MG4 ELECTRIC และ MG3 HYBRID+ คว้าแชมป์การแข่งขัน GC GRID COMPETITION 2026 โดย MG4 ELECTRIC ชนะประเภท GC-9 EV OVERALL สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ไม่จำกัดระบบขับเคลื่อน เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ MG3 HYBRID+ คว้าแชมป์ประเภท GC-5 AUTO OVERALL เป็นครั้งแรก จากการแข่งขันรูปแบบ Gymkhana
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผลการแข่งขันดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พร้อมระบุว่าผลงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV และรถยนต์ HYBRID+ ของ MG
MG4 ELECTRIC คว้าแชมป์ GC-9 EV OVERALL เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
MG4 ELECTRIC คว้าแชมป์ประเภท GC-9 EV OVERALL ในรายการ GC GRID COMPETITION 2026 ซึ่งเป็นการแข่งขัน Gymkhana ที่ใช้ทักษะการควบคุมรถ การเปลี่ยนทิศทาง และความแม่นยำในการขับขี่
นับเป็นการคว้าแชมป์ประเภทดังกล่าวของ MG4 ELECTRIC ติดต่อกันเป็นปีที่ 3
สำหรับข้อมูลด้านสมรรถนะ MG4 ELECTRIC มีรุ่น XPOWER ที่ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร
นอกจากนี้ รถยนต์ตระกูล MG4 ELECTRIC ยังพัฒนาบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยบริษัทระบุว่าโครงสร้างดังกล่าวช่วยให้ระบบแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และช่วงล่างทำงานร่วมกันเพื่อรองรับการควบคุม การทรงตัว และการยึดเกาะถนน
MG3 HYBRID+ คว้าแชมป์ GC-5 AUTO OVERALL เป็นครั้งแรก
ด้าน MG3 HYBRID+ คว้าแชมป์ประเภท GC-5 AUTO OVERALL เป็นครั้งแรกในการแข่งขัน GC GRID COMPETITION 2026
MG3 HYBRID+ เป็นรถยนต์แฮทช์แบ็กที่ใช้ระบบขับเคลื่อน HYBRID+ ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยตามข้อมูลของ MG ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
ระบบขับเคลื่อนดังกล่าวให้การตอบสนองของอัตราเร่ง ควบคู่กับความคล่องตัวของตัวถังแฮทช์แบ็ก ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน Gymkhana ที่ต้องอาศัยการควบคุมรถและการเปลี่ยนทิศทางอย่างแม่นยำ
ผลการแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานของรถยนต์ HYBRID+ ในการแข่งขันประเภทที่เน้นทักษะการขับขี่
MG เดินหน้ากลยุทธ์ DUAL TRACK พัฒนาทั้ง EV และ HYBRID+
นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของรถยนต์ทั้งสองรุ่นว่า รถยนต์ที่พัฒนาสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถแสดงสมรรถนะในการแข่งขันได้เช่นกัน
บริษัทมองว่าประสิทธิภาพการขับขี่และความสนุกในการควบคุมรถไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะรถสปอร์ตหรือรถแข่งเท่านั้น
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ DUAL TRACK ของ MG ซึ่งมุ่งพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV และรถยนต์ HYBRID+ ควบคู่กัน โดยให้ความสำคัญกับสมรรถนะ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ไฮไลต์ผลงาน MG ใน GC GRID COMPETITION 2026
-
MG4 ELECTRIC: แชมป์ GC-9 EV OVERALL ติดต่อกันเป็นปีที่ 3
-
MG3 HYBRID+: แชมป์ GC-5 AUTO OVERALL เป็นครั้งแรก
-
รูปแบบการแข่งขัน: Gymkhana ซึ่งเน้นทักษะควบคุมรถและเปลี่ยนทิศทาง
-
MG4 ELECTRIC XPOWER: กำลังสูงสุด 435 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ตามข้อมูลสมรรถนะรุ่นย่อยจาก MG
-
MG3 HYBRID+: กำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร
-
กลยุทธ์ MG: DUAL TRACK พัฒนากลุ่มรถ EV และ HYBRID+ ควบคู่กัน
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ MG Thailand หรือสอบถาม MG CALL CENTRE โทร. 1267
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MG GC GRID COMPETITION 2026
MG4 ELECTRIC คว้าแชมป์รายการอะไรในปี 2026?
คว้าแชมป์ GC-9 EV OVERALL ในรายการ GC GRID COMPETITION 2026 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
MG3 HYBRID+ คว้าแชมป์ประเภทอะไร?
ประเภท GC-5 AUTO OVERALL เป็นครั้งแรก
MG4 ELECTRIC รุ่น XPOWER มีกำลังเท่าไร?
MG รุ่น XPOWER มีกำลังสูงสุด 435 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร
MG3 HYBRID+ มีกำลังสูงสุดเท่าไร?
กำลังสูงสุด 194 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
GC GRID COMPETITION 2026 เป็นการแข่งขันแบบใด?
การแข่งขัน Gymkhana ซึ่งเกี่ยวข้องกับความแม่นยำในการควบคุมรถ การเปลี่ยนทิศทาง และทักษะผู้ขับขี่
TorqueThailand.com



