว่าแรงเฉื่อยจะลดความเร็วต่อเอง) ยอดเยี่ยม!

ภาพมุมท้ายเฉียงของ Volvo EX90 Twin Performance ขณะขับด้วยความเร็วเดินทาง 110-120 กม./ชม. ซึ่งพบว่าห้องโดยสารเงียบมาก แทบไม่มีเสียงลม เสียงยาง หรือเสียงมอเตอร์เล็ดลอดเข้ามา
EX90 ขับดีเมื่อเดินทางไกล ด้วยช่วงล่างที่นุ่มนวล, ห้องโดยสารเงียบกริบ และอัตราเร่งระดับหลังติดเบาะ จึงแซงได้แบบไม่ต้องลุ้น

การขับขี่ในเมือง: ทัศนวิสัยดี แต่ไม่คล่องเพราะตัวใหญ่

เมื่อทดลองขับจริงในกรุงเทพฯ พบว่าทัศนวิสัยเมื่อมองผ่านกระจกรอบคันชัดเจนดี เมื่อรวมกับเบาะนั่งที่ปรับระยะได้มากทำให้มองเห็นชัด กะระยะได้ง่าย แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือรถขนาดใหญ่แบบนี้ ไม่คล่องตัวนักสำหรับการขับในเมือง อย่างไรก็ตาม ระบบช่วยจอดอัตโนมัติของ EX90 เรียกใช้งานง่ายด้วยการกด (บนหน้าจอ) เพียงครั้งเดียว (เมื่อกล้องรอบคันเริ่มทำงาน) จึงจอดในที่แคบได้ง่ายขึ้นมาก

ที่การขับท่ามกลางการจราจรเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่ง ระบบ One-pedal ที่เราชื่นชมเมื่อขับทางไกล ยังคงสามารถลดความเร็วตามรถคันหน้าได้ แต่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า คุณต้องคอยประคองคันเร่งช่วย (ถ้ายกคันเร่งหมด รถจะหยุดเร็ว) และเมื่อรถหยุดนิ่ง คุณต้องเหยียบคันเร่งใหม่ รถจึงเคลื่อนออกไป (ปล่อยเบรกอย่างเดียว รถไม่ไหล) นั่นหมายถึง อาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักหน่อยเพื่อให้คุ้นเคย หรือไม่ก็ปิดระบบไปเลย หากชอบฟีลแบบรถเกียร์อัตโนมัติปกติ

ภาพมุมหน้าเฉียงแสดงให้เห็นมิติตัวถังของ Volvo EX90 Twin Performance ที่มีความกว้าง 1.9 เมตร และยาว 5 เมตร ซึ่งส่งผลให้มีความคล่องตัวลดลงเมื่อขับขี่ในเมือง

ภาพมุมท้ายตรง แสดงความสูงใต้ท้องรถที่ 213 มม. ซึ่งสามารถยกเพิ่มได้สูงสุดเป็น 250 มม. เมื่อเลือกใช้โหมด Offroad
ตัวถังกว้าง 1.9 เมตร และยาว 5 เมตร ทำให้ไม่คล่องตัวนักเมื่อใช้งานในเมือง แต่ด้วยทัศนวิสัยรอบคันดีและมีระบบช่วยจอดจึงลดทอนปัญหาขณะขับทางแคบหรือเข้าจอดได้บ้าง

ดีไซน์ภายนอก: ทรงกล่องเรียบง่าย ใต้ท้องสูงมาก

แม้ปัจจุบัน Volvo ย้ายไปอยู่ใต้หลังคาของ Geely Group ประเทศจีน แต่ EX90 ใช้แพลตฟอร์ม SPA2 (Scalable Product Architecture 2) ซึ่งริเริ่มและพัฒนาโดยอิงจากรากฐานวิศวกรรมฝั่งสวีเดนของ Volvo เอง โดยแพลตฟอร์มนี้ ตลอดจนองค์ประกอบส่วนใหญ่ใช้ร่วมกับ Polestar 3 แบรนด์ลูกของ Volvo

ความยาวฐานล้อของ EX90 สั้นที่สุดในกลุ่ม คือ น้อยกว่า 15 มม. เมื่อเทียบกับ iX และ 210 มม. หากวัดกับ EQS ส่วนความยาวตัวถังอยู่กึ่งกลางระหว่าง iX กับ EQS นั่นหมายถึง ถ้าคุณอยากได้ SUV ไฟฟ้าล้วนคันใหญ่สุดๆ EX90 ยังไม่ตอบโจทย์

ระยะห่างจากใต้ท้องถึงพื้นคือจุดที่ EX90 เหนือกว่าคู่แข่งเยอรมันนีทั้งสองคันมาก โดยมีให้ถึง 213 มม. ในโหมดปกติ ใกล้เคียงกับ SUV สายลุยอย่าง Land Rover Defender (218 มม.) เทียบกับ iX ที่ราว 180-202 มม. และ EQS เตี้ยสุดคือ 134-184 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่นและออปชั่น ที่น่าทึ่งคือ หากคุณใช้โหมด ‘Offroad’ ช่วงล่างถุงลมของ EX90 จะยืดขึ้นไปจนได้ระยะห่างถึง 250 มม. ช่วยให้คุณลุยน้ำได้ลึกขึ้น หรือข้ามผ่านอุปสรรคได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ใช้โหมดนี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เพราะจากการทดสอบพบว่าช่วงล่างแข็งมากจนไม่สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้

ภาพตัวรถมุมหน้าตรงแสดงดีไซน์ที่เน้นลดแรงต้านอากาศเพื่อเพิ่มระยะทางวิ่ง โดยมีเพียงช่องรับอากาศที่บริเวณด้านล่างของกันชนหน้า

ภาพมุมท้ายเฉียงแสดงระยะห่างความสูงใต้ท้องรถที่ 213 มม. ซึ่งสามารถยกเพิ่มได้สูงสุดเป็น 250 มม. เมื่อเลือกใช้โหมด Offroad
หากคุณเห็น EX90 ด้วยตา จะรู้สึกว่ามันคันใหญ่มาก นั่นเพราะการเน้นใช้เหลี่ยมสันทำให้ดูหลอกตา และ Volvo ยังใช้ความ “เหลี่ยม” ของรถ เพื่อสร้างความรู้สึก “แข็งแกร่งปลอดภัย” ให้กับผู้ใช้อีกด้วย จุดที่น่าสนใจคือความสูงใต้ท้องมากถึง 213 มม. ใกล้เคียงกับตัวลุยหนัก Defender (218 มม.) และยังยกเพิ่มได้เป็น 250 มม. ในโหมด Offroad ถ้าคุณกังวลเรื่องขับ EV ลุยน้ำท่วมกรุงเทพฯ EX90 แก้ปัญหาของคุณได้แน่นอน

ช่องรับอากาศบริเวณกันชนหน้า สำหรับนำอากาศไประบายความร้อน ทำงานด้วยม่านเปิดปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า

ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า หรือ Frunk ความจุ 27 ลิตร ของ Volvo EX90 ป้องกันฝุ่นได้ดี แต่การออกแบบช่องแบบเล่นระดับและโค้งไปมาทำให้อรรถประโยชน์น้อยกว่าช่องทรงสี่เหลี่ยม
ดีไซน์ภายนอกเน้นลดแรงต้านเพื่อเพิ่มระยะวิ่ง เห็นได้ชัดจากหน้ารถที่มีเพียงช่องรับอากาศด้านล่างพร้อมม่านไฟฟ้า นอกจากนั้น ยังปิดใต้ท้องเรียบอีกด้วย ส่วนฝากระโปรงหน้ามี Frunk ความจุ 27 ลิตร ที่ยอดเยี่ยมคือสามารถป้องกันฝุ่นเข้าได้ดีมาก แต่ขอตำหนิเรื่องการออกแบบช่องเล่นระดับและโค้งไปมา ถ้าทำเป็นช่องทรงสี่เหลี่ยมธรรมดาจะอรรถประโยชน์กว่า

ไฟ DRL ดีไซน์ค้อน Thor บริเวณไฟหน้ามุมตรง ออกแบบให้พาดยาวต่อเนื่องลงมายังกันชนและทำหน้าที่เป็นไฟเลี้ยว

ไฟหน้ามุมตรงขณะเปิดใช้งาน ซึ่งซ่อนลูกเล่นด้วยการแยกบาร์ไฟ DRL ออกเป็นชิ้นบนและล่าง เพื่อเผยให้เห็นชุดไฟหน้า High-Definition Pixel ด้านใน

ชุดไฟท้ายมุมตรงที่นำดีไซน์ไฟแนวตั้งบนเสาหลังกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในยุค 90
ไฟหน้า “ค้อน Thor” ใน EX90 ออกแบบให้ดูเหมือนยาวต่อเนื่องลงมาที่กันชน (ซึ่งใช้เป็นไฟเลี้ยว) ซ่อนลูกเล่นเปิดบาร์ของ DRL แยกออกเป็น 2 ชิ้น ไปซ่อนไว้บนและล่าง เผยให้เห็นไฟหน้า High-Definition Pixel ส่วนชุดไฟท้ายนำเอาไฟแนวตั้งบนเสาหลัง ซึ่งเคยเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ Volvo ยุค 90’s กลับมาใช้อีกครั้ง

ห้องโดยสาร: ไม่รักก็เกลียดเลย

จากการทดลองใช้จริงของเราตลอด 3 วันของการทดสอบ พบว่าระบบพับเบาะแถวที่สามด้วยไฟฟ้า ผ่านปุ่มระบบสัมผัสที่ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ ไม่ทำงานในบางครั้ง จนต้องปิดรถ (ถ้าให้เข้าใจง่ายๆ คือ “ดับเครื่อง”) แล้วเปิดใหม่ จึงทำงาน และระบบ Digital Key ที่สั่ง ล็อก/ปลดล็อก รถ ทำงานไม่เสถียร เช่น บางครั้งเข้าใกล้รถ แต่ไม่ปลดล็อก, เดินออกห่างไม่ล็อก, สั่งปลดจากมือถือแต่ระบบหน่วง เป็นต้น ดังนั้น นี่คือจุดที่ควรไปทดลองรถจริงที่โชว์รูมก่อนเพื่อความแน่ใจว่าจะเกิดปัญหาเดียวกับคันทดสอบของเราหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้ “มีแนวโน้ม” ที่จะแก้ไขได้จากการอัพเดทซอฟต์แวร์ (OTA) หรือ Core Computer ในอนาคต

อีกจุดที่อาจเป็นปัญหาสำหรับบางคนคือการต้องดำดิ่งผ่านจอส่วนกลางเพื่อใช้งานฟังก์ชั่นส่วนใหญ่ของรถ นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับทุกคนเพราะมีรถหลายรุ่นที่ใช้วิธีนี้และหลายคนก็ชื่นชอบ ดังนั้น ไปลองรถจริงก่อนตัดสินใจครับ

การตอบสนองของจอรวดเร็วจนน่าทึ่ง จุดเด่นคือ Google Built-in ซึ่ง Volvo เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ได้ใช้ คุณจึงสามารถใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ของ Google ได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อ (และใช้ผ่าน) สมาร์ตโฟน การเรียกแอปฯ ต่างๆ ขึ้นมาก็ทำได้รวดเร็วน่าพอใจ และไม่พบปัญหากระตุกหรือค้างแต่อย่างใด ไอค่อนต่างๆ มีขนาดใหญ่พอให้มองเห็นได้ทันทีตอนกวาดสายตาขณะขับ แต่เมนูเกี่ยวกับการควบคุมรถยังต้องเข้าไปหลายขั้นตอน… เราคิดถึงการ “แผ่” เมนูย่อยออกมาแสดงทั้งหมด ของ UI เดิมที่ Volvo เคยใช้ (เช่นใน S90) มากกว่า

พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางตามมาตรฐาน Full-size SUV คันทดสอบของเราเป็นแบบ 6 ที่นั่ง กล่าวคือ เบาะแถวที่สองเป็นแบบแยก ซ้าย-ขวา ซึ่งนั่งสบายมาก และมี Legroom เหลือเฟือจนสามารถยืดแข้งยืดขาได้สุดๆ น่าเสียดายที่ไม่มีส่วนรองขามาให้ ขณะที่เบาะแถวสามแม้มี Legroom พอสำหรับผู้ใหญ่ หากไม่เลื่อนเบาะแถวสองถอยหลังจนสุด แต่มีพื้นที่ช่วงไหล่น้อยเพราะถูกเบียดโดยแผงด้านข้าง ทำให้นั่งสองคนอึดอัด จึงเหมาะกับเด็กนั่งมากกว่า หรือถ้ามีคนนั่งเบาะสามบ่อย ลองดูตัวเลือกอย่าง EQS ส่วนที่เก็บของท้ายรถกว้างมากถ้าพับเบาะแถวสาม โดยจุได้ถึง 665 ลิตร แต่เหลือเพียง 310 ลิตร หากกางเบาะขึ้น

แดชบอร์ดภายในห้องโดยสาร ซึ่งออกแบบให้บริเวณส่วนบนราบเรียบตลอดแนวเพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นด้านหน้า
แดชบอร์ดออกแบบให้ส่วนบนราบเรียบตลอดแนวเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยด้านหน้า โดยนำจอแสดงผลสำหรับผู้ขับมาติดตั้งไว้ที่คอพวงมาลัย ใช้วัสดุหลากหลายประเภทในการตกแต่ง จุดเด่นคือการตัดเสียงรบกวนภายนอกที่ยอดเยี่ยม และการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น หลอดไฟ LED จำนวน 72 ดวงในห้องโดยสาร ที่ Volvo เรียกว่า “SunLike LED” จำลองสเปกตรัมให้เหมือนแสงแดดจริงๆ เพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

เบาะคู่หน้าแบบปรับไฟฟ้าพร้อมปีกโอบรับลำตัวท่อนบน โดยสามารถปรับปีกเบาะบริเวณพนักพิงให้บีบแคบเข้าหรือกว้างออกได้

จอส่วนกลางของ Volvo EX90 (2025) แสดงเมนูปรับเบาะหน้า ซึ่งการปรับละเอียดอย่างเบาะรองนั่งหรือปีกเบาะต้องเลือกจากหน้าจอก่อนไปหมุนปุ่มข้างเบาะ ทำให้ใช้งานซับซ้อน

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนูสำหรับปรับระดับความแรงพัดลมของระบบทำความร้อนและทำความเย็นสำหรับเบาะนั่งคู่หน้า
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าโอบรับลำตัวดี และสามารถปรับปีกเบาะส่วนพนักพิงให้บีบแคบหรือกว้างออกได้ โดยการปรับพื้นฐาน เช่น เดินหน้า-ถอยหลัง, เอน, ยกขึ้นลง ทำได้โดยตรงจากปุ่มข้างเบาะ แต่ถ้าต้องการยกส่วนหน้าหรือหลังของเบาะรองนั่ง รวมถึงปรับปีกเบาะ ต้องเลือกว่าจะปรับส่วนไหนจากหน้าจอ แล้วค่อยไปหมุนที่ข้างเบาะ ซึ่งยุ่งยากซับซ้อนมาก เมื่อเทียบกับรถทั่วไปที่ปรับจากปุ่มข้างเบาะได้เลย… มีระบบนวดและทำความ ร้อน/เย็น เบาะมาให้ด้วย

จอแสดงผลแบบสัมผัสหลังคอนโซลกลาง สำหรับควบคุมระบบปรับอากาศแบบแยก 2 โซนอิสระของผู้โดยสารเบาะหลัง

เบาะแถวที่สองแบบแยกอิสระซ้ายขวาพร้อมพื้นที่รอบตัวกว้างขวาง สามารถปรับเลื่อนตำแหน่งและเอนพนักพิงด้วยกลไกธรรมดา

เบาะแถวที่สามของ Volvo EX90 มี Legroom เพียงพอหากไม่เลื่อนเบาะแถวสองจนสุด แต่พื้นที่ช่วงไหล่แคบเนื่องจากแผงด้านข้าง ทำให้นั่งสองคนค่อนข้างอึดอัดและเหมาะกับเด็กมากกว่า

ภาพตัวรถมุมท้ายตรงขณะเปิดฝาท้าย แสดงพื้นที่เก็บสัมภาระซึ่งจุได้ 665 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวสาม และลดลงเหลือ 310 ลิตรเมื่อกางเบาะขึ้น
คันทดสอบของเราเป็นรุ่น 6 ที่นั่ง เบาะแถวที่สองแบบแยก ปรับเลื่อนและเอนด้วยกลไกธรรมดา มีพื้นที่รอบๆ เหลือเฟือจนสามารถปรับเลื่อนมาด้านหน้าเพื่อเพิ่ม Legroom ให้กับผู้นั่งแถว 3 ได้ โดยไม่อึดอัด พร้อมระบบปรับอากาศแยกซ้ายขวา ตัวเบาะแถวสามนั่งได้ 2 คน เหมาะกับเด็ก สามารถพับหรือกางออกได้จากปุ่มสัมผัสท้ายรถ พื้นที่เก็บของกว้างขวางมากเมื่อพับเบาะ

จอแสดงผลข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 9 นิ้ว ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณคอพวงมาลัยเพื่อให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

จอแสดงผลส่วนกลางระบบสัมผัสแนวตั้งขนาด 14.5 นิ้วกลางแดชบอร์ด ประมวลผลด้วย NVIDIA DRIVE AI และ Snapdragon Cockpit Platforms พร้อมระบบ Google Built-in

จอแสดงผลส่วนกลางของ Volvo EX90 (2025) ในหน้ารวมแอปพลิเคชัน ทำงานรวดเร็วไม่กระตุกด้วยระบบ Google Built-in ที่สามารถใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน พร้อมไอคอนขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจน
อาจกล่าวได้ว่า Volvo EX90 คือคอมพิวเตอร์ติดล้อ จากการใช้ฮาร์ดแวร์ประมวลผล NVIDIA DRIVE AI (ชิป Xavier และ Orin) และ Snapdragon Cockpit Platforms ร่วมกับซอฟต์แวร์ที่วิศวกรของ Volvo พัฒนาขึ้นเอง โดยระบบนี้จะทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชันแกนหลักเกือบทั้งหมดของตัวรถ นั่นรวมถึงระบบอินโฟเทนเมนต์ด้วย จุดเด่นคือ Google Built-in ที่สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถได้ด้วย ทำให้สามารถใช้ฟีเจอร์ Google ควบคุมการทำงานของรถได้ นอกจากนั้น ในอนาคตอันใกล้อาจได้ AI อย่าง Gemini มาใช้ร่วมด้วย นั่นหมายถึง ระบบสามารถนำภาพที่ได้จากกล้องของรถมาประมวลผล เพื่อตอบคำถาม เช่น “รถคันข้างหน้ารุ่นอะไร” “ร้านอาหารซ้ายมือ มีรีวิวว่ายังไงบ้าง” เป็นต้น

หน้าเมนูการตั้งค่ารถยนต์บนจอแสดงผลส่วนกลางของ Volvo EX90 ซึ่งมีขั้นตอนการเข้าถึงเมนูควบคุมรถที่ค่อนข้างลึกเมื่อเทียบกับ UI เดิมของแบรนด์

จอแสดงผลส่วนกลางในหน้า Shortcut สำหรับการตั้งค่ารถยนต์ เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าถึงเมนูที่ใช้งานบ่อยได้อย่างรวดเร็ว

ไอคอนสั่งเปิดฝากล่องเก็บของบนจอส่วนกลาง Volvo EX90 Twin Performance แสดงให้เห็นถึงการรวมฟังก์ชันตัวรถมาควบคุมผ่านหน้าจอประมวลผล ซึ่งรองรับการอัปเดตฟีเจอร์อัจฉริยะของ Google ในอนาคต
การรวบรวมฟังก์ชั่นเกือบทั้งหมดของรถ ซึ่งรวมถึงเปิดฝากล่องเก็บของ มาควบคุมผ่านหน้าจอ หมายถึง ฟังก์ชั่นเหล่านั้นทำงานผ่านระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล จึงเอื้อให้สามารถใช้ฟีเจอร์อัจฉริยะของ Google เกี่ยวกับการควบคุมรถได้มากขึ้นในอนาคต แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ยุ่งยากมากๆ ในการใช้งานเองด้วยการสัมผัส คุณต้องดำดิ่งในเมนูนั้นๆ เพียงเพื่อทำอะไรง่ายๆ เช่น เปิดไฟตัดหมอกหลัง หรือปรับตำแหน่งพวงมาลัย แม้กระทั่ง Shortcut ที่มีให้ เช่น การควบคุมไฟหน้า เมื่อกดเข้าไปแล้ว คุณยังต้องเข้าเกียร์ D ก่อน จึงจะสั่งเปิดปิดไฟหน้าได้… ทำไมต้องยากขนาดนั้น?

ปุ่มควบคุมบนก้านพวงมาลัยฝั่งขวา สำหรับใช้งานระบบอินโฟเทนเมนต์ รวมถึงใช้ปรับทิศทางของพวงมาลัยและกระจกมองข้าง

ปุ่มหมุนแบบ Joystick บนคอนโซลกลาง สำหรับใช้ควบคุมระบบเครื่องเสียงและการเล่นเพลง เช่น เล่น หยุด หรือเลือกเพลงก่อนหน้าและถัดไป
จากการควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ผ่านหน้าจอเกือบทั้งหมด ทำให้ปุ่มต่างๆ ต้องทำหน้าที่แตกต่างกันไปตามฟังก์ชั่นที่ผู้ใช้เลือกขณะนั้นๆ เช่น ปุ่มลูกศรใช้สำหรับควบคุมการเล่นเพลง แต่จะเปลี่ยนเป็นการควบคุมทิศทางเมื่อใช้ฟังก์ชั่นปรับกระจกมองข้างหรือพวงมาลัย เป็นต้น ส่วนปุ่มหมุนบนคอนโซลกลาง ใช้สำหรับควบคุมการเล่น Media เท่านั้น

แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สายหรือ Wireless Charger ที่ให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมช่องเสียบ USB สำหรับทุกตำแหน่งที่นั่ง

ลำโพง Center บนแดชบอร์ดของชุดเครื่องเสียง Bowers & Wilkins กำลังขับ 1,610 วัตต์ ใน Volvo EX90 Twin Performance ซึ่งรองรับระบบ Dolby Atmos ให้มิติเสียงแบบ 3 มิติใกล้เคียงโรงภาพยนตร์

จอแสดงผลส่วนกลางในหน้าเมนู Abbey Road Studios ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำหรับจำลองมิติเสียงแบบห้องอัดระดับโลกพร้อมตัวเลือกการปรับแต่งหลายรูปแบบ
EX90 คุ้มค่ามากในแง่ของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ติดตั้งมาให้แบบเต็มพิกัด ในราคาถูกกว่าคู่แข่งหลักล้านบาท ทีเด็ดอยู่ที่ชุดเครื่องเสียงจาก Bowers & Wilkins ซึ่งประกอบด้วยลำโพง 25 ตัว และกำลังขับ 1,610 วัตต์ จุดเด่นคือเหนือกว่าระบบ Surround ทั่วไปเพราะรองรับ Dolby Atmos ทำให้ได้เสียงแบบ 3 มิติ ใกล้เคียงกับในโรงภาพยนตร์ เช่น นกที่บินวนเหนือหัว, วัตถุที่เคลื่อนที่หลังมาหน้า เป็นต้น หากไฟล์ที่คุณกำลังเล่นอยู่ถูกบันทึกด้วย Dolby Atmos นอกจากนั้น Volvo ยังเป็นแบรนด์แรกที่ได้ใช้ฟีเจอร์ ‘Abbey Road Studios’ ที่จำลองเสียงแบบในห้องอัดชื่อดังของลอนดอนนี้ได้อย่างมีมิติ และปรับได้หลายรูปแบบ

ความปลอดภัย: มี LiDAR แต่ยังทำงานไม่เต็มความสามารถ

Volvo เป็นเพียงรถไม่กี่รุ่นในไทยที่มาพร้อม LiDAR แต่น่าเสียดายที่ในประเทศไทยยังไม่สามารถใช้งานระบบขับอัตโนมัติได้เต็มความสามารถของมัน จากการทดลองใช้ระบบ Adaptive Cruise Control พบว่าทำงานได้ดีที่ความเร็วต่ำ ทั้งการควบคุมทิศทาง, เพิ่ม-ลด ความเร็ว รวมถึงเบรกจนหยุดนิ่ง แต่เมื่อทดลองที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลนบังคับพวงมาลัยเหมือนพินบอล ปล่อยให้รถเอียงหาเส้นแบ่งเลนฝั่งหนึ่งจากนั้นคุมพวงมาลัยให้ไปหาเส้นอีกฝั่งหนึ่ง สลับไปมา จนเราต้องยกเลิกระบบและขับเอง

รายการอุปกรณ์ความปลอดภัยมีมาให้ยาวเป็นหางว่าว นอกจากนั้น ยังมีรายละเอียดการออกแบบอุปกรณ์และองค์ประกอบอีกมากมายโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งกับผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่นๆ ตามปรัชญาด้านความปลอดภัยที่ Volvo ยึดมั่นเสมอมา ซึ่งแม้จะไม่เห็นด้วยตา แต่ก็มอบ “ความอุ่นใจ” ให้กับผู้ใช้ได้มากทีเดียว

กระจกมองข้างพร้อมระบบ Blind-spot Monitoring โดยที่ฐานรองรับติดตั้งกล้อง 2 ตัวเพื่อใช้งานร่วมกับระบบความปลอดภัยและระบบกล้องมองรอบทิศทาง

เซนเซอร์ระบบ LiDAR บนหลังคารถและกล้องที่กระจกหน้าด้านบน สำหรับทำงานร่วมกับระบบ ADAS เพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่

ปุ่มควบคุมบริเวณก้านพวงมาลัยฝั่งซ้าย สำหรับสลับหน้าจอแสดงผลของผู้ขับขี่และควบคุมการทำงานของระบบ Adaptive Cruise Control

จอแสดงผลส่วนกลางแสดงเมนู Pilot Assist ให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งเปิดหรือปิดระบบช่วยเหลือขณะขับขี่ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสได้
EX90 เป็นหนึ่งในรถเพียงไม่กี่รุ่นที่ติดตั้ง LiDAR มาให้แล้ว น่าเสียดายที่ยังเปิดใช้งานได้ไม่เต็ม 100% ในประเทศไทย เนื่องจากต้องรอการ Mapping เส้นทางโดยละเอียดจากผู้พัฒนา และข้อจำกัดทางด้านกฎหมายจราจร อย่างไรก็ตาม ระบบความปลอดภัยของ Volvo ก็ยังถือว่าล้ำหน้ามาก ด้วยการใช้ Core Computer อย่าง NVIDIA DRIVE ร่วมกับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดย Volvo เอง ในการทำงานด้านระบบความปลอดภัย นอกจากนั้น ยังติดตั้งระบบต่างๆ มาให้ครบครันเหมือนกันทุกประการ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นจนถึงรุ่นท้อปอีกด้วย

สรุป – Volvo EX90 ควรอยู่ในลิสต์ของคุณหรือไม่?

EX90 Ultra Twin Performance เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ถ้าพิจารณาเรื่องสิ่งที่ได้มากับราคาที่จ่าย เทียบกับคู่แข่งตรงๆ จากยุโรปด้วยกันทั้ง BMW iX และ Mercedes EQS ซึ่งแพงกว่าถึง 1 ล้านบาท เพราะมีอุปกรณ์จัดเต็มแทบไม่ต่าง ทั้งยังมีพละกำลังมากกว่าอีกด้วย นอกจากนั้น ถ้าคุณชอบแนวนุ่มนวลนั่งสบาย และรถที่เหมือนเทคโนโลยีติดล้อ ตลอดจนเน้นความปลอดภัยสูงสุด นี่คือ SUV ไฟฟ้าล้วน อันดับ 1 ของคุณ

แต่มีสิ่งที่ควรนำพิจารณาร่วมด้วยคือความเสถียรของระบบเกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่เราพบปัญหาขณะทดสอบคือ Digital Key และระบบพับเบาะแถวสาม ที่รวนบางครั้ง นอกจากนั้น การรวมทุกอย่างไว้ในจออาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบปรับโน่นนี่ขณะขับขี่ หรือไม่ถนัดเทคโนโลยี

SPECIFICATIONS: VOLVO EX90 ULTRA TWIN PERFORMANCE (2025)

https://www.volvocars.com/th-th/cars/ex90-electric/

Price

  • 4,890,000 Baht

Powertrain

  • 111kWh NMC Battery (107kWh useable), Twin e-motor
  • 517hp
  • 910Nm

Transmission

  • Single-speed Automatic
  • All-wheel drive

Performance

  • 9sec 0-100km/h
  • 180km/h top speed
  • 745km max range (Eco Sticker), 19.7kWh/100km, 542km range (at test, fully charged)

Weight

  • 2675kg (Claimed, Eco Sticker), 2700kg approx. (Global spec)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Volvo EX90

ข้อดี ข้อเสีย ของ Volvo EX90 มีอะไรบ้าง?

ข้อดีคือ ตัวท้อปสุดคุ้ม EX90 Ultra Twin Performance พลัง 517 แรงม้า พร้อมอุปกรณ์จัดเต็ม ราคาถูกกว่ากลุ่มแบรนด์ยุโรปด้วยกันถึง 1 ล้านบาท มี Google Built-in ผนวกเข้ากับรถ ทำให้อัพเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้ตลอด ข้อเสียคือ บางเทคโนโลยียังทำงานไม่เสถียร เช่น Digital Key และราคาขายต่อร่วงเยอะ

สรุปจุดเด่น

  • ถูกสุดในคลาส อุปกรณ์จัดเต็ม
  • แรงสุดในคลาส อัตราเร่งสะใจ
  • Google Built-in อัพเดตได้ตลอด
  • มี LiDAR มาให้แล้ว

สรุปจุดด้อย

  • บางระบบยังทำงานรวน ไม่เสถียร
  • พึ่งพาจอส่วนกลางมากไป ใช้ยากขณะขับ
  • ตัวถังเอียงมากเมื่อเข้าโค้งต่อเนื่อง
  • ราคาขายต่อสู้แบรนด์ใหญ่ไม่ได้

คุ้มมั้ยถ้าจะซื้อ EX90?

คุ้มค่ามาก หากเทียบเฉพาะรถยุโรปด้วยกัน คือ BMW iX และ Mercedes EQS เพราะราคาถูกกว่า 1-1.5 ล้าน

EX90 รุ่นเริ่มต้น ‘Twin Power’ 408 แรงม้า ราคา 4.29 ล้าน (พลังใกล้เคียง BMW iX แรงกว่า EQS ราคา 5.99 ล้าน ทั้งคู่) แต่ Torque แนะนำรุ่นท้อป ‘Twin Performance’ แรงถึง 517 แรงม้า มีเพิ่มจากตัวเริ่มต้นคือ ช่วงล่างถุงลม, ล้อ 21 นิ้ว, ไฟหน้า HD Pixel, เบาะนวด และเครื่องเสียง Bowers & Wilkins ลำโพง 25 ตัว

EX90 ชาร์จเร็วมั้ย วิ่งได้ไกลกี่ กม.?

จากการทดสอบและใช้งานจริงของ Torque Thailand Volvo EX90 Twin Performance มีอัตราการใช้พลังงานเมื่อขับแบบปกติ 19.7 kWh/100 กม. ขับใช้งานได้ 542 กม. (ชาร์จเต็ม 100%)

ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ใช้งานได้สูงสุด 745 กม./ชาร์จ (NEDC) หรือ 600 กม. (WLTP) รองรับ DC สูงสุด 250kW ชาร์จจาก 10-80% ได้ใน 92 นาที (DC 50kW), 35 นาที (DC 150kW) และ 30 นาที (DC 250kW) ส่วนชาร์จ AC จาก 0-100% ทำได้ใน 15 ชม. (7.4kW/32A) และ 10 ชม. (11kW/16A)

โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราการใช้พลังงานที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

Volvo EX90 ราคาเท่าไหร่?

รถคันทดสอบและใช้งานจริง คือตัวท้อป Ultra ‘Twin Performance’ มีราคาจำหน่ายในไทยที่ 4,890,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีเกรดอื่นๆ ให้เลือก คือ

  • Volvo EX90 Ultra ‘Twin Power’ (ตัวเริ่มต้น) ราคา 4,290,000 บาท ต่างจากเกรด ‘Twin Performance’ ในวงเล็บ คือ
    • กำลังสูงสุด 408 แรงม้า, 770 นิวตันเมตร (517 แรงม้า, 910 นิวตันเมตร)
    • ล้อขนาด 20 นิ้ว (21 นิ้ว)
    • ช่วงล่างแบบสปริงขด (ถุงลม)
    • ไฟหน้า LED ธรรมดา (HD Pixel)
    • ไม่มีระบบนวดเบาะคู่หน้า (มีเบาะนวด)
    • เครื่องเสียง Bose ลำโพง 14 ตัว (Bowers & Wilkins 25 ตัว)

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

คู่แข่งของ Volvo EX90 คือรถ Full-size SUV จากแบรนด์ยุโรปที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ดังนี้

  • BMW iX xDrive45 M Sport ราคา5,999,000 บาท 408 แรงม้า, 700 นิวตันเมตร
  • Mercedes-Benz EQS 450 4Matic SUV AMG Dynamic ราคา 5,990,000 บาท 360 แรงม้า, 800 นิวตันเมตร

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีการรับประกันหรือไม่?

Volvo EX90 รับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กม. รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?

Volvo EX90 ใช้งานนอกเมืองได้ดี เพราะแบตฯ ใหญ่ วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 745 กม. (NEDC) หรือ 600 กม. (WLTP) และมีพลังแรงสะใจมาก ช่วงล่างนุ่มสบาย แต่ใช้งานในเมืองต้องทำใจเรื่องขนาดตัวถัง ซึ่งเป็นข้อจำกัดปกติของรถแบบ Full-size SUV แต่ก็มีระบบช่วยจอดอัตโนมัติมาให้

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับใช้งานจริง
  • ระยะเวลารวม: 3 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 433 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก

Check Also

รถยนต์ Mercedes-Benz E 350 e มุมมองหน้าเฉียงขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ซึ่งพละกำลังจากโหมดไฟฟ้าล้วนเพียงพอต่อการเร่งแซงที่ความเร็ว 100-140 กม./ชม. และจะตอบสนองทันใจยิ่งขึ้นเมื่อทำงานในโหมด Hybrid หรือ Sport

รีวิว Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic 2025 ขับไฟฟ้าได้ 97 กม. ประหยัด 21.2 กม./ลิตร

MERCEDES-BENZ E 350 e AMG DYNAMIC (2025) รีวิว: PHEV กินน้ำมันเท่า Eco Car และวิ่งไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 100 กม.! …