นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เปิดตัวในญี่ปุ่น ชู e-POWER เจเนอเรชัน 3 และห้องโดยสารพรีเมียม
นิสสันเปิดตัว นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น พร้อมเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม หลังเผยโฉมครั้งแรกภายในงาน Japan Mobility Show 2025
รถมินิแวนเรือธงรุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Grand Touring โดยให้ความสำคัญกับทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ติดตั้งระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่ 3, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE และระบบช่วงล่างปรับไฟฟ้าอัจฉริยะ Intelligent Dynamic Suspension เพื่อเพิ่มความนุ่มนวล ความเงียบ และความมั่นคงตลอดการเดินทาง
นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ มีอะไรเด่น
จุดเด่นสำคัญของนิสสัน เอลแกรนด์ รุ่นใหม่ ประกอบด้วย
-
งานออกแบบภายใต้แนวคิด The Private MAGLEV
-
ขุมพลัง e-POWER เจเนอเรชันที่ 3
-
ชุดขับเคลื่อนแบบรวม 5-in-1 e-POWER Powertrain
-
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE
-
ระบบช่วงล่าง Intelligent Dynamic Suspension
-
ห้องโดยสารแบบเลานจ์ส่วนตัว พร้อมไฟ Ambient Light 64 สี
-
เบาะนั่งแบบ Zero Gravity ทุกตำแหน่ง
-
ระบบลดเสียงรบกวน Advanced Active Noise Control
-
โหมดการขับขี่ 6 รูปแบบ
-
ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขึ้นกว่ารุ่นเดิม
ดีไซน์ The Private MAGLEV ถ่ายทอดความลื่นไหลแบบรถไฟญี่ปุ่น
นิสสันพัฒนาเอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ภายใต้แนวคิด The Private MAGLEV โดยนำแรงบันดาลใจจากรถไฟความเร็วสูงแบบแม่เหล็กลอยตัวของญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดเด่นด้านการเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว ลื่นไหล และต่อเนื่อง
แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านเส้นสายตัวถังที่ดูปราดเปรียว พร้อมบุคลิกสง่างามและมั่นคงในแบบรถเรือธง ตัวรถมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อน และใช้แนวทางการออกแบบ Timeless Japanese Futurism ซึ่งนำเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย
กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากงานไม้ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า คุมิโกะ หรือ Kumiko ก่อนเชื่อมต่อไปยังชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบเต็มความกว้างอย่างกลมกลืน
ส่วนล้ออัลลอยน้ำหนักเบาตกแต่งด้วยวัสดุเรซินพิเศษ เพื่อเพิ่มรายละเอียดที่มีลักษณะคล้ายงานหัตถศิลป์ญี่ปุ่น
ห้องโดยสารแบบเลานจ์ส่วนตัว พร้อมไฟ Ambient Light 64 สี
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศคล้ายเลานจ์ส่วนตัว เบาะนั่งของผู้ขับติดตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยด้านหน้า
แผงประตูตกแต่งด้วยลายควิลท์ที่เชื่อมโยงกับลวดลายคุมิโกะบริเวณภายนอก ขณะที่แผงหน้าปัดผสานสวิตช์สัมผัสแบบ Capacitive เข้ากับวัสดุลายไม้ เพื่อลดจำนวนปุ่มและทำให้ห้องโดยสารดูเรียบง่ายขึ้น
รถยังมาพร้อมจอแสดงผลแบบรวม ซึ่งนิสสันระบุว่าเป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ของบริษัทในประเทศญี่ปุ่น
ระบบไฟ Ambient Light พาดต่อเนื่องจากแดชบอร์ดไปยังแผงประตู ผู้ใช้งานสามารถเลือกปรับบรรยากาศได้ทั้งหมด 64 เฉดสี
e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 พร้อมชุดขับเคลื่อนแบบ 5-in-1
หัวใจสำคัญของเอลแกรนด์รุ่นใหม่คือระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งใช้เครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าโดยเฉพาะ
ระบบนี้ทำงานร่วมกับชุดขับเคลื่อน 5-in-1 e-POWER Powertrain ซึ่งรวมส่วนประกอบหลัก 5 รายการไว้ในโมดูลเดียว ได้แก่
-
มอเตอร์ไฟฟ้า
-
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
-
อินเวอร์เตอร์
-
ชุดทดรอบ
-
ชุดเพิ่มรอบ
การรวมชิ้นส่วนไว้ในชุดเดียวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมลดเสียงรบกวนจากระบบขับเคลื่อน
แม้รถจะมีเครื่องยนต์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ล้อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% จึงให้การตอบสนองที่ต่อเนื่องและนุ่มนวลตามลักษณะของระบบ e-POWER
e-4ORCE เพิ่มความนุ่มนวลขณะออกตัว เร่ง เบรก และเข้าโค้ง
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE ได้รับการพัฒนาให้รองรับสถานการณ์การขับขี่ได้หลากหลายยิ่งขึ้น
ระบบช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวรถขณะออกตัว เร่งความเร็ว และเบรก เพื่อลดอาการโยนตัวและเพิ่มความนุ่มนวลให้กับผู้โดยสาร
ขณะเข้าโค้ง ระบบจะประสานการทำงานระหว่างมอเตอร์และเบรก พร้อมเพิ่มแรงขับจากมอเตอร์ล้อหลังตามความเหมาะสม เพื่อช่วยให้รถตอบสนองอย่างมั่นคงขึ้น
ผู้ขับสามารถตรวจสอบการกระจายกำลังของมอเตอร์และแรงเบรกแบบเรียลไทม์ผ่านหน้าจอแสดงผลภายในรถได้ด้วย
Intelligent Dynamic Suspension ปรับการทำงานแบบเรียลไทม์
นิสสันติดตั้งระบบช่วงล่างปรับไฟฟ้าแบบไดนามิกอัจฉริยะ หรือ Intelligent Dynamic Suspension มาให้กับเอลแกรนด์รุ่นใหม่
ระบบสามารถควบคุมแรงหน่วงของล้อแต่ละข้างแบบเรียลไทม์ โดยปรับการทำงานให้เหมาะกับสภาพถนนและลักษณะการขับขี่ในขณะนั้น
การทำงานร่วมกันระหว่างระบบช่วงล่าง e-POWER และ e-4ORCE ช่วยลดการเคลื่อนไหวของตัวถัง เพิ่มเสถียรภาพ และทำให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นตลอดการเดินทาง
รถมีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้งหมด 6 รูปแบบ ได้แก่
-
ECO
-
STANDARD
-
SPORT
-
COMFORT
-
SNOW
-
PERSONAL
แต่ละโหมดจะปรับบุคลิกของรถให้เหมาะกับการใช้งาน ตั้งแต่การเดินทางในชีวิตประจำวัน การขับบนเส้นทางลื่น ไปจนถึงการเดินทางไกล
ลดเสียงเครื่องยนต์และเสียงจากพื้นถนนพร้อมกัน
นิสสันติดตั้งระบบ Advanced Active Noise Control เพื่อช่วยรักษาบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เงียบยิ่งขึ้น
ระบบนี้สามารถลดเสียงจากเครื่องยนต์และเสียงที่ส่งผ่านมาจากพื้นถนนได้พร้อมกัน โดยนิสสันระบุว่าเป็นนวัตกรรมครั้งแรกของโลกจากบริษัท
นอกจากนี้ โครงสร้างตัวถังยังได้รับการพัฒนาให้แข็งแรงขึ้น พร้อมปรับปรุงการจัดการเสียงรบกวนรอบคันอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มความสงบภายในห้องโดยสาร
เบาะ Zero Gravity ทุกตำแหน่ง รองรับการเดินทางไกล
พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขึ้นกว่ารุ่นก่อน พร้อมหน้าต่างบานใหญ่บริเวณประตูสไลด์ ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งและเปิดกว้าง
การจัดวางเบาะแบบโรงภาพยนตร์ช่วยยกระดับระดับสายตาของผู้โดยสารตั้งแต่แถวแรกไปจนถึงแถวที่สาม ทำให้ผู้โดยสารแต่ละตำแหน่งมองเห็นด้านหน้าได้สะดวกขึ้น
เบาะทุกตำแหน่งเป็นแบบ Zero Gravity ส่วนเบาะแถวที่สองมีพื้นที่กว้างพอให้ผู้โดยสารปรับเปลี่ยนท่านั่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ที่วางเท้าของเบาะผู้โดยสารด้านหน้าและเบาะแถวที่สองทั้งสองตำแหน่งสามารถใช้งานพร้อมกันได้ รวมทั้งหมด 3 ตำแหน่ง
เบาะแถวที่สองยังมีระบบ Dual Reclining ซึ่งสามารถปรับเฉพาะส่วนบนของพนักพิงด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้ผู้โดยสารวางศีรษะในตำแหน่งที่เหมาะสมระหว่างรับชมจอภายในรถหรือใช้งานสมาร์ตโฟน
ออกแบบให้ใช้งานสะดวกสำหรับครอบครัว
ประตูสไลด์มีขั้นบันไดสำหรับช่วยให้เด็กเล็กขึ้นและลงจากรถได้ง่ายขึ้น พร้อมติดตั้งมือจับขนาดใหญ่สำหรับผู้โดยสารหลายช่วงวัย
ฟังก์ชันเปิดประตูแบบครึ่งทางช่วยให้ประตูสไลด์เปิดเพียงบางส่วน เพื่อลดปริมาณน้ำฝนที่อาจเข้าสู่ห้องโดยสารระหว่างขึ้นลงรถหรือขนสัมภาระ
เบาะแถวที่สามสามารถพับและปรับตำแหน่งการจัดเก็บได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกระหว่างพื้นที่โดยสารกับพื้นที่เก็บสัมภาระได้ตามความต้องการ
พื้นห้องเก็บสัมภาระถูกลดระดับให้ต่ำลง ขณะที่ช่องเปิดฝากระโปรงท้ายมีขนาดสูงและกว้างขึ้น จึงรองรับการขนสัมภาระขนาดใหญ่ได้สะดวกกว่าเดิม
สวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติติดตั้งบริเวณกึ่งกลางฝากระโปรงและเสา D ทั้งสองฝั่ง ผู้ใช้งานสามารถหยุดการเปิดฝาท้ายไว้ที่ระดับความสูงที่ต้องการได้ เหมาะสำหรับพื้นที่จอดรถที่มีข้อจำกัด
ระบบช่วยเหลือผู้ขับสำหรับการเดินทางบนทางหลวง
นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับสำหรับการเดินทางบนทางหลวง
ระบบสามารถช่วยควบคุมคันเร่ง เบรก และพวงมาลัยขณะรถวิ่งอยู่ภายในช่องทางเดียวกัน เพื่อลดภาระและความเหนื่อยล้าของผู้ขับระหว่างการเดินทางไกล
เริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่นวันที่ 16 กรกฎาคม
นิสสันเตรียมเริ่มจำหน่าย นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม โดยข้อมูลข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดราคา รุ่นย่อย หรือแผนการทำตลาดในประเทศไทย
รถรุ่นใหม่นี้สะท้อนแนวทางการพัฒนามินิแวนระดับเรือธงที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะความหรูหรา แต่ยังมุ่งเพิ่มคุณภาพของเวลาระหว่างการเดินทาง ผ่านพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง เทคโนโลยีลดเสียงรบกวน ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และช่วงล่างที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลให้กับผู้โดยสารทุกตำแหน่ง
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสันได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ เว็บไซต์ www.nissan.co.th
TorqueThailand.com




