รถใหม่ Honda CR-V มาพร้อมการอัพเกรดคุณสมบัติ เพื่อต่อยอดกระแสความนิยม

รถใหม่ Honda CR-V มาพร้อมการอัพเกรดคุณสมบัติ เพื่อต่อยอดกระแสความนิยม กับโครงสร้างตัวถังใหม่สู่เจเนอเรชันใหม่ที่เรียกว่า ACE™

รถใหม่ Honda CR-V-2019-2.jpg

2019 Honda CR-V

รถใหม่ Honda CR-V-2019-3.jpg

2019 Honda CR-V

หากคุณกำลังค้นหา Wallpaper รูปรถสวยๆ

เราขอแนะนำ Wallpaper รูปรถสวยๆ Download free ที่นี้

รถใหม่ Honda CR-V มาพร้อมการอัพเกรดคุณสมบัติ เพื่อต่อยอดกระแสความนิยม

การเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบา ผสมเหล็กกล้า Ultra-High Strength Hot-Stamped Steel และการ Spot ตัวถังเพิ่มเติม 20 จุด ซึ่งช่วยยกระดับความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยช่วยลดการบิดของตัวถังได้มากขึ้นอีก 25%

นอกจากนี้ยังทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ด้วยการยืดระยะความยาวฐานล้อเพิ่มขึ้นอีก 30 มม. และวางตำแหน่งของล้อขยับไปใกล้มุมทั้ง 4 ด้านมากขึ้น พร้อมกับการปรับระยะโอเวอร์แฮ็งค์ทั้งด้านหน้า ด้านหลังให้สั้นกระชับ เพื่อยกระดับความกว้างขวางให้กับห้องโดยสาร

ทางด้านรูปลักษณ์ภายนอกมีการเพิ่มความสปอร์ตมากขึ้นด้วยแนวคิด Modern and Dynamic SUV ตามแนวทางของ Honda Family Face ด้วยงานดีไซน์ที่เรียกว่า Solid Wing Graphic ซึ่งประกอบด้วยกระจังหน้าทรงเพรียวบาง ลงตัวกับชุดไฟหน้าแบบ LED, กันชนหน้าดีไซน์เรียบง่ายมาพร้อมไฟ DRL

ต่อเนื่องไปถึงด้านหลังที่มากับความสปอร์ตด้วยงานออกแบบที่ดูดุดัน ด้วยการเสริมความโดดเด่นจากชุด Spoiler หลังคา, ชุดไฟท้าย LED ในรูปทรง L-shaped, ท่อไอเสียแบบ Dual Exhaust และการตกแต่งด้วยวัสดุโครเมี่ยม เช่น Solid Wing Bar ส่วนล้ออัลลอยนั้นมี 3 ขนาด ตามแต่ละรุ่นย่อย คือ 17, 18, และ 19 นิ้ว โดยในรุ่นท็อปสุดจะมากับหลังคา Panoramic Glass Sunroof เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ด้านห้องโดยสารมีการออกแบบใหม่ นำเสนอความกว้างขวาง และการยกระดับด้วยวัสดุคุณภาพสูง พร้อมออฟชันอำนวยความสะดวก เช่น หน้าจอสี DII – Driver Information Interface แบบ TFT-LCD ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว,พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน, หน้าจอความบันเทิงขนาดใหญ่ระบบสัมผัสที่มีจุดเด่น คือ โปรแกรม Honda Connect ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เป็นเจเนอเรชันที่ 2 โดยสามารถรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto

รถใหม่ Honda CR-V-2019-4.jpg

Earth Dreams Technology

ขุมพลังของ Honda CR-V เวอร์ชั่นนี้ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นยุโรปนั้นมากับทางเลือกเดียว คือ เครื่องยนต์เบนซินพิกัด 1.5 ลิตร VTEC Turbo ที่มีการพัฒนาระบบอัดอากาศขึ้นใหม่ โดยให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 173 แรงม้า พร้อมแรงบิด 220 นิวตันเมตร สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า

โดยมีเวอร์ชั่นแรงสุด 193 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 243 นิวตันเมตร ในรุ่นที่เป็นเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่มากับประสิทธิภาพการขับเคลื่อน 4 ล้อจากระบบ All-Wheel Drive ใหม่ ที่ชื่อว่า Real Time AWD with Intelligent Control System™ ที่ต้นสังกัดการันตีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เอาไว้ที่ 9.3 วินาที พร้อมท็อปสปีดสูงสุด 211 กม./ชม.

ทั้งยังมีการปรับแต่งระบบช่วงล่างใหม่ โดยเฉพาะด้านหลังแบบมัลติลิงค์รุ่นใหม่ เพื่อให้มี Handling การขับขี่ที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า Dual Pinion และระบบเบรกที่อัพเกรดจานเบรกเป็นขนาด 296 มม. ในด้านหน้า และ 300 มม. ในด้านหลัง

Credit : www.NetCarShow.com