Breaking News

รีวิว ลองขับ Ford Everest Platinum V6 3.0 ขุมพลังใหม่ที่เงียบขึ้นดุดันที่สุดในกลุ่ม พร้อมออปชั่นเพิ่มขึ้นตามสไตล์พันธุ์แกร่ง

รีวิว ลองขับ Ford Everest Platinum เครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร 250 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ e-Shifter

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

รีวิว ลองขับ Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo รถ PPV 2.279 ล้าน

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

“ถ้าลองได้ผ่านมือจาก Ford Ranger Wildtrak V6 3.0 Turbo มาแล้ว … เหตุใดเล่าที่เราจะพลาดสัมผัสอีกหนึ่งรสชาติความแรง บนเรือนร่างที่แตกต่าง และนี่คือ Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo ยนตรกรรม PPV ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดเมืองไทย”

ถ้าจะให้พูดถึง Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo แฝดคนละฝาของ Ford Ranger Wildtrak V6 3.0 Turbo นอกจากรูปลักษณ์แล้ว แน่นอนว่าต้องมีอะไรแตกต่าง ส่วนสิ่งที่เหมือนกันก็ “มี” เพราะหากไม่นับออปชั่นต่างๆ สิ่งที่บ่งบอกสถานะความทรงพลัง คงมีเพียง “ล้ออัลลอย ขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 275/45 R21” และ “ตราสัญลักษณ์ V6 บริเวณช่องระบายอากาศด้านข้าง เท่านั้น !!!

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

ส่วนออปชั่นมาตรฐานที่มีมาให้ ไล่เรียงมาตั้งแต่ ชุดไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่มาพร้อมระบบ เปิด – ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ และไฟสูงอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องกันไฟแยงตา Glare-Free High Beam ตามไปจนถึงไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ LED รูป C-Clamp, ไฟส่องสว่างมุมด้านข้างขณะเลี้ยว Cornering Light, ไฟตัดหมอกคู่หน้า และคู่หลัง ตลอดจนไฟท้ายแบบ LED Signature ช่วยเพิ่มความโดดเด่นขึ้นอีกระดับ

รวมไปถึงกับการตกแต่งในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้สมฐานะรุ่นย่อย Platinum เพื่อช่วย Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo สะดุดตายิ่งขึ้น เช่น กรอบกระจกหน้าต่าง สีเงินด้าน Silk Chrom, กระจกหน้า สีเงินด้าน Satin Chrom, ราวแร็คหลังคาแบบลอยตัว ที่รับกับบันไดข้างสีเงิน และกระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED

ตลอดจนมือเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ ไปจนถึงไฟส่องสว่างข้างตัวรถ Puddle Lamps และระบบไฟส่องสว่างภายนอกแบบแบ่งโซน Zone Lighting ปิดท้ายด้วยความสะดวกสบายจาก ฝาท้ายเปิด – ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่น Hand-free

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

ขยับเข้ามาที่ภายในห้องโดยสาร เริ่มต้นด้วยงานดีไซน์ บอกได้เลยว่าเป็นอะไรที่ “คุ้นตา” ซึ่งข้อดีในความคิดของ “เรา” คือ เราไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย แล้วอีกอย่างคือ “เพียงพอ” แล้ว สำหรับในการใช้งาน แต่หากมองจากความคิดของผู้บริโภคชาวไทย

อันนี้บอกเลยว่าหลายคนอาจคาดหวังเรื่อง “ความคุ้มค่า” จากสถานะ “ของใหม่” ว่าจะมีอะไร “อัพเดท” มาให้บ้าง แต่เอาเป็นว่า ลองไล่เรียงดูอุปกรณ์มาตรฐานก่อนดีกว่า แล้วจะเข้าใจเพราะอะไรเราถึงบอกว่า “เพียงพอ” ต่อการใช้งาน

เริ่มจาก งานตกแต่งเน้นโทนสีเทาดำ Black Maple จากนั้นเจาะจงไปในรายละเอียดต่างๆ เช่น เบาะนั่ง หุ้มด้วยหนังแท้ และหนังสังเคราะห์

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก คือ เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 10 ทิศทาง (รวมปรับดันหลังไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง) แถมด้วยระบบบันทึกความจำตำแหน่งเบาะนั่งคนขับ (Memory Seat) แล้วก็ตามมาด้วย ระบบอุ่น และระบายอากาศ สำหรับเบาะนั่งคู่หน้า ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถเลื่อนขึ้นหน้า – ถอยหลัง และแยกปรับ – พับได้แบบ 60 : 40

เสริมด้วยระบบอุ่น สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 ด้านเบาะนั่งแถวที่ 3 อำนวยความสะดวกด้วยการแยกพับ แบบ 50 : 50 แถมยังมีสวิตช์ สำหรับพับเบาะนั่งแถวที่ 3 แบบไฟฟ้า มาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

มาที่ออปชั่นเสริมความเท่ห์กันบ้าง โดยตามตำราเค้ามีมาให้ ตั้งแต่ หลังคากระจก Panoramic Sunroof, ชุดมาตรวัดแบบสี TFT ขนาด 12.4 นิ้ว พร้อมพวงมาลัย ปรับได้ 4 ทิศทาง, ปุ่ม Push Start/Stop, คันเกียร์แบบไฟฟ้า E-Shifter, กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold, ระบบปรับอากาศด้านหน้าอัตโนมัติแบบ Dual-zone และตอนหลัง

ไปจนถึง ช่องชาร์จ USB Type-A บริเวณกระจกมองหลัง, ช่องชาร์จ และเชื่อมต่อ USB Type-A 1 ตำแหน่ง และ USB Type-C 1 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ตามด้วยช่องชาร์จ USB Type-A อีก 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2,

ช่องชาร์จไฟ Power Outlet 12V อีก 3 ตําแหน่ง บริเวณที่วางแขน, เบาะแถวที่ 3 และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง และช่องชาร์จไฟ 230V (400W) 1 ตําแหน่ง พร้อมแท่นชาร์จไร้สาย (Wireless Charger)

 Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

ส่วนความบันเทิงจัดเต็มด้วย หน้าจอกลางระบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว รองรับชุดเครื่องเสียง พร้อมลำโพง Bang & Olufsen (B&O) 12 ตำแหน่ง และระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย, Android Auto, Bluetooth, ระบบ SYNC 4A รองรับภาษาไทย และระบบ FordPass Connect จนถึงรองรับกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

และก่อนจะไปถึงเรื่องของ “สมรรถนะ” … อีกสิ่งที่เราอยากนำเสนอ และอยากให้ผู้บริโภคชาวไทยอีกหลายๆ คนให้ความสนใจ ก็คือ เรื่องของ “ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่” เพราะความ “คุ้มค่า” ที่แท้จริง ไม่ได้มีเพียงแค่ “ความแรงเร้าใจ” หรือ “ ความสะดวกสบาย” เท่านั้น หากแต่ควรมีเรื่องของ “ระบบความปลอดภัย” เข้ามาเป็นอีกประเด็นสำคัญด้วยเช่นกัน

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

ซึ่งในรายนาม “ระบบความปลอดภัย” ของ Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ระบบป้องกันล้อล็อค ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบควบคุมสเถียรภาพการทรงตัว ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ ROM,

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control พร้อม Electric Brake Booster, ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go, ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน AEB with Pedestrian Detection, ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW with Brake Support,

ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน Post-Impact Braking, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping System, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning, ระบบตรวจจับรถในจุดบอด และระบบตรวจจับ ขณะออกจากช่องจอด BSIS with CTA & Braking, ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง Reverse Brake Assist,

ระบบช่วยการหักพวงมาลัย เพื่อเลี่ยงการปะทะ Evasive Steer Assist, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ Active Parking Assist ที่มากับเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 6 ตำแหน่ง และด้านหลัง 6 ตำแหน่ง

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

ทีเด็ดของ Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo ยังคงเป็นเรื่องของขุมพลังบล็อคเดียวกันกับ Ranger Wildtrak V6 3.0 Turbo ซึ่งนั่นคือ เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล แบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged มีกำลังสูงสุด 250 แรงม้า พร้อมแรงบิดรอบต่ำสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,250 รอบต่อนาที

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ e-Shifter สู่แบบ Full-time 4A-4WD พร้อมระบบ Active Centre Differential และระบบล็อกเฟืองท้าย Diff-Lock ที่ล้อคู่หลัง โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 6 รูปแบบ ประกอบด้วย Normal, Eco, Tow / Haul, Slippery, Mud / Ruts และ Sand

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

และด้วยค่าตัว 2,279,000 บาท ของ Everest Platinum V6 3.0 Turbo เราจึงแทบไม่ต้องพิจารณาเลือกเส้นทางการขับ แม้จะมีทั้งโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือโหมดต่างๆ ไว้คอยอำนวยความสะดวกในเส้นทางออฟโรดก็ตาม เพราะเราเชื่อว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่เลือกเป็นเจ้าของ Everest Platinum V6 3.0 Turbo ค่าตัว 2,279,000 บาท ต้องตั้งใจจะใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ได้ลองสัมผัสด้วยแล้วล่ะก็ น่าจะถูกใจ และยกให้เป็นรถคันโปรดเลยทีเดียว เพราะอันดับแรก คือ ด้วยสถานะความเป็นรถเอนกประสงค์ PPV จุดนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีในเรื่องการโดยสาร หรือจะเก็บสัมภาระก็อุ่นใจว่าจะไม่โดนฝน โดนแดด

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

อันดับต่อมาจากมุมมองของเรา เทียบรูปลักษณ์ระหว่าง Ranger และ Everest แล้ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้น คือ Ranger ให้ความปราดเปรียวกว่า ในขณะที่ Everest ทั้งด้วยขนาด และงานดีไซน์ทรงกล่อง สไตล์รถอเนกประสงค์ PPV จะให้ความรู้สึกที่อุ้ยอ้ายกว่า แต่นั่นก็เป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจเช่นกัน

โดยเฉพาะกับ Everest Platinum V6 3.0 Turbo เพราะความรู้สึก “อุ้ยอ้าย” จากการมองรูปลักษณ์ของ Everest จะกลายเป็น “เซอร์ไพรส์” ทันที เมื่อได้สัมผัสสมรรถนะที่แท้จริง กับ เรี่ยวแรง 250 แรงม้า พร้อมแรงบิด 600 นิวตันเมตร ที่เพียงแตะคันเร่งเบาๆ ก็พร้อมจะพุ่งทะยานไปด้านหน้าราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ และยิ่งเมื่อประกอบกับจุดเด่นสำคัญอย่าง

พวงมาลัยไฟฟ้าที่แม่นยำ และแปรผันน้ำหนักอย่างเหมาะสมด้วยล่ะก็ บอกเลยว่างานนี้ Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo แทบจะมีความกระฉับกระเฉง ราวกับ Sport Car ดีๆ ซักคันเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับขี่ในเมือง ที่ความคล่องตัว คือ ประเด็นสำคัญ

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

หลังจากสนุกสนานในเมืองอยู่พักใหญ่ ก็ถึงเวลาหาถนนโล่งๆ ซักเส้น เพื่อให้ Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo ได้ปลดปล่อยพลังกันบ้าง และผลสรุปก็ คือ ไม่ทำให้ผิดหวัง เหมาะแล้วที่จะบอกว่านี่คือ ยนตรกรรมอเนกประสงค์ PPV ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดเมืองไทย

เพราะด้วยเรี่ยวแรงระดับนี้ เผลอกดคันเร่งลึกออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง ในบางทีจะได้ยินเสียงยางฟรีทิ้งเล็กๆ ออกมา โดยมีแรงดึงหนักๆ ให้สัมผัสบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งต้องยกความดีให้กับระบบส่งกำลังที่รับช่วงได้เหมาะเจาะ เพื่อให้ขับเคลื่อนได้อย่างลื่นไหล และต่อเนื่อง

แม้บางจังหวะ จะมีการกระโดดข้ามของเกียร์ก็ตาม เพราะฉะนั้นก็มั่นใจได้ว่าแม้เรี่ยวแรงจะดุดัน แต่ก็มีความเพลิดเพลินนั่งสบาย มอบให้กับผู้โดยสารแน่นอน

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

รวมถึงในเรื่องของ “ระบบช่วงล่าง” ที่แม้จะใช้พื้นฐานเดิมก็ตาม แต่เราก็เชื่อว่าด้วยเครื่องยนต์บล็อกใหม่ ที่มีความต่าง เรื่อง “รูปร่าง” และ “น้ำหนัก” ต้องส่งผลให้เกิดการปรับเซ็ทใหม่เช่นเดียวกับ Ranger Wildtrak V6 3.0 Turbo แน่นอน เนื่องจากอาการหน้ายุบ ตอนเบรกหนักๆ ค่อนข้างน้อยลงแบบเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

ส่วนข้อสรุปสุดท้าย ต้องบอกว่าเรามีความเห็นคล้ายๆ กับ Ranger Wildtrak V6 3.0 Turbo ในเรื่องของ “อัตลักษณ์” ซึ่งเราเดาว่าบรรดาเจ้าของ Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo จะรู้สึกภูมิใจไม่น้อยทีเดียว หากได้งานดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่นมากกว่านี้ เพื่อบ่งบอกว่านี่คือของแรง Platinum V6 3.0 Turbo นะครับ ไม่ใช่ Platinum ทั่วๆ ไป

Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo 2024

Specification: Ford Everest Platinum V6 3.0 Turbo

  • Price: 2,279,000 BHT
  • Engine: 2,993 CC / V6 / 24 Valve 250 hp @ 3,250 rpm / 600 Nm @ 1,750 – 2,250 rpm 
  • Transmission: 10 A/T e-Shifter / Full-time 4A-4WD
  • Performance: 0 – 100 Km/h @ N/A / Top Speed @ N/A
  • Weight: N/A

Check Also

BMW XM 50e Shadow Line 2024

รีวิว ลองขับ BMW XM 50e (Shadow Line) ยนตกรรมสุดล้ำด้วยดีไซน์ ที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้ากับความดุดันของ M power เอาไว้มิเสื่อมคลาย

รีวิว ลองขับ BMW XM 50e เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3 ลิตร เทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo …