Breaking News

รีวิว ลองขับ BMW i7 xDRIVE60 M SPORT ยนตกรรมไฟฟ้าสุดหรู ที่ฉีกกฎความหรูหรา แบบไร้มลพิษ

รีวิว ลองขับ BMW i7 xDRIVE60 M SPORT ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว พละกำลังรวม 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 745 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

รีวิว ลองขับ BMW i7 xDRIVE60 M SPORT ยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT

สิ่งที่เป็นมาตรฐานของรถลีมูซีนระดับหรูคือห้องโดยสารที่เงียบกริบ นั่นทำให้กลายเป็นเรื่องยากที่จะนิยามความเงียบของ BMW i7 ขุมพลังไฟฟ้า เนื่องจากมันเงียบยิ่งกว่าตอนอยู่ในห้องสมุดเสียอีก!

นี่คือ ซีรีส์ 7 แบบไฟฟ้าล้วนคันแรกของ BMW ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ทั้งในด้านพละกำลัง, การขับขี่ และความนุ่มนวล BMW ทำได้ดีแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับโมเดลก่อนหน้านี้ จนกล่าวได้ว่า i7 คือลีมูซีน EV ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในคลาส

สาบานว่าผมไม่ได้กล่าวเกินจริง… ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องโดยสาร, ปิดประตู และพบกับการต้อนรับด้วยกราฟฟิคบนจอแสดงผล ร่วมด้วยแสงสีแพรวพราวจากไฟประดับรอบตัว คุณจะสัมผัสได้ถึงโลกอีกใบที่ทั้งล้ำสมัย, หรูหรา และเงียบสงบเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะนั่งที่เบาะหน้าหรือหลังก็ตาม

นอกจากการตัดเสียงรบกวนภายนอกแล้ว i7 ยังเคลื่อนที่ไปบนถนนได้ราวกับลอยตัวอยู่เหนือพื้น ด้วยช่วงล่างที่สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยมและน้ำหนักตัวกว่า 2.7 ตัน ที่กดให้สามารถเอาชนะแรงของช่วงล่างได้ การเดินทางด้วย i7 ทั้งในเมือง และ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง) นอกเมือง จึงรู้สึกราวกับนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ได้

อย่างไรก็ตาม นี่คือ ‘BMW’ ซึ่งหมายถึง ไม่เพียงการนั่งเอกเขนกอยู่บนเบาะผู้โดยสารที่หนานุ่มเท่านั้น แต่คุณยังคงหาความสนุกจากการขับขี่ได้อีกด้วย! พลังขนาด 544 แรงม้า ร่วมด้วยแรงบิดมหากาฬระดับ 745 นิวตันเมตร แบบ Instant ส่งซีดานขนาด 5.4 เมตร วิ่งได้กระฉับกระเฉงราวกับ Hot Hatch คันจิ๋ว

เข้าสู่ Launch Control โดยปรับไปที่โหมด Sport, เหยียบเบรกให้สุด, กดคันเร่งมิดพรม และคลิกที่แป้น ‘BOOST’ เพื่อเรียกกำลังเสริมที่ซ่อนอยู่ออกมาใช้ จากนั้นปล่อยเบรกและ i7 จะดีดตัวจากจุดหยุดนิ่งสู่ 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.7 วินาที พร้อมแรงฉุดมหาศาลจนตัวคุณจมติดอยู่กับพนักพิงตลอดทางไปจนถึงความเร็วสูงสุดที่ 240 กม./ชม.

ไม่เพียงดุดันในทางตรงเท่านั้น แต่ ซีรีส์ 7 พลังไฟฟ้ายังทำได้ดีในโค้งอีกด้วย ต้องขอบคุณระบบบังคับเลี้ยวที่เฉียบคมและสื่อสารทุกองศาของล้อหน้ามาสู่พวงมาลัยได้ชัดเจน ร่วมด้วยช่วงล่างถุงลมและแดมเปอร์ปรับอัตโนมัติด้วยไฟฟ้า เมื่อรวมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ได้มาจากการใช้มอเตอร์สองชุด (หน้า+หลัง) ส่งให้ i7 รับมือกับเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างน่าอัศจรรย์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับตัวถังขนาดมหึมาและหนักเฉียด 3 ตัน มีการเอียงตัวมากกว่ารถทั่วไปเพียงเล็กน้อย ผลจากช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวลเป็นสำคัญ ทว่าโดยภาพรวมแล้วให้สัมผัสที่ยอดเยี่ยมตามแบบฉบับของ BMW ทุกประการ

ในแง่ของความสะดวกสบาย i7 ทำได้ดีแบบก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ภาพลักษณ์ที่ล้ำสมัย, แสงสีแพรวพราว และการเลือกใช้วัสดุหลากหลายมาตกแต่งเข้าด้วยกันอย่างมีสไตล์ ตัวคุณจมลงไปบนเบาะหนานุ่มนั่งสบายพร้อมระบบนวดสำหรับทุกที่นั่ง ไฮไลต์อยู่ที่จอภาพระบบสัมผัสขนาด 31.3 นิ้ว ยาวเต็มความกว้างของห้องโดยสาร

ร่วมด้วยชุดลำโพงรอบทิศทาง พร้อมลำโพงเสียงต่ำและระบบสร้างแรงสั่นสะเทือนควบคุมด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าติดตั้งไว้ในเบาะ ช่วยสร้างบรรยากาศ “4 มิติ” ได้สมบูรณ์แบบ คุณสามารถสั่งการทำงานของจอ ตลอดจนอินโฟเทนเมนต์และข้อมูลอื่นๆ (เช่นเดียวกับบนจอหลักด้านหน้า) ได้จากจอระบบสัมผัสขนาดเล็กที่ติดตั้งไว้บนแผงประตู

อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นที่ซึ่ง (แม้จะกว้างขวางสำหรับการโดยสาร) ค่อนข้างจำกัดทำให้หน้าจออยู่ค่อนข้างใกล้กับผู้นั่งเบาะหลัง และการปรับจอให้ต่ำลงมาในระดับสายตาจะบดบังกระจกมองหลังของผู้ขับจนมิด นอกจากนั้น หากเลื่อนเบาะหน้าถอยมาด้านหลังมากเกินไป หน้าจอก็ไม่สามารถกางเปิดลงมาได้

i7 ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของ BMW ในการพัฒนายนตรกรรมระดับหรูให้ก้าวไปอีกขั้น ทั้งด้านเทคโนโลยี, ความสะดวกสบาย และพละกำลัง นี่คือต้นแบบและทิศทางของลีมูซีนแห่งอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย

เพียบพร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับชีวิตเหนือระดับ และสมรรถนะขั้นสูงหากคุณคันไม้คันมืออยากขับเองขึ้นมา ด้วยราคาราว 8 ล้านบาท i7 จึงเป็นรถที่คุ้มค่าเนื่องจากสามารถใช้งานได้ครอบคลุมทั้งในและนอกเมือง

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงคือดีไซน์ของรถ หลังจากกลิ่นอายของ Chris Bangle อดีตดีไซเนอร์ของ BMW ยังคงทรงอิทธิพลต่อพวกเขามาหลายสิบปี วันนี้ภายใต้การนำทัพของดีไซเนอร์คนใหม่ Domagoj Dukec 2019-ปัจจุบัน) ส่งให้รถตระกูล ‘i’ เริ่มมีภาษาการออกแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความแหวกแนวที่ใส่ลงไปอย่างกล้าหาญใน i7 ทำให้เกิดกระแสที่ “ไม่หลงรัก ก็เกลียดไปเลย” ขึ้นกับแฟนๆ ของ BMW โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระจังหน้าขนาดมหึมาเพื่อเอาใจตลาดจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างยอดขายให้พวกเขาได้เป็นกอบเป็นกำ

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
โครงสร้างตัวถังได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และใช้จุดยึดหลายแห่งที่ทำจากวัสดุยืดหยุ่นได้ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนจากตัวถังที่บิดตัวน้อยลง มิติของ ซีรีส์ 7 ใหม่ ถูกขยายใหญ่ขึ้นทั้งความกว้างและความยาว ในขณะที่โลหะ (โดยเฉพาะอลูมิเนียม) เป็นโลหะ Recycle กว่า 50% นอกจากนั้น ยังมีการนำวัสดุ Reuse และ Recycle มาใช้ในส่วนอื่นๆ ของรถราว 30% เลยทีเดียว

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
ชุดไฟหน้าที่แตกต่างออกไปจาก BMW ที่พวกเราเคยรู้จักโดยสิ้นเชิง แถบไฟ DRL ตกแต่งด้วยคริสตัลจาก Swarovski จัดเรียงเป็นทรงอักษร L โดยแต่ละชิ้นใช้หลอดไฟ LED ถึง 14 ดวง สำหรับเป็นทั้งไฟ Marker และ DRL นอกจากนั้นยังมีไฟ LED อีก 22 ดวง ใช้ส่องกระทบไปยังด้านหลังของแท่งคริสตัลให้เกิดเป็นเอฟเฟคท์ระยิบระยับยามค่ำคืน ส่วนแท่งไฟชิ้นล่างคือไฟเลี้ยวและ DRL หลัก ไฟหน้าซ่อนตัวอยู่ในกรอบสีดำ ใช้ไฟส่องสว่างแบบ LED พร้อมระบบอแดปทีฟและไฟสูงอัตโนมัติ

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
ชุดไฟท้ายรูปทรงเพรียวบางช่วยเสริมให้มุมมองจากท้ายรถดูใหญ่โตน่าเกรงขามยิ่งขึ้น แถบไฟถูกแบ่งออกเป็นสองชั้นสำหรับไฟเบรกและไฟเลี้ยว ส่วนข้างของไฟเล่นลวดลายกราฟฟิกแบบเดียวกับบนกระจกหูช้างของประตูหลังและตกแต่งด้วยคิ้วโครเมี่ยมตลอดแนวไฟเพิ่มสัมผัสหรูหราได้เป็นอย่างดี

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
กระจังหน้า “ไตคู่” ขนาดใหญ่ ถูกนำมาใช้ใน BMW เป็นครั้งแรกกับ ซีรีส์ 7 โฉมก่อนหน้านี้ และได้รับเสียงวิพากวิจารณ์ (ทั้งในแง่บวกและลบ) เป็นอย่างมาก ในโมเดลล่าสุดพวกมันถูกขยายขนาดให้กว้างใหญ่ขึ้นอีกหลายเท่า จนกลายเป็นองค์ประกอบที่สะดุดตาที่สุดของส่วนหน้ารถ… และทำให้สัญลักษณ์ ‘i’ ขนาดเล็ก ดูจิ๋วไปเลย
BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
มีการปรับปรุงอากาศพลศาสตร์โดยเน้นไปที่การลดแรงต้านเพื่อช่วยในเรื่องการประหยัดพลังงานขณะขับขี่ ที่เห็นได้ชัดคือที่เปิดประตูซึ่งออกแบบให้อยู่ในระนาบเดียวกับตัวถังรถ การเปิดประตูทำได้อย่างง่ายดายด้วยการสัมผัสที่มือเปิด ทั้งยังสามารถสั่งเปิดประตูจากรีโมทกุญแจได้อีกด้วย พร้อมเทคโนโลยี ‘Safe Exit’ ข้อมูลจากเซ็นเซอร์อัลตราซาวนด์ 12 ตัวในแต่ละฝั่งของรถ ในการตรวจจับคนเดินถนน, จักรยาน หรือพาหนะอื่นๆ หากพบว่าอาจทำให้เกิดอันตรายระบบจะแจ้งเตือนด้วยสัญญาณไฟและเสียง และประตูจะไม่เปิดจนกว่า (คนหรือพาหนะนั้นๆ) จะผ่านไปในระยะที่ปลอดภัย

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
i7 เวอร์ชั่น xDrive60 M Sport มาพร้อมกับชุดแต่งรอบคัน M Sport ‘Professional Package’ ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ประกอบด้วยกันชนหน้า, กระจังหน้า, สเกิร์ตข้าง, กันชนหลัง และสปอยเลอร์ขนาดเล็กบนฝาท้าย ร่วมด้วยล้อลายเฉพาะขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว รุ่นพิเศษของแพคเกจนี้

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
ใต้ฝาครอบพลาสติกเป็นที่อยู่ของชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า… BMW i7 ใช้มอเตอร์ 2 ตัว โดยชุดสำหรับขับเคลื่อนล้อคู่หน้าให้กำลังสูงสุด 255 แรงม้า (bhp) และ 308 แรงม้า (bhp) ที่มอเตอร์ของล้อคู่หลัง เมื่อทำงานพร้อมกันจะให้กำลังสูงสุดถึง 544 แรงม้า และมีแรงบิดมหากาฬที่ 745 นิวตันเมตร เร่งจากจุดหยุดนิ่งสู่ 100 กม./ชม. ได้ใน 4.7 วินาที และความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 240 กม./ชม. ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองชุดใช้โรเตอร์แบบเคลื่อนที่ได้ (แทนโรเตอร์แบบตายตัว) ด้วยวิธีนี้ทำให้สามารถลดปริมาณแร่หายากที่นำมาใช้ในการผลิตลงได้อย่างมาก
BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
แบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน ขนาด 105.7 kWh (พลังที่ใช้งานได้ 101.7 kWh) มีขนาดเพรียวบางเป็นพิเศษ คือสูงเพียง 4.3 นิ้ว จึงสามารถติดตั้งไว้ที่พื้นรถได้อย่างปลอดภัยและลดการสูญเสียพื้นที่ใช้สอยลงได้มาก i7 วิ่งได้ไกลเฉลี่ย 600 กม./ชาร์จ หากขับขี่แบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาชาร์จด้วย AC Wallbox 32 แอมป์ ราว 5 ชม. ครึ่ง และชาร์จแบบ DC (500 แอมป์) จาก 0-80% ใน 38 นาที โดยใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมการชาร์จแบบเดียวกับที่มีอยู่ใน BMW i4 และ iX ทว่าได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมใน i7 ให้ค่อยๆ ลดเรทการชาร์จลงอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถชาร์จได้เร็วกว่าการลดแบบขั้นบันได ที่สำคัญคือการกู้คืนพลังงานขณะถอนคันเร่งและเบรก ซึ่งระบบสามารถเพิ่มหรือลดความแรงของการรีเจนฯ ได้อัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลจากระบบนำทาง รวมไปถึงกล้องหน้าและเซนเซอร์ตรวจจับด้านหน้าของรถ ตัวอย่างเช่น หากยกคันเร่งขณะวิ่งเข้าใกล้รถคันหน้า ระบบจะเพิ่มแรงรีเจนฯ ขึ้น จนคล้ายกับการใช้ One-paddle ในทางกลับกัน หากยกคันเร่งโดยไม่มีรถคันหน้า ระบบจะเข้าสู่การ “ปล่อยไหล” (ไม่รีเจนฯ) เพื่อให้รถเคลื่อนที่ได้ระยะทางมากขึ้น เป็นต้น

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
ด้วยแรงบิดแบบ Instant ระดับ 745 นิวตันเมตร ที่มีให้ใช้เต็มพิกัดตั้งแต่ออกตัว จึงใช้เกียร์ Single Speed ได้อย่างไม่มีปัญหา มาพร้อมโหมดการขับขี่หลัก 3 โหมด คือ Eco, Normal และ Sport พร้อมโหมด Launch Control และโหมด BOOST เรียกกำลังเสริมออกมาใช้ได้นานสูงสุด 10 วินาที/ครั้ง นอกจากนั้น ใน My Modes ยังเปิดให้คุณเลือกปรับตั้งรูปแบบการขับขี่ รวมไปถึงการแสดงข้อมูล และสีไฟในห้องโดยสาร ได้อย่างแทบจะขีดจำกัด และบันทึกได้สูงสุดถึง 7 รูปแบบ ซึ่งนั่นรวมไปถึงการเลือกเสียง (สังเคราะห์) หลากหลายรูปแบบ ที่ BMW Group จับมือกับนักแต่งเพลงภาพยนตร์ชื่อดัง Hans Zimmer รังสรรค์เสียงสุดพิเศษขึ้นเพื่อให้คุณใช้เป็นซาวด์แทร็คประกอบการขับขี่อีกด้วย

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
จากการใช้มอเตอร์คู่ ส่งให้ i7 เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ การแบ่งถ่ายกำลังถูกควบคุมอย่างเข้มงวดด้วยระบบ xDrive พร้อมระบบควบคุมการลื่นไถลรุ่นใหม่ที่รวมไว้กับระบบควบคุมเครื่องยนต์ จึงสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำกว่าระบบทั่วไปถึง 10 เท่า ในขณะที่ช่วงล่างถุงลมแบบแกนคู่ สามารถปรับระดับตัวรถได้เองอัตโนมัติ ทำงานร่วมกับแดมเปอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า โดยทั้งหมดจะแยกการทำงานกันอย่างอิสระแต่ละล้อ ผลลัพธ์ที่ได้คือความนุ่มนวลระดับ First-class ทว่าสามารถทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อเล่นบทบู๊ ต้องขอบคุณระบบควบคุมการเอียงตัวแบบแอคทีฟที่คอยรักษาระดับการเอียงตัวของรถขณะเข้าโค้ง นอกจากนั้น ระบบยังสามารถปลดกันโคลงออกอัตโนมัติขณะวิ่งทางตรงเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลได้อีกด้วย

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
ระบบบังคับเลี้ยวด้วยไฟฟ้าของ i7 เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่นอกจากจะปรับน้ำหนักและการตอบสนองตามความเร็วรถแล้ว ยังปรับอัตราทดได้ตามองศาการหมุนพวงมาลัยอีกด้วย มาพร้อมกับระบบเลี้ยวล้อหลังที่จะเลี้ยวในทิศทางตรงข้ามกับล้อหน้าเมื่อใช้ความเร็วต่ำ เพื่อความคล่องตัวขณะกลับรถหรือขับขี่ซอกแซกในเมือง และเลี้ยวทิศทางเดียวกับล้อหน้าขณะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง จึงให้ประสิทธิภาพการบังคับทิศทางที่ดียิ่งขึ้น โดยล้อหลังสามารถเลี้ยวได้สูงสุด 3.5 องศา ในเวอร์ชั่น M ตัวพวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านทรงสปอร์ต (รุ่นมาตรฐานเป็นแบบ 2 ก้าน) ตัวก้านชิ้นกลางแบบกลวงทั้งงดงามและให้อารมณ์สปอร์ตอย่างยิ่ง
BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
ระบบช่วยเหลือขณะขับขี่นำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาใช้ เริ่มจากเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค, เรดาร์ และกล้องหน้า เจเนอร์เรชั่นใหม่ล่าสุดทั้งหมด โดยตัวกล้องแบบ 8 ล้านพิกเซล เป็นผลผลิตของ Mobileyes ซึ่งถูกนำมาใช้กับ i7 เป็นคันแรกในโลก จึงสามารถลดจำนวนกล้องลงได้ ในขณะเดียวกันยังสามารถเพิ่มจุดตรวจจับได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า ระบบช่วยเหลือรุ่นใหม่นี้ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุดร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลัง

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนน่าขนลุก! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเข้าไป (ใน My Modes) ปรับการตอบสนองของการบังคับเลี้ยวและเบรกให้ตรงตามสไตล์การขับขี่ของคุณ ด้วยวิธีนี้ส่งให้ i7 สามารถขับเคลื่อนได้ใกล้เคียงกับที่คุณขับเองยิ่งขึ้น มาพร้อมฟังก์ชั่น Augmented View ที่จะแสดงภาพถนนเบื้องหน้า (จากกล้องหน้า) ขึ้นบนจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ ร่วมด้วยการบอกข้อมูลสำคัญๆ ที่ตรงกับบริบทของระบบนำทาง อาทิ เมื่อถึงทางแยกที่อาจสร้างความสับสน (ให้กับผู้ขับ, เมื่อใช้ระบบนำทางอยู่) ระบบบจะแสดงกราฟฟิกลูกศรบอกทิศทางที่ต้องไป ซ้อนทับบนถนนซึ่งแสดงอยู่บนหน้าจอ เป็นต้น คุณสามารถสั่งการระบบช่วยขับขี่ทั้งครูสคอนโทรล และระบบควบคุมพวงมาลัยและควบคุมรถให้อยู่ในเลน ได้ด้วยสวิตช์ฝั่งซ้ายของก้านพวงมาลัย ที่รวบรวมการสั่งงานระบบเหล่านี้ไว้ในปุ่มเดียวเท่านั้น
BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติสามารถจดจำเส้นทางผ่านการหมุนพวงมาลัย (ขณะเดินหน้า) ได้สูงสุด 200 เมตร จากนั้น เมื่อคุณต้องการให้ i7 ขับถอยหลังย้อนเส้นทางดังกล่าว ระบบจะเข้ามาควบคุมทั้งการเปลี่ยนเกียร์, คันเร่ง และพวงมาลัย โดยทำซ้ำในลักษณะย้อนกลับ ที่น่าทึ่งก็คือ มันสามารถเดินหน้าและถอยหลังซ้ำๆ รวมถึงหมุนพวงมาลัยไปมาได้เอง ในกรณีที่ไม่สามารถถอยครั้งเดียวออกไปได้… ราวกับรถผีสิงเลยทีเดียว!
BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
อาจกล่าวได้ว่านี่คือห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ได้ มากกว่าห้องโดยสาร ไม่เพียงการตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ BMW ยังทำให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานที่เงียบเชียบอยู่แล้ว กลายเป็น “เงียบสงัด” ด้วยการใช้จุดยึดมอเตอร์ที่ออกแบบขึ้นพิเศษและการห่อหุ้มเพื่อป้องกันเสียงมอเตอร์ไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร แดชบอร์ดที่เรียบง่าย มีเพียงหน้าจอแสดงผลตั้งตระหง่านอยู่ด้านบนเท่านั้น

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
‘BMW Interact Bar’ แถบพื้นผิวคริสตัลที่พาดยาวตลอดแนวจากส่วนกลางแดชบอร์ดโอบล้อมไปยังแผงประตูคู่หน้า ทำหน้าที่หลัก 2 ประการด้วยกันคือ บนแดชบอร์ดเป็นแผงควบคุมระบบสัมผัสสำหรับสั่งงานระบบปรับอากาศ, ปรับช่องแอร์, เปิดลิ้นชักเก็บของ (ฝั่งผู้โดยสาร) และเปิดไฟฉุกเฉิน ขณะที่บนแผงประตูเป็นปุ่มสัมผัสของชุดล็อคประตูและการตั้งตำแหน่งเบาะนั่ง ประการต่อมาคือเป็นไฟ Ambient ที่นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารด้วยไฟสีต่างๆ (เปลี่ยนได้จากปุ่ม My Modes) แล้ว ยังทำหน้าที่โต้ตอบการผู้โดยสารในรถด้วยการแสดงแสงไฟแบบไดนามิกรูปแบบต่างๆ เช่น เมื่อคุณสั่งงานด้วยเสียง ไฟของ Interact Bar จะกระพริบพร้อมกับเสียงโต้ตอบกลับ หรือกระพริบเมื่อมีสายเรียกเข้า เป็นต้น แน่นอนว่า คุณสามารถปรับและเลือกรูปแบบการโต้ตอบได้หลากหลายในเมนู Ambient Lighting

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
จอแสดงผลทรงโค้ง ‘BMW Curved Display’ ประกอบด้วยจอขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่ และจอส่วนกลางขนาด 14.9 นิ้ว ระบบสัมผัส ออกแบบกราฟฟิกและอินเตอร์เฟซของเมนูต่างๆ ให้ใกล้เคียงกับที่เรามักเห็นอยู่ในสมาร์ตโฟนจึงสามารถเข้าใจและใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ความคมชัดของภาพและสีสันอยู่ในระดับสูงมาก ทั้งยังสามารถปรับแต่งการแสดงผลได้หลากหลายอีกด้วย

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
นอกจากการควบคุมผ่านปุ่มบนพวงมาลัยแล้ว แน่นอนว่าต้องมี iDrive Control เอกลักษณ์เฉพาะของ BMW ติดตั้งไว้บนคอนโซลกลาง พร้อมไฟแบ็คไลต์ช่วยเพิ่มความระยิบระยับตระการตายามค่ำคืน ปุ่มหมุนของ iDrive เป็นกระจกใสสุดหรูหรา มองทะลุลงไปเห็นลวดลายกราฟฟิกบนพื้นผิวด้านล่าง ปุ่มควบคุมรอบๆ เป็นระบบสัมผัสแบบ Haptic ทั้งหมด

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
เบาะคู่หน้ามีความกว้างมากกว่าโมเดลก่อนหน้านี้ มาพร้อมกับระบบระบายความร้อนแบบแอคทีฟและมีฟังก์ชั่นการนวดให้เลือก 9 รูปแบบ ตัวเบาะเป็นแบบปรับไฟฟ้าที่สามารถปรับการโอบรับของปีกเบาะได้ด้วย ในขณะที่เบาะหลังทั้งสองตัวก็เป็นแบบปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายความร้อนและการนวดเช่นกัน สามารถปรับได้จากจอระบบสัมผัสขนาด 5.5 นิ้ว พนักพิงสามารถเอนได้ 42.5 องศา ซึ่งมากที่สุดในรถคลาสเดียวกัน ขณะที่ส่วนรองนั่งสามารถยื่นออกมารองรับส่วนน่องได้ พร้อมชุดวางเท้าที่สามารถสั่งเลื่อนออกมาจาก (ด้านหลัง) เบาะหน้าได้ นอกจากนั้น ยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวขึ้นอีกระดับด้วยลายกราฟฟิกบนกระจกบานหลังเพื่อพรางสายตาภายนอก

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023

BMW i7 xDRIVE60 M SPORT 2023
นี่คือไฮไลต์ของเบาะหลัง… จอภาพ ‘BMW Theater Screen’ ระบบสัมผัสขนาด 31.3 นิ้ว ยาวเต็มความกว้างเพดาน ให้ความละเอียดระดับ 8K ควบคุมการทำงานได้ผ่านจอสัมผัสที่ติดตั้งอยู่บนที่พักแขนของแผงประตูหลังทั้งสองฝั่ง (ส่วนหนึ่งของระบบ Touch Command) นอกจากควบคุมและแสดงข้อมูลต่างๆ ได้แบบเดียวกับจอส่วนกลางด้านหน้าแล้ว ยังมาพร้อม Amazon Fire TV ทำให้คุณสามารถรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้ด้วยความละเอียดสูงสุดถึง 4K/UHD รองรับภาพยนตร์ทั้งอัตราส่วนภาพ 16:9, 21:9 และ 32:9 จอภาพสามารถพับเก็บขึ้นบนเพดาน, เลื่อนเดินหน้า (เมื่อต้องการแตะหน้าจอ) หรือถอยหลัง (เมื่อรับชม) ได้ผ่าน Touch Command เช่นกัน ส่วนระบบเสียงจาก Bowers & Wilkins ‘Diamond Surround Sound System’ ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ด้วยลำโพงรอบคันมากถึง 36 ตัว โดย 4 ตัวในนั้น ติดตั้งไว้บริเวณพนักพิงศีรษะของเบาะทั้งสี่ กำลังขับสูงสุด 1,965 วัตต์ สร้างเสียงกระหึ่มมีมิติ และเปิดประสบการณ์แบบ 4D ด้วยการใช้ระบบสั่นสะเทือนควบคุมด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าที่ให้ความแม่นยำสูง สร้างแรงสั่นที่พนักพิงของเบาะทั้งสี่ ตามจังหวะของเสียงย่านความถี่ต่ำ ซึ่งทำงานตลอดเวลาแม้เปิดวอลลุ่มเบาก็ตาม… เมื่อเปิดใช้ Theater Screen ม่านบังแดดของเบาะหลัง, กระจกหลัง และหลังคาพาโนรามิก จะยกตัดขึ้นปิดอัตโนมัติ และแสงของไฟ Ambient ก็จะหรี่ลงเพื่อลดแสงรบกวนให้น้อยที่สุด

SPECIFICATIONS: BMW i7 xDRIVE60 M SPORT

  • Price: ฿8,149,000 (with BSI Standard Package)
  • Drivetrain: Front and rear mounted electric motors, 544hp, 745Nm, 105.7kHw battery
  • Transmission: Single-speed, electric all-wheel drive
  • Performance: 4.7sec 0-100km/h, 240km/h top speed, 590-625km driving range (WLTP)
  • Weight: 2715kg

Check Also

MG MAXUS 9

รีวิว ลองขับ MG MAXUS 9 รถตู้อเนกประสงค์สุดพรีเมียมจากเอ็มจี ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%

รีวิว ลองขับ MG MAXUS 9 ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า 100% 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร วิ่งไกล 540 กิโลเมตร …