มิชลินแนะเลือกยางประหยัดพลังงาน ช่วยลดค่าน้ำมันและเพิ่มระยะทางวิ่งรถ EV
มิชลินชี้ว่ายางรถยนต์มีผลต่อการใช้พลังงานมากกว่าที่ผู้ขับขี่หลายคนคาด โดยรถยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราว 20-30% เพื่อเอาชนะแรงต้านทานการหมุนของล้อ การเลือกยางที่มีแรงต้านการหมุนต่ำจึงช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันสำหรับรถยนต์สันดาป และช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งต่อการชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
มิชลิน ประเทศไทย แนะนำแนวทางเลือกใช้ยางรถยนต์เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยระบุว่ายางรถยนต์มีบทบาทโดยตรงต่อประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และระยะทางขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า
หัวใจสำคัญอยู่ที่ แรงต้านทานการหมุนของล้อ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนรูปของยางขณะสัมผัสพื้นถนน หากยางมีแรงต้านทานการหมุนสูง เครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้าจะต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการขับเคลื่อนรถ ส่งผลให้รถใช้น้ำมันมากขึ้น หรือรถไฟฟ้ามีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จลดลง
มิชลินระบุว่า ฉลากยางของสหภาพยุโรป หรือ EU Tire Label มีการจัดระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานตั้งแต่ระดับ A ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุด ไปจนถึงระดับ E ที่มีประสิทธิภาพต่ำสุด โดยความแตกต่างระหว่างแต่ละระดับอาจทำให้รถสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นได้ถึง 7.5% หรือประมาณ 0.5 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่ออ้างอิงการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ย 7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร
ยางแรงต้านต่ำช่วยลดค่าน้ำมันและเพิ่มระยะทางรถไฟฟ้า
มิชลินยกตัวอย่างยางพรีเมียมรุ่นใหม่ที่พัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความปลอดภัย ความสบาย และอายุการใช้งาน ภายใต้แนวคิด MICHELIN Total Performance
หนึ่งในนั้นคือ MICHELIN Primacy 5 energy ซึ่งได้รับมาตรฐานสูงสุดจากยุโรประดับ AAA โดยได้ระดับ A ในด้านการลดเสียงรบกวนจากภายนอก สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก และแรงต้านทานการหมุน พร้อมมีอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะสำหรับทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า
ขณะที่ MICHELIN Pilot Sport 5 energy ได้รับมาตรฐานระดับ AA สำหรับสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียกและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยยังคงเน้นการตอบสนองต่อการควบคุมและประสบการณ์ขับขี่ในแบบสปอร์ต
มิชลินระบุว่า ยางรุ่นล่าสุดที่มีระดับ A ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สามารถช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 6% หรือประมาณ 0.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับยางระดับ C ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าสามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้มากถึง 10%
นอกจากนี้ ผลการทดสอบอิสระโดย DEKRA ยังพบว่า MICHELIN Primacy 5 energy ซึ่งได้รับรางวัล “ยางแห่งปี” ในงาน Tire Technology Expo ประจำปี 2569 ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ให้ประสิทธิภาพด้านระยะทางวิ่งสูงกว่ายางคู่แข่งชั้นนำในกลุ่มเดียวกันได้ถึง 40%
เคล็ดลับขับขี่ให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น
นอกจากการเลือกยางที่เหมาะสม มิชลินยังแนะนำให้ผู้ขับขี่ดูแลและปรับพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน
เริ่มจากการตรวจสอบ แรงดันลมยาง ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะหากลมยางต่ำกว่าค่ามาตรฐานเพียง 0.5 บาร์ จะทำให้รถสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น ผู้ขับขี่จึงควรตรวจเช็กลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง ขณะยางอยู่ในสภาพเย็น
อีกวิธีคือการขับรถด้วยความเร็วปานกลางและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงความเร็วประมาณ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่เครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างคุ้มค่า และสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากถึง 25%
ผู้ขับขี่ยังควรหลีกเลี่ยงการเร่งความเร็วแบบกระชาก เปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ และชะลอรถล่วงหน้าเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจร เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและลดการสึกหรอของชิ้นส่วน
นอกจากนี้ การลดน้ำหนักบรรทุกที่ไม่จำเป็นก็มีส่วนช่วยลดภาระของเครื่องยนต์ เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุก 25 กิโลกรัม อาจทำให้ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงลดลงราว 1% โดยเฉพาะในรถยนต์ขนาดเล็ก
มิชลินระบุว่า การเลือกใช้ยางที่เหมาะสม การดูแลรักษายางอย่างถูกวิธี และการขับขี่อย่างชาญฉลาด ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังช่วยรักษาความปลอดภัยและความเพลิดเพลินในการขับขี่ พร้อมมีส่วนช่วยลดการใช้พลังงานในภาพรวม
สรุปประเด็นสำคัญ
มิชลินแนะเลือกยางประหยัดพลังงาน
- ยางรถยนต์มีผลต่อการใช้เชื้อเพลิงและระยะทางวิ่งของรถ EV
- รถยนต์ใช้น้ำมันราว 20-30% เพื่อเอาชนะแรงต้านทานการหมุนของล้อ
- EU Tire Label จัดระดับประสิทธิภาพยางตั้งแต่ A-E
- ความต่างของประสิทธิภาพยางอาจทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นได้ถึง 7.5%
- ยางระดับ A ด้านพลังงาน ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้สูงสุด 6%
- รถ EV สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้มากถึง 10% เมื่อเทียบกับยางระดับ C
- MICHELIN Primacy 5 energy ได้มาตรฐานยุโรประดับ AAA
- MICHELIN Pilot Sport 5 energy ได้มาตรฐานระดับ AA
- ควรตรวจลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- ขับสม่ำเสมอที่ 80-90 กม./ชม. ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากถึง 25%
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมิชลินได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ เว็บไซต์ www.michelin.co.th
TorqueThailand.com


