Breaking News

MGC-ASIA Q1/2569 กำไรสุทธิ 323 ล้านบาท โต 488% รับแรงหนุน Premium EV

MGC-ASIA ทำกำไรสุทธิ Q1/2569 นิวไฮ 323 ล้านบาท โต 488% รับแรงหนุน Premium EV และ New Growth Engine

MGC-ASIA หรือ บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีกำไรสุทธิ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 488% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 6,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.6% และ EBITDA อยู่ที่ 813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.1% สะท้อนแรงหนุนจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม การรับรู้ผลประกอบการ Neo Mobility Asia เต็ม 100% และการเติบโตของธุรกิจในระบบนิเวศโมบิลิตี้ของกลุ่มบริษัทฯ

ผลประกอบการดังกล่าวสะท้อนการเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ของ MGC-ASIA หรือ New Growth Cycle หลังบริษัทฯ วางรากฐานธุรกิจในรูปแบบ Premium Mobility Ecosystem ครอบคลุมทั้งรถยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ บริการทางการเงิน ประกันภัย รถเช่า รถมือสอง บริการหลังการขาย และ Loyalty Ecosystem

Premium EV หนุนผลประกอบการไตรมาสแรก

หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของ MGC-ASIA ในไตรมาสแรกมาจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม โดยเฉพาะการรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia เต็ม 100% ซึ่งเริ่มสะท้อนเข้ามาอย่างชัดเจนในงบการเงิน

Neo Mobility Asia มีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง XPENG และ ZEEKR อยู่ในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มบริษัทฯ โดยรถในกลุ่ม Premium Intelligent EV ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปภายในไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะมากขึ้น

ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มของ MGC-ASIA ได้รับความสนใจอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเปิดตัว XPENG X9 และ BMW iX3 รุ่นใหม่ รวมถึงรุ่นสำคัญอย่าง ZEEKR 009 และ BMW i5 ส่งผลให้บริษัทฯ มียอดจองค้าง หรือ Backorder สูงกว่า 2,000 คัน ซึ่งจะทยอยส่งมอบและสนับสนุนการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป

MGC-ASIA เดินหน้าสู่ Premium Mobility Ecosystem

ปี 2569 ถือเป็นช่วงสำคัญที่ MGC-ASIA เดินหน้าต่อยอดระบบนิเวศธุรกิจโมบิลิตี้ระดับพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากวางรากฐานธุรกิจมากว่า 25 ปี

ระบบนิเวศของบริษัทฯ ครอบคลุมตั้งแต่การจำหน่ายรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ไปจนถึงบริการทางการเงิน ประกันภัย รถเช่า รถมือสอง บริการหลังการขาย และแพลตฟอร์ม Loyalty Ecosystem ซึ่งช่วยเชื่อมโยงลูกค้าให้ใช้บริการภายในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์สำคัญคือการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มี high margin และ recurring income เพื่อยกระดับคุณภาพกำไร และลดการพึ่งพารายได้จากการขายรถเพียงอย่างเดียว

MOBILIFE เชื่อมลูกค้าในระบบนิเวศเดียว

MGC-ASIA ยังเดินหน้าพัฒนา MOBILIFE แพลตฟอร์ม Loyalty Ecosystem ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมบริการต่าง ๆ ของลูกค้าไว้ในระบบเดียว ลูกค้าสามารถสะสมคะแนนและแลกรับสินค้า รวมถึงบริการจากแบรนด์ชั้นนำที่บริษัทฯ คัดสรรไว้

นอกจากนี้ ยังสามารถแลกตั๋วเครื่องบินผ่าน MGC Aviation ได้โดยตรง ซึ่งช่วยเสริมความผูกพันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ และเพิ่มโอกาสในการใช้บริการซ้ำภายในระบบนิเวศของกลุ่มบริษัทฯ

ธุรกิจการเงิน ประกันภัย รถเช่า และรถมือสองเติบโตต่อเนื่อง

นอกจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว MGC-ASIA ยังมีการเติบโตจากหลายกลุ่มธุรกิจ

ธุรกิจการเงินผ่าน Alpha X เติบโตจากกลุ่ม Wealth Lending สำหรับลูกค้าระดับพรีเมียม โดยมีส่วนแบ่งกำไร 11.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,765.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจประกันภัย Howden Maxi เติบโตจากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ด้านธุรกิจรถเช่า ภายใต้ MASTER CAR RENTAL และ SIXT รถเช่า ประเทศไทย มีรายได้ 489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและความต้องการใช้รถจากลูกค้าองค์กร พร้อมเสริมพอร์ตรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้า 100%

ส่วนธุรกิจรถยนต์มือสองมีรายได้ 273.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% โดยยังคงรักษาระดับมาร์จิ้นได้ดีจากการบริหารสต็อกและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

Aftersales และ MMS เสริมรายได้ประจำ

ธุรกิจบริการหลังการขายยังเป็นอีกหนึ่งฐานรายได้สำคัญของ MGC-ASIA โดยมีรายได้ 931 ล้านบาท จากเครือข่ายศูนย์บริการของแบรนด์ในกลุ่ม ได้แก่ BMW, MINI, Honda, XPENG, ZEEKR, Rolls-Royce, BMW Motorrad, Harley-Davidson และ MMS

บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ เช่น BMW Millennium Auto จังหวัดอุดรธานี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อเนื่องจากฐานเครือข่ายที่แข็งแกร่งในภาคใต้ ทั้งภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่

นอกจากนี้ MGC-ASIA ยังขยายศักยภาพด้านศูนย์ซ่อมสีและตัวถังผ่าน MMS เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยมองว่าบริการหลังการขายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตต้องอาศัยเทคโนโลยี มาตรฐานความปลอดภัย และทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

เดินหน้าการเติบโตครึ่งปีหลัง

MGC-ASIA ระบุว่า การทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ รวมถึงการลงทุนขยายระบบนิเวศและเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มสะท้อนผ่านการเติบโตของรายได้และคุณภาพกำไรชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงยอดขายรถยนต์ แต่จะเป็นการแข่งขันของระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมโยงลูกค้า สร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่อง และต่อยอดมูลค่าได้ตลอดวัฏจักรของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ MGC-ASIA วางรากฐานมาอย่างยาวนาน

MGC-ASIA เดินหน้าโตต่อ หลัง Q1/2569 ทำกำไรสูงสุดใหม่

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ของ MGC-ASIA สะท้อนการเติบโตของธุรกิจในหลายมิติ ทั้งกำไรสุทธิที่ทำสถิติใหม่ 323 ล้านบาท รายได้รวม 6,080 ล้านบาท และ EBITDA 813 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม การรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia และการขยายตัวของธุรกิจในระบบนิเวศ Premium Mobility Ecosystem

ด้วยยอด Backorder รถยนต์ไฟฟ้าระดับสูงกว่า 2,000 คัน การเติบโตของธุรกิจการเงิน รถเช่า รถมือสอง และบริการหลังการขาย ทำให้ MGC-ASIA วางเป้าหมายเดินหน้าการเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 และครึ่งปีหลังของปี 2569.

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MGC-ASIA ได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ทั้ง Facebook: MGC-ASIA, YouTube: MGC-ASIA และเว็บไซต์ www.mgc-asia.com

Check Also

วอลโว่ EC Day & EC Deal ข้อเสนอพิเศษ Volvo EC40 วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2569

วอลโว่ เปิดดีลพิเศษ Volvo EC40 ในงาน EC Day & EC Deal 15–17 พฤษภาคมนี้

วอลโว่ เปิดแคมเปญ EC Day & EC Deal ชูดีลพิเศษ Volvo EC40 วันที่ 15–17 พฤษภาคมนี้ วอลโว่ คาร์ …