สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยสถิติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยประจำเดือนกันยายน 2569 โดยมียอดขายรถยนต์ในประเทศ 55,255 คัน เพิ่มขึ้น 14.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV เพิ่มขึ้น 80.13% เป็น 16,404 คัน ส่วนยอดผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 120,319 คัน ลดลง 6.08% และยอดส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 4.55% เป็น 89,972 คัน แม้ตลาดโดยรวมเริ่มมีสัญญาณเติบโต แต่ยอดขายรถกระบะยังคงหดตัวต่อเนื่อง
สรุปสถิติรถยนต์ไทย เดือนกันยายน 2569
|
รายการ |
จำนวน |
เปลี่ยนแปลง YoY |
|---|---|---|
|
ยอดจำหน่ายรถยนต์ |
55,255 คัน |
+14.28% |
|
ยอดผลิตรถยนต์ |
120,319 คัน |
-6.08% |
|
ยอดส่งออกรถยนต์ |
89,972 คัน |
+4.55% |
|
ยอดขายรถยนต์นั่ง BEV |
16,404 คัน |
+80.13% |
|
ยอดขายรถยนต์นั่ง HEV |
14,113 คัน |
+10.78% |
|
ยอดขายรถกระบะ ICE |
10,109 คัน |
-8.31% |
ข้อมูลจากเอกสารแถลงข่าว ส.อ.ท. วันที่ 27 ตุลาคม 2569
ยอดขายรถยนต์กันยายน 2569 เพิ่ม 14.28% รถไฟฟ้า BEV ยังเติบโต
ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเดือนกันยายน 2569 มียอดจำหน่ายรวม 55,255 คัน เพิ่มขึ้นจาก 48,350 คัน ในเดือนเดียวกันของปี 2568 หรือเติบโต 14.28%
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์มียอดขายรวม 39,907 คัน คิดเป็น 72.22% ของยอดขายรถยนต์ทุกประเภท ขณะที่รถกระบะมียอดจำหน่ายรวม 10,315 คัน หรือ 18.67% ของตลาด
เมื่อแยกตามประเภทระบบขับเคลื่อน รถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV เป็นกลุ่มที่มียอดขายสูงสุดในเดือนนี้
-
BEV: 16,404 คัน เพิ่มขึ้น 80.13%
-
HEV: 14,113 คัน เพิ่มขึ้น 10.78%
-
ICE: 7,776 คัน ลดลง 14.50%
-
PHEV: 1,497 คัน เพิ่มขึ้น 137.24%
-
REEV: 117 คัน ลดลง 21.48%
ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่ง BEV คิดเป็น 29.69% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 18.84% ในเดือนกันยายน 2568 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาดรถยนต์นั่งในประเทศ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในรถยนต์ทุกประเภท โดยเฉพาะรถกระบะและรถอเนกประสงค์ PPV ที่ยังมียอดจำหน่ายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ตลาดรถกระบะยังหดตัว ยอดจำหน่าย ICE ลดลง 8.31%
ข้อมูลจาก ส.อ.ท. ระบุว่า รถกระบะเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มียอดขายรวม 10,109 คัน ลดลง 8.31% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2568
เมื่อแยกประเภทรถกระบะ พบว่า รถกระบะบรรทุกขนาด 1 ตันมียอดขาย 5,003 คัน ลดลง 11.50% ส่วนรถกระบะดับเบิลแค็บมียอดขาย 5,106 คัน ลดลง 4.95%
ขณะที่รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV มียอดจำหน่าย 197 คัน เพิ่มขึ้น 310.42% และรถ PPV มียอดจำหน่าย 2,564 คัน ลดลง 19.65%
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบุถึงปัญหาตลาดรถกระบะที่ยังหดตัว โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุก ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพ เช่น เกษตรกรและผู้ค้ารายย่อย ที่ยังเผชิญข้อจำกัดจากการพิจารณาสินเชื่ออย่างเข้มงวด
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์จึงต้องการเห็นมาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นตลาดรถกระบะ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ยอดผลิตรถยนต์กันยายน 2569 ลดลง 6.08% แม้ BEV เติบโต
ด้านการผลิตรถยนต์ เดือนกันยายน 2569 มีจำนวน 120,319 คัน ลดลง 6.08% จาก 128,104 คัน ในเดือนเดียวกันของปีก่อน
เมื่อพิจารณาตามประเภทรถยนต์ พบว่าการผลิตรถยนต์นั่ง BEV เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของรถยนต์บางกลุ่มได้
|
ประเภท |
ยอดผลิต (คัน) |
YoY |
|---|---|---|
|
รถยนต์นั่ง ICE |
15,715 |
-27.78% |
|
รถยนต์นั่ง BEV |
9,894 |
+55.20% |
|
รถยนต์นั่ง PHEV |
3,702 |
+6.56% |
|
รถยนต์นั่ง HEV |
17,151 |
-3.99% |
|
รถกระบะบรรทุก |
9,460 |
-4.71% |
|
รถกระบะดับเบิลแค็บ ICE |
44,465 |
-11.24% |
|
รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV |
340 |
+871.43% |
|
รถ PPV |
17,930 |
+2.97% |
ที่มา: ตารางสถิติการผลิตรถยนต์ ส.อ.ท.
สำหรับรถยนต์ที่ผลิตเพื่อส่งออกในเดือนกันยายนมีจำนวน 81,068 คัน ลดลง 7.09% ขณะที่รถยนต์ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศมีจำนวน 39,251 คัน ลดลง 3.91%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดผลิตตามวัตถุประสงค์ ไม่ใช่ยอดส่งออกหรือยอดขายที่เกิดขึ้นจริงในเดือนเดียวกัน
ส.อ.ท. ยังคงเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569 ที่ 1.45 ล้านคัน
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป้าหมายการผลิตรถยนต์ทั้งปี 2569 ไว้ที่ 1,450,000 คัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 900,000 คัน และการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ 550,000 คัน
แม้ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมจะมีปัญหาอุทกภัยกระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนและการขนส่ง จนโรงงานรถยนต์บางแห่งต้องหยุดการผลิตชั่วคราว แต่จากการสำรวจสมาชิกในช่วงกลางเดือนตุลาคม โรงงานทั้งหมดกลับมาดำเนินการผลิตตามปกติแล้ว
ส.อ.ท. ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวยังไม่ทำให้ต้องปรับลดเป้าหมายการผลิตทั้งปี โดยผลกระทบต่อปริมาณการผลิตจะสะท้อนในข้อมูลที่จะรายงานในเดือนถัดไป
ส่งออกรถยนต์กันยายน 2569 เพิ่มขึ้น 4.55% มูลค่ากลุ่มรถยนต์เพิ่ม 8.15%
เดือนกันยายน 2569 ประเทศไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 89,972 คัน เพิ่มขึ้น 4.55% จาก 86,056 คัน ในเดือนเดียวกันของปี 2568
การส่งออกรถกระบะอยู่ที่ 54,559 คัน เพิ่มขึ้น 11.15% ขณะที่รถยนต์นั่ง HEV ส่งออก 9,636 คัน เพิ่มขึ้น 110.16%
ส่วนรถยนต์นั่ง ICE ส่งออก 7,491 คัน ลดลง 54.85% และรถยนต์นั่ง BEV ส่งออก 867 คัน ลดลง 10.80%
มูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่ 63,130.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.18% และเมื่อรวมเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าส่งออกรวม 82,654.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.15%
ยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นจึงเกิดขึ้นในบางประเภทรถยนต์ ขณะที่รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในยังมีการส่งออกลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
สรุปยอดสะสม 9 เดือน ปี 2569 ยอดขายเพิ่ม 16.35% แต่ส่งออกยังลดลง
ภาพรวมเดือนมกราคม–กันยายน 2569 ตลาดรถยนต์ไทยมียอดจำหน่ายรวม 521,226 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% จาก 447,969 คัน ในช่วงเดียวกันของปี 2568
ยอดผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 1,080,030 คัน เพิ่มขึ้น 0.39% ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปรวม 655,009 คัน ลดลง 4.94%
|
รายการ |
ม.ค.–ก.ย. 2568 |
ม.ค.–ก.ย. 2569 |
YoY |
|---|---|---|---|
|
ยอดผลิตรถยนต์ |
1,075,801 |
1,080,030 |
+0.39% |
|
ยอดจำหน่ายรถยนต์ |
447,969 |
521,226 |
+16.35% |
|
ยอดส่งออกรถยนต์ |
689,031 |
655,009 |
-4.94% |
|
ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ |
1,315,346 |
1,414,308 |
+7.52% |
|
ยอดส่งออกรถจักรยานยนต์ |
645,232 |
672,159 |
+4.17% |
จำนวนหน่วย: คัน | รถจักรยานยนต์ส่งออกนับรวม CBU และ CKD ตามการรายงานของ ส.อ.ท.
เมื่อเทียบกับเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 จำนวน 1,450,000 คัน การผลิตสะสม 9 เดือนแรกอยู่ที่ 74.5% ของเป้าหมายทั้งปี โดย ส.อ.ท. ยังคงประเมินว่าจะสามารถดำเนินการผลิตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้
สำหรับตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV ยอดขายสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 161,532 คัน เพิ่มขึ้น 98.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดผลิตรถจักรยานยนต์ลดลง 4.80% แต่ยอดขายในประเทศยังเพิ่มขึ้น
การผลิตรถจักรยานยนต์เดือนกันยายน 2569 รวมทั้งแบบสำเร็จรูป (CBU) และชุดชิ้นส่วนประกอบ (CKD) อยู่ที่ 195,723 คัน ลดลง 4.80% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ขณะที่ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศอยู่ที่ 151,434 คัน เพิ่มขึ้น 12.64% และยอดส่งออกรวม 74,353 คัน ลดลง 1.14%
เมื่อรวมช่วงมกราคม–กันยายน 2569 ยอดผลิตรถจักรยานยนต์ CBU และ CKD อยู่ที่ 1,854,495 คัน ลดลง 0.27% จากปีก่อน ส่วนยอดจำหน่ายในประเทศรวม 1,414,308 คัน เพิ่มขึ้น 7.52%
ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยหลังเดือนกันยายน 2569
ข้อมูลเดือนกันยายนสะท้อนให้เห็นความแตกต่างระหว่างการฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์ในประเทศกับภาคการผลิต โดยรถยนต์นั่งไฟฟ้า BEV มีการเติบโตทั้งด้านยอดขายและการผลิต ขณะที่รถยนต์นั่ง ICE และตลาดรถกระบะบางประเภทเผชิญการหดตัว
ในช่วงที่เหลือของปี ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ยอดผลิตรถยนต์หลังผลกระทบอุทกภัย ความสามารถในการทำยอดผลิตตามเป้าหมาย 1.45 ล้านคัน และมาตรการกระตุ้นตลาดรถกระบะที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เสนอให้ภาครัฐพิจารณา
แหล่งข้อมูล: กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เอกสารแถลงข่าววันที่ 27 ตุลาคม 2569 และตารางสถิติการผลิต การจำหน่าย และการส่งออกรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยอดขายรถยนต์ กันยายน 2569
ยอดขายรถยนต์เดือนกันยายน 2569 มีจำนวนเท่าไร?
55,255 คัน เพิ่มขึ้น 14.28% จากเดือนกันยายน 2568 ซึ่งมียอดขาย 48,350 คัน
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BEV เดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นเท่าไร?
รถยนต์นั่ง BEV มียอดจำหน่าย 16,404 คัน เพิ่มขึ้น 80.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดผลิตรถยนต์เดือนกันยายน 2569 มีจำนวนเท่าไร?
120,319 คัน ลดลง 6.08% จากเดือนกันยายน 2568
ประเทศไทยส่งออกรถยนต์เดือนกันยายน 2569 กี่คัน?
89,972 คัน เพิ่มขึ้น 4.55% จากเดือนเดียวกันของปี 2568
ตลาดรถกระบะเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นหรือลดลง?
ยอดขายรถกระบะเครื่องยนต์ ICE รวม 10,109 คัน ลดลง 8.31% โดย ส.อ.ท. ระบุว่าข้อจำกัดด้านสินเชื่อเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของตลาด
ส.อ.ท. ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569 เท่าไร?
1,450,000 คัน โดยเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 900,000 คัน และผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ 550,000 คัน
TorqueThailand.com




