Toyota เดินหน้าปรับโฉม Yaris Cross รถ B-SUV ไฮบริดรุ่นขายดีในยุโรป ด้วยดีไซน์ด้านหน้าชุดใหม่ ห้องโดยสารที่เพิ่มรายละเอียดความประณีตขึ้น ทางเลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าและ AWD-i รวมถึงรุ่น GR SPORT ที่เติมบุคลิกสปอร์ตชัดเจนยิ่งขึ้น โดยยังคงจุดแข็งเรื่องความคล่องตัว ความประหยัด และความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันไว้ครบถ้วน
ภาพรวมการปรับโฉม
Toyota เปิดตัว Yaris Cross รุ่นอัปเดตใหม่ พร้อมปรับภาพลักษณ์ให้ดูสะอาดตา ทันสมัย และมั่นใจยิ่งกว่าเดิม โดยหัวใจของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่การออกแบบด้านหน้าชุดใหม่ เพื่อให้รถ B-SUV ไฮบริดรุ่นนี้โดดเด่นขึ้นบนถนนในเมือง ขณะเดียวกันก็ยังรักษาคาแรกเตอร์แบบเอสยูวีไว้อย่างชัดเจน
ดีไซน์ภายนอกใหม่
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ใช้ลวดลายรังผึ้งและตกแต่งด้วยสีเดียวกับตัวรถ ช่วยให้ภาพรวมดูเนียนตาและพรีเมียมขึ้น เสริมด้วยชิ้นส่วนล่างสีดำที่ทำงานร่วมกับซุ้มล้อทรงบึกบึน เพื่อคงบุคลิกแบบ SUV เอาไว้
ไฟหน้าและล้ออัลลอย
ไฟหน้า LED ที่ออกแบบใหม่พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบรวมในชุดเดียวกันถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และในรุ่นย่อยที่สูงขึ้นยังได้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในรุ่น Mid+ และ 18 นิ้วในรุ่น High เพื่อยกระดับความโดดเด่นของตัวรถให้ชัดขึ้นอีกขั้น
สีตัวถังใหม่
Toyota เพิ่มสีใหม่ 2 เฉด ได้แก่
- Precious Bronze มาในรูปแบบทูโทน พร้อมหลังคาและเสาสีดำ
- Celestite Grey เข้ามาแทนสี Shimmering Silver เดิม
ห้องโดยสารและการตกแต่ง
ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยโทนสีแพลทินัมทั้งบริเวณแผงประตูและแผงหน้าปัด เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูประณีตและร่วมสมัยยิ่งขึ้น
อุปกรณ์ในรุ่น Mid+ และ High
สำหรับรุ่น Mid+ ได้รับเบาะทรงสปอร์ตที่เดิมสงวนไว้ให้รุ่น High โดยเพิ่มทั้งความสบายและการรองรับด้านข้าง พร้อมตกแต่งด้วยแถบสีแพลทินัมและงานเดินด้ายสามโทน
ส่วนรุ่น High เพิ่มวัสดุตกแต่งกึ่งหนังแบบใหม่ พร้อมวัสดุ SakuraTouch® ซึ่ง Toyota ระบุว่าใช้ PVC จากพืช เศษคอร์ก และ PET รีไซเคิล โดยช่วยลดการปล่อย CO2 ในกระบวนการผลิตวัสดุได้ 95% เมื่อเทียบกับหนังแท้
อุปกรณ์อำนวยความสะดวก
อุปกรณ์สำคัญที่ถูกเพิ่มเข้ามา ได้แก่
- ไฟสร้างบรรยากาศภายใน ตั้งแต่รุ่น Mid+ ขึ้นไป
- แท่นชาร์จไร้สาย ตั้งแต่รุ่น Mid+ ขึ้นไป
- ฝาท้ายไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น High
- กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ มีให้ในทุกรุ่นย่อย
รุ่น GR SPORT
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่มความชัดเจนของรุ่น GR SPORT ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ TOYOTA GAZOO Racing โดยมาพร้อม
- กันชนหน้าดีไซน์เฉพาะตัว
- รายละเอียดภายนอกที่สื่ออารมณ์สปอร์ตชัดขึ้น
- ล้ออัลลอยปัดเงาขนาด 18 นิ้ว
- การปรับช่วงล่างใหม่เพื่อให้การตอบสนองคมขึ้น
ภายในติดตั้งเบาะสปอร์ตทรงสปอร์ตหุ้มวัสดุคล้ายหนังกลับสีเทา เดินด้ายแดง พร้อมโลโก้ GR ที่พนักพิงศีรษะและพวงมาลัย ตลอดจนชิ้นตกแต่งสี gunmetal silver เฉพาะรุ่น
ขุมพลัง Hybrid 130
Toyota ระบุว่า Yaris Cross รุ่นล่าสุดมีหัวใจหลักเป็นระบบ Hybrid 130 ที่มีทั้งทางเลือกขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ AWD-i ให้เลือก โดยมีรายละเอียดดังนี้
- กำลังสูงสุด 130 แรงม้า DIN หรือ 96 กิโลวัตต์
- แรงบิด 185 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 10.7 วินาที
- ค่าการปล่อย CO2 อยู่ที่ 99-115 กรัม/กม.
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 4.4-5.1 ลิตร/100 กม. ตามมาตรฐาน WLTP แบบรวม
ขุมพลัง Hybrid 115
ส่วน Hybrid 115 จะมีให้เฉพาะรุ่น Mid และเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
- กำลัง 116 แรงม้า DIN หรือ 85 กิโลวัตต์
- แรงบิด 141 นิวตันเมตร
- ปล่อย CO2 ที่ 100-107 กรัม/กม.
- ใช้น้ำมัน 4.4-4.7 ลิตร/100 กม.
ความอเนกประสงค์และการใช้งานจริง
Toyota ย้ำว่า Yaris Cross ยังคงรักษา DNA สำคัญของรุ่นไว้ครบ ทั้งความคล่องตัว ประสิทธิภาพแบบไฮบริด ความสบายในสไตล์ SUV และความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานจริง
พื้นที่ภายในถูกออกแบบอย่างชาญฉลาด พร้อมเบาะหลังแยกพับแบบ 40:20:40 ที่ปรับใช้งานได้หลากหลาย รองรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระสำหรับชีวิตประจำวันหรือการเดินทางพักผ่อน
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย
รถมาพร้อมระบบ Toyota T-Mate และ Toyota Safety Sense รวมถึงระบบมัลติมีเดีย Toyota Smart Connect พร้อม
- ระบบนำทางบนคลาวด์
- ระบบสั่งงานด้วยเสียง
- การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนไร้สายทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto
กำหนดการเปิดรับสั่งซื้อ
Toyota ระบุว่า Yaris Cross รุ่นล่าสุดจะเปิดรับสั่งซื้อภายในเดือนนี้ โดยช่วงเวลาเริ่มจำหน่ายและการเปิดตัวในแต่ละตลาดอาจแตกต่างกันออกไป
จุดเด่น
1) ดีไซน์ใหม่ดูพรีเมียมขึ้น
การปรับชุดหน้าช่วยให้รถดูสะอาดตา ทันสมัย และมีภาพลักษณ์ที่พรีเมียมขึ้นชัดเจน
2) ทางเลือกขุมพลังและระบบขับเคลื่อนหลากหลาย
มีทั้ง Hybrid 130 แบบขับเคลื่อนล้อหน้าและ AWD-i ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกใช้งาน
3) รุ่น GR SPORT ชัดเจนขึ้น
เพิ่มบุคลิกสปอร์ตทั้งในด้านรูปลักษณ์ ช่วงล่าง และรายละเอียดภายใน
4) ห้องโดยสารยกระดับรายละเอียด
มีการเพิ่มวัสดุตกแต่งและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่รุ่น Mid+ ขึ้นไป
5) ยังคงความอเนกประสงค์
จุดแข็งด้านพื้นที่ใช้สอยและเบาะหลังพับแยก 40:20:40 ยังเป็นจุดขายสำคัญของรุ่นนี้
6) เทคโนโลยีครบสำหรับการใช้งานยุคปัจจุบัน
ทั้งระบบความปลอดภัยและการเชื่อมต่อยังถูกวางไว้เป็นแกนหลักของรถรุ่นนี้อย่างครบถ้วน
ข้อสังเกต
1) ยังไม่ระบุราคา
บทความต้นทางยังไม่มีการเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ
2) กำหนดขายแต่ละตลาดยังไม่ชัดเท่ากัน
แม้จะเปิดรับสั่งซื้อภายในเดือนนี้ แต่ช่วงเวลาเริ่มจำหน่ายในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน
3) ตัวเลขบางส่วนยังเป็นค่าเบื้องต้น
ตัวเลขสมรรถนะและอัตราสิ้นเปลืองที่ระบุยังรอการรับรองขั้นสุดท้าย
4) รุ่น GR SPORT จำกัดเฉพาะบางรูปแบบ
มีเฉพาะระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และใช้เฉพาะขุมพลัง Hybrid 130
5) วัสดุพิเศษไม่ได้มีในทุกรุ่น
วัสดุ SakuraTouch® มีเฉพาะในรุ่น High เท่านั้น
ที่มา: NetCarShow






