นิสสันประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาว “Mobility Intelligence for Everyday Life” หรือ “นวัตกรรมการเดินทางอัจฉริยะ สำหรับทุกจังหวะของชีวิตประจำวัน” วางทิศทางใหม่ที่เน้นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วย AI และซอฟต์แวร์เป็นหัวใจหลัก พร้อมตั้งเป้านำเทคโนโลยี Nissan AI Drive ไปใช้กับรถยนต์กว่า 90% ในระยะยาว ปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั่วโลกจาก 56 รุ่น เหลือ 45 รุ่น และมุ่งเสริมความแข็งแกร่งในตลาดหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน
นิสสันประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาว ชู AI ขับเคลื่อนรถยนต์ยุคใหม่
บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาว “Mobility Intelligence for Everyday Life” หรือ “นวัตกรรมการเดินทางอัจฉริยะ สำหรับทุกจังหวะของชีวิตประจำวัน” เพื่อกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัทในระยะต่อไป โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และนำความชาญฉลาดในการขับเคลื่อนมาผสานเข้ากับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
แนวทางใหม่นี้ให้น้ำหนักกับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และซอฟต์แวร์เป็นหัวใจหลักในการควบคุม หรือ AI-Defined Vehicles (AIDV) ควบคู่กับการนำเสนอระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาดที่แตกต่างกันทั่วโลก
Nissan AI Drive เตรียมใช้กับรถยนต์กว่า 90% ในระยะยาว
นิสสันระบุว่า AI จะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต ผ่านแนวคิด Nissan AIDV ที่ผสานเทคโนโลยี Nissan AI Drive และ Nissan AI Partner เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับทั้งการขับขี่ ความปลอดภัย และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
บริษัทตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยี Nissan AI Drive ไปประยุกต์ใช้กับรถยนต์กว่า 90% ในระยะยาว โดยต่อยอดจากเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง และบูรณาการ AI เข้ากับระบบควบคุม รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยต่าง ๆ ของรถยนต์
หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือ Nissan Elgrand รุ่นใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในฤดูร้อนปี 2026 และจะใช้ระบบ ProPILOT รุ่นใหม่ ที่มีความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติแบบครบวงจรภายในสิ้นปีงบประมาณ 2027
Nissan AI Partner เชื่อมรถเข้ากับชีวิตประจำวัน
นอกจาก Nissan AI Drive ที่เน้นการขับขี่และความปลอดภัย นิสสันยังเตรียมยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าด้วย Nissan AI Partner ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ เชื่อมต่อกับผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยสนับสนุนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนเป้าหมายของนิสสันในการทำให้รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่สามารถช่วยประหยัดเวลา เพิ่มความสะดวก และสร้างประสบการณ์ที่ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น
e-POWER ยังเป็นแกนหลักสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า
นิสสันยังคงเดินหน้าขยายเทคโนโลยี e-POWER ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้ความรู้สึกการขับขี่ใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก โดย e-POWER จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
นอกจาก e-POWER แล้ว นิสสันจะเพิ่มทางเลือกของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งระบบไฮบริดสำหรับรถแบบ Body-on-frame, ปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV และระบบไฮบริดแบบขยายระยะทาง หรือ REEV ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ
ปรับพอร์ตทั่วโลกจาก 56 รุ่น เหลือ 45 รุ่น
ในด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ นิสสันจะปรับลดกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั่วโลกจาก 56 รุ่น เหลือ 45 รุ่น โดยยกเลิกรุ่นที่มีประสิทธิภาพต่ำ และจัดสรรการลงทุนใหม่ไปยังรุ่นที่มีศักยภาพในการเติบโตมากกว่า
ขณะเดียวกัน บริษัทจะขยายรูปแบบของระบบขับเคลื่อนในแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น เพิ่มปริมาณการขายต่อรุ่น และเสริมความแข็งแกร่งของรากฐานธุรกิจในระยะยาว
นิสสันแบ่งบทบาทของรถยนต์ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มผลิตภัณฑ์สร้างความตื่นเต้น
รถยนต์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของนิสสัน ให้คุณค่าทางอารมณ์ และนำเสนอนวัตกรรมที่โดดเด่น
กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก
รถยนต์ที่สนับสนุนธุรกิจระดับโลก สร้างยอดขาย และเป็นฐานสำคัญของความมั่นคงทางธุรกิจ
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโต
รถยนต์ที่มุ่งตอบโจทย์ตลาดที่มีความต้องการเกิดขึ้นใหม่ และมีโอกาสขยายตัวในอนาคต
กลุ่มผลิตภัณฑ์จากพันธมิตร
รถยนต์ที่ขยายการครอบคลุมตลาดผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
รุ่นสำคัญที่สะท้อนทิศทางใหม่ของนิสสัน
นิสสันได้นำเสนอรถยนต์หลายรุ่นที่สะท้อนทิศทางในอนาคตของแบรนด์ ได้แก่
X-Trail / Rogue e-POWER ใหม่
X-Trail หรือ Rogue e-POWER ใหม่ เป็นรถยนต์รุ่นหลักระดับโลกที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน ให้สมรรถนะการขับขี่แบบรถไฟฟ้า แต่ไม่ต้องชาร์จไฟ
JUKE EV ใหม่
JUKE EV เป็นรถยนต์รุ่นหลักในยุโรปที่ผสมผสานดีไซน์โดดเด่นเข้ากับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และฟีเจอร์อัจฉริยะ
Xterra
Xterra ถูกวางเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา นำเสนอจิตวิญญาณการผจญภัย ความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังแบบเฟรม และดีไซน์ที่เน้นการใช้งานจริง
Skyline
Skyline เป็นรถยนต์รุ่นสำคัญสำหรับตลาดญี่ปุ่น มุ่งเน้นสมรรถนะและความสนุกในการขับขี่สำหรับผู้ขับขี่เป็นหลัก
INFINITI เตรียมฟื้นฟูด้วยรถรุ่นใหม่
ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม INFINITI ยังคงเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของนิสสัน โดยจะได้รับการฟื้นฟูผ่านรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงใหม่ เริ่มจาก INFINITI QX65 ปี 2027 ตามด้วยรถรุ่นใหม่อีกหลายรุ่น ทั้งเอสยูวีไฮบริดขนาดกลาง ซีดานเครื่องยนต์ V6 เน้นสมรรถนะ และเอสยูวีไฮบริดแบบเฟรม
เปลี่ยนโมเดลอุตสาหกรรมด้วย Nissan Product Family
นิสสันกำลังเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการปรับแต่งทีละรุ่น ไปสู่การพัฒนาที่อิงกับสถาปัตยกรรมร่วมกัน ผ่านกลยุทธ์ Nissan Product Family
แนวทางนี้จะใช้แพลตฟอร์มรถยนต์ ระบบส่งกำลัง และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ร่วมกัน เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพ ควบคุมต้นทุน เร่งการพัฒนา และทำให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่แข่งขันได้มากขึ้น
นิสสันจะมุ่งเน้นการพัฒนาไปที่ 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนมากกว่า 80% ของยอดขายทั่วโลก พร้อมตั้งเป้าเพิ่มยอดขายต่อรุ่น 30%
ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน คือ 3 ตลาดหลัก
กลยุทธ์ตลาดโลกของนิสสันจะมุ่งเน้นตลาดหลัก 3 แห่ง ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นทั้งเสาหลักด้านประสิทธิภาพ และตัวขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นจะเป็นตลาดบ้านเกิดและสนามทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ProPILOT รุ่นใหม่ และบริการด้านการเดินทาง โดยตั้งเป้ายอดขายรวมต่อปี 550,000 คัน ภายในปีงบประมาณ 2030
สหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกาจะเป็นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตระยะยาว โดยนิสสันตั้งเป้ากลับมามียอดขาย 1 ล้านคันต่อปี ภายในปีงบประมาณ 2030 พร้อมเสริมกลุ่มรถขนาดใหญ่ รุ่น Rogue e-POWER ใหม่ และการกลับมาของ Xterra
จีน
จีนจะเป็นฐานสำคัญด้านความเร็วในการพัฒนา ประสิทธิภาพด้านต้นทุน และการส่งออกทั่วโลก โดยตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านคัน ภายในปีงบประมาณ 2030 พร้อมใช้รถรุ่น N7 และ Frontier Pro เป็นส่วนหนึ่งของการขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ รวมถึงอาเซียน
เดินหน้าต่อหลังแผน Re:Nissan
นิสสันระบุว่าแผนฟื้นฟู Re:Nissan ยังคงดำเนินไปตามแผนงานในปีสุดท้าย โดยช่วยวางรากฐานด้านต้นทุน การใช้กำลังการผลิต และแนวโน้มผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
อีวาน เอสปิโนซา ประธานและซีอีโอของนิสสัน ระบุว่า นิสสันจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้า คว้าโอกาสจากเทคโนโลยี AI ขยายการใช้พลังงานไฟฟ้า และผลักดันนวัตกรรมเพื่อสร้างการเติบโตของตลาดอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสันได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ เว็บไซต์ www.nissan.co.th
TorqueThailand.com




