GWM ONE วิสัยทัศน์ใหม่ของ GWM สู่แบรนด์รถยนต์จีนที่สร้างความเชื่อมั่นระยะยาว
GWM (Thailand) เปิดวิสัยทัศน์ “GWM ONE” เพื่อรับมือการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยมุ่งกลับสู่แก่นแท้ของการพัฒนารถยนต์ ทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย ความต้องการจริงของผู้ใช้ และความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “All Scenarios – All Powertrains – All Users” ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งาน ทุกระบบขับเคลื่อน และผู้ใช้ทุกกลุ่มทั่วโลก
ทิศทางใหม่ครั้งนี้มีเป้าหมายผลักดันแบรนด์สู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์จีนที่ผู้บริโภคไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพสินค้า เทคโนโลยี และบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง
GWM ONE กลับสู่แก่นแท้ของอุตสาหกรรมยานยนต์
ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดรถยนต์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว GWM มองว่า “การกลับสู่แก่นแท้” หรือ Return to the Essence คือแนวทางสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน
แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับพื้นฐานหลักของรถยนต์ ได้แก่ คุณภาพของตัวรถ ความปลอดภัย ความเหมาะสมต่อการใช้งานจริง และความต้องการของผู้บริโภค มากกว่าการแข่งขันด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัยที่อาจเกินความจำเป็น
ภายใต้วิสัยทัศน์ GWM ONE แบรนด์กำหนดแนวทางการกลับสู่พื้นฐานใน 3 ด้าน ได้แก่
- การกลับสู่แก่นแท้ของอุตสาหกรรมยานยนต์
- การกลับสู่ความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้
- การกลับสู่จุดเริ่มต้นของผู้สร้าง
แนวคิดดังกล่าวยังวางอยู่บน 4 รากฐานสำคัญ คือ การยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ความจริงทางเทคโนโลยี รากฐานทางวัฒนธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
GWM ONE Platform รองรับหลายระบบขับเคลื่อนในแพลตฟอร์มเดียว
ด้านเทคโนโลยี GWM พัฒนา GWM ONE Platform ภายใต้แนวคิด One Platform, Multi Powertrains เพื่อรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายในแพลตฟอร์มเดียว
แพลตฟอร์มนี้สามารถรองรับทั้งรถยนต์ไฮบริด หรือ HEV, ปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV, รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV, รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน หรือ FCEV และเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE
หัวใจสำคัญคือแนวคิดการผลิตแบบ Movable Type ที่แยกรถยนต์ออกเป็นหน่วยฮาร์ดแวร์มาตรฐานมากกว่า 300 รายการ และซอฟต์แวร์กว่า 2,000 ฟังก์ชัน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่น
เมื่อผสานกับเทคโนโลยี AI รถยนต์จึงสามารถพัฒนาได้ในลักษณะ “ถอดได้ ปรับได้ และเติบโตต่อได้” ช่วยให้ GWM พัฒนารถหลายเซกเมนต์และหลายระบบขับเคลื่อนได้รวดเร็วขึ้น
แนวทางนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยอัตราการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันมากกว่า 95% พร้อมลดต้นทุนการพัฒนา เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เทคโนโลยี Hi4 ครอบคลุมทั้งเมือง ออฟโรด และสมรรถนะสูง
GWM ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี Hi4 หรือ Hybrid Intelligent 4WD ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานหลายรูปแบบ ตั้งแต่การขับขี่ในเมือง ไปจนถึงการขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะสูง
เทคโนโลยี Hi4 แบ่งเป็นหลายรูปแบบ ได้แก่
- Hi4 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ผสานความแรงของการขับเคลื่อน 4 ล้อ กับความประหยัดของการขับเคลื่อน 2 ล้อ
- Hi4-Z สำหรับการใช้งานในเมือง ให้ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนมากกว่า 200 กม.
- Hi4-T สำหรับการขับขี่ออฟโรด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสมรรถนะสูง
- Super Hi4 ระบบ PHEV สมรรถนะสูง ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4 วินาที ให้ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนมากกว่า 400 กม. และรองรับ DC Charge
เทคโนโลยี Hi4 มีความยืดหยุ่นสูงและตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุม จึงไม่มีแผนพัฒนาระบบขับเคลื่อนแบบ Range Extender ในทิศทางหลักของแบรนด์
Global Vision, Local Action ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับแต่ละตลาดในระดับโลก GWM เดินหน้ากลยุทธ์ In Local for Local เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
ตัวอย่างเช่น การพัฒนา Plug-in Hybrid ที่รองรับเอทานอลในบราซิล และการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับสภาพถนนในออสเตรเลีย สะท้อนแนวทางการทำตลาดที่ไม่ได้เน้นเพียงการส่งออกรถยนต์ แต่ต้องการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจรในแต่ละประเทศ
สำหรับประเทศไทย GWM มองว่าเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของอาเซียน โดยมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากกว่า 50% และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงของผู้บริโภคไทย
ปัจจุบัน GWM มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์หลายกลุ่ม เช่น GWM ORA 5 สำหรับการใช้งานในเมือง และ GWM TANK 300 รถ SUV โครงสร้าง Body-on-frame ที่มีตัวเลือกทั้งระบบไฮบริดและดีเซล
ยึดความซื่อสัตย์และคุณภาพเป็นหัวใจธุรกิจ
นอกจากเทคโนโลยี GWM ยังให้ความสำคัญกับ “ความซื่อสัตย์และคุณธรรม” ในการดำเนินธุรกิจ โดยประกาศพันธกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่
การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และคุณภาพระยะยาว มากกว่าการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง
การกำกับดูแลการสื่อสารการตลาดให้ถูกต้อง แม่นยำ และอ้างอิงจากข้อมูลจริง เพื่อรักษาความไว้วางใจของผู้บริโภค
การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่ผลักภาระจากแรงกดดันทางธุรกิจไปยังซัพพลายเออร์และผู้แทนจำหน่าย
พันธกิจเหล่านี้สะท้อนจุดยืนของ GWM ที่ต้องการสร้างการเติบโตบนพื้นฐานของความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและพันธมิตร
เดินหน้าสู่อนาคตยานยนต์ที่ยั่งยืน
GWM เชื่อว่า อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์จะไม่ได้วัดกันเพียงความล้ำหน้าของเทคโนโลยี หรือความรวดเร็วในการแข่งขันเท่านั้น แต่จะขึ้นอยู่กับระดับของความเชื่อมั่น ความรับผิดชอบ และคุณค่าที่แบรนด์มอบให้ผู้บริโภคในระยะยาว
มู่ เฟิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GWM กล่าวว่า แม้เส้นทางนี้อาจไม่ใช่เส้นทางที่เร็วที่สุด แต่เป็นเส้นทางที่มั่นคงที่สุด เพราะความเชื่อมั่นไม่สามารถสร้างได้จากทางลัด แต่ต้องพิสูจน์ผ่านการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้วิสัยทัศน์ GWM ONE แบรนด์จึงเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในประเทศไทยและระดับโลก โดยยึดผู้ใช้ คุณภาพ ความจริงทางเทคโนโลยี และความไว้วางใจเป็นหัวใจสำคัญ
สรุปประเด็นสำคัญ
GWM เปิดวิสัยทัศน์ GWM ONE เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
แนวคิดหลักคือ Return to the Essence หรือการกลับสู่แก่นแท้ของรถยนต์ ทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความต้องการจริงของผู้ใช้
GWM ONE Platform รองรับหลายระบบขับเคลื่อน ทั้ง HEV, PHEV, BEV, FCEV และ ICE
เทคโนโลยี Hi4 ถูกวางให้ครอบคลุมหลายรูปแบบการใช้งาน ตั้งแต่ในเมือง ออฟโรด ไปจนถึงสมรรถนะสูง
ประเทศไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ GWM ในอาเซียน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผู้บริโภคไทย
GWM ยืนยันจุดยืนด้านความซื่อสัตย์ คุณภาพ ความปลอดภัย และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GWM ได้ที่ช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ Facebook: GWM Thailand, Instagram: GWM Thailand และเว็บไซต์ www.gwm.co.th
TorqueThailand.com





