ฟอร์ด ตอกย้ำไทยฐานผลิตยุทธศาสตร์ภูมิภาค เข้าซื้อโรงงานซูซูกิ ระยอง เสริมศักยภาพการผลิตระยะยาว
ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 30 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศไทย ประกาศก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ ด้วยการลงนามสัญญาเข้าซื้อโรงงานประกอบรถยนต์เดิมของ ซูซูกิ ในจังหวัด ระยอง
ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงงาน Ford Thailand Manufacturing (FTM) เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการผลิต และเสริมความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน โรงงาน FTM และ AutoAlliance Thailand (AAT) ถือเป็นหัวใจหลักของเครือข่ายการผลิตระดับภูมิภาคของฟอร์ด โดยทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตและส่งออก Ford Ranger และ Ford Everest ไปยังตลาดในประเทศและต่างประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ ฟอร์ดได้ลงทุนในประเทศไทยรวมแล้วมากกว่า 133,000 ล้านบาท (ประมาณ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องต่อศักยภาพของประเทศ
สำหรับโครงการโรงงานแห่งใหม่ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 412.5 ไร่ (66 เฮกตาร์) พร้อมพื้นที่อาคารรวม 65,000 ตารางเมตร โดยโรงงานเดิมก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2555 จุดเด่นสำคัญคือที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับโรงงาน FTM และอยู่ภายในเขตปลอดอากร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ความคล่องตัวในการผลิต และการบริหารต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ
การขยายฐานการผลิตครั้งนี้ จะช่วยเสริม ความยืดหยุ่นในการรองรับรถยนต์หลากหลายเซกเมนต์ (Multi-Segment Production) รองรับความต้องการของตลาดในภูมิภาค และยกระดับบทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์โลกในระยะยาว
อังเดร คาวาลาโร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มตลาดนานาชาติ (International Market Group) กล่าวว่า
“การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของฟอร์ด เรามีความภาคภูมิใจในศักยภาพของทีมงานไทยและคุณภาพรถยนต์ระดับโลกที่ผลิตจากฐานแห่งนี้ การเข้าซื้อโรงงานจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและความยืดหยุ่นในการผลิต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
ด้าน นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า
“ในวาระครบรอบ 30 ปีของฟอร์ดในประเทศไทย การเข้าซื้อโรงงานที่มีศักยภาพและเทคโนโลยีทันสมัยแห่งนี้ เป็นหลักฐานที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของฟอร์ดที่มีต่อประเทศไทย และการยกระดับบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค”
ฟอร์ดยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมทั้งในและนอกเขต EEC ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สนับสนุนนโยบายภาครัฐด้านการผลิตมูลค่าสูง และยกระดับขีดความสามารถของแรงงานไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ เมื่อกระบวนการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ฟอร์ดจะดำเนินการประเมินและบูรณาการโรงงานแห่งใหม่นี้เข้ากับโครงสร้างการดำเนินงานเดิมอย่างเป็นระบบ พร้อมวางแผนรองรับการผลิตในอนาคตอย่างรอบด้าน
TorqueThailand.com


